วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2565

เกมของสองทีมที่ยังดีที่สุด

 “Liverpool Liverpool Liverpoooooool”ดังขึ้นตั้งแต่บอลยังไม่เขี่ยและกระหึ่มขึ้นนับแต่ตอนที่รถบัสนักเตะเลี้ยวจากหัวของถนนเข้าสู่แอนฟิลด์


ลิเวอร์พูล-แมนฯซิตี้ไม่เคยจัดอยู่ในหมวดของบิ๊กแมตช์หรือว่าเกมที่ทำให้แฟนบอลทั้งสองทีมตั้งตารอคอยจนกระทั่งมาในช่วงหลังที่ทั้งคู่กลายเป็นคู่แข่งแย่งแชมป์กันโดยตรง แน่นอนว่าเพรสบ็อซ์ที่แอนฟิลด์เมื่อวันอาทิตย์ก็แน่นทุกเก้าอี้เรียกว่านั่งชนกันไหล่ต่อไหล่

การจัดตัวของทั้งสองทีมไม่มีอะไรน่าประหลาดใจหากจะยกเว้นตรงที่รายละเอียดที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเลือกมานั้นวางแจ็ค กรีลิชรับบทบาท’false 9’โดยถ่างกาเบรียล เชซุสออกไปทางริมเส้นด้านขวา เหตุผลสำคัญก็เพราะดาวเตะราคา 100 ล้านปอนด์ไม่ใช่ผู้เล่นที่ขยันวิ่งไล่บอลดังนั้นมันก็จะมีปัญหายามตั้งรับ

ทันทีที่บอลเขี่ยก็มีเสียงกระตุ้นจากเดอะ ค็อปทั้งสี่ทิศโดยเฉพาะในทุกจังหวะที่นักเตะของพวกเขาเข้าเพรสแล้วได้ผลหรือเข้าเสียบสกัดแบบได้ใจ ทว่าตลอด 45 นาทีแรกเป็นทีมเยือนที่ทำได้ดีกว่าโดยไม่ใช่แค่การครองบอลที่ปกติซิตี้ทำได้เหนือกว่าคู่แข่งตลอดอยู่แล้วแต่เป็นการทำได้ตามแท็กติกที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่วาง…เก็บบอลดึงเกมให้ช้าที่สุด

เพราะพวกเขามีบทเรียนมาแล้วถ้าขืนไปเร่งเกมตามจังหวะเร่งเร้าของกองเชียร์

ทักษะกับเทคนิคเฉพาะตัวของนักเตะซิตี้ยอดเยี่ยมอยู่แล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะครองบอลเอาไว้แล้วค่อยๆลำเลียงเจาะไปตามช่อง โอกาสก็มี2-3ครั้งโดยเฉพาะจากฟิล โฟเด้น

จะมีสักกี่ทีมที่บีบให้พอจบครึ่งแรกลิเวอร์พูลได้ลุ้นยิงเพียงครั้งเดียว?

“นั่นเป็นครึ่งที่เราได้เล่นแย่ที่สุดในการเจอซิตี้นับแต่ผมเข้ามาคุม เราต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่เราเคยแย่ด้วยซ้ำแต่ผมพอใจที่เรากลับมาสู่เกมได้ตอนพักครึ่ง”เยอร์เก้น คล็อปป์ก้มหน้ายอมรับผ่านไมโครโฟน


เข้าสู่ครึ่งหลังคล็อปป์ปรับเกมขึ้นมาโดยเน้นให้นักเตะของเขาเข้าประชิดเร็วขึ้น ช่วง10นาทีของครึ่งหลังจึงทำให้เกมกลับมาเข้าทางพวกเขา

จุดแข็งอีกอย่างของหงส์แดงทีมนี้ในเกมสำคัญก็อยู่ตรงที่ว่าไม่ต้องการสร้างสถิติอะไรทั้งหลายให้ดูสวยงาม เปรียบเป็นมวยก็นักมวยที่หมัดหนัก ขอเพียงฮุกตรงเข้าใบหน้าเท่านั้นก็ทำให้คู่แข่งล้มไปนอนให้กรรมการนับแปดได้ทันที

นั่นเป็นที่มาของประตู1-0จากซาดิโอ มาเน่…

ถึงกระนั้นซิตี้ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของการเป็นแชมเปี้ยน หลายทีมที่เมื่อต้องมาเยือนแอนฟิลด์มักขาสั่นไปก่อนบ้างหรือบางทีก็มักถอดใจพอต้องตกเป็นรองแต่ไม่ใช่พวกเขา ก็ยังคงพบขุนพลชุดสีฟ้าที่ค่อยๆต่อบอลขึ้นไปเหมือนเดิมซึ่งหนนี้ในนาที 69 ทุกจังหวะมันเข้าล็อคพอดีโดยมีเควิน เดอ บรอยน์เป็นหัวใจของการขับเคลื่อน

มันจึงเป็นเกมที่มีครบถ้วนทุกอย่าง

การต่อสู้การทางหมากบนกระดาน การชิงไหวชิงพริบของผู้เล่นสองทีม การที่พอสมาธิหลุดไปนิดเดียวเท่านั้นก็ส่งผลถึงการโดนทะลวงตาข่าย อย่างประตู2-1ของหงส์แดงนั้นก็มาจากความสามารถเฉพาะตัวของโม ซาล่าห์ล้วนๆซึ่งไม่ใช่หนแรกด้วยกับลูกลักษณะแบบนั้น พาบอลหลบคู่ต่อสู้3-4รายก่อนปิดจ็อบด้วยการส่งลูกหนังเข้าสงบนิ่งที่ก้นตาข่าย


นาทีนั้นบทเพลงถึงซาล่าห์ก็มาทันทีโดยมีต้นเสียงจากอัฒจันทร์หลังประตูฝั่งค็อป สแตนด์

ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าใจว่าทำไมถึงตรงนี้บอร์ดลิเวอร์พูลยังไม่ยอมจ่ายค่าจ้างตามที่นักเตะต้องการกับสัญญาฉบับใหม่ ก็ลองคิดว่าถ้าวันหนึ่งจะต้องเสียผู้เล่นที่ดีสุดสัญชาติอียิปต์คนนี้ไป

“That’s why we are champions”สาวกเรือใบที่ตามมาเชียร์ถึงเมอร์ซี่ย์ไซด์แหกปากทันทีที่เดอ บรอยน์ตีเสมอ2-2

“Where are your European Cups?”การตอบโต้คืนทันควันจากชาวหงส์ที่ทั้งจิกและทั้งกัดถึงโทรฟี่ใหญ่ยุโรปหนึ่งเดียวที่ทางซิตี้ปรารถนาแต่ยังทำไม่ได้
p-นี่เป็นสองทีมที่ต่อสู้แย่งชิงถ้วยพรีเมียร์ลีกอย่างดุเดือดนับแต่ซีซั่น2018/19ซึ่งเป็นสองทีมที่ในแง่ของคุณภาพแล้วก็เป็นคู่ที่น่าดูที่สุดเช่นกัน

ก็อย่างที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าให้สัมภาษณ์ไว้หลังเกมสุดระทึก”นั่นเองเป็นการอธิบายว่าทำไมเราทั้งสองทีมถึงก้าวมายืนอยู่ตรงนี้ สำหรับผมแล้วลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในสามสโมสรดีที่สุดของยุโรปเวลานี้”
p-เจมส์ มิลเนอร์ควรได้ใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง?
p-ลูกนั้นตอนท้ายเกมฟาบินโญ่ควรตวัดยิงให้เร็วกว่านั้นและมันก็อาจเป็นประตูชัย?

เป๊ปหัวร้อนข้างสนามที่หาได้ไม่บ่อยนักแต่จบเกมก็ยังเข้ามาสวมกอดกับคล็อปป์อันเป็นภาพของสปิริตจากยอดโค้ชสองคน
p-ซีซั่นนี้มีบางทีมที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเชลซี ส่วนแมนฯยูไนเต็ดเองถึงจะมีฟอร์มกระท่อนกระแท่นภายใต้โอเล่ กุนนาร์ โซลชาแต่อันดับในตารางก็ยังถือว่าเกาะกลุ่มด้านบนอย่างไรก็ตามผมเองยังมองไม่เห็นว่าสองทีมดังกล่าวจะขึ้นไปอยู่ในระนาบเดียวกับหงส์หรือเรือใบได้

บิ๊กแมตช์ที่เมื่อวันอาทิตย์ยืนกรานเช่นนั้น

โอกาสที่ถ้วยพรีเมียร์ลีกจะยังวนไปตั้งอยู่ที่เดิมระหว่างเอติฮัดกับแอนฟิลด์จึงมีสูง…




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น