วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

ป๋าวางมือชีวิตผีก็เปลี่ยนไป! แมนยู เป็นรองสุดกู่ แมนซิตี้, ลิเวอร์พูล คะแนนสะสมพรีเมียร์ลีก


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รั้งอยู่ในอันดับ 6 ของตารางคะแนนสะสมศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นับตั้งแต่ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจวางมือจากการกุมบังเหียน "ปีศาจแดง" เมื่อ 9 ปีก่อน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล กลายเป็นคู่แข่งขับเคี่ยวที่สูสีที่สุด


"เซอร์เฟอร์กี้" ปัจจุบันอายุ 80 ปี วางมือจากการทำหน้าที่กุนซือ "ผีแดง" หลังจบฤดูกาล 2012/2013 พร้อมกับคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยที่ 13 โดยตอนนั้น เฟอร์กูสัน แนะนำบอร์ดบริหารให้แต่งตั้ง เดวิด มอยส์ ในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งของเขา

กระนั้น "บุรุษผู้ถูกเลือก" กลับไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เหมือนกับตอนที่กุมบังเหียนเอฟเวอร์ตัน โดยเขาโดน แมนฯ ยูฯ อัปเปหิออกจากตำแหน่งในช่วงเดือนเมษายน และนับตั้งแต่ตอนนั้น "เร้ด เดวิลส์" ก็มีผู้จัดการทีมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาแต่สุดท้ายก็ล่องจุ๊นทุกราย

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ก้าวขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่เหนือ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยทั้งสองทีมขับเคี่ยวแย่งชิงแชมป์พรีเมียร์ลีก กันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่วน "ผีแดง" ได้แต่นั่งมองตาปริบๆ เท่านั้น

สำหรับตารางคะแนนรวมทั้งหมดนี้มีการจัดทำขึ้นโดย Planetfootball.com ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2013/2014 งานนี้หลังจากที่ เฟอร์กูสัน ล้างมือในอ่างทองคำ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคะแนนสะสมในเกมพรีเมียร์ลีกเพียงแค่ 626 คะแนนจากการลงสนามทั้งหมด 348 เกม

ด้าน "เรือใบสีฟ้า" ซึ่งคว้าแชมป์ลีก 4 สมัย จาก 5 ซีซั่นหลังสุด รั้งอันดับ 1 ในตารางคะแนนสะสมโดยมีถึง 784 คะแนนจากการเล่น 349 แมตช์นับตั้งแต่ที่ "ป๋า" เกษียณตัวเอง

ในส่วนของ "หงส์แดง" ไล่บี้แบบหายใจรดต้นคอ แมนฯ ซิตี้ โดยทีมของกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ เก็บคะแนนรวมได้ถึง 723 แต้มจากการแข่งน้อยกว่าทีมของนายใหญ่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แค่เกมเดียว

ด้าน เชลซี ที่มีเจ้าของใหม่อย่าง ท็อดด์ โบห์ลี่ ตามมาห่างๆ จากการเก็บแต้มสะสมจำนวน 671 คะแนนจากการลงเล่น 348 แมตช์ ขณะที่ อาร์เซน่อล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลปัจจุบัน อยู่อันดับ 5 มีแต้มสะสม 637 คะแนนห่างจาก สเปอร์ส เพียง 10 แต้มเท่านั้น

ตารางคะแนนสะสมศึกพรีเมียร์ลีกเริ่มนับตั้งแต่ฤดูกาล 2013/2014 โดยทุกทีมลงเล่น 349 แมตช์ ยกเว้นแค่บางทีมที่เล่น 348 เกม

1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 784 คะแนน

2. ลิเวอร์พูล 723 คะแนน (ลงเล่น 348 เกม)

3. เชลซี 671 คะแนน (ลงเล่น 348 เกม)

4. สเปอร์ส 647 คะแนน

5. อาร์เซน่อล 637 คะแนน

6. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 626 คะแนน (ลงเล่น 348 เกม)

7. เอฟเวอร์ตัน 484 คะแนน

8. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 452 คะแนน

9. เซาธ์แฮมป์ตัน 442 คะแนน

10. คริสตัล พาเลซ 410 คะแนน (ลงเล่น 348 เกม)




แม็กไกวร์..อะไรจะซวยขนาดนี้!


แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ในฤดูกาลนี้

1. ลงตัวจริงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด 3 นัด แพ้แม่งทั้ง 3 นัด เสียไป 7 ประตู



ลงตัวจริงให้ทีมชาติอังกฤษไป 2 นัด ก็ไม่ชนะใครเลยสักนัด (แพ้ 1 เสมอ 1) แถมเกมล่าสุดแสดงความผิดพลาดออกมา 2 ครั้ง ทีมตัวเองเสียประตูทั้ง 2 ครั้ง !!

2. อะไรมันจะซวยขนาดนั้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่กองหลังวัย 29 ผู้นี้แสดงความผิดพลาดออกมา ทีมของเขามักจะถูกลงโทษอย่างสาสมด้วยการเสียประตูเสมอ !!!



3. หลุดจากตำแหน่งตัวจริงของปีศาจแดงอย่างถาวรไปแล้ว และนั่นหมายถึงการเสียตำแหน่ง 'หัวหน้าเผ่า' ให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ด้วย



4. ถูกกองเชียร์สิงโตคำรามโห่ใส่ ตั้งแต่ตอนประกาศรายชื่อผู้เล่น



5. ถูกล้อเลียนเป็นที่สนุกสนานเกือบทุกวัน เฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง 'เสยผม' จนกลายเป็น 'ตัวตลก' ในสายตาของแฟนบอลทั่วไป และโดยไม่เว้นแม้แต่เด็กผีเอง



ว่าแล้วก็ต้องปิดช่องคอมเมนต์โพสต์ในโลกโซเชี่ยล เพราะถูกแฟนบอลเข้ามาด่าเป็นจำนวนมาก

โบนัส แทร็ค : ขอเรียนตามตรงว่าผมโคตรสงสารไอ้หัวแตงโมแบบจับใจ ถ้าเป็นได้อยากให้เขาลักพาตัวเองหายไปจากสนามนานๆ งดแสดงความเห็น งดให้สัมภาษณ์ เพราะคนเรา ถ้าไม่ทำอะไรก็ไม่ผิด ไม่ถูกล้อ ไม่ถูกด่า

นอกจากนี้ เขาจะได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจพลางไปทำบุญทำทานบ้าง เผื่อดวงจะดีขึ้น ถ้าพอมีเวลาก็ควรบวชล้างซวยสักพรรษา








ติดปัญหาอะไร?ปธ.ทีมซาอุฯเผยคุยโรนัลโด้จริงก่อนสุดท้ายดีลล่ม


ฟาฮัด เบน นาเฟล บิ๊กบอส อัล-ฮิลัล ระบุ สาเหตุที่ดีลของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามันเป็นเพราะทีมของตนติดโทษห้ามลงทะเบียนแข้งหน้าใหม่ โดยอ้างว่าการคุยกับ โรนัลโด้ เคยไปได้สวยจนเกือบจะเข้าสู่การเจรจาขั้นสุดท้ายได้แล้วด้วย หากไม่ใช่ว่าติดกฎซะก่อน


ฟาฮัด เบน นาเฟล ประธาน อัล-ฮิลัล สโมสรในลีกสูงสุดของประเทศซาอุดิอาระเบีย กล่าวว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้ปฏิเสธที่จะย้ายมาเล่นให้ทีมของตนเหมือนที่หลายคนเข้าใจ โดยสาเหตุที่ดีลมันไม่สามารถเกิดขึ้นได้เป็นเพราะทีมของตนติดโทษห้ามลงทะเบียนนักเตะหน้าใหม่เท่านั้น

ตลอดช่วงตลาดการเสริมทัพในรอบซัมเมอร์ที่ผ่านมานั้น อนาคตของ โรนัลโด้ เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงแทบทุกวัน หลังจากเจ้าตัวแสดงเจตนารมณ์ว่าต้องการย้ายออกจากทีมทั้งที่เพิ่งกลับมาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แค่ปีเดียว โดยมันมีการระบุถึงสาเหตุที่เขาอยากย้ายทีมแตกต่างกัน โดยบางรายงานบอกว่าเขาอยากเล่นเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, บางอันแจ้งว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัว และบางสื่อบอกว่ามันเป็นเพราะเขามองว่าทีมขาดความกระหายที่ดี

อย่างไรก็ตาม ทีมดังๆ ในทวีปยุโรปแทบทุกทีมต่างไม่มีทีท่าว่าอยากจะได้ โรนัลโด้ ไปร่วมทัพเลย ในทางกลับกัน อัล-ฮิลัล แสดงความสนใจว่าอยากเอาแข้งชาวโปรตุกีสไปล่าตาข่ายให้สุดๆ จนพร้อมที่จะให้ค่าเหนื่อยก้อนโต แต่สุดท้ายดีลดังกล่าวก็ไม่เกิดขึ้นซึ่งมันเคยมีรายงานระบุว่าสาเหตุเป็นเพราะ โรนัลโด้ ไม่อยากไปเล่นกับที่นั่น

นาเฟล เผยว่า "ใช่ เรามีการเจรจากับ โรนัลโด้ จริงๆ ปัญหาน่ะมันไม่ใช่เรื่องเงินหรือเรื่องเงื่อนไขหลักๆ หรอกนะ อัล-ฮิลัล มีดีพอที่จะดึงสตาร์ระดับโลกมาร่วมทีมได้ แต่มันเป็นเพราะการตัดสินใจของอนุญาโตตุลาการด้านกีฬาที่ห้ามเราลงทะเบียนนักเตะต่างหาก"

"แม้ว่าเราจะอยู่ในช่วงที่โดนแบนแต่เราก็ไม่ได้ล้มเลิกการเจรจากับนักเตะเลย เพียงแต่เราไม่สามารถทำการเจรจาขั้นตอนสุดท้ายได้จนกว่าโทษแบนจะถูกยกเลิกก็เท่านั้น"

ทั้งนี้ สาเหตุที่ อัล-ฮิลัล โดนห้ามลงทะเบียนนักเตะหน้าใหม่นั้น เป็นเพราะ โมฮาเหม็ด คานโน่ นักเตะของพวกเขาเคยทำข้อตกลงที่จะย้ายไปอยู่กับ อัล-นาสเซอร์ แล้ว แต่กลับเปลี่ยนใจในช่วงโค้งสุดท้ายจนกลายเป็นว่า คานโน่ มีสัญญาอยู่กับทั้ง 2 ทีม




เจ็บเกมทีมชาติ! แมนยู ส่อไร้ แม็กไกวร์ เดี้ยงสองวีก


แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังทีมชาติ อังกฤษ ของสโมสร แมนฯ ยูไนเต็ด มีแววต้องพักรบราวสองสัปดาห์หลังบาดเจ็บต้นขามาจากการรับใช้ชาติในเกม เนชั่นส์ลีก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา


แม็กไกวร์ กัปตันทีม ผีแดง วัย 29 ปีถูก แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ทีม สิงโตคำราม ส่งลงสนามเป็นตัวจริงอีกตามเคยแม้เขาจะโชว์ฟอร์มได้แย่ถึงขนาดโดน เอริค เทน ฮาก กุนซือดัตช์ของถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดร็อปเป็นตัวสำรองไปแล้ว

เท่านั้นไม่พอ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟค่าตัวแพงยังบันดาลโทสะให้กับสาวก ทรี ไลอ้อนส์ เพิ่มไปอีกจากการก่อความผิดพลาดที่ทำให้ทีมเสียประตูก่อนทั้งสองหนในเกมเสมอกับ เยอรมัน 3-3 ที่สนาม เวมบลีย์ ซึ่งแม้เจ้าตัวจะอยู่ในเกมจนครบ 90 นาที แต่เขาถูกจับภาพได้ขณะอยู่ในอุโมงค์ว่าเดินกระเผลกเล็กน้อย

ด้าน แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติ อังกฤษ ยืนยันว่า แม็กไกวร์ เจ็บในช่วงท้ายเกม แต่กัดฟันเล่นต่อจนจบแมตช์อย่างน่านับถือ

"เอช มีอาการบาดเจ็บในช่วงท้าย และเขาต้องเล่นด้วยขาข้างเดียวราวห้าหรือสิบนาที มันเป็นคาแรกเตอร์ของเขา และเราภูมิใจในตัวเขา" เคน กล่าว

ต่ออาการดังกล่าว เดอะ ซัน ระบุว่า แม็กไกวร์ เจ็บต้นขาซึ่งจะทำให้เขาลงบู๊ไม่ได้ราวสองสัปดาห์ด้วยกันโดย แมนฯ ยูไนเต็ด มีเกมนัดลงสนามต่อไปในศึก พรีเมียร์ลีก บุกไปเยือน แมนฯ ซิตี้ ทีมคู่อริร่วมเมืองในวันอาทิตย์นี้

นอกจากเกมดาร์บี้แมตช์แล้ว แม็กไกวร์ น่าจะพลาดการลงสนามอีกสองเกมในศึก ยูโรปาลีก นัดบุกไปเยือน โอโมเนีย และเกม พรีเมียร์ลีก ฟัดกับ เอฟเวอร์ตัน ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค ในวันที่ 9 ต.ค.




แมนยูยิ้มออก!แรชฟอร์ดฟิตทันช่วยทีมบู๊แมนซิตี้


มาร์คัส แรชฟอร์ด จะกลับมาช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ ได้ ตามการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ หลังจากก่อนหน้านี้เขามีอาการเดี้ยงตรงเอ็นหลังหัวเข่าจนต้องพักไประยะหนึ่ง


มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะฟิตทันช่วยทีมในเกมที่ต้นสังกัดต้องไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้ ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

แรชฟอร์ด ได้รับบาดเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าจากเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ อาร์เซน่อล 3-1 จนทำให้เขาไม่ได้ช่วยทีมใน 2 นัดต่อมา และต้องอดลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษในโปรแกรมเกมทีมชาติรอบล่าสุดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด เดอะ ซัน บอกว่าตอนนี้ แรชฟอร์ด สามารถลงซ้อมได้อีกครั้งแล้ว และพร้อมที่จะลงเล่นเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ ในสุดสัปดาห์นี้ โดยในซีซั่น 2022-23 เขาทำผลงานได้ดีพอตัวด้วยการทำไป 3 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 6 นัด




ดิเยาเชื่อมาเน่ลาลิเวอร์พูลเพราะขาดความรักจากคล็อปป์


ซาลิฟ ดิเยา ระบุ การที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่แสดงความรักต่อ ซาดิโอ มาเน่ มากเท่าที่ควร น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ มาเน่ เลือกย้ายออกจากทีม แต่เสริมว่าสำหรับนักเตะชั้นนำแล้วนั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาที่อยากจะหาความท้าทายใหม่ๆ บ้างหลังจากอยู่กับทีมใดทีมหนึ่งมาเป็นเวลานาน


ซาลิฟ ดิเยา อดีตกองกลางชาวเซเนกัล แสดงความเชื่อว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ ซาดิโอ มาเน่ ตัดสินใจย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เป็นเพราะเขาคงรู้สึกว่าไม่ได้รับความรักจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ มากเท่าที่ควร

หลังย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2016 แล้วนั้น มาเน่ ก็ถือเป็นกำลังหลักให้กับ ลิเวอร์พูล มาโดยตลอด แต่เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาเขาตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค จนทำให้หลายคนแปลกใจกันพอตัว

ดิเยา ซึ่งเคยอยู่กับ ลิเวอร์พูล ระหว่างปี 2002-2007 เผยกับ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นในย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์ว่า "เขาอยู่ที่นี่ได้พักหนึ่ง และผมคิดว่า ณ ช่วงหนึ่งน่ะเขาก็คงจะคิดว่าตัวเองไม่ได้รับความรักที่ แอนฟิลด์ มากเท่าที่ตัวเองต้องการ ผมไม่ได้พูดถึงความรักจากแฟนๆ นะ กรณีของเขาน่ะผมคิดว่ามันเกี่ยวข้องกับตัวผู้จัดการทีมมากกว่า"

"หลายอย่างมันไม่ได้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น ดังนั้นเขาเลยตัดสินใจที่จะหาความท้าทายใหม่ๆ ผมคิดว่าสำหรับนักเตะชั้นยอดแล้วน่ะ บางครั้งเมื่อคุณอยู่กับทีมชั้นนำเป็นเวลา 4-5 ปีแล้วล่ะก็ มันก็เป็นเรื่องดีที่จะลองหาความท้าทายใหม่ๆ บ้าง"




ใครว่า ลิเวอร์พูล หมดหวัง?เช็กเรตทีมใหม่ เบลลิงแฮม


เช็กราคาทีมตัวเต็งคว้า จู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ไปเสริมทัพปีหน้า หลังสื่อเมืองกระทิง อ้าง ลิเวอร์พูล หมดหวัง เพราะนักเตะอยากย้ายไปเล่นให้ เรอัล มาดริด


มาร์ก้า สื่อกีฬาดังของสเปน รายงานข่าวว่า จู๊ด เบลลิงแฮม กองกลางเนื้อหอม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้องการที่จะย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ปีหน้า

ดาวเตะทีมชาติอังกฤษ วัย 19 ปี ทำผลงานให้กับ ดอร์ทมุนด์ และ "สิงโตคำราม" ได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ย้ายมาจาก เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เมื่อปี 2020 จนหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอยากได้ทั้ง ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เชลซี และ เรอัล มาดริด

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า ดอร์ทมุนด์ เตรียมตั้งค่าตัว เบลลิงแฮม ไว้ที่ 130 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,330 ล้านบาท) ในช่วงเปิดตลาดซัมเมอร์หน้า แต่บางแหล่งข่าวเผยว่า พร้อมขายที่ 85 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,485 ล้านบาท) แต่มีข้อแม้ว่าต้องได้เงินก้อนเดียวทันทีโดยไม่มีการผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ

แม้ มาร์ก้า จะอ้างว่า เบลลิงแฮม อยากย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด แต่ สกาย เบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายแดนผู้ดี ยังคงยกให้ ลิเวอร์พูล เป็นเต็ง 1 ที่จะได้มิดฟิลด์ดาวโรจน์ มาเสริมทัพ โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน)

ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ตามมาเป็นเต็งสองราคา 8/1 (แทง 1 จ่าย 8 ไม่รวมทุน) ส่วน เรอัล มาดริด ยังเป็นม้านอกสายตาของร้านพูลอังกฤษ โดยมีอัตราต่อรองอยู่ที่ 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองทีมใหม่ของ เบลลิงแฮม ในปีหน้า

1. ลิเวอร์พูล 7/1

2. แมนฯ ซิตี้ 8/1

3. แมนฯ ยูไนเต็ด 12/1

4. เชลซี 16/1

5. เรอัล มาดริด 20/1

5. อาร์เซน่อล 20/1

7. สเปอร์ส 25/1

7. นิวคาสเซิ่ล 25/1




พรีเมียร์ฯมา6!11นักเตะค่าตัวประเมินแพงสุดซีซั่นใหม่


เช็กชื่อ 11 นักเตะค่าตัวประเมินสูงสุดในโลกซีซั่นใหม่ โดยมีแข้ง พรีเมียร์ลีก ติดเข้ามาถึง 6 คน


คิลิยัน เอ็มบัปเป้ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ได้รับการประเมินจากเว็บไซต์ ทรานส์เฟอร์มาร์เกต ให้เป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงสุดในโลกฤดูกาล 2022/23 โดยสูงถึง 144 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,904 ล้านบาท) เลยทีเดียว

ขณะที่ เออร์ลิง ฮาลันด์ หัวหอก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาเป็นอันดับสอง โดยมีค่าตัวประเมินอยู่ที่ 135 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,535 ล้านบาท) ส่วน วินิซิอุส จูเนียร์ แนวรุก เรอัล มาดริด รั้งอันดับสาม 108 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,428 ล้านบาท)

อันดับนักเตะค่าตัวประเมินสูงสุดฤดูกาล 2022/23

1. คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (เปแอสเช) 144 ล้านปอนด์

2. เออร์ลิง ฮาลันด์ (แมนฯ ซิตี้) 135 ล้านปอนด์

3. วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด) 108 ล้านปอนด์

4. เปดรี (บาร์เซโลน่า) 81 ล้านปอนด์

5. จู๊ด เบลลิงแฮม (ดอร์ทมุนด์) 81 ล้านปอนด์

6. ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้) 81 ล้านปอนด์

7. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) 81 ล้านปอนด์

8. แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส) 81 ล้านปอนด์

9. ดูซาน วลาโฮวิช (ยูเวนตุส) 77 ล้านปอนด์

10. บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด) 77 ล้านปอนด์

11. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้) 77 ล้านปอนด์




ซัมเมอร์หน้าเจอกัน!แมนยูยังวางกัคโปเป้าหมายเสริมทัพ


ฟอร์บส์ สื่อชื่อก้อง ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด สนใจที่จะเอา โคดี้ กัคโป ดาวเตะ พีเอสวี มาเสริมแกร่งในตลาดช่วงกลางปีหน้า หลังจากเคยคิดที่จะซื้อเขาตั้งแต่ตลาดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยังกำหนดให้ โคดี้ กัคโป ปีกตัวเก่งของ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น เป็นเป้าหมายลำดับต้นๆ ของทีม และสนใจที่จะดึงเขามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า ตามรายงานของ ฟอร์บส์ สื่อชื่อดัง

กัคโป เริ่มเป็นที่จับตาของหลายคนตั้งแต่ฤดูกาล 2021-22 หลังจากทำไป 12 ประตูกับ 13 แอสซิสต์ กับการลงเล่นในลีกให้ พีเอสวี 27 นัด และซีซั่นนี้เขาก็ยังทำผลงานได้โดดเด่นด้วยการทำไป 8 ประตูกับ 6 แอสซิสต์จากการลงเล่นในลีก 7 เกม ขณะที่กับทีมชาติฮอลแลนด์เขาก็ทำได้ 2 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ในการลงเล่น ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ซีซั่น 2022-23 ด้วย

ที่จริง แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับ กัคโป อย่างหนักตั้งแต่ระหว่างตลาดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแล้ว โดยตอนนั้นพวกเขาเชื่อว่ามีเงินมากพอที่จะล่าทั้ง อันโตนี่ กับ กัคโป ได้ แต่พอ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เรียกค่าตัวของ อันโตนี่ สูงลิบแล้วนั้น พวกเขาก็ต้องยอมตัดใจจาก กัคโป ไปโดยปริยาย

อย่างไรก็ตาม ทีมของกุนซือ เอริค เทน ฮาก ก็ยังตั้งใจที่จะดึง กัคโป มาร่วมทีมให้ได้อยู่ โดยหลังจบฤดูกาลนี้มันมีโอกาสสูงที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะบอกลาทีม ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีที่ว่างภายในทีมและมีภาระค่าเหนื่อยโดยรวมลดลง ซึ่งนั่นจะส่งผลให้ดีลของ กัคโป มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้สูงตามไปด้วย

ทั้งนี้ เทน ฮาก กับ กัคโป ใช้บริษัทนายหน้ารายเดียวกันด้วย ทำให้ถ้ามีการเจรจากันแบบจริงจังแล้วนั้นมันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมากนัก




เปิดชื่อเปาเกม แมนซิตี้ บู๊ แมนยู-เห็นสถิติแฟนผีเสียว


เลือกแล้ว ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ จะรับบทท่านเปาเกม แมนฯ ซิตี้ พบ แมนฯ ยูไนเต็ด สุดสัปดาห์นี้ เห็นผลงานตัดสินแล้วแฟนผีอาจมีหวั่น เพราะแพ้ไปถึง 5 จาก 6 เกม


ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ผู้ตัดสินคนดังของอังกฤษ ได้รับเลือกให้ทำหน้าที่เป็นกรรมการเกม พรีเมียร์ลีก นัด แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์ ที่ แมนฯ ซิตี้ จะเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ แมนฯ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคมนี้

ขณะที่ สจ๊วร์ต เบิร์ต และ ไซม่อน เบนเนตต์ จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยผู้ตัดสิน ส่วน เดวิด คูต รับบทผู้ตัดสินที่สี่ โดยมี พอล เทียร์นี่ย์ เป็นผู้ตัดสินวีเออาร์ และ อาเดรียน โฮล์มส์ เป็นผู้ช่วย

โอลิเวอร์ จะทำหน้าที่ตัดสินเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เป็นหนที่ 7 ในอาชีพ หลังครั้งแรกลงเป่าเมื่อปี 2014 โดยผล 6 นัดที่เคยเป็นตุลาการสนามเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่ชนะไปถึง 5 เกม ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะแค่หนเดียวเท่านั้น



ผล 6 เกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่ โอลิเวอร์ ลงตัดสิน (ในวงเล็บคือชื่อคนทำประตู)


1. แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ แมนซิตี้ 0-3 (เอดิน เชโก้ 2, ยาย่า ตูเร่) - 25/04/14

2. แมนฯ ซิตี้ ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 (เซร์คิโอ อเกวโร่) - 02/11/14

3. แมนฯ ซิตี้ แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 0-1 (มาร์คัส แรชฟอร์ด) - 20/03/16

4. แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ แมนฯ ซิตี้ 1-2 (มาร์คัส แรชฟอร์ด/ดาบิด ซิลบา, นิโกลัส โอตาเมนดี้) - 10/12/17

5. แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-2 (เอริก ไบยี่ ทำเข้าประตูตัวเอง, แบร์นาโด้ ซิลวา) - 06/11/21

6. แมนฯ ซิตี้ ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-1 (เควิน เดอ บรอยน์ 2, ริยาด มาห์เรซ 2/เจดอน ซานโช่) - 06/03/22




วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

ยึกยักอดเลย! อาร์เซน่อล พลาดได้ วัลเวร์เด้ ทั้งที่โอกาสอยู่ในมือ


อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พลาดคว้าตัว เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ กองกลางฟอร์มฮอต ไปอย่างน่าเหลือเชื่อทั้งๆ ที่โอกาสอยู่ในมือแล้ว แต่สุดท้ายดันยึกยักจนโดน เรอัล มาดริด ปาดหน้าเซ็นสัญญา


มิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัย วัย 24 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะกำลังสำคัญของทัพ "ราชันชุดขาว" ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ

อย่างไรก็ตาม "อาส" สื่อดังในสเปน รายงานว่าจริงๆ แล้ว อาร์แซน เวนเกอร์ เกือบที่จะนำตัว วัลเวร์เด้ มาเล่นในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อยู่แล้ว โดยตอนนั้นนักเตะตกลงสัญญาด้วยวาจากับทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่เล่นกับเพนารอล

ตามรายงานระบุว่า ฟรานซิส คาจิเกา มือขวาของ เวนเกอร์ เดินทางไปไปยังทวีปอเมริกาใต้เนื่องจากในเวลานั้น อาร์เซน่อล ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง

มือขวาคู่ใจของ เวนเกอร์ มีโอกาสได้เห็นฝีเท้าของ วัลเวร์เด้ หลายครั้ง และได้พูดจาหว่านล้อมนักเตะ, ครอบครัวรวมทั้งเอเจ้นต์ของเขา ว่าการย้ายมาเล่นกับ "ไอ้ปืนใหญ่" จะเป็นหนึ่งในโอกาสที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

หลังจากนั้น วัลเวร์เด้ และเอเจ้นต์ของเขาได้เดินทางมายังกรุงลอนดอนเมื่อเดือนธันวาคม 2014 พร้อมกับพักอยู่ที่โรงแรมซอปเวลล์ เฮ้าส์ โฮเทล ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามซ้อมอาร์เซน่อล เป็นเวลา 6 วัน

ดาวเตะชาวอุรุกวัย ได้มีโอกาสร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ อาร์เซน่อล แต่ในเวลานั้นทีมดังแห่งนอร์ธ ลอนดอน ดันชะลอการยื่นข้อเสนอให้กับนักเตะ

การทำแบบนั้นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมหันต์เพราะทำให้ วัลเวร์เด้ เปลี่ยนใจ หลังจากที่เขาลงเล่นให้บ้านเกิดในศึกฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ปารากวัย ในอีก 2 เดือนถัดมา โดยเจ้าตัวซัดไป 7 ประตู และทำให้ เรอัล มาดริด อยากได้เจ้าตัวมาเสริมแกร่ง

เมื่อรู้ว่า "ราชันชุดขาว" สนใจ วัลเวร์เด้ งานนี้ อาร์เซน่อล ได้รีบยื่นข้อเสนอจำนวน 2.7 ล้านปอนด์ (ราว 118 ล้านบาท) เพื่อหวังจะได้นักเตะมาครอบครอง แต่สุดท้ายก็สายเกินไป เพราะ เรอัล มาดริด ไวกว่าและสามารถโน้มน้าวใจนักเตะย้ายมาร่วมทัพได้สำเร็จ

ทั้งนี้ วัลเวร์เด้ ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะเขาเป็นแข้งคีย์แมนของสโมสร โดยตะบันไป 10 ประตูจากการเล่น 157 เกมให้กับ "โลส บลังโก้" ในทุกรายการ และคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย หลังย้ายจาก เพนารอล มาอยู่ในถิ่นทีมเมื่อปี 2016




ทุกอย่างเป็นไปได้! 9 สตาร์ที่ยังมีโอกาสได้ลุ้นย้ายทีม


ถ้าหากแฟนบอลคิดว่าหลายๆ สโมสรควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อตัวนักเตะมากมายในช่วงซัมเมอร์นี้แล้วพอถึงตลาดพ่อค้าแข้งเปิดรอบ 2 เดือนมกราคมปีหน้าจะเงียบ บอกเลยว่าคิดผิด เพราะเมื่อถึงเวลานั้นมีโอกาสที่ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกเนื่องจากมีสตาร์หลายคนที่พร้อมจะย้ายทีม


จากรายงานมีการเปิดเผยว่าสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใช้เงินไปเกือบ 2 พันล้านปอนด์ (ราว 88,000 ล้านบาท) ในการเสริมทัพ โดยเฉพาะ เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสองทีมที่ควักกระเป๋าจ่ายเงินมากที่สุด

ในช่วงตลาดนักเตะฤดูหนาวซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนนี้ หรือหลังจบฤดูกาลนี้ บอกเลยว่ามีหลายทีมที่พร้อมที่จะทุ่มเงินอีกครั้ง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ายังคงมีนักเตะชั้นนำบางคนที่พร้อมจะอำลาต้นสังกัด ว่ากันว่ามีสตาร์อย่างน้อย 9 รายที่ต้องการออกไปหาประสบการณ์ใหม่กับสโมสรอื่น !

โคดี้ กัคโป




สำหรับ โคดี้ กัคโป มีข่าวพัวพันกับการย้ายมาเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังไม่เกิดขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับจ้องนักเตะรายนี้อย่างมาก เพราะหวังจะเอามาเป็นทางเลือกหากพลาดได้ตัว อันโตนี่ ขณะที่ อาร์เซน่อล, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ก็สนใจเจ้าตัวเช่นกัน สุดท้าย แข้งชาวดัตช์ ยังคงต้องอยู่เล่นกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ต่อไป แต่กระนั้นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับ กัคโป เพราะทำให้เขายังคงได้เป็นตัวหลักของสโมสรและมีลุ้นติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงวาดหวังว่าจะได้ย้ายทีม ลองนึกภาพถ้า กัคโป เล่นได้ดีกับทีมชาติที่กาตาร์ แล้วไม่มีปัญหาบาดเจ็บ งานนี้มีความเป็นไปได้สูงที่นักเตะจะได้ย้ายทีมอีกครั้งในช่วงตลอดรอบ 2 เปิดตัว หรือหลังจบฤดูกาลนี้

คริสเตียน พูลิซิช



ชื่อของ พูลิซิช ถูกพูดถึงเยอะมากในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ งานนี้ ดาวเตะชาวอเมริกัน มีข่าวว่าจะย้ายไปเล่นให้กับ ยูเวนตุส โดยเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาแลกเปลี่ยนในการซื้อตัว มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ แต่สุดท้ายกองหลังชาวดัตช์เลือกย้ายไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ส่งผลให้ พูลิซิช ต้องนั่งหน้าหงอยในซุ้มม้านั่งสำรองของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต่อไป อย่างไรก็ตาม อดีตสตาร์โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงเป็นที่ต้องการของ "ม้าลาย" ซึ่งกำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤติเนื่องจากทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักในช่วงต้นซีซั่นนี้ ขณะที่แข้งเลือดมะกันก็ต้องเจอกับความยากลำบากในการได้รับโอกาสลงสนามให้ต้นสังกัดตั้งแต่สมัยที่ โธมัส ทูเคิ่ล คุมทัพจนมาถึงยุคของ แกรม พ็อตเตอร์ ทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้นักเตะจึงพร้อมเก็บเสื้อผ้าออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อมีโอกาสทันที

มิไคโล มูดริก



ปีกดาวรุ่งพุ่งแรงชาวยูเครนเป็นอีกหนึ่งแข้งที่ได้รับความสนใจจากหลายๆสโมสรชั้นนำในยุโรป โดยเขาเคยถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เนย์มาร์ มาแล้ว งานนี้ มูดริก มีข่าวกับ อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ซึ่งช่วงเดดไลน์ตลาดซัมเมอร์ทั้งสองสโมสรพยายามจะเซ็นสัญญากับเจ้าตัวให้ได้แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สำหรับในเวลานั้นยอดแข้งวัย 21 ปีน่าจะมีค่าตัวเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ที่เขาแสดงศักยภาพชั้นยอดออกมายามที่โลดแล่นในสีเสื้อของชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค โดยเฉพาะในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 แมตช์ที่ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก และเสมอ กลาสโกว์ เซลติก ในซีซั่นนี้ ส่วนในเกมต่อไปที่ต้องพบกับ เรอัล มาดริด ถ้าหากเขาเล่นได้อย่างสุดยอดอีกครั้ง งานนี้บอกเลยว่าหัวบันไดบ้านไม่แพ้แน่ๆ

อารอน วาน-บิสซาก้า



ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแบ็กซ้ายที่แข็งแกร่งมากๆ เมื่อเซ็นสัญญากับ ไทเรลล์ มาลาเซีย กระนั้นในตำแหน่งแบ็กขวาพวกเขามีแค่ ดีโอโก้ ดาโลต์ เท่านั้น นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ วาน-บิสซาก้า ไม่ได้ย้ายทีมในช่วงโค้งสุดท้ายตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ทั้งๆ ที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แสดงความสนใจอยากได้ตัว ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ที่นักเตะย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาเล่นกับ "ผีแดง" ด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) เมื่อปี 2019 เขาอาจจะได้เป็นตัวหลักในช่วงแรกๆ แต่ซีซั่นที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน เจ้าตัวเป็นเพียงยางอะไหล่ของ ดาโลต์ เท่านั้น แถมได้ลงสนามแค่เกมเดียวในฐานะตัวสำรองแมตช์ชนะ ลิเวอร์พูล ในส่วนอนาคตของนักเตะอาจต้องขึ้นอยู่กับแผนของ แมนฯ ยูฯ ถ้าหากพวกเขาได้แบ็กขวาตัวใหม่มาเสริมทัพ งานนี้ ดาวเตะวัย 24 ปี คงมีโอกาสได้ฟื้นฟูอาชีพนักเตะของเขากับทีมอื่นในอนาคต

อุสมาน เดมเบเล่




กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส มักจะมีข่าวกับทีมในพรีเมียร์ลีกอยู่บ่อยๆ โดย ดาวเตะบาร์เซโลน่า เคยได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเขาก็อยู่ในถิ่นคัมป์ นู ต่อไปจนถึงปัจจุบัน กระนั้นอนาคตของเจ้าตัวก็ยังไม่แน่นอน งานนี้ เชลซี พร้อมที่จะฉก เดมเบเล่ มาร่วมทัพ ขณะที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดเก่าก็อยากได้ตัวนักเตะกลับมาร่วมทัพอีกครั้ง ช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ ชาบี เอร์นานเดซ คุมทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" นักเตะสามารถคืนฟอร์มเก่งได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะการันตีว่านักเตะจะเลือกฝากอนาคตการค้าแข้งของเขาเอาไว้กับ บาร์ซ่า

ยูริ ตีเลอมันส์



ช่วงเดดไลน์ตลาดซัมเมอร์นี้ ตีเลอมันส์ เกือบได้ย้ายทีมอยู่แล้ว โดยเขามีข่าวว่ากำลังเจรจากับ อาร์เซน่อล หรือทีมอื่นๆ ด้วย แถมค่าตัวนักเตะก็ไม่เเพงน่าจะราวๆ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 880 ล้านบาท) เท่านั้น แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังต้องอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ สำหรับสัญญาปีสุดท้ายกับสโมสร ในเรื่องการขยายสัญญากับ "เดอะ ฟ็อกซ์" น่าจะมีโอกาสน้อยนิด นอกจากนี้เจ้าตัวก็เปิดใจพร้อมย้ายทีมอยู่เสมอ ต้องยอมรับว่า มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียม เป็นแข้งที่เต็มไปด้วยศักยภาพ และเคยช่วย เลสเตอร์ มีลุ้นท็อปโฟร์ 2 ซีซั่นติดต่อกัน ฉะนั้นถ้าหากช่วงตลาดเดือนมกราคมนักเตะไม่ได้ย้ายทีม พอเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์หน้าเขาจะได้สิทธิ์ไปเล่นกับทีมอื่นแบบไม่มีค่าตัว

ดั๊กลาส ลุยซ์



ดาวเตะทีมชาติบราซิล มีสถานะเดียวกับ ตีเลอมันส์ โดยสัญญาของเขากับแอสตัน วิลล่า จะสิ้นสุดในช่วงซัมเมอร์หน้า ก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล หวังจะคว้าตัวกองกลางชาวแซมบ้ามาเสริมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ แต่สุดท้าย "เดอะ กันเนอร์ส" ก็จำต้องรับประทานแห้ว เหตุผลสำคัญที่กุนซือมิเกล อาร์เตต้า อยากได้ตัว ลุยซ์ เพราะเขาเคยร่วมงานกับนักเตะมาแล้วสมัยที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และหากได้ตัวแข้งบราซิเลียนรายนี้มาเสริมทัพ จะเป็นการเติบเต็มแดนกลางให้กับสโมสรอย่างแท้จริง งานนี้บอกได้เลยว่า "ไอ้ปืนใหญ่" อาจจะลงทุนยื่นข้อเสนออีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

มาร์โก อเซนซิโอ



เรอัล มาดริด มีการลงทุนเสริมทัพเพื่อให้ขุมกำลังแข็งแกร่งอีกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โอกาสลงสนามของ อเซนซิโอ ลดน้อยลง โดยนักเตะวัย 26 ปี ได้ลงเล่นแค่ 4 เกมในซีซั่นนี้ แถมในฐานะตัวสำรอง และยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ดาวเตะทีมชาติสเปนอยู่กับ "โลส บลังโกส" ตั้งแต่ปี 2014 ได้ลงสนามมากกว่า 200 เกม แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เขาพร้อมที่จะย้ายทีมและมีสโมสรในอังกฤษที่สนใจอยากใช้บริการนักเตะ แน่นอนว่าชื่อของ อาร์เซน่อล ยืนหนึ่งในการแสดงความสนใจแข้งชาวสแปนิช โดยพวกเขาหวังจะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้เลยทีเดียว

รูเบน เนเวส




ตอนที่จบซีซั่นที่ผ่านมา เนเวส ต้องการที่จะย้ายหนีวูล์ฟแฮม์ตัน วันเดอเรอร์ส โดยนักเตะอยู่เล่นให้กับ "หมาปา" มานานหลายปี และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กระนั้นเจ้าตัวอยากมีโอกาสได้ลงแข้งในแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากที่เคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ในรายการนี้สมัยที่เป็นดาวรุ่งของสโมสรปอร์โต้ บอกเลยว่าศักยภาพของเขาทำให้ทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ต้องการตัวอย่างมากเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้แต่สุดท้ายเจ้าตัวยังต้องเล่นกับวูล์ฟส์เหมือนเดิม ส่วนในอนาคตบอกเลยว่าเขายังคงได้รับความสนใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะ "หงส์แดง" ที่ต้องการมิดฟิลด์เชิงสูงมาร่วมทัพเพื่อแก้ปัญหาแดนกลางฟอร์มฝืดในช่วงเวลานี้




เอลเลียตต์ ฝีเท้ายังไม่ถึง!กูรูแนะ ลิเวอร์พูล ซิวมิดฟิลด์ใหม่เสริม

 
แฟร้งค์ แม็คอเวนนี่ อดีตกองหน้าทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ออกโรงชี้ ลิเวอร์พูล ควรเซ็นสัญญาซื้อกองกลางคนใหม่แทนที่จะหวังพึ่งดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ซึ่งเขามองว่าฝีเท้ายังไม่ดีพอ


ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ตซีซั่นนี้ได้อย่างกระท่อนกระแท่นเนื่องจากทีมประสบกับปัญหาขาดมิดฟิลด์ที่นัดกันล้มเจ็บหลายราย ร้อนจน เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาว เยอรมัน ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการยืม อาร์ตู เมโล่ มาจากทีม ยูเวนตุส

นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว เร้ด แมชีน มีแววเสียกองกลางที่จะหมดสัญญาในซีซั่นนี้หลายรายอีกต่างหากไม่ว่าจะเป็น เจมส์ มิลเนอร์ , นาบี้ เกอิต้า , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และแม้กระทั่งจอมทัพอย่าง ติอาโก้ อันกันตาร่า ซึ่งส่งผลให้ แม็คอเวนนี่ ชี้ว่าทีมจาก แอนฟิลด์ ซึ่งตกเป็นข่าวกับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม สมควรคว้ากองกลางรายใหม่มาเสริมทัพแทนที่จะหวังใช้งานดาวรุ่งวัย 19 ปีซึ่งเขามองว่ายังไม่พร้อมสำหรับเกมในระดับ พรีเมียร์ลีก

"ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล แฮปปี้กับขุมกำลังที่พวกเขามีอยู่ เอลเลียตต์ เป็นนักเตะที่ดี แต่เขายังไม่พร้อมสำหรับ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้" อดีตสตาร์เลือดวิสกี้ซึ่งเคยค้าเกือกับ แอสตัน วิลล่า เช่นกันเอ่ยถึงกองกลางร่างเล็กซึ่งรับใช้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรไปแล้ว 29 นัด

"เขามีความสามารถที่มหัศจรรย์ แต่ ลิเวอร์พูล ต้องการนักเตะอย่าง ติอาโก้ มากกว่า เขาเป็นคนบงการเกม แต่เขาเจ็บบ่อย ผมอยากเห็น ติอาโก้ เล่นร่วมกับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ในทีมเดียวกัน แต่แน่นอนว่าพวกเขาน่าจะต้องควักกระเป๋าจ่ายอย่างหนัก"




ตอนนี้ค่าตัวระดับ100ล้าน! ลิเวอร์พูล เกือบเซ็น เบลลิ่งแฮม ไม่ถึงหมื่นปอนด์


ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสเซ็นสัญญากับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม มิดฟิลด์ดาวโรจน์ในราคาแค่ 9,000 ปอนด์ (ราว 396,000 บาท) เท่านั้น จากการรายงานของ "ดิ แอธเลติก" สื่อชั้นนำระดับโลก


"หงส์แดง" เป็นหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่วงการลูกหนังยุโรปที่มีข่าวพัวพันกับ เบลลิ่งแฮม ซึ่งเป็นนักเตะคีย์แมนของ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อ 2 ปีก่อน

สำหรับตอนนี้สัญญาปัจจุบันของ เบลลิ่งแฮม กับ ดอร์ทมุนด์ จะเหลือเพียงแค่ 2 ปีหลังจากจบฤดูกาล 2022/2023 โดยมีรายงานว่าต้นสังกัดของนักเตะมีการตั้งค่าตัวของเขาสูงถึง 130 ล้านปอนด์ (ราว 5,720 ล้านบาท) เลยทีเดียว และหากทีมไหนกล้าจ่ายก็เอาตัวไปได้เลย

จากจำนวนตัวเลขดังกล่าวต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล พลาดมหันต์เพราะจริงๆ แล้วพวกเขามีโอกาสที่จะได้ตัว เบลลิ่งแฮม มาร่วมทัพในราคาถูกแสนถูกเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน

"ดิ แอธเลติก" รายงานว่า เบลลิ่งแฮม เดินทางมาพร้อมกับพ่อแม่ของเขาเพื่อทดสอบฝีเท้ากับ "เดอะ เร้ดส์" ที่เคิร์กบี้ (ศูนย์ฝึกเยาวชนของ ลิเวอร์พูล) เป็นเวลา 2 วันตอนที่เขายังเล่นให้กับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี

ตอนนั้นทีมสตาฟฟ์ของลิเวอร์พูลประทับใจผลงานนักเตะมากๆ เนื่องจากเขาได้แสดงศักยภาพและการเล่นราวกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงในช่วงทดสอบฝีเท้า นอกจากนี้ เบลลิ่งแฮม กับครอบครัวยังมีโอกาสได้เข้าไปชมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในศูนย์เยาวชนของสโมสรด้วย

"หงส์แดง" คาดหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวใจพ่อแม่ของเบลลิ่งแฮมให้ย้ายมาอยู่ในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการขับรถมาจากเมืองเบอร์มิงแฮม และยังเลือกโรงเรียนเพื่อให้นักเตะได้เข้าเรียนด้วย

สำหรับตอนนั้นการเซ็นสัญญากับ เบลลิ่งแฮม ใช้เงินเพียงแค่ 9,000 ปอนด์เพื่อเป็นค่าชดเชยให้กับสโมสรเบอร์มิงแฮม ซิตี้ แต่สุดท้ายเรื่องทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้น และตอนนี้หาก ลิเวอร์พูล อยากได้นักเตะก็ต้องจ่ายเงินสูงเกือบ 15,000 เท่าเพื่อดึงเขามาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

ทั้งนี้ เบลลิ่งแฮม ประสบความสำเร็จกับ ดอร์ทมุนด์ ในซีซั่นแรกที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยการคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล จากนั้นก็เป็นตัวหลักของสโมสรโดยลงเล่นไปแล้ว 100 เกม ซัดไป 13 ประตูกับ 18 แอสซิสต์

นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญของทีมชาติอังกฤษ หลังจากลงเล่นเปิดตัวให้บ้านเกินในวัยเพียง 17 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 โดยปัจจุบันเจ้าตัวเล่นให้ทัพ "สิงโตคำราม" ไปแล้ว 15 เกม




พร้อมสู้ลิเวอร์พูล! เชลซี ล็อกเป้า เบนนาเซอร์ เสริมแกร่ง ม.ค.


เชลซี สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล็อกเป้า อิสมาแอล เบนนาเซอร์ กองกลางตัวเก่ง เอซี มิลาน โดยหวังจะเซ็นสัญญาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมปีหน้า แต่งานนี้ต้องขับเคี่ยวกับ ลิเวอร์พูล ที่สนใจเช่นกัน


ทีมของกุนซือแกรม พ็อตเตอร์ มีกองกลางชั้นดีอยู่ในทีมหลายคน แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะหาแข้งใหม่มาเสริมทัพเนื่องจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ จอร์จินโญ่ จะหมดสัญญาในปี 2023

แม้ "สิงโตน้ำเงินคราม" จะเซ็นสัญญากับ เดนิส ซากาเรีย เมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก็ย้ายมาจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุส แบบยืมตัวเท่านั้น ส่วนออปชั่นซื้อถาวร ก็ยังไม่ชัวร์ว่าสโมสรจะเลือกใช้หรือไม่

ด้วยเหตุนี้ "กัลโช่แมร์กาโต้" สื่อดังในประเทศอิตาลี รายงานว่า พ็อตเตอร์ แสดงความสนใจอยากเซ็นสัญญากับ เบนนาเซอร์ แม้ว่าจะต้องเปิดศึกนอกรอบกับ "หงส์แดง" ก็ตาม

จากรายงานระบุว่า มิลาน ไม่มีความคิดที่จะขาย กองกลางทีมชาติแอลจีเรีย วัย 24 ปี หากได้ค่าตัวน้อยกว่า 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,540 ล้านบาท) นอกจากนี้ "รอสโซเนรี่" ยังหวังว่านักเตะจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด เนื่องจากสัญญาปัจจุบันของเขาจะหมดลงหลังจบซีซั่น 2023/2024

ทั้งนี้ เบนนาเซอร์ ทำผลงานได้โดดเด่นในถิ่นซาน ซีโร่ ด้วยการซัดไป 4 ประตูกับ 7 แอสซิสต์จากการเล่นให้กับต้นสังกัดจำนวน 114 เกมนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เอ็มโปลี เมื่อปี 2019 ที่สำคัญเขายังมีส่วนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ครั้งแรกในรอบ 11 ปีเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา




วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565

หนักไหม?เปิดโปรแกรม ลิเวอร์พูล เตะ9นัดเดือนต.ค.


เปิดโปรแกรมลงเตะ 9 นัดของ ลิเวอร์พูล ในเดือนตุลาคมนี้ ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก ที่ต้องเจอ อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ ด้วย


ลิเวอร์พูล ได้หยุดพักเบรกยาว หลังเกม พรีเมียร์ลีก นัดออกไปเยือน เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ถูกเลื่อนออกไป โดยจะกลับมาเล่นนัดต่อไปด้วยการเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคมนี้

ในเดือนต.ค.นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะต้องพา "หงส์แดง" ลงเล่นถึง 9 นัด โดยแบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 6 เกม และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม อีก 3 เกม

โปรแกรม 9 นัดในเดือนต.ค. ของ ลิเวอร์พูล

1 ต.ค. พบ ไบรท์ตัน (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก

4 ต.ค. พบ เรนเจอร์ส (เหย้า) - แชมเปี้ยนส์ ลีก


9 ต.ค. พบ อาร์เซน่อล (เยือน) - พรีเมียร์ลีก

12 ต.ค. พบ เรนเจอร์ส (เยือน) - แชมเปี้ยนส์ ลีก


16 ต.ค. พบ แมนฯ ซิตี้ (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก

19 ต.ค. พบ เวสต์แฮม (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก

22 ต.ค. พบ ฟอเรสต์ (เยือน) - พรีเมียร์ลีก

26 ต.ค. พบ อาแจ็กซ์ (เยือน) - แชมเปี้ยนส์ ลีก

29 ต.ค. พบ ลีดส์ (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก




เทียบผลงาน แมนยู เวลามี-ไม่มี แม็กไกวร์ ลงเล่น


เปรียบเทียบผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด เวลามีและไม่มี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลงสนาม หลังหลุดเป็นตัวสำรองในสโมสรแต่ยังเป็นตัวจริงในทีมชาติอังกฤษ


แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ต้องหลุดเป็นตัวสำรองยาวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2022/23 หลังจาก ลีซานโดร มาร์ตีเนซ เซนเตอร์แบ็กคนใหม่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการยืนคู่กับ ราฟาเอล วาราน ดาวเตะชาวฝรั่งเศส

แม้ แม็กไกวร์ จะเป็นแค่ตัวสำรองของ "ปีศาจแดง" แต่ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ ยังให้ความเชื่อมั่น และเพิ่งส่งลงเป็นตัวจริงในเกม เนชั่นส์ ลีก ที่ "สิงโตคำราม" ออกไปแพ้ทีมชาติอิตาลี 0-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา

หากเปรียบเทียบผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการลงเล่นทุกรายการตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาล 2020/21 เป็นต้นมา เวลาที่มีและไม่มี แม็กไกวร์ ลงสนามเป็นดังนี้

แม็กไกวร์ ลงเล่น

เกม: 87

ชนะ: 46

เสมอ: 17

แพ้: 27

ประตูได้: 160

ประตูได้เฉลี่ยต่อเกม:1.84

เสียประตู: 115

เสียประตูเฉลี่ยต่อเกม: 1.32

เก็บคะแนนเฉลี่ยต่อเกม: 1.78

เปอร์เซ็นต์ชนะ: 52.8%

เปอร์เซ็นต์แพ้: 31.0%

ไม่มี แม็กไกวร์ ลงเล่น

เกม: 29

ชนะ: 14

เสมอ: 10

แพ้: 5

ประตูได้: 41

ประตูได้เฉลี่ยต่อเกม: 1.41

เสียประตู: 25

เสียประตูเฉลี่ยต่อเกม: 0.86

เก็บคะแนนเฉลี่ยต่อเกม: 1.79

เปอร์เซ็นต์ชนะ: 48.3%

เปอร์เซ็นต์แพ้: 17.2%




ไม่ขอเสียฟรี! ลิเวอร์พูล จ่อต่อสัญญา เกอิต้า


ลิเวอร์พูล ตกเป็นข่าวใกล้ต่อสัญญาใหม่ให้กับ นาบี้ เกอิต้า แล้วเนื่องจากไม่คิดเสียกองกลางออกไปแบบฟรีๆหลังหมดสัญญาในซีซั่นนี้


ฟุตบอลอินไซเดอร์ รายงานเมื่อ 24 ก.ย.ว่า หงส์แดง มีแผนต่อสัญญาให้กับดาวเตะทีมชาติ กินี แม้เจ้าตัวจะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ย้ายมาค้าแข้งกับถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อเดือนส.ค.2017 ในราคา 50 ล้านปอนด์ (ราว เนื่องจากตัวนักเตะกำลังจะหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์ อีกทั้งสโมสรกำลังขาดแคลนนักเตะในแดนกลางด้วย

ต่อปัญหาดังกล่าว เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันจัดการยืม อาร์ตู เมโล่ มาจากทีม ยูเวนตุส แต่ก็เป็นการแก้ไขสถานการณ์ระยะสั้นเท่านั้น อีกทั้งดาวเตะแซมบ้ายังไม่มีบทบาทกับทีมเลยดังจะเห็นว่า เจมส์ มิลเนอร์ ดาวเตะวัย 38 ปีถูกส่งลงสนามมากถึงแปดนัดแล้วในซีซั่นนี้

สำหรับ เกอิต้า วัย 27 ปีซึ่งปัจจุบันเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง เมื่อซีซั่นก่อนเขาได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 14 นัดเท่านั้นรวมเป็นเวลาที่อยู่ในสนามทั้งสิ้น 1,175 นาที

ขณะเดียวกัน จากการล้มเจ็บหลายหนทำให้ เกอิต้า พลาดการลงบู๊ให้ หงส์แดง ไปแล้วมากเกินกว่า 70 นัด แต่ล่าสุดคาดว่าเขากำลังจะได้สัญญาใหม่จากต้นสังกัดอย่างที่ คล็อปป์ เคยยืนยันต่อสื่อก่อนปิดตลาดในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาว่าไม่คิดขายเขาตามที่มีข่าวลือหากสโมสรไม่ได้ดึงใครมาเสียบแทนก่อน

"เราคงโง่มากหากเราปล่อยนักเตะออกไปโดยไม่ดึงใครมาทดแทน" กุนซือชาวเมืองเบียร์เอ่ย

"ไม่มีทางเลย นาบี้ จะไม่ได้ย้ายไปไหน แต่หากเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เราก็ต้องหาตัวแทน"

"ตอนนี้เรามีนักเตะล้มเจ็บมากขึ้น แน่นอนว่ามันคงดีหากเราจะได้มิดฟิลด์คนใหม่ แต่ตอนนี้เราไม่รู้ว่า นาบี้ จะกลับมาตอนไหน"