วันพุธที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2565

เป้าหมายสี่แชมป์ยังเป็นไปได้,ลุ้นเข้าชิงเอฟเอคัพอีกใบ - 5 ข้อลิเวอร์พูลเขี่ยเบนฟิก้าพ้นทางถ้วยหูใหญ่

มีเสียวไปเหมือนกันสำหรับ ลิเวอร์พูล จากการทำศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแปดทีมนัดสองเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาด้วยการเปิดบ้านต้อนรับ เบนฟิก้า


จากเกมแรกที่บุกไปเชือดนิ่ม เหยี่ยวลิสบอน 3-1 หงส์แดง จึงเลือกโรเตชั่นทีมหลายตำแหน่งเพื่อสานฝันการคว้าแชมป์สี่รายการในซีซั่นเดียวกันต่อไป

และแม้สุดท้ายแล้วจะถูกทีมจากแดนฝอยทองไล่ตีเสมอ 3-3 แต่เจ้าบ้านก็ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จด้วยสกอร์รวม 6-4 โดยมี 5 ประเด็นที่น่าสนใจดังนี้

1.เปลี่ยนถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ให้เป็น คาราบาวคัพ



เป็นเพราะว่าเกมแรกตุนสกอร์ชนะได้แบบสบายใจเฉิบ 3-1 แชมป์ถ้วยเขาควายจึงได้รับอนุญาตให้ปรับโผ 11 ตัวแรกจากนัดก่อนมากถึงเจ็ดตำแหน่งด้วยกัน

ในจำนวนนี้เหลือแค่ อสิสซง , อิบราฮิม่า โกนาเต้ , นาบี้ เกอิต้า และ หลุยส์ ดิอาซ เท่านั้นที่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเช่นเดียวกับเกมแรกที่ สตาดิโอ ดา ลุซ

อย่างไรก็ดี อย่างที่เห็นกันว่า เบนฟิก้า ไม่ใช่คู่ต่อกรของ ลิเวอร์พูล และด้วยขุมกำลังที่เหมือนการส่งทีมลงบู๊ในศึก ลีกคัพ มันก็ยังดีพอที่จะทำให้รองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ปิดจ็อบได้แม้ในช่วงท้ายจะโดนลูกฮึดของทีมเยือนที่ไม่ยอมศิโรราบง่ายๆซัดไล่มาอีกสองประตูจนส่งผลให้ทั้งสองทีมเจ๊ากันไปอย่างสนุกด้วยสกอร์ 3-3 ก็ตาม

2.ได้เปรียบ เรือใบ ตัดเชือก เอฟเอคัพ



จากสกอร์ชนะ แอตเลติโก มาดริด แค่เม็ดเดียวในเกมแรกของรอบแปดทีมถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก มันจึงบังคับให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า นายใหญ่ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งหวังคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ไม่อาจวางใจได้ และปรับทัพเพียงแค่สองตำแหน่งเท่านั้นในเกมบุกมาเยือนแชมป์ ลา ลีกา

เท่านั้นไม่พอ ทีมตราหมีอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาให้หักล้างประกาศิตของ ยูฟ่า ที่สั่งให้ทีมดังของลีกสแปนิชปิดอัฒจันทร์บางส่วนเนื่องจากแฟนบอลเจ้าถิ่นมีพฤติกรรมที่เลวร้ายได้สำเร็จซะด้วย พวกเขาจึงอาศัยแรงเชียร์กดดันผู้มาเยือนอย่างเต็มที่

และในเมื่อทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลใน ว่านต๋า เมโตรโปลิตาโน่ มากกว่าหกหมื่นชีวิต มันจึงทำให้ แมนฯ ซิตี้ เจองานยากหนักขึ้นไปอีกเนื่องจากขุนพลเจ้าถิ่นมีพลังแฝงอย่างน่าเกรงขาม และปรับสไตล์หันมาเล่นเกมรุกแบบเต็มสูบจนมีโอกาสส่องยิงมากกว่าทีมเยือนถึง 14-10 ครั้งหลังจากเกมแรกที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม แอตเลติโก มาดริด เน้นแท็คติกตั้งรับในระบบ 5-5-0 จนไม่ได้สับไกเลยแม้แต่หนเดียวตลอดทั้ง 90 นาที



สำหรับเกมที่ เวมบลีย์ ในเสาร์นี้ซึ่ง ลิเวอร์พูล จะดวลกับ แมนฯ ซิตี้ อีกยก ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หงส์แดง สามารถใช้งานทีมชุดใหญ่ลงบู๊ได้แบบเต็มร้อยหลังจากหลายรายถูกส่งลงไปยืดเส้นยืดสายเป็นตัวสำรองเมื่อคืนวันพุธ ต่างไปจาก เรือใบสีฟ้า ที่หนีไม่พ้นโดนอาการล้าเล่นงานอย่างแน่นอนเนื่องจากต่างก็บักโกรกกันมาในคืนเดียวกันที่เมืองกระทิง

และที่สำคัญ บางที แมนฯ ซิตี้ อาจปราศจาก ไคล วอล์คเกอร์ ในเกมตัดเชือก เอฟเอคัพ ก็เป็นได้หากเจ้าตัวเรียกความฟิตไม่ทันหลังกระเผลกออกไปในเกมเสมอกับ แอตเลติโก มาดริด แบบสุดเดือด 0-0 แต่ในรายของ รูเบน ดิอาส ที่คืนความฟิตกลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองโดยไม่ถูกส่งลงเล่นกับทีมตราหมี คาดว่าน่าจะคัมแบ็คสู่ 11 ตัวแรกอีกหนในเกมที่ เวมบลีย์

อย่างไรก็ดี เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้ว การปะทะกันในอีกสามวันข้างหน้าของสองคู่ปรับ ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ มีโอกาสสมหวังกับแชมป์อีกใบมากกว่าทั้งในด้านสภาพความสด และตัวเลือกของขุมกำลัง

3.รอจม เรือดำน้ำ ทะลุชิงถ้วยหูใหญ่



หลังจาก บาเยิร์น มิวนิค กระเด็นตกรอบแปดทีมถ้วยบิ๊กเอียร์แบบพลิกความคาดหมาย ลิเวอร์พูล ก็ได้รับการสถาปนาจากร้านรับพนันให้ทะยานขึ้นเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้ครองถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ทันที

จากสองเกมกับ เสือใต้ พิสูจน์ให้เห็นว่า บียาร์เรอัล ดีพอที่จะทะลุเข้ารอบก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าทีมจาก ลา ลีกา มีฟอร์มในสนามเป็นรองแชมป์ บุนเดสลีกา และคว้าโอกาสพังประตูจากจังหวะโต้กลับได้สำเร็จ

และในฐานะที่เป็นทีมรองบ่อนของฟุตบอลรายการนี้ เรือดำน้ำสีเหลือง จึงถูกมองว่าด้อยกว่า ลิเวอร์พูล หลายขุม และเป็นเรื่องยากที่ อูไน เอเมรี่ จะสานผลงานสุดช็อกได้อีกหลังจากเขาพาทีมล้มยักษ์อย่าง ยูเวนตุส มาได้ก่อนแล้ว

ต่อการเผชิญหน้ากันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ บียาร์เรอัล ทั้งสองทีมเคยต่อกรกันแค่หนเดียวเท่านั้นในถ้วย ยูโรปาลีก รอบตัดเชือก ปี 2016

แม้เกมแรก หงส์แดง จะบุกไปพ่าย 1-0 แต่พวกเขากลับมาขย้ำ เรือดำน้ำสีเหลือง ได้แบบขาดลอย 3-0 หลุดเข้าชิงชนะเลิศได้สำเร็จ แต่ก็ปราชัยให้กับ เซบีย่า ทีมจากลีกกระทิงดุอีกรายด้วยสกอร์ 3-1

หากแต่ที่น่าเสียวไส้สำหรับ ลิเวอร์พูล ก็คือเกมที่ว่านี้ เซบีย่า มี เอเมรี่ นี่แหละที่กำราบ คล็อปป์ พาทีมจากสเปนคว้าแชมป์ใบดังกล่าวไปเชยชมได้สำเร็จ

4.รำลึก 33 ปีฮิลล์สโบโร่



วันศุกร์นี้จะครบรอบ 33 ปีของเหตุโศกนาฏกรรมที่ ฮิลล์สโบโร่ ซึ่งแฟนบอล ลิเวอร์พูล เสียชีวิตมากถึง 97 รายจากการเบียดเสียดยัดเยียดกันเข้าชมเกม เอฟเอคัพ รอบตัดเชือกบู๊กับ ฟอเรสต์ ที่สนามของทีม เชฟฯ เว้นส์เดย์

15 เม.ย.1989 คือวันที่แฟนบอล เร้ด แมชีน ไม่มีวันลืม และก่อนเกมบู๊กับ เบนฟิก้า สโมสรได้จัดให้มีการไว้อาลัยหนึ่งนาที ขณะที่การจัดงานรำลึกอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันศุกร์นี้ที่สนาม แอนฟิลด์

ด้วยเหตุนี้ ดาวเตะ ลิเวอร์พูล ทุกรายจึงสวมปลอกแขนดำลงเล่นกับ เหยี่ยวลิสบอน โดย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม ได้ระบุเอาไว้ในหนังสือโปรแกรมว่า

"ผมรู้ว่าจะมีสมาชิกครอบครัวของพวกเขาอยู่ในสนามคืนนี้ พวกเขาสูญเสียเพื่อน และจะมีผู้รอดชีวิตเช่นกัน"

"ไม่ว่าคุณจะประสบกับเหตุการณ์แบบไหน ผมหวังว่าคุณจะได้รับรู้ถึงการสนับสนุน ความรัก และความเป็นหนึ่งเดียวกันจากนักเตะทุกคน และสตาฟฟ์โค้ชของ ลิเวอร์พูล"

5.นูนเญซ จะย้ายไปไหน?



นาทีนี้ ดาร์วิน นูนเญซ กองหน้าทีมชาติอุรุกวัยของ เบนฟิก้า น่าจะเป็นพ่อค้าแข้งที่ถูกเอ่ยถึงอย่างหนาหูที่สุด

และที่สำคัญ เนลสัน เวริสซิโม่ กุนซือของทีมยอมรับตามตรงด้วยว่ายากที่จะรั้งนักเตะให้อยู่กับทีมต่อไปได้ แต่ก็หวังว่าสโมสรจะได้ค่าตัวตอบแทนกลับมาสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

แม้จะอยู่ในทีมนัดแพ้ ลิเวอร์พูล 3-1 จากเกมแรกของศึก แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแปดทีม แต่สตาร์วัย 22 ปีสร้างชื่อกระซวกลูกตีไข่แตกให้กับต้นสังกัดได้สำเร็จ

ถัดจากนั้นในเกมลีกนัดล่าสุดที่ เบนฟิก้า เฝ้าบ้านถล่ม เบเลเนนส์ 3-1 นูนเญซ ก็โชว์ฟอร์มกดแฮททริคพาทีมแซงชนะได้อย่างร้ายกาจ

รวมแล้วเขาพังประตูให้ต้นสังกัดได้ในทุกรายการของซีซั่นนี้รวมเป็น 32 เม็ดแล้วจาก 37 นัด รวมถึงเกมที่ แอนฟิลด์ ด้วยซึ่งเจ้าตัวกดได้อีกหนึ่งตุงจากสามตุงที่เป็นจังหวะล้ำหน้าไปสองหน



ลองส่งบอลผ่านมือจอมหนึบอย่าง อลิสซง ได้แบบนี้ จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า นูนเญซ ส่อแววเป็นดาวยิงอนาคตไกลแน่จากพิษสงที่สำแดงให้เป็นที่ประจักษ์

และไม่ว่าจะเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งตกเป็นข่าวกับเขามากที่สุดจะได้เพชรเม็ดงามนี้ไปเสริมศักยภาพหรือไม่ แต่หากมีการย้ายทีมกันจริงด้วยค่าตัวประเมิน 66.8 ล้านปอนด์ เบนฟิก้า ก็จะโกยเงินเข้ากระเป๋าจากการขายนักเตะในรอบสิบปีที่ผ่านมาทะลุหลัก 1,000 ล้านปอนด์ได้สำเร็จเนื่องจากพวกเขารับทรัพย์ไปแล้ว 962 ล้านปอนด์นับตั้งแต่ซีซั่น 2011/12 เป็นต้นมา

ขณะเดียวกัน นูนเญซ ก็จะเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของ เบนฟิก้า ที่ย้ายออกไปด้วยรองจาก ชูเอา เฟลิกซ์ ที่ถูก แอตเลติโก มาดริด ทุ่มซื้อไปในราคามหาศาล 114.5 ล้านปอนด์ตั้งแต่อายุ 19 ปี ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ก็คว้า รูเบน ดิอาส ไปเสริมทัพในราคา 61.2 ล้านปอนด์เมื่อซีซั่นก่อน รวมถึงนายทวาร เอแดร์ซอน ที่มีค่าตัว 36 ล้านปอนด์อีกราย

แน่นอนว่า ณ วันนี้ก่อนขาย นูนเญซ เบนฟิก้า ยังเป็นรอง เชลซี ซึ่งจำหน่ายนักเตะได้ราคารวมสูงที่สุดเป็นอันดับหนึ่งในรอบสิบปีจากเม็ดเงิน 977.05 ล้านปอนด์ แต่ในอีกมุม สิงห์บลูส์ ควักกระเป๋าซื้อนักเตะแบบไม่ยั้งเช่นกันรวมเป็นจำนวน 1.42 พันล้านปอนด์ ผิดกับทีมจากโปรตุเกสที่ใช้จ่ายในด้านการเสริมทัพไปทั้งสิ้น 419.30 ล้านปอนด์เท่านั้น




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น