วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2565

กลับพรีเมียร์ลีก?โรมาโน่ยันฮาเมสเตรียมชิ่งยักษ์กาตาร์

 


ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวลูกหนังคนดัง คอนเฟิร์ม ฮาเมส โรดริเกซ ตัดสินใจแล้วที่จะชิ่ง อัล-รายยาน ภายหลังมีข่าวเกี่ยวโยงกับสองสโมสรใน พรีเมียร์ลีก

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ผู้สื่อข่าวแวดวงฟุตบอลที่เชื่อถือได้ ยืนยันว่า ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางดาวดังชาวโคลอมเบียน มีความต้องการที่จะย้ายออกจาก อัล-รายยาน สโมสรดังในลีกกาตาร์ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การกลับมาค้าแข้งในยุโรป

อดีตสตาร์ เรอัล มาดริด ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน ซบ อัล-รายยาน เมื่อช่วงเดือนกันยายน ปีที่แล้ว และทำผลงานได้น่าประทับใจเลยทีเดียว โดยลงเล่นไปแล้วทั้งสิ้น 15 นัด ทำได้ 5 ประตู กับ 7 แอสซิสต์ อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้มีกระแสข่าวว่า ดาวเตะวัย 30 ปี ตั้งเป้าที่จะกลับมาโลดแล่นในลีกยุโรปอีกครั้ง และล่าสุด โรมาโน่ คอนเฟิร์มผ่าน ทวิตเตอร์ ส่วนตัวว่า ฮาเมส มีความคิดเช่นนั้นจริงๆ

"ฮาเมส ต้องการที่จะย้ายออกจาก อัล-รายยาน ภายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เป้าหมายคือการย้ายกลับมาเล่นฟุตบอลในยุโรปอีกครั้ง โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้"

"เอเยนต์ของเขาจะมีการเปิดฉากเจรจากับสโมสรต่างๆ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ตามที่ @PSierraR (ปีเป้ เซียร์ร่า) รายงานมาก่อนหน้านี้"

ทั้งนี้ แอสตัน วิลล่า และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เป็นสองสโมสรในเวที พรีเมียร์ลีก ที่มีข่าวอยากได้ตัว ฮาเมส มาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์นี้

กลับพรีเมียร์ลีก?โรมาโน่ยันฮาเมสเตรียมชิ่งยักษ์กาตาร์






คนรักฟุตบอล!เซอร์จิมแฟนพันธุ์แท้แมนยูแต่ถือตั๋วปีเชลซี

 


เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าสัวใหญ่ชาวเมืองผู้ดี ไม่ธรรมดาจริงๆ นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นคนรวยหมายเลข 1 ในอังกฤษแล้ว เขายังเป็นสาวก "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ที่เด็ดก็คือยังถือตั๋วปีเชลซี ทีมที่เพิ่งจะยื่นข้อเสนอเพื่อเทคโอเวอร์มานานหลายปีแล้วด้วย


เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ อภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยสุดในประเทศอังกฤษ ซึ่งเพิ่งยื่นข้อเสนอซื้อสโมสรเชลซี เป็นแฟนบอลพันธุ์แท้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ถือตั๋วปีทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม"

ประธานบริษัท อินนิออส ซึ่งเป็นธุรกิจปิโตรเคมีภัณฑ์ วัย 69 ปี สร้างความฮือฮาด้วยการยื่นข้อเสนอเทคโอเวอร์เชลซีจาก โรมัน อบราโมวิช อภิมหาเศรษฐีชาวรัสเซีย ด้วยจำนวนเงินมหาศาลถึง 4,250 ล้านปอนด์ (ราว 191,250 ล้านบาท)

แรตคลิฟฟ์ ซึ่งมีทรัพย์สินส่วนตัวสูงถึง 12,000 ล้านปอนด์ (ราว 540,000 ล้านบาท) ยังเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอล 2 แห่งได้แก่ นีซ ทีมดังในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศ และ โลซาน สปอร์ต สโมสรในลีกสูงสุดประเทศสวิตเซอร์แลนด์

สำหรับ แรตคลิฟฟ์ ซึ่งถือเป็นคอลูกหนังตัวจริงเสียงจริงเพราะเขาเป็นแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด แต่ในขณะเดียวกันก็ถือครองตั๋วปีเชลซีมานานหลายปี เปิดใจกับ "เดอะ ไทม์ส" สื่อดังระดับโลกว่า "เราได้ยื่นข้อเสนอไปแล้ว เราเป็นชาวอังกฤษคนเดียวเท่านั้นที่ยื่นข้อเสนอ"

"เราเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่จะพยายามและสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสโมสรในกรุงลอนดอน เราไม่ได้มีแรงกระตุ้นจากเรื่องผลประโยชน์เพราะเราสามารถหาเงินได้จากวิธีอื่นๆ อยู่แล้ว" อภิมหาเศรษฐีเบอร์ 1 เมืองผู้ดี ระบุ




เปแอสเชลิ้นห้อย! "เอ็มบั๊ปเป้"โชว์เทพไม่ช่วยพังทดเจ็บเจ๊าสตราส์บูร์ก

 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มีสตาร์ "คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้" เหมาสองลูกนำดาวซัลโวลีก แถมจ่ายอีกหนึ่งปั้น อาชราฟ ฮาคิมี่ แต่ไม่ดีพอเป็นผู้ชนะโดน สตราส์บูร์ก ตีคืน 3-3 ช่วงทดเจ็บ 90+2 แบ่งแต้มสุดมันส์ ในการแข่งขันศึกฟุตบอลลีก เอิง ฝรั่งเศส คืนวันศุกร์ที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา


สนาม : สต๊าด เด ลา เมนาอู

ศึกฟุตบอลลีก เอิง ฝรั่งเศส คืนวันศุกร์ที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แชมป์ลีกซีซั่นนี้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยังคงเน้นขนสามประสาน "เนย์มาร์,เมสซี่,เอ็มบั๊ปเป้" บุกถิ่น สตราส์บูร์ก ที่ฟอร์มดีมีลุ้นโควตาคัดเลือกชปล. จูเลี่ยน สเตฟ็อง วางอดีตเด็กเก่าทีมเยือน "เควิน กาเมโร่" ลงขู่

เริ่มเกมเพียงสองนาที ลูคัส แปร์แร็ง เปิดบอลจากดนหลังขึ้นหน้า เควิน กาเมโร่ สปีดตัดหน้า เพรสเนล คิมเพมเบ้ หลุดซัดเสยหน้า จานลุยจิ ดอนนารุมม่า กรอบ 6 หลาทางขวาพาเจ้าถิ่นนำ 1-0

ต่อมานาที 9 ลูคัส แปร์แร็ง ผ่านบอลเรียดข้ามมาทางซ้าย ลูโดวิก อาฌอร์ก ชิงจังหวะรับบอลก่อน มาร์กินญอส พร้อมแตะหลบจ่ายให้ อาเดรียง โตมาสซง ซัดบอลลอยเข้าประตู แต่น่าเสียดายมีช็อตล้ำหน้าซะแล้ว

เปแอสเชเอาคืน 1-1 นาทีที่ 23 เนย์มาร์ แทงทะลุช่องมาทางซ้าย คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ใช้ความเร็วสปีดหนีก่อนจิ้มบอลหนีนายทวารเจ้าถิ่นซุกตาข่าย

อีกสี่นาที ลิโอเนล เมสซี่ ลองปั่นฟรีคิกเกือบเสียบตาข่ายทางซ้าย แถม เนย์มาร์ส่องไกลเกือบ 30 หลาบอลเลี้ยวหากรอบแต่ มัตซ์ เซลส์ รับไว้ได้ ช่วงนาทีที่ 31

หมดครึ่งแรก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไล่ตีเสมอ สตราส์บูร์ก 1-1

เข้าครึ่งหลังนาที 56 เควิน กาเมโร่ ถอยต่ำจ่ายบอลฝาก ซานยิน เพอร์ซิช ซัดไกล 25 หลาบอลพุ่งเฉี่ยวข้างกรอบประตูด้านขวาเพียงนิดเดียว

ทีมแชมป์เฮลั่นนาที 64 เนย์มาร์ ส่งบอลเรียดเข้าเขตโทษด้านซ้าย คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ วิ่งมาตบมากลางและเป็น อาชราฟ ฮาคิมี่ ยิงเสยตาข่ายนำ เปแอสเช พลิกแซง 2-1

ยังไม่พอนาทีที่ 68 อเล็กซ็องเดร ฌีกู แนวรับเจ้าบ้านคืนหลังถวายพานแก่ คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ หลุดเดี่ยวพร้อมยิงหนีตัว มัตซ์ เซลส์ ซุกตาข่ายเป็น 3-1

ต่อมานาที 75 ฮาบิบ ดิยัลโล่ ตัวสำรองเจ้าบ้านเพิ่มความหวังแฟนบอล เทคตัวโหม่งลูกเตะมุมฝั่งขวาตรงกรอบ 6 หลา ไปโดนปลายเท้า มาร์โก แวร์รัตติ กลิ้งเข้าประตูไล่ 2-3

ท้ายเกมนาที 89 นูโน่ เมนเดส ดอดเติมมาทางซ้ายไหลมาหน้ากรอบเขตโทษบอลเลยมาหา ลิโอเนล เมสซี่ ตั้งป้อมซัดติดเซฟ มัตซ์ เซลส์ จังมือ

แต่แล้ว 90+2 ดิมิทรี เลียนาร์ด วางบอลทางซ้ายโค้งมาด้านเสาสอง อ็องโตนี่ย์ กาซี กระโดดยกเท้าหวดตีคืน จบเกม ปารีส แซงต์-แชร์กแมง พลาดเสมอ สตราส์บูร์ก 3-3 แบ่งแต้มสุดมันส์

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

สตราส์บูร์ก (5-3-2):
มัตซ์ เซลส์,เฟรเดริก กิลเบิร์ต (อ็องโตนี่ย์ กาซี น.82),ลูคัส แปร์แร็ง (มักซิม เลอ มาร์กช็องด์ น.69),แชร์กซิโน่ เอ็นยามซี่,อเล็กซ็องเดร ฌีกู,ดิมิทรี เลียนาร์ด,อาเดรียง โตมาสซง (อิบราฮิม่า ซิสโซโก้ น.69),ซานยิน เพอร์ซิช (ฌอง-อูเดส อาโอลู น.77),ฌอง-ริซแนร์ แบลล์การ์ด,ลูโดวิก อาฌอร์ก (ฮาบิบ ดิยัลโล่ น.69),เควิน กาเมโร่

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (3-4-1-2):
จานลุยจิ ดอนนารุมม่า,มาร์กินญอส,เซร์คิโอ รามอส,เพรสเนล คิมเพมเบ้,อาชราฟ ฮาคิมี่ (ธีโล่ เคห์เรอร์ น.89),มาร์โก แวร์รัตติ,ดานิโล เปเรร่า,ฆวน เบร์นาต (นูโน่ เมนเดส น.81),เนย์มาร์ (อังเคล ดิ มาเรีย น.87),ลิโอเนล เมสซี่,คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้




เร่งมือหน่อย!นาเกิลส์มันน์เร้าบาเยิร์นรีบต่อสัญญาเลวานฯ

 


ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ กุนซือ บาเยิร์น มิวนิค ออกโรงกระตุ้นสโมสรให้เร่งมือต่อสัญญา โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ พร้อมระบุชัด ตนต้องการให้ยอดดาวยิงเลือดโปลอยู่ช่วยทีมต่อ 

    
ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ เฮดโค้ช บาเยิร์น มิวนิค สโมสรแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน เผยว่า ตนต้องการให้สโมสรตกลงต่อสัญญากับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าคนสำคัญเลือดโปล ให้ได้โดยเร็ว

เรื่องอนาคตของ เลวานดอฟสกี้ ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เนื่องจากปัจจุบันเจ้าตัวเหลือสัญญากับ บาเยิร์น แค่ถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า และตลอดช่วงที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวโยงกับ บาร์เซโลน่า อย่างหนัก ซึ่งทำให้มีความเป็นไปได้ที่ ยอดดาวยิงวัย 33 ปี จะเลือกอำลาถิ่น อัลลิอันซ์ อารีน่า หลังจบฤดูกาลนี้

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน ปินี่ ซาฮาวี่ เอเยนต์ของ เลวานดอฟสกี้ ได้มีการเข้าพบและพูดคุยกับผู้บริหาร "เสือใต้" ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองมิวนิค แต่สุดท้ายไม่มีความคืบหน้าใดๆ และล่าสุด นาเกิลส์มันน์ ระบุชัดว่า ตนอยากให้สโมสรรีบเคลียร์เรื่องอนาคตของ เลวานดอฟสกี้ โดยเร็ว เพื่อที่จะเริ่มวางแผนและเตรียมตัวลุยฤดูกาลหน้า


"โดยพื้นฐานแล้ว มันเป็นเรื่องดีเสมอ ที่จะมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างมั่นคง นั่นแหละคือเหตุผลที่ว่า ทำไมผมถึงอยากให้เราตกลงกับ เลวี่ ให้ได้ และอยากให้มีการต่อสัญญาเกิดขึ้น ผมคงต้องพูดเป็น 50 รอบว่า ผมอยากให้เขาอยู่กับทีมต่อ" กุนซือเลือดเบียร์วัย 34 ปี ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำหรับฤดูกาลนี้ บาเยิร์น การันตีตำแหน่งแชมป์ บุนเดสลีกา เรียบร้อย ถึงแม้เหลือโปรแกรมลงเตะอีก 3 นัดก็ตาม ส่วน เลวานดอฟสกี้ ก็ยังคงมีผลงานที่สุดยอด โดยกระทุ้งไป 48 ประตู จากการลงเล่นให้ "เสือใต้" รวมทุกรายการ 43 นัด




ชีวิตเป็นของคุณ!คล็อปป์ยันสัญญาใหม่ตนไม่ใช่ปัจจัยแข้งคีย์แมนต่อสัญญา

 


เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล เปิดใจการต่อสัญญาใหม่ของตนไม่ใช่แรงจูงใจที่จะทำให้นักเตะคีย์แมนเลือกขยายสัญญาใหม่ โดยระบุเรื่องเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแต่ละคน แต่ถ้าหากพวกเขามองว่านี้เป็นสัญญาณในด้านบวก และทำตามก็ถือเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุด

   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล เผยการต่อสัญญาใหม่ของตนไม่ใช่ปัจจัยที่จะทำให้นักเตะหลายๆ คนอย่างเช่น โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ สองแนวรุกตัวเก่ง จะเดินตามรอยฝากอนาคตเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์

นายใหญ่เลือดด๊อยท์ช ตัดสินใจสลัดน้ำหมึกขยายสัญญาออกไปอีก 2 ปีทำให้จากเดิมที่จะหมดปี 2024 เพิ่มเป็นปี 2026 โดยจากกรณีนี้ทำให้มีหลายคนคาดการณ์ว่าบรรดาคีย์แมนอย่าง ซาลาห์, มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ นาบี เกอิต้า จะเลือกต่อสัญญาใหม่เพื่ออยู่ทำงานร่วมกับ คล็อปป์ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ ยืนยันว่าตนไม่สามารถโน้มน้าวนักเตะเหล่านั้นได้เนื่องจากแต่ละคนย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกัน และการตัดสินใจขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง "มีคำถามเยอะมากสำหรับลูกทีมของผม นั่นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับพวกเขา แต่ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับพวกเขาทุกคน"

"ประเด็นในชีวิตของผมมีหลายอย่างที่สำคัญให้ต้องคิดไม่ใช่แค่เรื่องใครเป็นผู้จัดการทีมเท่านั้น แต่การที่ต้องรู้ว่าใครเป็นผู้จัดการทีมและสตาฟฟ์โค้ชมีความสำคัญมากๆ ไม่มีอะไรที่ร้อยเปอร์เซนต์ในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากการเซ็นสัญญาครั้งนี้เป็นเรื่องบวกสำหรับนักเตะ มันก็ถือเป็นอะไรที่ดีเยี่ยม"

"อย่างไรก็ตาม ผมไม่คิดว่านี่จะเป็นสิ่งที่ชี้ขาดสำหรับการตัดสินใจใดๆ ที่พวกเขาอยากจะทำ มันเป็นชีวิตส่วนตัวของพวกเขาแต่เราอยากการันตีว่าทุกๆ คนต้องการอยู่ที่นี่ และรู้ถึงสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง" คล็อปป์ ระบุ






วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2565

ฟอร์มเหนือกว่าเยอะ!ร็อดเจอร์สไม่หวั่นเลสเตอร์เจ๊าโรม่าเกมแรก

 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีม เลสเตอร์ ซิตี้ แสดงความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะยกทัพไปสร้างผลงานได้ดีในเกมนัดสองกับ โรม่า หลังทำได้แค่เสมอกับทีม หมาป่า 1-1 ในศึก คอนเฟอเรนซ์ลีก รอบตัดเชือกนัดแรกที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เม.ย.

   
ผู้จัดการทีมชาวไอร์แลนด์เหนือเอ่ยกับสื่อหลังเกมว่า เดอะ ฟ็อกซ์ เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม และมีโอกาสสอยตาข่ายอาคันตุกะจากแดนพิซซ่าหลายหน แต่ขาดความเฉียบคมจึงต้องยอมรับผลเสมออย่างน่าเสียดาย

"ผมคิดว่าเราเล่นได้ดี และเราครองเกมได้ ผมพอใจฟอร์มมาก คุณต้องการเริ่มเกมให้ได้ดี สิ่งเดียวที่ขาดหายไปคือคุณภาพในจังหวะสุดท้าย" บีร็อด ระบุ

"มันเป็นประโยชน์ที่เราสามารถเปลี่ยนตัวสำรองได้ห้าราย และนักเตะที่ลงมาก็มีบทบาท ฮาร์วีย์ บาร์นส์ มีผลงานที่ยอดเยี่ยม"

"เราพยายามเดินเกมรุก โรม่า วางแผงหลังห้าราย และมีมิดฟิลด์อยู่ข้างหน้าอีก แต่เราเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม มันเป็นแค่จังหวะสุดท้ายเท่านั้นที่เราผ่านบอลหรือประสานงานกันไม่ลงตัว"

"เราผ่านเกมกับทีมชั้นดีมาแล้ว โดยเฉพาะ แรนส์ ซึ่งเล่นได้ดีมาก พีเอสวี เป็นแชมป์ ดัตช์คัพ ดังนั้นเราแสดงให้เห็นแล้วว่าเราดีพอ และมันทำให้เรามั่นใจก่อนลงเล่นนัดสอง"




งานยากแล้ว!มอยส์ปลงเวสต์แฮมฟอร์มแย่แพ้แฟร้งค์เฟิร์ตคารัง


 เดวิด มอยส์ กุนซือทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ยอมรับตามตรงว่า เดอะ แฮมเมอร์ส เล่นกันได้อย่างย่ำแย่กระทั่งพ่ายให้กับ แฟร้งค์เฟิร์ต คารัง 2-1 ในเกม ยูโรปาลีก รอบตัดเชือกนัดแรกที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เม.ย.


นายใหญ่สกอตต์ครวญหลังเกมว่าโอกาสทะลุเข้ารอบชิงของทีมแลดูไม่สดใสแล้วเนื่องจากพลาดท่าแพ้ทีมจาก บุนเดสลีกา ในถิ่นตัวเอง และต้องเจอเกมยากอย่างแน่นอนในนัดสองซึ่ง อินทรีแดงดำ จะได้เปรียบในการเป็นเจ้าถิ่นบ้าง

"มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ เราเล่นได้ไม่ดีพอที่จะคว้าผลลัพธ์ในคืนนี้ได้ แต่เรายังมีโอกาส เรายังไม่ตกรอบ เราจะเล่นนัดสองโดยที่แม้จะยาก แต่เรายังมีลุ้น" มอยส์ กล่าว

"ผมไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักหลังเสียประตูแรก ผมคิดว่าเราสมควรได้ประตูตีเสมอ และหากเรามีจังหวะสุดท้ายที่เด็ดขาดมากพอ เราก็น่าจะพลิกนำ แต่เราทำไม่ได้ เราเริ่มครึ่งหลังได้อย่างเชื่องช้า และเราเสียประตูที่สองแบบง่ายดาย"

"ผมคิดว่าเราพลาดโอกาสไปหลายหนเหมือนกัน เราน่าจะสร้างโอกาสได้มากกว่านี้ เราน่าจะผ่านบอลได้ดีกว่านี้ แต่เราทำไม่ได้ เราพลาดโอกาสในเขตโทษ เราเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และมีจังหวะสองสามครั้ง เราจะต้องเล่นให้ดีกว่านี้ในสัปดาห์หน้า"

ต่อประตูตีเสมอจาก มิคาอิล อันโตนิโอ นายใหญ่ ขุนค้อน เอ่ยว่า "ผมหวังว่ามันจะเป็นผลดีต่อเขา เขาทำงานหนักเพื่อทีม เราต้องการคุณภาพในแดนหน้า เราต้องการให้ทุกคนพยายาม และคว้าโอกาสเอาไว้ให้ได้เมื่อมันมาถึง"




แฟนหงส์มีเฮอีกรอบ!คล็อปป์ตั้งเป้าทำภารกิจสำคัญหลังเซ็นสัญญาใหม่

 


"เดอะ มิร์เรอร์" สื่อดังในอังกฤษ รายงาน เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล เตรียมเดินหน้าทำงานสำคัญในการจับ 5 ผู้เล่นกำลังหลักขยายสัญญาฉบับใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังเจ้าตัวเพิ่งจะประกาศฝากอนาคตเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ออกไปจนถึงปี 2026

     
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เตรียมเดินหน้าทำภารกิจสำคัญหลังขยายสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด ด้วยการ5 สตาร์ประจำทีมต่อสัญญาฉบับใหม่ในช่วงซัมเมอร์นี้

บรรดาสาวก "เดอะ ค็อป" สุดกระดี๊กระด๊าเมื่อ นายใหญ่เลือดด๊อยท์ ตัดสินใจเลือกสลัดน้ำหมึกขยายสัญญาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ออกไป 2 ปี ทำให้เขาจะทำงานกับสโมสรไปจนถึงปี 2026 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ยืนกรานว่าจะวางมือกับ "เดอะ เร้ดส์" หลังหมดสัญญาในปี 2024

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะแฟนบอล "หงส์แดง" อาจจะได้เฮลั่นอีกรอบ เมื่อ คล็อปป์ มีเป้าหมายในการที่จะจับ 5 สตาร์สำคัญของทีมได้แก่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, นาบี เกอิต้า และ เจมส์ มิลเนอร์ ขยายสัญญาด้วย

สำหรับผู้เล่นที่น่าเป็นห่วงที่สุดเรื่องการต่อสัญญาใหม่ก็คือ "บังโม" เพราะสัญญาปัจจุบันของนักเตะจะหมดในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า แต่การเจรจายังไม่บรรลุผล แถม สตาร์ชาวอียิปต์ ซึ่งจะอายุครบ 30 ปีในเดือนมิถุนายนนี้ ยังเคยออกมาเปรยเกี่ยวกับอนาคตของเขาที่ไม่สามารถหาบทสรุปได้ซะที

ทั้งนี้การที่ คล็อปป์ ตัดสินใจฝากอนาคตเอาไว้กับ ลิเวอร์พูล ถือเป็นขวัญกำลังใจให้กับทัพ "หงส์แดง" อย่างมากโดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่พวกเขากำลังมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์คว้า 4 แชมป์ในฤดูกาลปัจจุบัน




เกมสุดหิน!อดัมส์ชี้ไลป์ซิกหืดจับกว่าชนะเรนเจอร์ส



ไทเลอร์ อดัมส์ มิดฟิลด์ดาวดัง แอร์เบ ไลป์ซิก ชี้ทีมตนถึงกับหืดจับ กว่าจะเปิดบ้านสอย เรนเจอร์ส 1-0 ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบตัดเชือก เลกแรก พร้อมกำชับเพื่อนๆ อย่าเพิ่งหลุดสมาธิ เพราะมีเกมเลกสองรออยู่ 

  
ไทเลอร์ อดัมส์ กองกลางคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก เผยว่า ทีมตนต้องใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าได้รับชัยชนะ หลังจากที่เปิดรัง เร้ดบูลล์ อารีน่า พิชิต เรนเจอร์ส 1-0 ในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา

ไลป์ซิก มาได้ประตูชัยช่วงท้ายเกมในนาทีที่ 85 จากการยิงสุดสวยของ อังเจลินโญ่ โดยนัดสอง พวกเขาจะออกไปเยือน เรนเจอร์ส ที่ ไอบร็อกซ์ สเตเดี้ยม วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม

"ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่เราต้องพยายามกันอย่างหนัก พวกเขามีแผนการเล่นที่ชัดเจน ซึ่งมันสร้างความยากลำบากให้กับเราไม่น้อย แต่สุดท้ายเราได้ผลการแข่งขันตามที่ต้องการ และเป็นการทำประตูที่สวยงามมากๆ จาก อังเคลินโญ่"

"เรารู้ดีว่า เราเพิ่งมาถึงครึ่งทางเท่านั้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องพยายามรักษาสมาธิและฟอร์มการเล่นสำหรับเกมเลกสอง ที่ผ่านมาเราเข้าถึงเกมรอบชิงฯ บอลถ้วยมาบ้างแล้ว แต่การเข้ารอบชิงฯ บอลยุโรป มันคงจะเป็นอะไรที่พิเศษไม่น้อย" ดาวเตะทีมชาติสหรัฐอเมริกาวัย 23 ปี เปิดใจหลังเกม




ผีขาดโรนัลโด้ไม่ได้, สิงห์ไม่เน้นรอชิงเอฟเอคัพ! 5 ข้อแมนยูยังไม่ฟื้นแม้เจ๊าเชลซี

 


แมนฯ ยูไนเต็ด รอดตายเหมือนควายขวิดเมื่อเปิดบ้านเสมอกับ เชลซี 1-1 ในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 เม.ย.ทั้งๆที่มีฟอร์มเป็นรองทีมเยือนลิบลับ

  
ต่อผลเสมอกับ สิงห์บลูส์ ส่งผลให้ ผีแดง ของ ราล์ฟ รังนิก รอดตัวไม่แพ้ในลีกเป็นเกมที่สามติดต่อกันหลังโดน ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ขยี้จนสะบักสะบอมโดยที่พวกเขามาได้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่พึ่งหนึ่งเดียวคนนี้สอยตาข่ายให้ทีมรอดพ้นจากความปราชัยอีกตามเคย

1.โอลด์ แทรฟฟอร์ด สนามอาถรรพ์ของ เชลซี

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีผลงานที่ย่ำแย่ในหลายปีหลัง แต่พวกเขาไม่แพ้ เชลซี ในรังของตัวเองง่ายๆต่อการทำศึก พรีเมียร์ลีก

สำหรับหนสุดท้ายที่ เศรษฐีลอนดอนบุกมาคว้าสามแต้มได้ที่ โรงละครแห่งความฝัน เป็นเกมที่พวกเขากำชัย 1-0 เมื่อเดือนพ.ค.2013 โน่นเลย แถมเป็น ฆวน มาต้า นี่แหละที่ซัดประตูโทนให้กับ สิงห์บลูส์

รวมทั้งสิ้น มันจึงกินเวลาเป็นนัดที่ 9 เข้าไปแล้วที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ เชลซี ในบ้าน (ชนะ 3 เสมอ6) อีกทั้งการเผชิญหน้ากันในเกมแรกของซีซั่นนี้ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ผีแดง ก็บุกไปคว้าผลเสมอ 1-1 ได้เมื่อเดือนพ.ย.โดยในช่วงนั้น ทีมเมืองกรุงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอยู่ซะด้วย

หากยังจำกันได้ ไมเคิ่ล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพคนก่อนหน้านี้สำแดงฝีมือพา แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปยิงประตูขึ้นนำจากฝีเท้าของ เจดอน ซานโช่ แต่ก็มาถูก จอร์จินโญ่ ซัดแบ่งแต้มให้กับเจ้าบ้านจากการสังหารลูกโทษ

2.โรนัลโด้ ต้องอยู่ต่อ (แต่จะอยู่หรือเปล่า?)

แม้ผลงานของสโมสรจะเลวร้ายถึงขีดสุด แต่ไม่ว่าจะยังไง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แสดงให้เห็นเรื่อยมาว่าเขาเป็นที่พึ่งของทีมได้เสมอเมื่อมองไปที่จำนวนประตูของ "ซีอาร์เซเว่น"

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้โอกาสไม่เปลืองของดาวยิงทีมชาติโปรตุเกสถือเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับ ผีแดง ในชั่วโมงนี้ที่ถูกคู่แข่งเล่นงาน และมีเปอร์เซนต์การครองบอลที่สุดอนาถ รวมถึงโอกาสสอยตาข่ายที่น้อยนิดจนทำให้ ดาบิด เด เคอา ต้องทำงานหนักกว่าใครในแต่ละนัด

ด้วยสัญชาติญาณของดาวซัลโว โรนัลโด้ จึงขอโอกาสแบบจัดพลัดจับผลูแค่ไม่กี่ครั้งก็สามารถส่งบอลเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามได้ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคนี้ไม่มีหัวหอกคนไหนในทีมที่มีวิญญาณเพชฌฆาตที่เหนือไปกว่าสตาร์เลือดฝอยทองอีกแล้ว

แต่ก็นั่นแหละ ในวัย 37 ปี มันจึงน่าสงสัยว่าเขาจะอยู่ในแผนของ เอริค เทน ฮาก สำหรับซีซั่นหน้าหรือเปล่า หรือว่าเจ้าตัวจะเลือกย้ายทีมเองหากว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องลดตัวลงไปเล่นถ้วย ยูโรปาลีก อีกครั้ง

3.เชลซี รอเล่นนัดชิงถ้วย เอฟเอคัพ เท่านั้น

จากสถานการณ์ที่ลอยตัว จะเห็นได้ว่า เชลซี ไม่ได้คิดกดดัน แมนฯ ยูไนเต็ด แบบหนักหน่วงอย่างที่ควรจะเป็นแม้จะเล่นได้เหนือกว่าทีมเจ้าบ้านชนิดที่เทียบกันไม่ได้ก็ตามที

และเพียงแค่ 45 นาทีแรก สิงห์บลูส์ ก็ได้ส่องยิง ผีแดง มากถึง 11 ครั้ง แม้จะไม่เป็นประตูก็ตามเนื่องจากพวกเขาไม่ได้เคร่งเครียดอะไรนักหนากับผลลัพธ์ที่แทบไม่มีความหมายอะไรแล้ว และเป็นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ กับ ลิเวอร์พูล วันที่ 14 พ.ค.เท่านั้นแหละที่ลูกทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล เฝ้ารอ

ต่อตัวเลขดังกล่าว เท่ากับว่าทีมจากลอนดอนมีโอกาสเช็คบิล แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ โรงละครแห่งความฝัน ในช่วงครึ่งแรกมากที่สุดเป็นอันดับสองในซีซั่นนี้ รองจาก วูล์ฟส์ แค่ทีมเดียวที่มีโอกาสตะบันมากถึง 14 ครั้งด้วยกัน

กระนั้นก็ดี ทีม หมาป่า ยิงทิ้งยิงขว้างเช่นกัน และบุกมาชนะที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด 1-0 ช่วงต้นเดือนม.ค.ด้วยประตูโทนของ ชูเอา มูตินโญ่ ในนาทีที่ 82 จากโอกาสส่องยิงทั้งหมด 19 ครั้ง ขณะที่ เชลซี มีโอกาสตะบันรวมทั้งหมดในเกมล่าสุดนี้ตลอด 90 นาทีมากกว่าทีม หมาป่า ที่จำนวน 21 ครั้ง แต่เก็บได้แค่แต้มเดียวเท่านั้น

4.แมนฯ ยูไนเต็ด มาถึงจุดนี้ได้ยังไง?

หลังจบซีซั่น 2020/21 ผีแดง คว้าอันดับรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ต่อจาก แมนฯ ซิตี้ และมีแต้มเหนือกว่า ลิเวอร์พูล ทีมอันดับสาม ขณะที่ เชลซี รั้งอันดับสี่

ยิ่งในช่วงซัมเมอร์พวกเขาเสริมทัพได้อย่างน่าฮือฮาทั้งการคว้า เจดอน ซานโช่ , ราฟาแอล วาราน และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีม ก็ยิ่งทำให้ ผีแดง มองดูน่าเกรงขามซะเหลือเกิน

ด้วยเหตุนี้ กูรูหลายรายอันมี อลัน เชียเรอร์ อยู่ในกลุ่มนี้ด้วยจึงคาดการณ์ก่อนเปิดฉากการฟาดแข้งว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะจบซีซั่น 2021/22 โดยมีอันดับเหนือกว่า ลิเวอร์พูล อีกหน

อย่างไรก็ดี ปรากฏว่า ปีศาจแดง ตกต่ำอย่างน่าใจหาย และมองดูไร้อนาคตจนบอร์ดไม่คิดเซ็นสัญญากับใครอีกในเดือนม.ค.หลังลงทุนในช่วงหน้าร้อนไปมากแล้ว และเลือกโละ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล , ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค , อักเซล ตวนเซเบ้ และ อาหมัด ดิยัลโล่ ออกไปแบบยืมตัว

แม้ถึงขณะนี้ซีซั่นจะยังไม่ปิดฉากอย่างบริบูรณ์ แต่แน่นอนว่า ผีแดง ไม่มีโทรฟี่ประดับตู้โชว์นานถึงห้าปีติดต่อกันเข้าไปแล้ว

แถมไม่มีใครกล้าการันตีว่าพวกเขาจะหยุดสถิติที่เลวร้ายนี้เอาไว้ได้เมื่อไหร่ด้วยซ้ำ!

5.Erik ten Months

เป็นเรื่องแน่ยิ่งกว่าแช่แป้งที่ซีซั่นหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด หวังลืมตาอ้าปากอย่างเต็มที่หลังตัดสินใจดึง เอริค เทน ฮาก นายใหญ่ทีม อาแจ็กซ์ มารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ในเมื่อยักษ์ล้มรายนี้มีผลงานที่น่าอ่อนอกอ่อนใจอย่างแรง เทน ฮาก จึงไม่วายถูกตั้งข้อสงสัยว่าเขาจะเข้ามากู้วิกฤตให้กับทีมดังของเมืองผู้ดีได้จริงหรือ

จริงหรือไม่ยังต้องรอดูกัน แต่สำหรับ ริชาร์ด คีย์ส พิธีกรรายการฟุตบอลเลือกที่จะเรียก เอริค เทน ฮาก ว่า เอริค เทน มันส์ เพื่อชี้ว่ากุนซือคนใหม่น่าจะได้เวลาพิสูจน์ตัวเองแค่สิบเดือนตามฟอร์มแม้จะเซ็นสัญญากันสามปีก็ตาม

ประเด็นหนึ่งคือแฟนบอล ผีแดง คงอดทนกันนานแบบข้ามปีไม่ได้แน่ที่จะต้องรอให้ทีมรักเริ่มตั้งไข่กันใหม่ และหากผลงานไม่เป็นดั่งใจก็คงไม่วายตะโกนขับไล่ เทน ฮาก ตามระเบียบเหมือนที่กุนซือหลายรายโดนกันมาหมดแล้ว

"ผมขออวยพรให้เขาไปได้ดี ผมหวังว่าเขาจะไปได้ไกลกว่าสิบเดือนเพราะปกติแล้วโค้ช แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้รับเวลาประมาณนั้น มันเป็นแพทเทิร์นหลังจากสโมสรไล่ เดวิด มอยส์ สิบเดือนน่าจะบอกได้ว่า จอห์น เมอร์เท่อห์ ผู้อำนวยการฟุตบอล และ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ อัจฉริยะขนาดไหน แต่ผมสงสัยว่าทำไมถึงต้องรีบร้อนแต่งตั้งเขา?" คีย์ส ตั้งคำถาม

"ไม่มีทีมใหญ่ในยุโรปล่าตัวเขาเลย ไม่มีเลย แล้วทำไม ยูไนเต็ด ต้องรีบด้วย? อย่างที่ผมเคยเขียนไปว่า พอช อาจย้ายทีม และผมไม่เชื่อว่า คอนเต้ จะคุม สเปอร์ส นาน พวกเขามีตัวเลือกมากมาย แต่พวกเขาแต่งตั้งแล้ว"




วันพุธที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2565

แมนยูยื้อตั๋วชปล.! "โรนัลโด้"ยืนซัด,เชลซีวาง"ฮาแวร์ตซ์"บุกหวังทุบ

 


"ผีแดง" แมนยู พลาดท่าปราชัยสองเกมติด ทำโอกาสไปชปล.แทบจบเห่ งานนี้ยังต้องสู้สุดใจ "โรนัลโด้" รอรับ "สิงห์บลูส์" เชลซี ที่คงมุ่งมั่นที่นัดชิงเอฟเอคัพ "ไค ฮาแวร์ตซ์" นำบุกกำราบเจ้าบ้าน ในการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2565

ปรีวิวพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2565
แมนยู (6) - เชลซี (3)
เวลา : 01.45 น. ถ่ายทอดสด : TPF HD 1 (600),TPF HD 2 (602)


สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ราล์ฟ รังนิก รักษาการกุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด พาทีมออกไปแพ้อาร์เซน่อล 1-3 ในเกมล่าสุด เป็นการแพ้ 2 นัดติด

สภาพทีมเกมนี้ "น้ารังนิก" ต้องรอดูความพร้อมของเฟร็ด มิดฟิลด์แซมบ้าที่มีอาการเจ็บสะโพกรบกวนจนพลาดเกมล่าสุด แต่โอกาสที่จะวืดต่ออีกเกมก็มีสูง ส่วนพวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นปอล ป็อกบา (น่อง), ลุค ชอว์ (เข่า) และ เอดินสัน คาวานี่ (น่อง) ยังชวดเหมือนเดิม

การจัดทัพ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังจอมคอนเทนต์ มีข่าวบาดเจ็บหัวเข่าส่อพลาดช่วยทีมอีกเกม ส่วน เจดอน ซานโช่ ป่วยต่อมทอนซิล

ขณะที่เจสซี่ ลินการ์ด หรือแม้แต่ฆวน มาต้า ก็มีลุ้นเบียดบรูโน่ แฟร์นันเดส ที่ฟอร์มตกอย่างหนัก ล่าสุดก็พลาดจุดโทษ ซึ่งมีส่วนให้ทีมแพ้ปืนโต ออกสตาร์ทด้วยเช่นกัน

แต่ขุมกำลังหลักรายอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นดาบิด เด เคอา, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช - แอนโธนี่ เอลันก้า, เจดอน ซานโช่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่างพร้อมบู๊เหมือนเดิม

เชลซี

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือเชลซี พาทีมเบียดชนะเวสต์แฮมแบบหวุดหวิด 1-0 ในเกมล่าสุด เป็นการคว้าชัยนัดที่ 4 ในรอบ 5 เกม

ความพร้อมเกมนี้ "น้าทูเคิ่ล" มีลุ้นได้ทั้งอันโตนิโอ รือดิเกอร์ (โคนขาหนีบ), อันเดรียส คริสเตนเซ่น (กล้ามเนื้อช่องท้อง) และ รีซ เจมส์ (เอ็นหลังหัวเข่า) ที่พลาดเกมล่าสุด ฟิตกลับมาเป็นตัวเลือก

เท่ากับขาดแต่พวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นมาเตโอ โควาซิช (ข้อเท้า), คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย (เอ็นร้อยหวาย) และ เบน ชิลเวลล์ (เข่า)

การจัดทัพก็น่าจะมีปรับเช่นกัน คริสเตียน พูลิซิช แนวรุกอเมริกันที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับในเกมก่อน ก็มีลุ้นเบียดติโม แวร์เนอร์มาออกสตาร์ทในแนวรุก

ขณะที่แกนหลักขาประจำรายอื่นๆ เช่นเอดูอาร์ เมนดี้, ติอาโก้ ซิลวา, เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เมสัน เม้าน์ท และ ไค ฮาแวร์ตซ์ ยังพร้อมช่วยทีมตามปกติ

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม


แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) :
ดาบิด เด เคอา - ดิโอโก้ ดาโล่ต์, ราฟาแอล วาราน, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, อเล็กซ์ เตลเลส - สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เนมานย่า มาติช - แอนโธนี่ เอลันก้า, บรูโน่ แฟร์นันเดส, มาร์คัส แรซฟอร์ด - คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ผู้จัดการทีม : ราล์ฟ รังนิก (รักษาการ)

เชลซี (3-4-1-2) : เอดูอาร์ เมนดี้ - เทรโวห์ ชาโลบาห์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ - เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, มาร์กอส อลอนโซ่ - เมสัน เม้าน์ท, คริสเตียน พูลิซิช - ไค ฮาแวร์ตซ์

ผู้จัดการทีม : โธมัส ทูเคิ่ล




สองเม็ดกำลังสวย! คล็อปป์พอใจลิเวอร์พูลตุนสกอร์ชนะบียาร์เรอัล

 


เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือทีม ลิเวอร์พูล แสดงความพอใจที่ หงส์แดง ตุนสกอร์ชนะ บียาร์เรอัล ได้ 2-0 ในเกม แชมเปี้ยนส์ลีก รอบตัดเชือกนัดแรกก่อนบุกไปเล่นกันที่สเปนกลางสัปดาห์หน้าเพื่อหาผู้ชนะเข้ารอบชิงดำถ้วยหูใหญ่

  
ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันบ่งชี้ว่าลูกทีมเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม และปิดเกมโต้ของ เรือดำน้ำสีเหลือง ได้ชะงัดจึงส่งผลให้เป็นฝ่ายกำชัยเป็นประเดิม

"เราทำให้พวกเขาเงียบกริบซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะพวกเขามีเกมโต้กลับที่อันตราย เราพยายามสร้างโอกาส และพยายามเล่นให้เร็ว" กุนซือด๊อยทช์ระบุ

"คุณแสดงความเคารพต่อคู่แข่งด้วยการป้องกันเกมของพวกเขา ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้เราชนะ เรารู้ดีว่าเกมยังไม่จบ"

"เราเล่นได้ดีในครึ่งแรก ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เราต้องบุกไปเยือน บียาร์เรอัล และเราจะพยายามเข้าชิงชนะเลิศให้ได้ เราจะรอดูกัน"

"คุณต้องเล่นให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% ในเกมนัดสองเหมือนกับนัดแรก เรานำ 2-0 มันโอเคดี มันดีกว่าก่อนเกม แต่เรารู้ว่าเรายังไม่ได้เข้ารอบ"

"ซาดิโอ มาเน่ เล่นได้ดี ผมชอบที่เขาเล่นเป็นกองหน้า แต่เขาเล่นทางซ้ายและทางขวาได้เช่นกัน ผมชอบให้ ดีโอโก้ โชต้า เล่นเป็นกองหน้า ผมชอบให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เล่นเป็นกองหน้า เราไม่คิดกำหนดอะไรตายตัว"

"บางทีนัดสอง เคราร์ด โมเรโน่ อาจกลับมาได้ บางทีอาจมีอีกคนด้วย แต่มันไม่เป็นปัญหา เรารู้อยู่ก่อนแล้วว่าเราจะเล่นกันสองเกม หากคืนนี้จบลงแบบ 0-0 เราก็ต้องบุกไปที่นั่นอยู่ดี ดังนั้นทุกอย่างจึงเป็นไปได้ด้วยดี"




เรายังเชื่อมั่น! เอเมรี่โวเลกสองบียาร์ฯขอรุกข่มลิเวอร์พูล


 วีกหน้าโดนแน่... อูไน เอเมรี่ นายใหญ่ บียาร์เรอัล ประกาศกร้าว เกมเลกสอง ลิเวอร์พูล จะโดนทีมตนบุกกดดันใส่บ้าง หลังบุกพ่ายที่ แอนฟิลด์ 0-2 เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่รับ "หงส์แดง" ชั่วโมงนี้ฟอร์มโหดสุดๆ

  
อูไน เอเมรี่ เฮดโค้ช บียาร์เรอัล แสดงความมั่นใจว่า เกมเลกสองช่วงกลางสัปดาห์หน้า ทีมตนจะเป็นฝ่ายเดินเกมรุก บุกกดดันใส่ ลิเวอร์พูล ได้มากขึ้นแน่นอน แม้ล่าสุดออกไปแพ้ "หงส์แดง" 0-2 ด้วยรูปเกมที่โดนขยี้ฝ่ายเดียว ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกแรก เมื่อคืนวันพุธที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา

บียาร์เรอัล จบครึ่งแรก ด้วยการที่สามารถยันสกอร์เสมอ 0-0 เอาไว้ได้ แต่ครึ่งหลังพวกเขามาเสียสองประตูติดๆ ในนาทีที่ 53 และ 55 แม้เกมนี้ "เรือดำน้ำสีเหลือง" ได้ครองบอลแค่ 29% แถมมีโอกาสยิงหนเดียว ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีมากถึง 20 ครั้ง แต่ เอเมรี่ เชื่อว่า ทีมตนจะสร้างความยากลำบากให้ "หงส์แดง" ได้มากขึ้น ในเกมเลกสองที่ เอสตาดิโอ เด ลา เซรามิก้า วันอังคารที่ 3 พฤษภาคม

"ในการแข่งขันรอบรองฯ คุณจำเป็นต้องเจอกับทีมคู่แข่งที่ทรงพลังแบบนี้อยู่แล้ว แถม ลิเวอร์พูล ชั่วโมงนี้กำลังอยู่ในช่วงที่เข้าฟอร์มมากๆ ด้วย จริงๆ แล้วเราก็อยากชนะแหละ เราอยากจะคอนโทรลเกม แต่พวกเขาไม่เปิดโอกาสให้เราทำแบบนั้น เราพยายามรับอย่างดีที่สุดแล้ว แต่ผมมั่นใจว่า เกมที่ ลา เซรามิก้า จะแตกต่างออกไปแน่นอน เราจะทดสอบพวกเขาได้มากขึ้น เรายังคงมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม" อดีตกุนซือ อาร์เซน่อล วัย 50 ปี กล่าว




4แชมป์เพื่อเป็นตำนาน!ริโอซูฮกลิเวอร์พูลชุดนี้ดีที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

 


ริโอ เฟอร์ดินานด์ ระบุ ลิเวอร์พูล ชุดนี้ถือเป็น "หงส์แดง" ที่ดีที่สุดในสายตาของตน พร้อมบอกว่าถ้าพวกเขาคว้าแชมป์ได้ครบทั้ง 4 รายการในซีซั่นนี้จริงๆ มันก็จะทำให้พวกเขาเป็นตำนานไปตอลดกาลเลย


ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตยอดกองหลังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวยกย่อง ลิเวอร์พูล ชุดปัจจุบันว่าเป็นทัพ "หงส์แดง" ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ตนเคยเจอ หลังจากพวกเขายังมีโอกาสดีในการได้แชมป์ครบทั้ง 4 รายการของซีซั่นนี้

ลิเวอร์พูล เพิ่งเปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ บียาร์รเอัล 2-0 ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาพวกเขาทำผลงานโดยรวมได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ จนทำให้เริ่มมีคนเชื่อมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นทีมแรกจากลีกสูงสุดของอังกฤษที่คว้าแชมป์รายการใหญ่ภายในซีซั่นเดียวกันครบทั้ง 4 ถ้วยได้

เฟอร์ดินานด์ เผยระหว่างทำหน้าที่กูรูให้ บีที สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของเมืองผู้ดีว่า "นี่เป็น ลิเวอร์พูล ชุดที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลย พวกเขาไม่ผ่อนเครื่องแม้แต่นิดเดียวทั้งในตอนที่ได้ครองบอลและตอนที่ไม่ได้ครองบอล สิ่งที่ทำให้คุณทึ่งก็คือแนวทางที่พวกเขาไล่กดดันคู่แข่ง, พละกำลัง, ความพยายาม และความสัมพันธ์ระหว่างกันที่ยอดเยี่ยม"

"สิ่งนั้น (การได้ครบ 4 แชมป์ในฤดูกาลนี้) ควรจะต้องเป็นเป้าหมายของพวกเขา พวกเขาจะต้องตั้งเป้าหมายที่ดีให้กับตัวเอง ถ้าพวกเขาทำอย่างนั้นได้มันก็จะเท่ากับว่าพวกเขาจะเป็นตำนานไปตลอดกาล พวกเขาจะเหนือกว่าทุกทีมที่เคยเล่นในประเทศนี้ เรื่องที่ว่าพวกเขาจะทำได้หรือไม่น่ะมันต้องรอดูกันอีกที แต่ตอนนี้พวกเขาทำทุกอย่างได้ตามที่ควรจะเป็น"

ขณะที่ ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตหัวหอก ลิเวอร์พูล ซึ่งทำหน้าที่นักวิเคราะห์ให้ บีที สปอร์ต เหมือนกันนั้น ก็มีมุมมองคล้ายกับ เฟอร์ดินานด์ "นี่เป็นทีมในชุดแดงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยตามดูมา ลองนึกภาพตามสิว่าถ้ามันเกิดขึ้นจริงจะเป็นยังไง แน่นอนล่ะว่ามันดูเป็นไปไม่ได้ แต่ตอนนี้คุณกำลังคิดว่ามันอาจจะเกิดขึ้นได้ก็ได้จริงไหม ? แนวทางการเล่นและความเชื่อมั่นของพวกเขามันกำลังทำให้คุณคิดว่ามันอาจจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้ว่าไหมล่ะ ?"




ตัดสินใจเอาเอง!รังนิกเผยให้เทนฮากเป็นคนเลือกกัปตันทีมซีซั่นหน้า

 


ราล์ฟ รังนิก ระบุ ตนจะปล่อยให้ เอริค เทน ฮาก เลือกเองว่าควรจะให้ใครได้เป็นกัปตันทีมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นหน้า หลังจากหลายคนมองว่า แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้

  
ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมชั่วคราวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่าตนจะไม่ก้าวก่ายการทำงานของ เอริค เทน ฮาก และจะปล่อยให้กุนซือชาวดัตช์ตัดสินใจเองว่าจะทำยังไงกับการเลือกกัปตันทีม

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดนตั้งคำถามว่ายังเหมาะกับการเป็นกัปตันทีมหรือไม่ หลังจากที่ฤดูกาลนี้เขาทำผลงานได้ย่ำแย่อย่างมาก ถึงกระนั้นเขาก็ยังรักษาปลอกแขนเอาไว้ได้ตลอดในตอนที่ได้ลงเล่นไม่ว่าจะทั้งในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และ รังนิก ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศว่า เทน ฮาก จะเข้ามาเป็นกุนซือแบบถาวรคนใหม่ของทีมมันก็ทำให้เกิดการตั้งประเด็นว่ากองหลังชาวอังกฤษจะยังได้รับตำแหน่งนี้ต่อไปรึเปล่า

หลังโดนถามว่าเขาจะแนะนำให้ เทน ฮาก ยังตั้ง แม็กไกวร์ เป็นกัปตันทีมต่อไปหรือไม่นั้น รังนิก ก็ตอบว่า "ผมเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าคนเป็นกัปตันทีมน่ะควรจะมาจากการเลือกของเพื่อนร่วมทีม ในเยอรมนีเรามักจะมีนักเตะ 4 หรือ 5 คนที่ถูกเลือกโดยนักเตะด้วยกันอยู่เสมอ (หมายถึงถูกเลือกให้เป็นแคนดิเดตสำหรับตำแหน่งกัปตันทีม)"

"ถ้าสมมุติว่าฤดูกาลหน้าผมยังเป็นผู้จัดการทีมน่ะผมก็จะใช้แนวทางนั้นแน่นอน แต่ผมจะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนั้นแล้ว มันเป็นสิ่งที่ เอริค ต้องตัดสินใจเอาเอง"




วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2565

นรกทีมเยือน! อันเช่มั่นมนต์ขลังเบร์นาเบวจะนำเรอัลเข้าชิง

 คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเรอัล มาดริด มั่นใจมนต์ขลังของซานติอาโก้ เบร์นาเบว จะทำให้ แมนฯ ซิตี้ ต้องเจอกับงานหนักแน่นอน ในเกมรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก นัด 2 หลังเกมแรกออกไปแพ้ "เรือใบสีฟ้า" ฉิวเฉียดสกอร์ 3-4 เท่านั้น

  
คาร์โล อันเชลอตติ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนของ เรอัล มาดริด เชื่อมั่นในเกมนัด 2 ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ ในสัปดาหหน้า "ราชันชุดขาว" จะสร้างผลงานได้น่าตื่นตาตื่นใจ ยกสนามเหย้าของทีมเต็มไปด้วยมนต์ขลัง

จ่าฝูงลา ลีกา สเปน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม แม้จะแพ้ 3-4 ก็ตาม แต่ฟอร์มของพวกเขาถือว่าใช้ได้ ที่สำคัญการตามหลังแค่ประตูเดียว ไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ เรอัล มาดริด ในการเล่นที่บ้านแมตช์ต่อไป

นายใหญ่เลือดมะกะโรนี เปิดใจว่า "เราเต็มไปด้วยความมั่นใจ และเราตื่นเต้นมากๆ เพราะเกมต่อไปได้เล่นที่เบร์นาเบว แน่นอนว่า เบร์นาเบว เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์"

ขณะเดียวกัน "คาร์เล็ตโต้" ยอมรับว่าเกมกับ "เรือใบสีฟ้า" เป็นแมตช์ที่สุดยอดอย่างแท้จริง "ในฐานะแฟนฟุตบอล นี่เป็นเกมที่น่าเหลือเชื่อมากๆ ในฐานะผู้จัดการทีมมาดริด ผมพิจารณาว่าเราเสียสองประตูเร็วเกินไป แต่เราสามารถยิงได้ 3 ประตูที่เบร์นาเบว ตอนนี้เราหวังที่จะเข้ารอบชิง"

"นักเตะทุกคนไม่ได้เสียสมาธิ หรือตื่นตระหนกเมื่อต้องเจอกับหลายๆ อย่างที่ยากลำบาก ในช่วง 20 นาทีแรกมันยากลำบากจริงๆ แต่หลังจากนั้นเราก็สามารถชะลอเกมได้ และกลับมาสู่เกมของเรา เรายังมีโอกาสที่จะได้เข้ารอบ" อันเชลอตติ ระบุ




กลับพรีเมียร์ลีก! เทนฮากจูงหอกอาแจ็กซ์ล่าตาข่ายให้แมนยู

 


เซบาสเตียน อัลแลร์ กองหน้าทีม อาแจ็กซ์ ตกเป็นข่าวจ่อได้คัมแบ็คสู่ พรีเมียร์ลีก เนื่องจาก เอริค เทน ฮาก เจ้านายชาวดัตช์ต้องการดึงตัวไปร่วมงานด้วยกันในทีม แมนฯ ยูไนเต็ด

   
เดอะ ซัน รายงานเมื่อ 26 เม.ย.ว่า อัลแลร์ จะได้รับโอกาสให้กู้ชื่อในลีกเมืองผู้ดีซีซั่นหน้าเนื่องจาก เทน ฮาก มีแผนคว้าเขามาล่าตาข่ายให้กับถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยดาวยิงทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ น่าจะมีค่าตัวประมาณ 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,537 ล้านบาท)

ก่อนหน้านี้ อัลแลร์ เคยเป็นขุนพลทีม เวสต์แฮม หลังย้ายมาจาก แฟร้งค์เฟิร์ต ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติสโมสร 42 ล้านปอนด์ (ราว 1,845 ล้านบาท) แต่เขาล้มเหลวกับ ขุนค้อน ก่อนถูกปล่อยให้กับ อาแจ็กซ์ ในราคาที่ย่อมเยาเพียง 20 ล้านปอนด์ (ราว 878 ล้านบาท)

อย่างไรก็ดี หลังย้ายไปร่วมทีมดังของลีกเมืองกังหันลม ศูนย์หน้าวัย 27 ปีสามารถสร้างชื่อได้อย่างยอดเยี่ยมโดยยิงประตูในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ได้ 11 ประตู รวมทั้งหมด 31 ประตูในทุกรายการกระทั่งส่อเค้าว่าจะถูก เทน ฮาก พาตัวมาร่วมงานกันในทีม ผีแดง ซีซั่นหน้าแม้จะเหลือสัญญากับต้นสังกัดอีกสองปีก็ตาม

ต่อการตกเป็นข่าวล่าสุดกับ อัลแลร์ นั้น คาดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่น่าจะพร้อมจ่ายเงินก้อนโตเกินกว่า 100 ล้านปอนด์ (ราว 4,394 ล้านบาท) ในการพยายามดึงตัว ดีแคลน ไรซ์ มิดฟิลด์ทีม เวสต์แฮม และ แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีม สเปอร์ส มาเสริมทัพ




เรือใบดีแต่ไม่ที่สุด,ราชันรอปิดจ็อบในบ้าน - 5 ข้อแมนซิตี้เฉือนชนะมาดริดสุดระทึก

 


แมนฯ ซิตี้ กับ เรอัล มาดริด เปิดศึกดวลเกือกในรอบตัดเชือกถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก นัดแรกที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอังคารที่ 26 เม.ย.ได้อย่างน่าหฤหรรษ์โดยแท้ก่อนที่เจ้าบ้านจะเฉือนเอาชนะไปได้แบบน่าใจหายใจคว่ำด้วยสกอร์ที่ยิงใส่กันแบบไม่กลัวเปลืองกระสุน 4-3


และสำหรับการปะทะกันของทีมจากเมืองผู้ดีที่กระหายได้สัมผัสกับโทรฟี่บิ๊กเอียร์เป็นสมัยแรกกับเจ้าพ่อถ้วยหูใหญ่ตัวจริงเสียงจริงก็มี 5 ประเด็นสำคัญเกิดขึ้นดังนี้

1.เริ่มต้นดีมีชัยไม่ถึงครึ่ง



ฟุตบอลจะแพ้จะชนะขึ้นอยู่ที่การทำประตูเท่านั้น และแค่วินาทีที่ 94 แมนฯ ซิตี้ ก็เจาะไข่แดง เรอัล มาดริด ได้จากลูกพุ่งโหม่งของ เควิน เดอ บรอยน์ ซึ่งทำประตูในรายการนี้ได้เป็นเม็ดที่สองของซีซั่นนี้ พร้อมทั้งเป็นประตูที่เกิดขึ้นเร็วที่สุดในเกมรอบตัดเชือกของถ้วยหูใหญ่อีกด้วย

อย่างไรก็ดี ให้น่าเสียดายที่ดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยมไม่อาจฉายฟอร์มอย่างคงเส้นคงวาได้ตลอดทั้งเกม ยิ่งมาเจอกับทีมจอมเก๋าเขี้ยวลากดินอย่าง ราชันชุดขาว ทำไปทำมา แมนฯ ซิตี้ กลับปิดเกมไม่สำเร็จ และเปิดโอกาสให้ทีมเยือนมีลูกฮึดหลายหน

จนในที่สุด เรือใบสีฟ้า สามารถกำชัยไปได้แบบเฉียดฉิวเท่านั้นทั้งๆที่ออกสตาร์ตได้อย่างเลิศหรูเกินความคาดหมาย

2.เชซุส ฟอร์มกำลังร้อน



เป็นเรื่องชอบธรรมแล้วที่ กาเบรียล เชซุส มีชื่อติดโผ 11 คนแรกปะทะกับ ราชันชุดขาว เนื่องจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่ เรือใบสีฟ้า เปิดบ้านขยี้ วัตฟอร์ด เละเป็นผุยผง 5-1 เขาระเบิดฟอร์มเร่าร้อนท้าทายแสงแดดในเดือนเม.ย.ด้วยการสอยตาข่ายคนเดียวได้ถึงสี่ประตู

และจากที่เห็น สตาร์แซมบ้าตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจจากเจ้านายได้สำเร็จด้วยการตะบันให้ทีมเงินถังของเมืองผู้ดีหนีห่างทีมเยือนเป็น 2-0 ตั้งแต่นาทีที่ 11 เท่านั้น

ต่อสกอร์นำเร็วสองเม็ด แมนฯ ซิตี้ จึงได้ชื่อว่าเป็นทีมที่สามในประวัติศาสตร์ถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ที่เช็คบิลคู่แข่งได้สองประตูตั้งแต่ 11 นาทีแรกของเกมในรอบตัดเชือกถัดจากที่ ยูเวนตุส ทำได้ในเดือนเม.ย.1999 แต่พลิกแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด คารัง 3-2 ในเกมนัดสองจนต้องร่วงตกรอบด้วยสกอร์รวม 4-3 โดยในปีนั้น ผีแดง คว้าแชมป์ไปครองด้วยการสยบ บาเยิร์น ได้แบบช็อกโลก 2-1

ส่วนอีกทีมได้แก่ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งทำได้ในเกมนัดสองบุกไปคว่ำ อาร์เซน่อล 3-1 เดือนพ.ค.2009 ทะลุเข้ารอบชิงได้อีกหนด้วยสกอร์รวม 4-1 แต่ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับ บาร์ซ่า 2-0

ในทางกลับกัน เป็นครั้งแรกที่ เรอัล มาดริด เสียสองประตูตั้งแต่ 11 นาทีแรกในประวัติศาสตร์การฟาดแข้งถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ของพวกเขาเองด้วย

3.เบนเซม่า (ตัวเต็งบัลลงดอร์) ฆ่าไม่ตาย



จากจังหวะที่ไม่น่าจะส่งบอลเข้าประตูได้ คาริม เบนเซม่า ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าผลงานการระเบิดตาข่ายของเขาในซีซั่นนี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย และสมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นกองหน้าที่ใช้โอกาสไม่เปลืองเลยแม้แต่น้อย

ทั้งนี้เพราะจับพลัดจับผลู จู่ๆดาวยิงตัวอันตรายวัย 34 ปีก็สับไกให้ เรอัล มาดริด ตีไข่แตกได้ และมันเป็นประตูที่ 13 ในรายการหูใหญ่ประจำซีซั่นนี้ของหัวหอกเลือดน้ำหอมก่อนที่เจ้าตัวจะโชว์เหนือสังหารลูกโทษเป็นประตูที่ 14 ในช่วงแปดนาทีสุดท้าย เป็นประตูที่ 85 ของเขาในถ้วยใบนี้จากการรับใช้สโมสรเป็นเกมที่ 600 พอดี และสอยตาข่ายเพิ่มได้ทั้งหมดเป็น 320 ลูกแล้ว

ถึงตอนนี้ พ่อค้าแข้งเฟรนช์แมนจึงสร้างชื่อเป็นนักเตะคนแรกของทีมที่ยิงประตูได้เกินกว่า 40 เม็ดในซีซั่นเดียวต่อจาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่เคยสร้างผลงานเอาไว้ 44 ประตูในซีซั่น 2017/18

และถ้าให้ดี รางวัล บัลลงดอร์ ประจำปีนี้ก็ไม่น่าจะพ้นเงื้อมมือ เบนเซม่า ที่สองรอบก่อนหน้านี้เขากระทุ้งแฮททริคใส่ทั้ง เปแอสเช และ เชลซี ได้อย่างน่าฮือฮา

4.จุดสลบของ แมนฯ ซิตี้



ก่อนเกมการฟาดแข้ง แมนฯ ซิตี้ มีปัญหาที่ตำแหน่งแบ็คขวาเนื่องจาก ไคล วอล์คเกอร์ กับ ชูเอา กานเซโล่ ถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานทั้งคู่ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่คิดเสี่ยงด่วนใช้งาน

ด้วยเหตุนี้ จอห์น สโตนส์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติอังกฤษจึงถูกโยกให้มารับบทแบ็คขวาจำเป็น แต่ด้วยเหตุที่เจ้าตัวไม่สมบูรณ์เต็มร้อยเช่นกันจึงต้องเปลี่ยนตัวออกช่วงสิบนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกให้ แฟร์นานดินโญ่ ลงไปเสียบแทน

และนับจากนั้นก็เป็นจุดพลิกผันของเกมที่ทำให้ วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกซ้ายของทีมเยือนได้ใช้ความเร็วทำเกมรุกอย่างสนุกสนานก่อนสบโอกาสกระชากบอลหนีดาวเตะร่วมชาติรุ่นพี่เข้าไปพังประตูให้ทีมเยือนไล่มาแบบมีความหวัง 3-2

เท่านั้นไม่พอ ยังมีอีกหลายจังหวะที่ วินิซิอุส จูเนียร์ เอาชนะการดวลเดี่ยวกับ แฟร์นานดินโญ่ ได้สำเร็จ และหลังจากกดดันแผงหลังของเจ้าบ้านได้มากกว่าในครึ่งแรกลิบลับ สุดท้าย เอมเมอริค ลาปอร์กต์ ก็พลาดท่าทำแฮนด์บอลในเขตโทษจนได้ และส่งผลให้ เรอัล มาดริด พ่ายไปในเกมแรกแบบมีลุ้น 4-3

ฉะนั้นแล้ว ก่อนที่ แมนฯ ซิตี้ จะต้องเป็นฝ่ายบุกไปเยือน เรอัล มาดริด บ้างในช่วงกลางสัปดาห์หน้า กวาร์ดิโอล่า จำเป็นต้องเร่งเยียวยาเรียกความฟิตให้กับแบ็คขวาของทีมให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาอาจออกจาก เบร์นาเบว ในสภาพศพไม่สวย

5.มาดริด รอปิดจ็อบในบ้าน



หลังบุกไปทุบ โอซาซูน่า 3-1 ก่อนบุกมาเยือน แมนฯ ซิตี้ ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ราชันชุดขาว ก็เก็บเพิ่มอีกสามแต้มนำหน้าเป็นจ่าฝูงของ ลา ลีกา โดยทิ้งห่างทีมอันดับสองไปไกลลิบเป็น 15 แต้มแล้ว

เท่ากับว่าสุดสัปดาห์นี้ คาร์โล อันเชล็อตติ จะพาทีมคว้าแชมป์ลีกเมืองกระทิงในซีซั่นนี้ได้สำเร็จหากเพียงแค่เสมอกับ เอสปันญ่อล เท่านั้นในเกมที่สังเวียนแข้ง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

และถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแชมป์หูใหญ่ 13 สมัยจะมีความฮึกเหิมกันมากขนาดไหนต่อการเปิดบ้านต้อนรับ เรือใบสีฟ้า ในเกมชี้ชะตาหาทีมเข้าชิงดำถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ซึ่งยักษ์ใหญ่จากสเปนจะได้เปรียบอย่างไม่ต้องสงสัยกับการได้เล่นต่อหน้ากองเชียร์ของตัวเอง

อีกทั้งอย่าลืมว่าการบุกมาเหยียบเมืองกระทิงหนล่าสุดของ แมนฯ ซิตี้ ในรอบก่อนหน้านี้ที่ดวลกับ แอตเลติโก มาดริด เรือใบสีฟ้า ก็หวิดแย่เหมือนกันเมื่อเจอเกมรุกที่บู๊ล้างผลาญของทีม ตราหมี เล่นงานชนิดเจียนอยู่เจียนไปอันแสดงให้เห็นว่าทีมของ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ก็เล่นเกมรุกได้ และทำได้อย่างน่ายำเกรงซะด้วย

และสำหรับ เรอัล มาดริด จะเห็นได้ว่าพวกเขาช่ำชองในการพลิกสถานการณ์ของเกมได้อย่างร้ายกาจจากสองรอบก่อนหน้านี้ที่กำราบทั้ง เปแอสเช และ เชลซี ได้สำเร็จ จึงไม่แน่ว่าสกอร์นำแค่เม็ดเดียวอาจทำให้ทีมของ กวาร์ดิโอล่า น้ำตาตกชวดเข้าชิงชนะเลิศอีกหนก็เป็นได้




ลิเวอร์พูลเต็มสูบ "ซาลาห์" นำทัพรับบียาร์เรอัลของ "ดันยูม่า" ยกแรกตัดเชือกชปล.

 


"หงส์แดง" ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อป ผลงานสุดร้อนแรงความพร้อมไร้ปัญหาในการจัดทัพวาง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นำทัพรับ "เรือดำน้ำ" ที่สวมบท แจ็คผู้ฆ่ายักษ์ นายใหญ่ อูไน เอเมรี่ ยังไว้ใจ อาร์เนาต์ ดันยูม่า ล่าสกอร์สู้ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก คืนวันพุธที่ 27 เมษายนนี้

ปรีวิวฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก 
วันพุธที่ 27 เมษายน 2565 
ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) - บียาร์เรอัล (สเปน)
เวลา : 02.00 น. ถ่ายทอดสด : บีอินส์ สปอร์ต 1


สนาม : แอนฟิลด์

ลิเวอร์พูล ชนะมา 3 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการหลังเปิดบ้านเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 ในเกมลีกนัดล่าสุด ส่วนผลงานในรายการนี้ หงส์แดง ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศมาได้ด้วยการคว้าชัยเหนือ เบนฟิก้า ด้วยสกอร์รวม 6-4 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ความพร้อมในเกมนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนรบกวนเพิ่มเติมนอกจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ที่ต้องรอเช็กความฟิตหลังโดนโรคเดี้ยงบริเวณเท้าเล่นงานจนพลาดการลงสนาม 2 นัดหลังสุดเพียงแค่รายเดียวเท่านั้น

ส่วนการจัดทัพคาดว่า อดีตกุนซือ ดอร์ทมุนด์ จะมาในระบบ 4-3-3 โดยที่ ซาดิโอ มาเน่ จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า พร้อมกับมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ หลุยส์ ดิอาซ ขนาบข้างในพื้นที่ริมเส้นขวา-ซ้ายตามลำดับ

ขณะที่ในแดนกลางเป็นหน้าที่ของ ติอาโก้ อัลคันตาร่า, ฟาบินโญ่ และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คอยเดินเกม ทางด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และ อิบราฮิม่า โกนาเต้ คุมหลังบ้านอยู่ด้านหน้าผู้รักษาประตูอย่าง อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ทำหน้าที่เฝ้าเสา

บียาร์เรอัล ชนะมา 2 เกมติดต่อกันในลีกหลังเปิดบ้านเอาชนะ บาเลนเซีย 2-0 ในเกมลีกนัดล่าสุด ส่วนผลงานในรายการนี้ เรือดำน้ำสีเหลือง ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศมาได้ด้วยการคว้าชัยเหนือ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์รวม 2-1 ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

สภาพทีมในเกมนี้ อูไน เอเมรี่ เทรนเนอร์ชาวสเปน ยังคงไม่มี อัลแบร์โต้ โมเรโน่ และ เคราร์ด โมเรโน่ ที่โดนโรคเดี้ยงเล่นงาน แต่มีข่าวดีคือจะได้ตัว ฟร็องซิส โกเกอแล็ง กลับมาเป็นตัวเลือกในการจัดทัพหลังจากที่ อดีตแข้ง อาร์เซน่อล หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนการจัดทัพคาดว่า อดีตกุนซือ เปแอสเช จะมาในระบบ 4-4-1-1 โดยที่ อาร์เนาต์ ดันยูม่า จะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า พร้อมกับมี โจวานี่ โล เซลโซ่ ปั้นเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ขณะที่ในแดนกลางเป็นหน้าที่ของ ดานี่ ปาเรโฆ่ และ เอเตียน กาปู คอยเดินเกมขนาบข้างด้วย เยเรมี่ ปิโน่ และ มานู ตริเกรอส ในพื้นที่ริมเส้นขวา-ซ้ายตามลำดับ ทางด้านตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กใช้งาน เปา ตอร์เรส และ ราอูล อัลบิโอล คุมหลังบ้านอยู่ด้านหน้าผู้รักษาประตูอย่าง เกโรนิโม รุลลี่ ที่ทำหน้าที่เฝ้าเสา

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, อิบราฮิม่า โกนาเต้, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลคันตาร่า - โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, หลุยส์ ดิอาซ

เทรนเนอร์ : เจอร์เก้น คล็อปป์

บียาร์เรอัล (4-4-1-1) : เกโรนิโม รุลลี่ - ฮวน ฟอยธ์, ราอูล อัลบิโอล, เปา ตอร์เรส, เปร์วิส เอสตูปิญาน - เยเรมี่ ปิโน่, เอเตียน กาปู, ดานี่ ปาเรโฆ่, มานู ตริเกรอส - โจวานี่ โล เซลโซ่ - อาร์เนาต์ ดันยูม่า

เทรนเนอร์ : อูไน เอเมรี่

ผู้ตัดสิน : ไซม่อน มาร์ซิเนียค (โปแลนด์)

ผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด

วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
06/05/16 ยูโรปา ลีก ลิเวอร์พูล3 - 0บียาร์เรอัล
29/04/16 ยูโรปา ลีก บียาร์เรอัล1 - 0ลิเวอร์พูล

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลิเวอร์พูล

24/04/22 ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/04/22 ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
16/04/22 ชนะ แมนฯ ซิตี้ 3-2 (สนามกลาง) เอฟเอ คัพ
13/04/22 เสมอ เบนฟิก้า 3-3 (เหย้า) ชปล.
10/04/22 เสมอ แมนฯ ซิตี้ 2-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

บียาร์เรอัล

20/04/22 ชนะ บาเลนเซีย 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา
17/04/22 ชนะ เคตาเฟ่ 2-1 (เยือน) ลา ลีกา
13/04/22 เสมอ บาเยิร์น มิวนิค 1-1 (เยือน) ชปล.
09/04/22 เสมอ แอธเลติก บิลเบา 1-1 (เหย้า) ลา ลีกา
06/04/22 ชนะ บาเยิร์น มิวนิค 1-0 (เหย้า) ชปล.




อดีตแข้งไนจีเรียชี้แมนยูไม่ควรดึงโรนัลโด้กลับรังตั้งแต่แรก

 


วิคเตอร์ อิคเปบ้า อดีตหัวหอกชาวไนจีเรีย ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ควรจะเอา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาอยู่กับทีมตั้งแต่แรกแล้ว โดยบอกว่ามันทำให้บรรยากาศภายในห้องแต่งตัวแย่สุดๆ ตามไปด้วย

   
วิคเตอร์ อิคเปบ้า อดีตกองหน้าทีมชาติไนจีเรีย แสดงความเห็นว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำพลาดที่ดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน

โรนัลโด้ เคยทำผลงานได้สุดยอดในตอนที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครั้งแรก จนทำให้ตอนที่ "ปีศาจแดง" ดึงเขากลับมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน หลายคนคิดว่าเขาจะทำให้ทีมกลับไปครองความยิ่งใหญ่เหมือนสมัยนั้นได้ ถึงระนั้น แม้ว่า โรนัลโด้ จะทำประตูได้เยอะในระดับหนึ่ง แต่ผลงานของสโมสรกลับเลวร้ายลง แถมเคยมีข่าวลือว่า โรนัลโด้ ทำให้เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกภายในทีมด้วย

"ผมคิดว่าเขาควรจะย้ายออกจากทีมซะ การที่ โรนัลโด้ กลับมาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือความผิดพลาด ประเด็นมันไม่ใช่เรื่องที่ว่าเขาทำประตูได้ เมื่อนักเตะระดับสตาร์ดังย้ายกลับมาอยู่กับทีมเดิมน่ะมันก็จะทำให้เกิดหลายอย่าง"

อิคเปบ้า ซึ่งเคยเล่นให้ อาแอส โมนาโก และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผยว่า "โรนัลโด้ ทำให้เกิดการไขว้เขวในหลายๆ อย่าง เขาเป็นสตาร์ระดับโลกในวงการฟุตบอล แต่เขาไม่ควรจะกลับมาอยู่กับทีมในตอนที่มีอายุเยอะแบบนี้ เขาควรจะไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซะดีกว่า มันทำให้นักเตะบางคนภายในห้องแต่งตัวมีอีโก้จนยึดเอาตัวเองเป็นหลักกับเกิดความรู้สึกอิจฉา จะบอกว่าบรรยากาศมันแย่ตั้งแต่แรกแล้วก็ว่าได้"




วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2565

ไม่ลุ้นหนีตายยังไงไหว! แฉแข้งเอฟเวอร์ตันผ่านบอลสำเร็จหนเดียวเกมแพ้ลิเวอร์พูล

 


ห่วยกว่านี้มีอีกมั้ย? อัลลัน กองกลางทีม เอฟเวอร์ตัน ถูก เดอะ ซัน สื่อใหญ่ของอังกฤษงัดสถิติออกมาตีแผ่ว่าผ่านบอลสำเร็จในเกมบุกไปแพ้ ลิเวอร์พูล 2-0 แค่หนเดียวเท่านั้นก่อนถูกเปลี่ยนตัวออก แถมเป็นการผ่านบอลที่ใครหน้าไหนก็สามารถทำได้


เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังของ พรีเมียร์ลีก ใกล้เคียงต่อการตกชั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 68 ปีเต็มทีแล้วหลังออกไปแพ้ ลิเวอร์พูล ในเกมดาร์บี้แม็ตช์เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาโดยทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน มีสถิติในเกมเป็นรอง หงส์แดง แบบสุดกู่ทุกด้าน

เท่านั้นไม่พอ สำหรับนักเตะรายบุคคล อัลลัน กองกลางทีมเยือนยังมีผลงานส่วนตัวเลวร้ายอย่าบอกใครอีกด้วยเนื่องจากสื่อเจ้าดังกล่าวระบุว่าตลอด 73 นาทีที่ได้อยู่ในสนามก่อนโดนเปลี่ยนออกให้ เดเล่ อัลลี่ ลงไปเล่นแทน ดาวเตะแซมบ้า ผ่านบอลได้สำเร็จแค่หนเดียวเท่านั้น แถมเป็นการผ่านให้เพื่อนร่วมทีมช่วงบอลเปิดเกมอีกต่างหาก

เดอะ ซัน เสริมต่อว่ารวมแล้ว อัลลัน มีโอกาสผ่านบอลทั้งหมด 5 ครั้ง แต่ประสบความสำเร็จหนเดียว นอกนั้นอีกสี่ครั้งของเขาเป็นการผ่านบอลหลุดออกข้างสนามสองครั้ง และผ่านบอลไปเข้าทางขุนพลทีมเจ้าบ้านอีกสองครั้งซึ่งเท่ากับว่าพ่อค้าแข้งวัย 31 ปีผ่านบอลเข้าไปในแดนของทีมร่วมเมืองไม่เป็นผลเลยเนื่องจากครั้งเดียวที่เขาทำสำเร็จเป็นการเขี่ยบอลเปิดเกมส่งคืนหลังให้ทีมเมทในช่วงออกสตาร์ต

นอกจากนี้ อัลลัน มีสถิติชนะการดวลกับคู่แข่งสี่ครั้งแค่ครั้งเดียวในเกมที่ แอนฟิลด์ และเข้าปะทะได้สำเร็จอีกหนเช่นกัน อีกทั้งเสียการครองบอลห้าครั้ง แต่เคลียร์บอลได้หกครั้ง

ด้าน ติอาโก้ มิดฟิลด์ ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นคู่ต่อกรโดยตรงในเกมของ อัลลัน ปรากฏว่ามีผลงานยอดเยี่ยมผ่านบอลสำเร็จ 119 ครั้งจาก 121 ครั้ง

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่มีระบบการจัดเก็บข้อมูลในซีซั่น 2003/04 เป็นต้นมา อัลลัน ซึ่งผ่านบอลสำเร็จได้น้อยที่สุดมีเพื่อนนักเตะที่ทำสถิติย่ำแย่ในด้านนี้ได้เท่ากับเขาสามรายคือ อิบราฮิม่า ซงโก้ , ดิยาฟรา ซาโก้ และ จอช เมอร์ฟีย์ จากการคำนวณผลงานของนักเตะที่ได้ลงสนามอย่างน้อย 45 นาที และพยายามผ่านบอลอย่างน้อยห้าครั้ง




เด็ดแบบนี้แทนที่ยากนะ! 5 ทางเลือกสำหรับคล็อปป์เมื่อลิเวอร์พูลไร้ "เทพโอริกี้"

 ไม่เด่น, ไม่ดัง, ไม่ได้มีสถานะเป็นแข้งระดับโลกแบบใครๆ แต่ ดิว็อค โอริกี้ ถือเป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนหนึ่ง ที่เหล่าสาวก "เดอะ ค็อป" เทใจให้แบบเต็มร้อย โทษฐานที่ไม่เคยงอแงกับบทบาทตัวสำรอง แถมมักจะลงมาเป็นตัวทีเด็ด มีส่วนร่วมในประตูสำคัญๆ ของทีมเสมอ ซึ่งก็รวมถึงประตูย้ำชัยในเกมเมอร์ซี่ย์ไซด์ดาร์บี้ ที่ "หงส์แดง" เปิดบ้านสอย เอฟเวอร์ตัน 2-0 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่น่าเสียดายที่ฤดูกาลนี้ คงจะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเจ้าตัวในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล เพราะแทบจะแน่นอนแล้วว่า หัวหอกชาวเบลเยียมวัย 27 ปี จะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ แบบไร้ค่าตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อสัญญากับสโมสรหมดอายุลง

   
การย้ายออกไปของ โอริกี้ อาจไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากสำหรับ ลิเวอร์พูล แต่ก็ถือเป็นจุดหนึ่งที่กุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ จำเป็นต้องมองเหมือนกัน เพราะทีเด็ดจากม้านั่งสำรอง ถือเป็นสิ่งที่ทุกๆ ทีมต้องมี และนี่คือ 5 แนวทางสำหรับ คล็อปป์ ในการเตรียมรับมือฤดูกาลหน้า ที่ ลิเวอร์พูล จะไม่มี โอริกี้ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ mirror.co.uk)

- ให้โอกาสเด็กๆ จากอคาเดมี่



คล็อปป์ ไม่กลัวที่จะดันนักเตะจากอคาเดมี่ของสโมสรขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อยู่แล้ว และตอนนี้ในทีมเยาวชน "หงส์แดง" ก็มีผู้เล่นตำแหน่งปีกและกองหน้าที่น่าสนใจหลายราย ยกตัวอย่างเช่น โอ๊คลี่ย์ แคนโนเนียร์, แม็กซ์ วูลต์แมน และ แจ็ค เบิร์น ซึ่งนักเตะเหล่านี้อยู่ในสายตาของ คล็อปป์ แน่นอน เพราะการย้ายสนามซ้อมสู่ เคิร์กบี้ ทำให้ ยอดกุนซือชาวเยอรมันวัย 54 ปี ได้ใกล้ชิดกับทีมเยาวชนของสโมสรมากขึ้น

- ปั้น มินามิโนะ



ทาคุมิ มินามิโนะ ดาวเตะทีมชาติญี่ปุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งตัวสำรองที่น่าจะช่วย ลิเวอร์พูล ได้ไม่น้อย หากได้รับโอกาสหรือมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็คงแอบหวังเช่นกันว่า การย้ายออกไปของ โอริกี้ อาจจะทำให้เขาได้ลงเล่นมากขึ้น หลังจากที่ฤดูกาลนี้ได้สัมผัสเกม พรีเมียร์ลีก แค่ 10 นัดเท่านั้น แถมเป็นการลงเล่นในฐานะตัวสำรองล้วนๆ

- ซื้อสิ



หลังจบซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล จะได้ ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ ตัวรุกดาวรุ่งฝีเท้าดีจาก ฟูแล่ม แต่เด็กคนนี้ออกแนวเป็นปีกหรือกลางรุกมากกว่า เช่นเดียวกับ หลุยส์ ดิอาซ สตาร์ทีมชาติโคลอมเบีย ที่พวกเขาซื้อมาจาก ปอร์โต้ เมื่อช่วงเดือนมกราคม และเมื่อพิจารณาดูขุมกำลังแดนหน้าของทีมตอนนี้ ที่มีนักเตะอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, ดีโอโก้ โชต้า และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เป็นตัวหลัก ล้วนแล้วแต่ไม่ใช่กองหน้าอาชีพ ดังนั้นการย้ายออกไปของ โอริกี้ น่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ ลิเวอร์พูล ลองเจียดเงินซื้อกองหน้าแท้ๆ เข้ามาบ้าง เพื่อให้ทีมมีอาวุธที่หลากหลายมากขึ้น

- หาของฟรี



ถ้าหากฤดูกาลหน้า ซาลาห์, มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ ยังอยู่กันครบ เท่ากับว่า ลิเวอร์พูล ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหากองหน้ากำลังเสริมที่เป็นตัวดังๆ หรือมีราคาแพง ดังนั้นการลุยตลาดของฟรี จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว เพราะของฟรีอย่าง โฌแอล มาติป และ เจมส์ มิลเนอร์ ที่พวกเขาดึงมาร่วมทีมก่อนหน้านี้ ยังกลายเป็นของดีได้เลย

- ลุ้น โอริกี้ เปลี่ยนใจ



แม้เป็นไปได้ยาก (มาก) และอาจต้องหวังพึ่งปาฏิหาริย์ แต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ ตราบใดที่ยังไม่มีการเซ็นสัญญากับสโมสรอื่น ดังนั้น ลิเวอร์พูล อาจจะลองเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่กับ โอริกี้ ในวินาทีสุดท้ายดู เพราะถ้าหากสุดท้ายเจ้าตัวหาต้นสังกัดใหม่ที่ถูกใจไม่ได้ ทำไมมันจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ที่ "เทพโอริกี้" จะเปลี่ยนใจ และเลือกอยู่โชว์ทีเด็ดในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไป