วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565

แมนยูแชมป์-สองทีมสเปนเหนือลิเวอร์พูล!ท็อป10ทีมมูลค่าสื่อดิจิตัลมากสุด

 


เปิด 10 อันดับทีมลูกหนังที่ที่มีมูลค่าสื่อดิจิตัลออนไลน์เยอะสุดในโลก โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ครองแชมป์ ขณะที่ ลิเวอร์พูล รั้งอันดับ 4 เป็นรองสองทีมจากสเปน

  
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสื่อดิจิตัลออนไลน์ทั้งจากแพลตฟอร์ม เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์, ยูทูป และติ๊กต๊อก มากสุดในโลก ตามข้อมูลวิจัยจาก ฮอริซึม เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา

แม้ผลงานในสนามจะไม่ค่อยดีในฤดูกาลนี้ แต่ "ปีศาจแดง" ยังครองเจ้าเรื่องการตลาด เมื่อมีมูลค่าบนสื่อออนไลน์สูงถึง 177.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 7,810 ล้านบาท) ขณะที่ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน ตามมาเป็นอันดับ 2 มูลค่า 150 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,600 ล้านบาท)

ส่วนอันดับ 3 เป็น เรอัล มาดริด ทีมดังจากแดนกระทิงดุอีกราย มีมูลค่าสื่อดิจิตัลออนไลน์ทั้งหมด 97 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,268 ล้านบาท) ด้าน ลิเวอร์พูล รั้งที่ 4 มีมูลค่ารวม 80.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,550 ล้านบาท)

10 อันดับทีมฟุตบอลที่มีมูลค่าบนสื่อดิจิตัลออนไลน์มากสุดในโลก

1. แมนฯ ยูไนเต็ด 177.5 ล้านปอนด์
2. บาร์เซโลน่า 150 ล้านปอนด์
3. เรอัล มาดริด 97 ล้านปอนด์
4. ลิเวอร์พูล 80.7 ล้านปอนด์
5. เชลซี 79.8 ล้านปอนด์
6. เปแอสเช 56 ล้านปอนด์
7. แมนฯ ซิตี้ 47.5 ล้านปอนด์
7. อาร์เซน่อล 47.5 ล้านปอนด์
9. ยูเวนตุส 35 ล้านปอนด์
10. บาเยิร์น มิวนิค 28.9 ล้านปอนด์




แหล่งรวมของฟรี! บาร์ซ่าส่อแววได้รือดิเกอร์เสริมทัพอีกราย

 


บาร์เซโลน่า ทีมดังของ ลา ลีกา มีแววได้นักเตะใหม่ไปเสริมทัพแบบฟรีๆอีกรายหลังเอเยนต์ของ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ปราการหลังทีม เชลซี เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ของถิ่น คัมป์นู เมื่อคืนวันพุธเพื่อเจรจากันถึงการย้ายสังกัดในช่วงซัมเมอร์

  
เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติ เยอรมัน สามารถย้ายสโมสรได้แบบไม่มีค่าตัวหลังจบซีซั่นเนื่องจากกำลังจะหมดสัญญากับ สิงห์บลูส์ โดยการเจรจาต่อสัญญาล่มมานานตลอดเก้าเดือน

ถึงกระนั้น เป็นที่เชื่อว่าเจ้าตัวยังไม่ตัดโอกาสต่อสัญญาใหม่กับสโมสรใน ลอนดอน โดยอาจตัดสินใจในช่วงซัมเมอร์เพื่อรอดูท่าทีเจ้าของใหม่ของสโมสรที่จะเข้ามาเทคโอเวอร์ถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต่อจาก โรมัน อบราโมวิช มหาเศรษฐีชาว รัสเซีย ซะก่อน

อย่างไรก็ดี ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ เผยว่า ซาห์ร เซเนซี่ เอเยนต์ของ รือดิเกอร์ ที่เคยโดนลือว่าตกลงสัญญากับ ยูเวนตุส ทีมดังของ เซเรียอา ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วเข้าพบกับ มาเตอู อเลมานีย์ ผู้อำนวยการเทคนิค และ จอร์ดี้ ครัฟฟ์ บอร์ดของ บาร์ซ่า เพื่อถกกันที่ภัตตาคารของเมือง บาร์เซโลน่า โดยทั้งสองฝ่ายเจรจากันนานสามชั่วโมง และจิบไวน์ร่วมกัน

นอกจาก บาร์ซ่าแล้ว ดาวเตะวัย 29 ปีตกเป็นที่หมายปองของทั้ง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ บาเยิร์น มิวนิค ด้วย แถมบางสโมสรใน พรีเมียร์ลีก จับตาถึงสถานการณ์ของเขาเช่นกัน

ด้าน บาร์เซโลน่า ตกเป็นข่าวเมื่อวันก่อนว่าได้ตัวนักเตะใหม่แบบฟรีๆไปก่อนแล้วสองรายคือ อันเดรียส คริสเตนเซ่น กองหลัง เชลซี ซึ่งไม่คิดต่อสัญญากับสโมสรเช่นเดียวกับ ฟร้องค์ เกสซิเย่ มิดฟิลด์ทีม เอซี มิลาน ซึ่งปฏิเสธการต่อสัญญาเพื่อย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัว




พรีเมียร์ลีก ไฟเขียวปรับกฎเปลี่ยนผู้เล่นสำรอง 5 คนนับตั้งแต่ฤดูกาลหน้า

 สโมสรในศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ลงคะแนนเสียงมีมติเห็นชอบที่จะสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นสำรองลงสนามได้จำนวน 5 คนในฤดูกาลหน้า


กฎดังกล่าวได้ถูกใช้เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่ โควิด-19 เริ่มต้นการแพร่ระบาดก่อนที่พวกเขาจะปรับโควต้าเป็น 3 ตัวสำรองดังเดิมในซีซัน 2020/21 และในฤดูกาลนี้

โดยการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ พรีเมียร์ลีก มีใจความสำคัญว่า สโมสรในลีกเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงโควต้าตัวสำรองเป็น 5 คนในฤดูกาลหน้า จากเดิมที่ทีมสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 3 ราย และสามารถส่งชื่อนักเตะบนม้านั่งสำรองเป็น 9 คนเช่นเดิม

แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุว่าถึงกรอบเวลา ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ 2022 ว่าจะเปิดทำการในวันที่ 10 มิถุนายน และมีเส้นตายในวันที่ 1 กันยายน เวลา 23:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (5:00 น. ตามเวลาในประเทศไทย) รวมไปถึงปรับเปลี่ยนระเบียบการตรวจหาเชื้อ โควิด-19 ในฤดูกาลนี้จากเดิมที่ดำเนินการตรวจ 2 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นการตรวจเพื่อหาอาการแทนที่




งานเบาเงินเดือนดี!เบล,อาซาร์ติดโผ 10 สตาร์ซิวค่าแรงสูงสุดลาลีกา

 มาร์ก้า สื่อเมืองกระทิงเผย 10 อันดับ

นักเตะที่ได้ค่าแรงสูงที่สุดใน ลา ลีกา ซีซั่นนี้ออกมาแล้วโดย แกเร็ธ เบล กับ เอแดน อาซาร์ สองสตาร์ทีม เรอัล มาดริด ติดโผรับค่าแรงอย่างงามแม้จะลงสนามเพียงน้อยนิดเท่านั้น

  
สื่อเจ้าดังกล่าวระบุว่าสตาร์ทีมชาติเวลส์ได้ค่าจ้างสูงที่สุุดในลีกกระทิงดุจากตัวเลขปีละ 34 ล้านยูโร (ราว 1,276 ล้านบาท) ขณะที่ อาซาร์ ซึ่งอยู่ในสังกัดของ ราชันชุดขาว เช่นกันได้ค่าแรงตกปีละ 30 ล้านยูโร (ราว 1,126 ล้านบาท)เทียบเท่ากับ อ็องตวน กรีซมันน์ ดาวเตะทีมชาติ ฝรั่งเศส ที่ แอตเลติโก มาดริด ยืมตัวกลับมาจาก บาร์เซโลน่า

กระนั้นก็ดี เป็นที่เห็นได้ชัดว่าสองดาวเตะของถิ่น เบร์นาเบว ได้ค่าแรงอย่างน่าอิจฉาเมื่อเทียบกับการลงสนามให้กับสโมสรเนื่องจากทั้งคู่มีปัญหาล้มเจ็บอย่างต่อเนื่อง

เท่านั้นไม่พอ สองตัวรุกของ เรอัล มาดริด ต่างก็ถูกดึงมาเสริมทัพด้วยค่าตัวมหาศาลเช่นกันโดย เบล อำลา สเปอร์ส มาค้าแข้งในลีกสเปนเมื่อเดือนก.ย.2013 ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกในเวลานั้น 100 ล้านยูโร (ราว 3,754 ล้านบาท) ขณะที่ อาซาร์ ย้ายมาจาก เชลซี เมื่อเดือนมิ.ย.2019 ด้วยค่าตัว 100 ล้านยูโร (ราว ซึ่งสามารถเพิ่มขึ้นได้สูงสุดเป็น 146.1 ล้านยูโร (ราว 5,485 ล้านบาท) แต่ในซีซั่นนี้ทั้งคู่ลงเล่นในลีกรวมกันแค่ 21 นัด และยิงประตูรวมกันได้แค่ลูกเดียวเท่านั้น

สำหรับ คาริม เบนเซม่า กองหน้าเลือดน้ำหอมของ ราชันชุดขาว รั้งอันดับสี่ในข่ายนี้ แถมซีซั่นนี้กัปตันแห่งถิ่น เบร์นาเบว ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมยิงได้ 32 ประตูจาก 34 นัด ขณะที่ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ รั้งอันดับห้า และเป็นนักเตะของ บาร์เซโลน่า ที่ได้ค่าแรงสูงที่สุดโดยเขาลงเล่นให้กับสโมสรมาทีมเดียวตั้งแต่สมัยอยู่ในอะคาเดมี่ ลา มาเซีย

ส่วนนายทวารที่ได้ค่าจ้างสูงที่สุดได้แก่ ยาน โอบลัค มือกาวทีม แอตเลติโก มาดริด ซึ่งอยู่ในอันดับเจ็ดร่วมเช่นเดียวกับ ดาบิด อลาบา น้องใหม่ใน ลา ลีกา ที่ย้ายจาก บาเยิร์น มิวนิค มาร่วมทีม เรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัวเมื่อช่วงซัมเมอร์

ท็อปเทนนักเตะที่ได้ค่าแรงสูงที่สุดใน ลา ลีกา ซีซั่น 2021/22

1.แกเร็ธ เบล 34 ล้านยูโร (ราว 1,276 ล้านบาท)

2.อ็องตวน กรีซมันน์ 30 ล้านยูโร (ราว 1,126 ล้านบาท)

2-เอแด็น อาซาร์

4.คาริม เบนเซม่า 24 ล้านยูโร (ราว 900 ล้านบาท)

5.เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ 23 ล้านยูโร (ราว 863 ล้านบาท)

6. โทนี่ โครส 22 ล้านยูโร (ราว 825 ล้านบาท)

7.จอร์ดี้ อัลบา 20 ล้านยูโร (ราว 750 ล้านบาท)

8.-ยาน โอบลัค

9.-ดาวิด อลาบา

10.-ลูก้า โมดริช




บาร์เซโลน่าสนแล้วไง!มาร์ชหวังราฟินญ่าอยู่ยาวกับลีดส์

 


เจสซี่ มาร์ช กุนซือ ลีดส์ ยูไนเต็ด ระบุชัด อยากเห็น ราฟินญ่า ดาวเตะคนเก่ง อยู่ช่วยทีมยาวๆ รับรู้ดี บาร์เซโลน่า กำลังให้ความสนใจนักเตะรายนี้ 

เจสซี่ มาร์ช ผู้จัดการทีม ลีดส์ ยูไนเต็ด ยืนยันว่า ตนคาดหวังที่จะเห็น ราฟินญ่า ปีกคนสำคัญชาวบราซิเลียน อยู่ช่วยทีมต่อไปแบบยาวๆ ถึงแม้นักเตะกำลังได้รับความสนใจจาก บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ในศึก ลา ลีกา สเปน ก็ตาม

เชื่อกันว่า ราฟินญ่า กำลังเป็นที่้ต้องการของหลายสโมสรชั้นนำในยุโรป หลังจากที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในฤดูกาลนี้ โดยกดไปแล้ว 9 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 27 นัด

ตลอดช่วงที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า ถูกมองเป็นสโมสรที่มีโอกาสได้ตัว สตาร์ทีมชาติบราซิลวัย 25 ปี ไปครอบครองมากที่สุด ซึ่ง มาร์ช ก็ตระหนักดีถึงเรื่องดังกล่าว

"ผมยังไม่ได้คุยกับเขาถึงเรื่องของ เดโก้ (เอเยนต์ของ ราฟินญ่า) หรือ บาร์เซโลน่า เลย แต่มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว (เรื่องความสนใจจาก บาร์เซโลน่า) เพราะเขาเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ"

"เราต้องการสนุกกับการเล่นฟุตบอลโดยที่มีเขาอยู่ในทีม และแน่นอนว่า เราต้องการให้เขาอยู่กับทีมให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม และเป็นคนที่ดีมากด้วย" นายใหญ่ ลีดส์ กล่าว


วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2565

ตำหนิแฟนอังกฤษ!เฮนเดอร์สันป้องแม็กไกวร์หลังโดนโห่หนัก

 


จอร์แเดน เฮนเดอร์สัน ออกโรงปกป้อง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่โดนแฟนบอลอังกฤษโห่ใส่ พร้อมตำหนิกองเชียร์กลุ่มที่ทำอย่างนั้นด้วย โดยบอกว่า แม็กไกวร์ เป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมมีพัฒนาการที่ดีใน 2 รายการหลังสุด


จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลาง ลิเวอร์พูล กล่าวปกป้อง แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังเพื่อนร่วมชาติ รวมถึงตำหนิแฟนบอลของทีมชาติอังกฤษที่โห่ใส่ แม็กไกวร์ ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่ทัพ "สิงโตคำราม" เปิดรัง เวมบลีย์ เอาชนะ ไอวอรี่ โคสต์ 3-0 เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา

ตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แม็กไกวร์ ตกเป็นประเด็นร้อนในวงการฟุตบอลอังกฤษพอตัว จากการที่เขาทำผลงานกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ต่ำกว่ามาตรฐาน แต่ยังได้รับโอกาสลงเล่นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งล่าสุดมันก็ลามมาถึงเกมทีมชาติด้วย หลังจากที่แฟนบอลอังกฤษหลายคนโห่ใส่ แม็กไกวร์ อย่างหนักหน่วง

เฮนเดอร์สัน เผยว่า "ผมไม่เข้าใจเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่ เวมบลีย์ ในคืนนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เป็นคนสำคัญของ อังกฤษ มาโดยตลอด หากไม่มีเขาแล้วล่ะก็เราก็ไม่มีทางที่จะสร้างความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นใน 2 ทัวร์นาเมนท์หลังสุด (การได้อันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2018 และเป็นรองแชมป์ ยูโร 2020) ได้เลย"

"นี่เขาโดนโห่ใส่ในบ้านของตัวเองแบบไร้เหตุผลเนี่ยนะ ? นี่พวกเรากลายเป็นอะไรกันไปแล้ว ? สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้มันไม่ถูกต้อง ในฐานะคนที่อยากได้แชมป์บางอย่างร่วมกับ อังกฤษ นั้น ผมบอกเลยว่าผมรู้สึกโชคดีที่ได้ใช้เวลาอยู่ในห้องแต่งตัวร่วมกับเขา เราทุกคนต่างก็รู้สึกแบบเดียวกัน!"





เกือบแขวนถุงมือ! โจ ฮาร์ท กับคำตอบสุดเถรตรงจาก ซานโต้

ในวัย 34 ปี โจ ฮาร์ท กำลังมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมกับ เซลติก เขาได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องจนถึงขนาดที่ว่าลงสนามไปแล้ว 46 นัดจากทุกรายการ, มีส่วนพาทีมนำเป็นจ่าฝูงของ สกอตติช พรีเมียร์ชิพ ในตอนนี้ จากการมีแต้มมากกว่า เรนเจอร์ส 3 คะแนน รวมถึงเพิ่งได้สัมผัสกับถ้วยแชมป์ สกอตติช ลีก คัพ ไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา จากการที่ช่วยให้ทีมชนะ ฮิเบอร์เนียน ในนัดชิงชนะเลิศ 2-1

  
เรื่องทั้งหมดนี้ต่างจากสถานการณ์ก่อนหน้าที่เขาจะมาซบ เซลติก เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ปี 2021 อย่างสิ้นเชิง เพราะเขาไม่ได้เป็นตัวหลักของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนแล้ว ก่อนที่จะมีสภาพเหมือนโดนฝังทั้งเป็นจากการที่ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ซึ่งเพิ่งเข้าไปคุม สเปอร์ส ในช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน บอกว่าเขาไม่อยู่ในแผนการทำทีมอีกต่อไป



สถานการณ์เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาของ ฮาร์ท เรียกได้ว่ามันเลวร้ายมากๆ จนแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันเกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นกับคนที่เคยเป็นมือ 1 ของทีมชาติอังกฤษ, เคยเป็นตัวหลักของทีมระดับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นนายทวารที่เหนียวหนีบทึ่สุดคนหนึ่งของวงการฟุตบอลยุโรป ใช่ แม้แต่ ฮาร์ท ก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตของตัวเองพลิกผันไปถึงขั้นนั้นได้

"เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมามันเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากที่ ท็อตแน่ม" ฮาร์ท เปิดใจระหว่างที่ร่วมรายการพ็อดแคสต์รายการหนึ่ง "วันหนึ่งจู่ๆ เขา (นูโน่) ก็เรียกผมไปคุย ตอนนั้นผมรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเขาจะดึงผู้รักษาประตูอีกคนมาร่วมทีม ผมเลยมีอารมณ์ประมาณว่า -นี่เราจำเป็นต้องคุยกันด้วยเหรอ ?- แต่เขาก็บอกว่าเราต้องคุยบางอย่างกันหลังจบการซ้อมไปแล้ว"

"จากนั้นเขาก็บอกกับผมว่า -ฉันขอพูดก่อนเลยนะ ฉันจะพูดให้ชัดๆ ไปเลย ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ตลอดทั้งฤดูกาลนี้นายจะไม่มีวันได้เตะบอลแน่นอน ฉันเข้ากับคนในสโมสรได้ดี หลายคนเชื่อมั่นในสิ่งที่ฉันกำลังพยายามจะนำมาสู่ทีม- ตอนนั้นผมมีอารมณ์ประมาณว่า -เอ่อ โอเค- แล้วจากนั้นเขาก็บอกว่า -นายจะหาทางร่วมกับผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรเพื่อทำให้ตัวเองย้ายออกไปจากที่นี่ก็ได้นะ ไม่ว่านายจะอยากทำอะไรก็ตามก็ทำไปเลย-"



เมื่อได้ยินแบบนั้นมีหรือที่คนระดับ ฮาร์ท จะยอมง่ายๆ "ผมถามไปว่า -คือผมแค่สงสัยน่ะนะ สมมุติว่าให้คุณพูดแบบไม่ต้องสนเรื่องสถานการณ์ในตอนนี้ คือคุณเองก็เคยเป็นผู้รักษาประตูมาก่อนนี่ ผมสงสัยว่าทำไมมันถึงมาอยู่ในจุดนี้ได้กัน ? ทำไมผมถึงเปลี่ยนจากการเป็นอะไรก็ตามที่ผมเคยเป็น มาสู่การเป็นส่วนเกินของขุมกำลังของทีม แล้วตอนนี้ถึงขั้นกลายเป็นว่าไม่ดีพอที่จะเป็นตัวสำรองให้กับมือ 1 ได้อีก ? พูดมาตามตรงเลยดีกว่า"

สิ่งที่ออกมาจากปากของ ซานโต้ ในตอนนั้น เรียกว่าเป็นสิ่งที่ ฮาร์ท คิดไม่ถึงก็ว่าได้ "เขาบอกว่า -ในความคิดของฉันน่ะ เรามาถึงจุดที่สภาพร่างกายมันไม่สามารถปล่อยให้นายเล่นฟุตบอลได้อีกต่อไปแล้ว เรามาถึงจุดนั้นกันแล้ว ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่สบายใจที่จะให้นายลงเล่นเพื่อฉันสัก 1 นาทีด้วยซ้ำ บอลมันเร็วเกินไปสำหรับนาย, นายแก่เกินไป, นายไม่ขยับไปไหนเลย, สภาพร่างกายของนายไม่มีเรี่ยวแรงอะไรเหลือแล้ว"



"เขาฝังผมทั้งเป็นก็ว่าได้ ตอนนั้นผมถึงกับหัวเราะออกมา เพราะไม่ว่าผมจะหลอกตัวเองหรือไม่ก็ตาม แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเขาแม้แต่นิดเดียว ผมบอกเขาไปว่า -ผมขอความเห็นจากคุณ ตอนนี้คุณก็ตอบมาแล้ว มันไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากได้ยิน และผมจะต้องพาตัวเองออกจากสถานการณ์นี้ให้ได้-"

คำพูดของ ซานโต้ หนักหน่วงจนถึงขั้นทำให้ตอนนั้น ฮาร์ท คิดที่จะเลิกเล่นฟุตบอลด้วยซ้ำ "วันนั้นผมตรงกลับบ้านและมีสภาพสับสนสุดๆ ผมคิดว่าผมหมดสภาพแล้ว ผมไม่สามารถปล่อยให้ตัวเองมีสภาพน่าอับอายแบบนี้ได้อีกแล้ว ผมจะนั่งอยู่ในห้องนี้แล้วให้เขาพูดแบบนั้นใส่ผมง่ายๆ ได้อีกแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ฮาร์ท ก็ไม่สามารถทิ้งฟุตบอลได้ง่ายๆ "3 ปีที่ผมไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังทำบ้าอะไรอยู่กันแน่ ผมตัดสินใจเดินไปยังอีกทาง (หลังบอกลา แมนฯ ซิตี้) และโดนด่าใส่ยับๆ เหมือนโดนเตะใส่หน้าอยู่เรื่อยๆ ทั้งที่ผมก็แค่พยายามอย่างดีที่สุด ผมคิดกับตัวเองว่า -ฉันไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้อีกแล้ว ฉันแข็งแกร่ง สุขภาพฉันยังดี ฉันรักฟุตบอล- ผมบอกกับตัวเองว่าผมยอมเล่นเกมเพื่อการกุศล 30 นัดต่อปีให้กับใครก็ได้ที่ต้องการให้ผมลงเฝ้าเสาจริงๆ และตอบแทนคนเหล่านั้น



"ผมปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ไม่ได้ ผมชอบฟุตบอล แต่ไม่ชอบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกต่อไป ทุกคนที่หนุนหลังผมต่างก็เห็นด้วย พวกเขาบอกว่า -ฉันเข้าใจนะว่านายหมายความว่าอะไร- ดังนั้นวันต่อมาผมเลยกลับไปหาเขา (ซานโต้) และบอกว่า -อย่างแรกเลยนะ คุณเป็นผู้จัดการทีม คุณต้องตัดสินใจบางอย่างซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ส่วนที่เหลือมันมากเกินไป-

"มันจบแค่นั้น ผมจะไม่ทำตัวเป็นปัญหา ผมตั้งใจที่จะซ้อมให้หนักในทุกวันและหาทางออกให้ได้ ผมก็แค่ต้องรับมือกับปัญหาอีกอย่างให้ได้ เขาเป็นผู้จัดการทีมและต้องจัดการกับส่วนเกินบางอย่าง และผมก็เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนั้น เขาตัดสินใจอย่างนั้นไปและหนักแน่นกับเรื่องนั้น ก็ถือว่าโอเค เขาเป็นบอสและผมก็ต้องออกมา"



ฮาร์ท ไม่ปล่อยให้โอกาสมันเข้ามาหาเขา เขาตัดสินใจติดต่อไปหา อังเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือ เซลติก ด้วยตัวเอง เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะทำให้ได้ไปอยู่กับ เซลติก "ผมติดต่อมาหา อังเก้ คือผมรู้ดีอยู่แล้วว่า เซลติก มีการเจรจาเข้ามาเหมือนกัน พวกเขา (สเปอร์ส) บอกว่าให้ผมคุยกับอีกฝ่ายได้ ผมเลยคิดกับตัวเองว่า -เจ๋งเลย- ตอนนี้ผมรักทุกนาทีที่อยู่กับที่นี่ ผมมีความสุขกับที่นี่"

แน่นอน มันไม่สามารถตอบอย่างแน่ชัดได้ว่าระหว่าง ซานโต้ กับ ฮาร์ท ใครกันแน่ที่คิดถูกเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ สเปอร์ส แต่อย่างน้อยตอนนี้ ฮาร์ท ก็กลับมามีความสุขอีกครั้ง และนั่นถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับนักฟุตบอลทุกคน




เจ๋งพอไหม?เช็กผลงานแอนโทนี่เทียบ6แนวรุกแมนยู

เทียบผลงาน แอนโทนี่ ปีก อาแจ็กซ์ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่, แอนโธนี่ อีแลงก้า และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล 6 แนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด หลัง เอริก เทน ฮาก จะดึงมาอยู่ด้วยหากได้มาทำงานใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

  
เอริก เทน ฮาก กุนซือ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ตกเป็นข่าวว่า ต้องการหนีบ แอนโทนี่ ปีกทีมชาติบราซิล มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย หากตัวเองได้รับการแต่งตั้งให้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลหน้า

แอนโทนี่ วัย 22 ปี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่ย้ายมาจาก เซา เปาโล เมื่อปี 2020 จนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่เมื่อปีที่แล้ว และถึงเวลานี้รับใช้ทัพเซเลเซา ไปแล้ว 9 นัด ทำได้ 2 ประตู

สำหรับผลงานของ แอนโทนี่ กับ อาแจ็กซ์ ในฤดูกาลนี้ หากนำมาเปรียบเทียบกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอดินสัน คาวานี่, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เจดอน ซานโช่, แอนโธนี่ อีแลงก้า และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ปัจจุบันไปเล่นให้ เซบีย่า แบบยืมตัว ออกมาเป็นดังนี้

จำนวนประตู
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 12
แอนโทนี่ – 8
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 4
เจดอน ซานโช่ – 3
เอดินสัน คาวานี่ – 2
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 2
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 1



แอสซิสต์

แอนโทนี่ – 4
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 3
เจดอน ซานโช่ – 3
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 2
เอดินสัน คาวานี่ – 1
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 0
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 0



นาทีเฉลี่ยต่อประตู
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 159.9
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 210
แอนโทนี่ – 217
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 234
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 274.5
เอดินสัน คาวานี่ – 307
เจดอน ซานโช่ – 499.6



นาทีเฉลี่ยต่อประตูหรือแอสซิสต์
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 127.9
แอนโทนี่ – 144.6
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 156
เอดินสัน คาวานี่ – 204.6
อองโตนี่ มาร์กซิยาล– 210
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 274.5
เจดอน ซานโช่ – 299.8



สร้างโอกาสเฉลี่ยต่อเกม
เจดอน ซานโช่ – 2.0
แอนโทนี่ – 1.9
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 1.0
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 0.9
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 0.7
เอดินสัน คาวานี่ – 0.4
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 0



เลี้ยงบอลสำเร็จเฉลี่ยต่อเกม (เปอร์เซ็นต์สำเร็จ)
แอนโทนี่ – 2.2 (59.5%)
เจดอน ซานโช่ – 2.1 (51.2%)
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 2.0 (46.5%)
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 1.7 (56.6%)
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 1.1 (32.4%)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 0.8 (61.5%)
เอดินสัน คาวานี่ – 0.6 (85.7%)



ผ่านบอลเฉลี่ยต่อเกม (เปอร์เซ็นต์แม่นยำ)
แอนโทนี่ – 53.0 (82.3%)
เจดอน ซานโช่ – 43.9 (83.1%)
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 35.1 (81.7%)
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 33.8 (78.4%)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 29.8 (82.1%)
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 29.2 (75.3%)
เอดินสัน คาวานี่ – 26.1 (75.8%)



โอกาสยิงเฉลี่ยต่อเกม (ในเขตโทษ)
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ – 4.1 (3.3)
แอนโทนี่ – 4.1 (2.2)
เอดินสัน คาวานี่ – 2.3 (2.0)
อองโตนี่ มาร์กซิยาล – 2.1 (1.8)
มาร์คัส แรชฟอร์ด – 1.8 (1.3)
เจดอน ซานโช่ – 1.3 (1.0)
แอนโธนี่ อีแลงก้า – 2.1
(1.5)




ซาลาห์-ฮาแลนด์นำทัพ!รวมทีม11ยอดแข้งอดไปบอลโลก

 


จัดทีมรวม 11 ยอดแข้งที่อดไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 หลังหลายชาติดังตกรอบคัดเลือก โดยคู่หูกองหน้านำมาโดย โม ซาลาห์ และ เออร์ลิง ฮาแลนด์

    
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ต้องอกหักเพราะไม่สามารถพาทีมชาติอียิปต์ ไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ ช่วงปลายปีนี้ หลังทัพมัมมี่แพ้จุดโทษ เซเนกัล 1-3 ในรอบคัดเลือก โซนแอฟริกา หลังรวมผลสองนัดเสมอกัน 1-1 เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา

ในเวลานี้ได้ 27 ชาติที่ไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย โดยยังเหลือตั๋วให้อีก 5 ทีม และจะมีการจับสลากแบ่งกลุ่ม ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ วันศุกร์ที่ 1 เมษายนนี้

นอกจาก ซาลาห์ แล้วนั้นยังมีสตาร์ดังหลายรายที่จะพลาดไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 โดยสามารถจัดทีมรวม 11 นักเตะในระบบ 3-5-2 ออกมาได้ดังนี้



ผู้รักษาประตู - ยาน โอบลัค (สโลวีเนีย)

กองหลัง - วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ (สวีเดน), จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (อิตาลี), เลโอนาร์โด้ สปินาซโซล่า (อิตาลี)

คู่กองกลางตัวรับ - จอร์จินโญ่ (อิตาลี), อีฟส์ บิสซูม่า (มาลี)

สามกองกลางตัวรุก - ริยาด มาห์เรซ (แอลจีเรีย), มาร์ติน โอเดอการ์ด (นอร์เวย์), หลุยส์ ดิอาซ (โคลอมเบีย)




มาดริดยันอันเชล็อตติติดโควิด-ลุ้นหายทันดวลเชลซี

 


คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด ติดโควิด ส่งผลให้ต้องลุ้นจะหายทันคุม "ราชันชุดขาว" ไปเยือน เชลซี ทีมเก่า ในถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก ช่วงต้นเดือนหน้าได้หรือไม่


เรอัล มาดริด จ่าฝูง ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยันเมื่อวันพุธที่ 30 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือคนเก่งชาวอิตาเลียน มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวก และเวลานี้ได้แยกไปกักตัวอยู่ที่บ้านแล้ว

"ราชันชุดขาว" เผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของสโมสรว่า "เรอัล มาดริด ขอยืนยันว่า คาร์โล อันเชล็อตติ โค้ชของเรามีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวก"

ในเวลานี้ เรอัล มาดริด นำเป็นจ่าฝูง ลา ลีกา หลังเล่นไป 29 นัด มี 66 คะแนน ทิ้งห่าง เซบีย่า ทีมอันดับสองที่เล่นเท่ากันอยู่ 9 คะแนน โดย "ราชันชุดขาว" มีโปรแกรมลงเล่นหลังเบรกทีมชาติด้วยการออกไปเยือน เซลต้า บีโก้ วันเสาร์ที่ 2 เมษายนนี้

จากนั้น เรอัล มาดริด จะต้องบุกไปเยือน เชลซี ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก วันพุธที่ 6 เม.ย.นี้ โดยที่ อันเช่ ต้องมีผลตรวจออกมาเป็นลบเสียก่อนถึงจะได้คุมทัพ "ราชันชุดขาว" ลงดวลกับทีมเก่าของตัวเอง




วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2565

เผยเชียเรอร์ค่าตัวย้ายทีมแพงสุดพรีเมียร์ฯเทียบค่าเงินปัจจุบัน

 หากเทียบกับค่าเงินในปี 2022 แล้วนั้น นักเตะที่มีค่าตัวในการย้ายทีมสูงเป็นประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ตกเป็นของ อลัน เชียเรอร์ โดยมี ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ตามมาเป็นอันดับ 2


อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าชาวอังกฤษ ถือเป็นคนที่ย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงเป็นสถิติของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หากเทียบเป็นค่าเงินในปัจจุบัน

เมื่อปี 1996 เชียเรอร์ เคยสร้างความฮือฮาด้วยการย้ายจาก แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนต็ด ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ซึ่งตอนนั้นเงินมันยังไม่เฟ้อมากเท่าปัจจุบัน โดยหากเทียบกับค่าเงินในตอนนี้นั้น 15 ล้านปอนด์เมื่อปี 1996 จะมีค่าเท่ากับ 222 ล้านปอนด์ (ประมาณ 9,768 ล้านบาท) เลยทีเดียว

สำหรับอันดับ 2 ตกเป็นของ ฮวน เซบาสเตียน เวรอน ในตอนที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ควักเงินไป 28.1 ล้านปอนด์เพื่อเอาเขามาจาก ลาซิโอ เมื่อปี 2001 โดยหากเทียบกับปัจจุบันมันจะมีมูลค่าเท่ากับ 155.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,837.6 ล้านบาท) ตามมาด้วย สแตน คอลลีมอร์ ที่เคยย้ายจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ไปซบ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 1995 โดยถึงแม้ตัวเขการย้ายทีมตอนนั้นจะอยู่ที่ 8.5 ล้านปอนด์ แต่หากเทียบกับค่าเงินในตอนนี้จะเป็น 132.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,847.6 ล้านบาท)

เผยเชียเรอร์ค่าตัวย้ายทีมแพงสุดพรีเมียร์ฯเทียบค่าเงินปัจจุบัน





โด้มาเป็นไงบ้าง?เทียบผลงานบรูโน่เล่นให้แมนยูซีซั่นนี้กับฤดูกาลก่อน

เทียบผลงานของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในการเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างฤดูกาลที่แล้วกับซีซั่นนี้ที่ "ปีศาจแดง" ดึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาร่วมทีม


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้กับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส หลังจากทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ย้ายมาจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อเดือนมกราคม ปี 2020

บรูโน่ วัย 27 ปี ลงเล่นให้ "ปีศาจแดง" ไปแล้วทั้งสิ้น 117 นัด ทำได้ 49 ประตู กับ 39 แอสซิสต์ และยังมีสัญญาถึงปี 2025 แต่สโมสรก็ต้องการขยายสัญญา และเพิ่มค่าเหนื่อยจาก 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.4 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ขึ้นไปเป็น 240,000 (ประมาณ 10.56 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ในฤดูกาลนี้สถิติการทำประตูของ บรูโน่ อาจลดลงไปบ้าง หลัง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับคืนถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และรับหน้าที่ยิงจุดโทษให้ทีม และหากเปรียบเทียบผลงานทุกด้านระหว่างซีซั่นนี้กับฤดูกาลก่อนจะออกมาดังนี้

ประตู (เฉลี่ยต่อเกม)

2020-21: 18 (0.52)
2021-22: 9 (0.35)

ประตูที่ไม่ใช่จุดโทษ (เฉลี่ยต่อเกม)

2020-21: 9 (0.35)
2021-22: 9 (0.26)

แอสซิสต์ (เฉลี่ยต่อเกม)

2020-21: 12 (0.52)
2021-22: 6 (0.35)

ประตูและแอสซิสต์ต่อเกม (ไม่รวมจุดโทษ)

2020-21: 0.87 (0.61)
2021-22: 0.58 (0.58)

โอกาสยิงต่อเกม (เข้ากรอบ) [เปอร์เซ็นต์เข้ากรอบ]

2020-21: 2.50 (0.82) [36.4%]
2021-22: 3.19 (1.16) [32.8%]

ประตูเฉลี่ยต่อการยิง (ต่อการเข้ากรอบ)

2020-21: 0.14 (0.43)
2021-22: 0.08 (0.23)

ผ่านบอลเข้าเป้าต่อเกม (เปอร์เซ็นต์แม่นยำ)

2020-21: 49.5 (72.7%)
2021-22: 41.2 (74.6%)

ผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายเฉลี่ยต่อเกม

2020-21: 5.15
2021-22: 4.53

ผ่านบอลเข้าเขตโทษเฉลี่ยต่อเกม

2020-21: 2.79
2021-22: 2.54

ครอสบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายเฉลี่ยต่อเกม

2020-21: 0.23
2021-22: 0.51

สร้างโอกาสทองในการทำประตูเฉลี่ยต่อเกม

2020-21: 2.73
2021-22: 3.01




มีพลาดกันได้! 5นักเตะลิเวอร์พูลดึงมาผลงานไม่ปังยุคคล็อปป์

 ดูกัน 5 นักเตะ ลิเวอร์พูล ที่ดึงตัวมาร่วมทีมแล้วทำผลงานไม่เฉิดฉายในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ โดยมี 3 รายที่ยังอยู่กับทีม ส่วนอีก 2 คนย้ายออกไปแล้ว

   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ได้รับการยกย่องอย่างมากนับตั้งแต่เข้ามาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์ เมื่อปี 2015 แล้วสามารถพา "หงส์แดง" คว้าทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ, สโมสรโลก และ คาราบาว คัพ

ตั้งแต่ คล็อปป์ มาคุม ลิเวอร์พูล นั้น "หงส์แดง" ก็ดึงนักเตะหลายรายมาเสริมทัพ และทำผลงานเยี่ยมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน รวมถึง หลุยส์ ดิอาซ ที่เพิ่งมาร่วมทีมช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวก็ระเบิดฟอร์มทันที

อย่างไรก็ตาม มีนักเตะบางคนที่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในยุคของ คล็อปป์ แล้วทำผลงานไม่ดีอย่างที่แฟนบอลคาดหวังอยู่เหมือนกันยกตัวอย่าง 5 คนนี้

1. นาบี เกอิต้า



กองกลางทีมชาติกีนี ย้ายจาก ไลป์ซิก มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัวถึง 54 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,376 ล้านบาท) เลยทีเดียว ท่ามกลางความคาดหวังอย่างมากจากบรรดา เดอะ ค็อป

อย่างไรก็ตาม เกอิต้า วัย 27 ปี เจอปัญหาบาดเจ็บรบกวนตลอด ทำให้ไม่ค่อยได้โอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และยังไม่แน่จะได้ต่อสัญญาที่จะหมดในปีหน้าหรือไม่

ตั้งแต่มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ นั้น เกอิต้า เจ็บรวมไปถึง 15 หน ทำให้พลาดลงเล่นไปกว่า 50 เกม และจนถึงเวลาได้ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปแค่ 68 นัด ทำได้เพียง 6 ประตูเท่านั้น

2. โดมินิค โซลันกี้



ลิเวอร์พูล คว้าตัว โดมินิค โซลันเก้ กองหน้าดาวรุ่งชาวอังกฤษ มาจาก เชลซี คู่แข่งร่วมลีก แบบไม่มีค่าตัว หลังนักเตะหมดสัญญากับ "สิงห์บลูส์" เมื่อปี 2017

โซลันกี้ ร่วมคว้าแชมป์โลก รุ่นยู-20 กับทีมชาติอังกฤษ และได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นอนาคตใหม่ของวงการลูกหนังแดนผู้ดี ขณะที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ก็ดีใจอย่างมากที่ได้ตัวมาร่วมทีม

กระนั้นก็ดาม โซลันกี้ ไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งออกมาได้ หลังได้โอกาสลงเล่น 27 นัด ยิงไปแค่ลูกเดียว ก่อนโดนขายไปให้ บอร์นมัธ เมื่อปี 2019

3. มาร์โก กรูยิช



มาร์โก กรูยิช กองกลางดีกรีทีมชาติเซอร์เบีย เป็นนักเตะคนแรกที่ คล็อปป์ ดึงเข้ามาเสริมทัพด้วยตัวเองตั้งแต่เข้ามาทำงานในถิ่น แอนฟิลด์

กรูยิช ย้ายมาจาก เร้ด สตาร์ เบลเกรด เมื่อเดือนมกราคม ปี 2016 แต่ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวจริง ก่อนโดนส่งให้หลายสโมสรยืมตัวทั้ง เร้ด สตาร์, คาร์ดิฟฟ์, แฮร์ธ่า เบอร์ลิน และ เอฟซี ปอร์โต้

กรูยิช ได้ลงเล่นให้ "หงส์แดง" ในทุกรายการไปแค่ 16 นัด ทำได้ 1 ประตู และ 1 แอสซิสต์ ก่อนโดนปล่อยไปให้ ปอร์โต้ แบบถาวรเมื่อปีที่แล้ว

4. อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน



อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน วัย 28 ปี เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีศักยภาพสูงแต่โดนอาการบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอด ตั้งแต่ย้ายมาจาก อาร์เซน่อล เมื่อปี 2017

เวลานี้ ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นในแนวรุกหลายรายทำให้โอกาสลงสนามของ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ยิ่งน้อยลงไปอีก ทำให้มีสิทธิ์โดนปล่อยในซัมเมอร์นี้ดีกว่าให้หมดสัญญาในปีหน้า

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา กองกลางชาวเมืองผู้ดี ได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ไปทั้งหมด 133 เกม ทำได้ 17 ประตู และ 14 แอสซิสต์

5. ลอริส คาริอุส



แฟนบอลหลายคนอาจลืมไปแล้วว่า ลอริส คาริอุส ผู้รักษาประตูชาวเยอรมัน ยังอยู่กับ ลิเวอร์พูล หลังก่อนหน้านี้โดนส่งไปให้ อูนิโอน เบอร์ลิน และ เบซิคตัส ยืมใช้งาน

นายทวารหน้าหล่อวัย 28 ปี ที่ย้ายมาจาก ไมนซ์ เมื่อปี 2016 หมดอนาคตกับ "หงส์แดง" ตั้งแต่ทำผิดพลาดมหันต์ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2018

ลิเวอร์พูล จะปล่อย คาริอุส ออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ในซัมเมอร์นี้แน่นอน โดยมีโอกาสสูงที่เจ้าตัวจะได้กลับไปเล่นที่บ้านเกิด หลังที่ผ่านมาลงเล่นให้ "หงส์แดง" ไป 49 เกม




ถ้ามาจริงฮือฮาแน่! รัสเซียเล็งหนียุโรปโยกเล่นโซนเอเชีย

 


สื่อเผย รัสเซีย เล็งชิ่งหนี ยูฟ่า มาอยู่กับ เอเอฟซี หลังโดนองค์กรลูกหนังยุโรปแบนทั้งทีมชาติและสโมสรจากกรณี วลาดิเมียร์ ปูติน ส่งทหารเข้าโจมตี ยูเครน ตั้งแต่เดือนที่แล้ว

  
เดลี่ เมล สื่อดังของประเทศอังกฤษ รายงานข่าวเมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมาว่า สหภาพฟุตบอลรัสเซีย (อาร์เอฟยู) กำลังพิจารณาที่จะอำลาสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) แล้วมาเข้าร่วมสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี)

ในเวลานี้ ยูฟ่า และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) มีมติแบน รัสเซีย จากการแข่งขันระดับทีมชาติ และสโมสรแบบไม่มีกำหนด จากกรณีที่ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแดนหมีขาว ออกคำสั่งส่งกำลังทหารเข้าโจมตี ยูเครน ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

จากกรณีดังกล่าวทำให้ทีมชาติรัสเซีย ไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป ขณะที่สโมสรของเมืองหมีขาว ก็ไม่ได้ลงแข่งทั้งในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูโรปา ลีก และ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก

เดลี่ เมล รายงานตามจากสื่อรัสเซีย ที่บอกว่า อาร์เอฟยู เตรียมพิจารณาที่จะออกจากการเป็นสมาชิก ยูฟ่า เพื่อไปเข้าร่วมกับ เอเอฟซี ซึ่งจะทำให้ทีมชาติ และสโมสรสามารถลงเตะได้อีกครั้ง เหมือนที่ อิสราเอล เคยมาเข้าร่วม เอเอฟซี มาแล้วระหว่างปี 1954-1974

อย่างไรก็ตาม การที่ รัสเซีย จะย้ายจาก ยูฟ่า มาอยู่กับ เอเอฟซี ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะจะต้องได้รับความเห็นชอบจากชาติอื่นๆ ในสมาชิกของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย เหมือนหลายกรณีในอดีต ซึ่งแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะรู้ผล

ทั้งนี้ นอกจาก อิสราเอล ที่เคยเข้ามาเป็นสมาชิกของ เอเอฟซี แล้วนั้น ยังมี ออสเตรเลีย ที่ย้ายหนีจากโซนโอเชียเนีย มาเล่นในทวีปเอเชีย ตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย




ประทับใจ! ทีมเก่าเคลเลเฮอร์ได้ของขวัญ2ชิ้นล้ำค่าจากลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ส่งของขวัญ 2 ชิ้นล้ำค่าให้สโมสรเก่าของ ควีวิน เคลเลเฮอร์ หลังทำผลงานเยี่ยม และเป็นฮีโร่ช่วยให้ "หงส์แดง" คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ เมื่อเดือนที่แล้ว


ริงมาห์น เรนจอร์ส สโมสรในสาธารณรัฐไอร์แลนด์ สุดประทับใจหลัง ลิเวอร์พูล ส่งเสื้อแข่งของ ควีวิน เคลเลเฮอร์ ผู้รักษาประตูชาวไอริช และจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ "หงส์แดง" มาให้ ตามรายงานจากเว็บไซต์ดีสอีสแอนฟิลด์ เมื่อวันอังคารที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา

เคลเลเฮอร์ วัย 23 ปี เคยอยู่กับทีมเยาวชนของ ริงมาห์น เรนจอร์ส ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะไปดึงตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2015 และในเวลานี้ก็เป็นมือสองรองจาก อลีสซง เบ็คเกอร์ นายทวารทีมชาติบราซิล โดยมักจะได้โอกาสลงเฝ้าเสาในฟุตบอลถ้วย และทำผลงานให้ คล็อปป์ ประทับใจเสมอ

นายด่านไอริช เพิ่งเป็นฮีโร่ช่วยให้ "หงส์แดง" เอาชนะ เชลซี คว้าแชมป์ คาราบาว คัพ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังโชว์ซูเปอร์เซฟได้หลายหน แถมยังเป็นคนซัดจุดโทษคนสุดท้ายนำทีมครองถ้วยได้อีกด้วย โดยในรอบก่อนหน้านั้นก็ลงทำหน้าที่ทั้งในเกมพบ นอริช ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล

ลิเวอร์พูล ตอบแทน ริงมาห์น เรนจอร์ส ด้วยการส่งเสื้อแข่งหมายเลข 62 ของ เคลเลเฮอร์ ที่ใส่ในนัดคว้าแชมป์ คาราบาว คัพ และจดหมายที่เขียนด้วยรายมือของ คล็อปป์ ซึ่งมีข้อความดังนี้

"ถึงทุกคนที่ ริงมาห์น เรนจอร์ส ขอบคุณที่ส่ง ควีวิน มาให้เรา เขาทำให้คุณภาคภูมิใจ! เชียร์, เจอร์เก้น คล็อปป์"





วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2565

ส่องไลน์อัพอาร์เซน่อลหากได้แรชฟอร์ดกับอีกหนึ่งมิดฟิลด์

 เดอะ ซัน คาดการณ์หน้าตา 11 ผู้เล่นตัวจริงของ อาร์เซน่อล ในซีซั่นหน้าหากพวกเขาได้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมเพื่อเข้ามาเพิ่มศักยภาพในแนวรุก

    
ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ส่อแววจะต้องหากองหน้ารายใหม่ หลังจากทั้ง อเล็กซองดร์ ลากาแซตต์ กับ เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์ ที่กำลังจะหมดสัญญาหลังจบซีซั่นนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็จัดการปล่อยตัว ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมย็อง ไปแบบฟรี ๆ ให้กับ บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้ทีมทีมกำลังจะเจอปัญหาขาดแคลนผู้เล่นตำแหน่งกองหน้า

กระทั่งล่าสุดมีรายงานว่า "เดอะ กันเนอร์ส" กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ แรชฟอร์ด อยู่ด้วยเช่นกัน หลังจากดาวยิงวัย 24 ปี ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าที่ควร โดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริงเกมลีกแค่ 3 นัดเท่านั้น นับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทินเป็นปี 2022 และตกเป็นข่าวว่าไม่มีความสุขกับต้นสังกัด และวางแผนที่จะย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจบซีซั่นนี้

ขณะเดียวกัน "ปืนใหญ่" ยังสนใจที่จะคว้าตัว ยูริ ตีเลมันส์ มิดฟิลด์จาก เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมอีกหนึ่งราย หลังจากสัญญาของดาวเตะทีมชาติเบลเยียมกำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงซัมเมอร์ 2023 โดยมีรายงานว่าทัพ "จิ้งจอก" เตรียมลดค่าตัวจาก 60 ล้านปอนด์ เหลือเพียง 35 ล้านปอนด์เท่านั้น เพื่อป้องกันการเสียนักเตะไปแบบฟรีๆ หากปล่อยให้ถึงช่วงซัมเมอร์ปีหน้า

หากสุดท้าย อาร์เซน่อล สามารถคว้าตัวสองแข้งรายนี้เข้ามาได้ เดอะ ซัน สื่อจากอังกฤษ ได้คาดการณ์แผนการเล่นเอาไว้ดังนี้



4-2-3-1

ผู้รักษาประตู : อารอน แรมส์เดล

แน่นอนว่าผู้รักษาประตูมือหนึ่งยังคงเป็น แรมส์เดล ที่ยังโชว์ฟอร์มเหนียวแน่นในซีซั่นนี้

กองหลัง : คีแรน เทียร์นีย์, กาเบรียล มาร์กัลเญส, เบน ไวท์, ทาเกฮิโระ โทมิยาสุ

แผงแบ็กโฟร์ในซีซั่นหน้ายังยึดแกนหลักชุดเดิม หลังทั้ง 4 คน เล่นกันอย่างเข้าขาลงตัวสุดๆ โดยจะมี วิลเลียม ซาลิบา เซ็นเตอร์ที่ปล่อยให้ มาร์กเซย ยืมใช้งานกลับมาเป็นหนึ่งตัวเลือกในแนวรับ

กองกลางตัวรับ : ยูริ ตีเลมันส์, โธมัส ปาร์เตย์

สำหรับคู่กลางตัวรับ ยูริ ตีเลมันส์ จะเข้ามาเป็นคู่พาร์ทเนอร์คนใหม่ของ โธมัส ปาร์เตย์ แทนที่ของ กรานิต ชาก้า

กลางรุก : กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, มาร์ติน โอเดอการ์ด, บูคาโย่ ซาก้า

ส่วนบรรดาตัวรุกยังยึดชุดเดิมทั้ง มาร์ติเนลลี่ ที่จะทำเกมริมเส้นฝั่งซ้าย ส่วน ซาก้า จะอยู่ฝั่งขวา โดยมี โอเดอการ์ด ยืนปั้นเกมอยู่ด้านหลังกองหน้า

กองหน้า : มาร์คัส แรชฟอร์ด

แน่นอนว่าหาก อาร์เซน่อล ได้ แรชฟอร์ด มาก็มีโอกาสที่นักเตะจะได้ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งแตกต่างจากตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มักจะถูกจับไปยืนเป็นตัวริมเส้นมากกว่าในช่วงหลัง และอาจจะทำให้ดาวยิงทีมชาติอังกฤษเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้อีกครั้ง