วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2565

ลุ้น3มหาเศรษฐีเป็นเจ้าของใหม่เชลซี-เปิดตัวเลขเสี่ยหมีพร้อมขาย

 


เปิดชื่อ 3 เจ้าสัวที่มีลุ้นเป็นเจ้าของใหม่ เชลซี หลัง "เสี่ยหมี" โรมัน อบราโมวิช พร้อมขาย และตั้งตัวเลขเชิญชวนคนเข้ามาเทกโอเวอร์ไว้แล้ว


โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีม เชลซี กำลังพยายามหาทางขาย "สิงห์บลูส์" ให้ได้โดยเร็วที่สุด หลังจากสละอำนาจบริหารให้ไปอยู่ในความดูแลของมูลนิธิสโมสรเพราะต้องการปกป้องทีมจากกรณีที่ รัสเซีย ส่งปฎิบัติการทางทหารเข้าไปในยูเครน จนมีสถานการณ์ตึงเครียดอย่างมากอยู่ในเวลานี้

มหาเศรษฐีชาวเมืองหมีขาวถูกโจมตีอย่างหนักจากพิษสงคราม เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นคนออกคำสั่งโจมตี ยูเครน รวมทั้งไม่เคยออกมาประฌามการกระทำของผู้นำเพื่อนร่วมชาติ

รายงานระบุว่า อบราโมวิช ต้องการขาย เชลซี ให้ได้ในราคา 4 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 176,000 ล้านบาท) และได้เสนอขายให้กับบางคนไปแล้ว และนี่คือ 3 ตัวเต็งที่จะได้เข้ามาเป็นเจ้าของทีม "สิงห์บลูส์" คนใหม่

1. ฮันส์ยอร์ก วีสส์



ฮันส์ยอร์ก วีสส์ มหาเศรษฐีชาวสวิส เป็นชื่อที่ถูกพูดถึงมากสุดนับตั้งแต่มีข่าว "เสี่ยหมี" ต้องการขาย เชลซี และเจ้าตัวก็สนใจโดยน่าจะพร้อมลงขันกับนักลงทุนรายอื่นๆ

วีสส์ วัย 86 ปี มีทรัพย์สินรวม 4.3 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 189,200 ล้านบาท) และเป็นผู้ก่อตั้ง ซินเธส บริษัทผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์

วีสส์ ถึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในคนที่ใจบุญที่สุดของโลก หลังจากบริจาคเงินจำนวนมากให้กับกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมตลอดช่วงที่ผ่านมา

2. เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์



เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ อภิมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยสุดในอังกฤษ และเคยมีข่าวสนใจซื้อ เชลซี มาแล้วเมื่อราว 3 ปีก่อน แต่โดน อบราโมวิช บอกปัดในเวลานั้น

แรตคลิฟฟ์ วัย 69 ปี เป็นเจ้าของบริษัท อินนิออส ซึ่งเป็นธุรกิจปิโตรเคมีภัณฑ์ที่มีมูลค่าระดับหมื่นล้านปอนด์ ขณะที่ตัวเขาเองมีทรัพย์สินรวมกว่า 21 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 924,000 ล้านบาท)

3. ท็อดด์ โบห์ลี่



ท็อดด์ โบห์ลี่ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เป็นอีกคนที่เคยมีข่าวต้องการเข้ามาเทกโอเวอร์ เชลซี เมื่อปี 2019 แต่ข้อเสนอสองครั้งโดน อบราโมวิช บอกปัดไปหมด

โบห์ลี่ เป็นเจ้าของกลุ่มบริษัท เอลดริดจ์ อินดัสตรี้ และเป็นเจ้าของทีมเบสบอล แอลเอ ด็อดเจอร์ส โดยเชื่อว่าเจ้าตัวมีทรัพย์สินในครอบครองกว่า 5 พันล้านปอนด์ (ประมาณ 220,000 ล้านบาท)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น