วันอาทิตย์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2565

โบคุ่ม อาจโดนปรับแพ้ตาม! ย้อนรอยเหตุการณ์แฟนบอลทำร้ายทีมผู้ตัดสินในเกมระดับสูง

 


นับเป็นเหตุการณ์สุดฉาวโฉ่ของวงการฟุตบอลในประเทศเยอรมีนครั้งหนึ่งเลยทีเดียว หลังจากเกมที่ โบคุ่ม เปิดบ้านเจอกับ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค เมื่อวันศุกร์ที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น จำเป็นต้องสั่งพักการแข่งขันเอาไว้ก่อนทั้งที่เตะกันไปได้ราง 69 นาที หลังจากมีแฟนบอลเจ้าถิ่นขว้างถ้วยพลาสติกที่เอาไว้ใช้สำหรับดื่มเบียร์ใส่บริเวณด้านหลังศีรษะของ คริสเตียน กิทเทิ่ลแมน ผู้กำกับเส้นคนหนึ่ง

  
แม้ว่า กิทเทิ่ลแมน จะแสดงท่าทีว่าพร้อมทำหน้าที่ต่อ แต่กรรมการ เบนจามิน คอร์ตัส มองว่ามันจะเป็นการดีกว่าที่จะยุติการแข่งขันเอาไว้ชั่วคราว โดยแม้แต่ โบคุ่ม ยังออกมาประณามการกระทำของแฟนบอลตัวเองเลยว่าเป็นพฤติกรรมที่โง่เง่าสิ้นดี

ตอนนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าฝ่ายจัดการแข่งขันจะให้กลับมาแข่งกันให้จบในช่วงเวลาที่เหลือ หรือจะมีการประกาศให้ มึนเช่นกัดบัค ชนะฟาวล์ไปเลย หลังจากเดิมทีตอนนั้นพวกเขาก็นำ 2-0 อยู่แล้ว ซึ่งหากเป็นกรณีหลังมันก็ไม่ถือว่าน่าเซอร์ไพรส์อะไรมากนัก เพราะที่ผ่านมาก็เคยเกิดเหตุการณ์ที่แฟนบอลทำร้ายทีมงานผู้ตัดสินในเกมลูกหนังระดับสูงจนนำไปสู่การ "ปรับแพ้" มาแล้ว



หนึ่งในตัวอย่างของเรื่องนั้นไม่ได้เกิดขึ้นในสถานที่ที่ห่างไกลจากเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามากนัก เพราะมันเป็นเกม เดเอฟเบ-โพคาล รอบแรก ประจำฤดูกาล 2015-16 นัดที่ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่ตอนนั้นเล่นอยู่ในระดับ ลีกา 2 ไปเยือน เฟาเอฟแอล ออสนาบรู๊ค ทีมจากลีกระดับท้องถิ่น

ตอนแรกนั้น ออสนาบรู๊ค ทำท่าว่าจะสร้างผลงานระดับหักปากการเซียนได้เพราะพวกเขานำ ไลป์ซิก 1-0 แต่แล้วในช่วงนาทีที่ 71 ของการแข่งขันก็เกิดเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดเมื่อมีกองเชียร์จากบนอัฒจันทร์ของฝั่ง ออสนาบรู๊ค ขว้างไฟแช็กลงมา และมันก็ไปโดนหัวของ มาร์ติน ปีเตอร์เซ่น ผู้ตัดสินประจำเกมนี้

ปีเตอร์เซ่น เจ็บจนถึงขนาดต้องกุมบริเวณที่โดนไฟแช็กกระแทกใส่เอาไว้เป็นเวลานาน และหลังจากมีการพิจารณาอยู่พักหนึ่งแล้วนั้น มันก็มีการตัดสินให้ ไลป์ซิก ชนะฟาวล์ไปเลย 2-0 เพราะกฎของสหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (เดเอฟเบ) ระบุว่าสโมสทุกสโมสรต้องมีส่วนรับผิดชอบกับการกระทำของแฟนบอลของทีมตัวเอง



ที่จริงตอนนั้น ไลป์ซิก เสนอที่จะให้เกมมันกลับมาเตะกันใหม่ด้วย แต่ศาลกีฬาก็ยืนกรานคำตัดสินเดิม โดยสุดท้าย ไลป์ซิก ก็ไปจอดป้ายที่รอบ 2 จากการออกไปแพ้ อุนเตอร์ฮากิ้ง อีกหนึ่งทีมจากลีกระดับท้องถิ่น

อีกหนึ่งตัวอย่างเกี่ยวกับกรณีนี้ และถือว่าเกิดขึ้นในเกมที่มีดีกรีสูงกว่าด้วย คือตอนที่ เดนมาร์ก เปิดบ้านเจอกับ สวีเดน ในเกม ยูโร 2008 รอบคัดเลือก กลุ่ม เอฟ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ปี 2007 โดยนี่ถือเป็นเกมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะมันถือเป็นครั้งแรกที่ 2 ชาติคู่อริในย่านสแกนดิเนเวียคู่นี้โคจรมาเจอกันในเกม ยูโร รอบคัดเลือก



ทั้งนี้ รูปเกมมันก็ดุเดือดสมกับที่หลายคนคาดกัน เพราะหลังจาก สวีเดน นำไปก่อน 3-0 เจ้าถิ่นก็ไล่ฮึดจนตีเสมอเป็น 3-3 ได้สำเร็จ จนกระทั่งมาถึงนาทีที่ 89 แฮร์เบิร์ต ฟานเดิ้ล ผู้ตัดสินชาวเยอรมันก็เป่าให้ สวีเดน ได้ลูกจุดโทษ หลังจาก คริสเตียล โพลเซ่น ดาวเตะของเจ้าถิ่นไปต่อย มาร์คุส โรเซนเบิร์ก เข้าที่ท้อง โดยที่ โพลเซ่น ยังโดนใบแดงไล่ออกจากสนามด้วย

ไม่ต้องบอกก็คงพอจะเดาได้ว่าแฟนบอลเจ้าถิ่นเดือดดาลสุดๆ กับจังหวะนี้ แต่ปัญหาก็คือ รอนนี่ นอร์วิก แฟนบอล เดนมาร์ก คนหนึ่งดันวิ่งลงมาในสนามและพยายามจะกระชากคอของ ฟานเดิ้ล ด้วย ยังดีที่ นอร์วิก ดึงได้ไม่แรงพอ ขณะที่ ไมเคิ่ล กราฟการ์ด แนวรับ เดนมาร์ก ก็ต้องเข้าไปขวาง นอร์วิก ไม่ให้เข้าไปทำร้ายเชิ้ตดำเพิ่ม

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ ฟานเดิ้ล เรียกทีมงานมาคุยกัน ก่อนที่จะพาทั้งหมดเดินออกจากสนาม และในอีกไม่กี่นาทีต่อมา ลาร์ส เบเรนด์ต โฆษกของสมาคมฟุตบอลเดนมาร์กก็ออกมาประกาศว่ามีการตัดสินให้ สวีเดน ชนะฟาวล์ไป 3-0 เลย



นี่นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่เกมรอบคัดเลือกของศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปต้องถูกยกเลิกการแข่งขันด้วยสาเหตุของการก่อเหตุป่วนของแฟนบอล โดยในเวลาต่อมา นอร์วิก ถูกดำเนินคดีในชั้นศาล ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าตอนนั้นเมาจัดจนจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าลงไปพยายามที่จะทำร้ายกรรมการในสนาม

สุดท้ายในการเล่นรอบคัดเลือกครั้งนั้น สวีเดน ก็เป็นอันดับ 2 ของกลุ่มด้วยผลงาน 26 คะแนนจากการลงเล่น 12 นัด จนทำให้พวกเขาได้ผ่านเข้าสู่ ยูโร 2008 รอบสุดท้าย ขณะที่ เดนมาร์ก ได้เพียงอันดับ 4 ของกลุ่มจากการมี 20 แต้ม




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น