วันพุธที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

วัดกันไปเลย! จับตา5จุดปะทะเดือดแอต.มาดริดดวลแมนยู

 


เปิด 5 จุดปะทะเดือดที่น่าจะเกิดขึ้นในเกมที่ แอตเลติโก มาดริด จะเปิดรังพบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก คืนวันที่ 23 ก.พ.นี้ โดยเฉพาะต้องจับตาผลงานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ "ปีศาจแดง" ที่ถูกโฉลกกับการระเบิดตาข่าย "ตราหมี"

   
สำหรับเกมดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งคู่บิ๊กแมตช์ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่ได้รับการจับตามองจากแฟนบอลเป็นอย่างมาก ซึ่งเชื่อว่า เกมนี้ทั้งสองทีมจะสู้กันสนุก และนี่คือ 5 จุดปะทะในสนามที่ต้องจับตามองเพราะอาจเป็นตัวตัดสินผู้ชนะของเกมได้เลย

1.มาร์กอส ยอร์เรนเต้ - เจดอน ซานโช่



จากผลงาน 4 ประตูจาก 5 เกมหลังสุดของ ซานโช่ ทำให้เกมนี้เจ้าตัวน่าจะถูกจับตามองเป็นพิเศษสำหรับแนวรับของ แอต.มาดริด ที่จะต้องหยุดความร้อนแรงของเขาไว้ให้ได้ โดยเฉพาะการทำเกมริมเส้นทั้งสองฝั่ง ซึ่งคาดว่าเขาจะได้โอกาสออกสตาร์ตทำเกมทางด้านซ้ายก่อน

ส่งผลให้ปีกทีมชาติอังกฤษจะได้ดวลกับ ยอร์เรนเต้ ที่จะถูกถอยมายืนเป็นแบ็กขวาจำเป็นอีกครั้ง ซึ่งก็น่าจะเป็นจุดที่ดวลกันสนุกเนื่องจากแข้งสารพัดประโยชน์ชาวสแปนิชทำผลงานได้โดดเด่น โดยมีอัตราการดวลแบบตัวต่อตัวชนะคู่แข่งจำนวน 69% ในการลงเล่นในรายการนี้

แน่นอนว่าจุดนี้เองน่าจะกลายเป็นอีกหนึ่งจุดตัดสินเกมได้เลย หากสุดท้าย ยอร์เรนเต้ ไม่สามารถหยุดการทำเกมของ ซานโช่ ได้ก็อาจทำให้แนวรับ แอต.มาดริด ปั่นป่วนได้เหมือนกัน

2.หลุยส์ ซัวเรซ - แฮร์รี่ แม็กไกวร์



หาก ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ส่ง ซัวเรซ ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงก็น่าจะสร้างความปวดหัวให้แนวรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด มิใช่น้อย ซึ่งดาวยิงชาวอุรุกวัยแสดงให้เห็นแล้วว่าเขายังคงมีพิษสงแม้จะอยู่ในวัย 35 ปีแล้วก็ตาม

แน่นอนว่าภาระอันหนักอึ้งน่าจะตกไปเป็นของ แม็กไกวร์ ปราการหลังกัปตันทีมที่ยังจะได้ออกสตาร์ตเป็นตัวจริงในเกมนี้ ซึ่งดาวเตะทีมชาติอังกฤษจำเป็นจะต้องเล่นผิดพลาดให้น้อยที่สุด มิเช่นนั้นก็อาจเป็นฝันร้ายของเข้าได้เลย

3.เจฟฟรีย์ กงด็อกเบีย - ปอล ป็อกบา



กงด็อกเบีย ถือเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางของทัพ "ตราหมี" ในซีซั่นนี้ แต่เกมนี้เขาต้องเจอกับภาระอันหนักอึ้งเมื่อจะต้องดวลกับ ป็อกบา ที่กำลังกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีอีกครั้งนับตั้งแต่สลัดอาการบาดเจ็บกลับมา

ป็อกบา มีอัตาค่าเฉลี่ยดวลตัวต่อตัวชนะ 45% พร้อมมีอัตราการจ่ายบอลสำเร็จสูถึง 79% ในการลงเล่นในชปล.ซีซั่นนี้ ซึ่งจุดนี้เองเป็นงานหนักที่ กงด็อกเบีย จะต้องหยุดการทำเกมแดนกลางของมิดฟิลด์ทีมชาติฝรั่งเศสให้ได้ ซึ่งจะส่งผลไปถึงโอกาสการทำประตูของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในแดนหน้าอีกด้วย

4.ยานนิค การ์ราสโก้ - ดิโอโก้ ดาโลต์



ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแข้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ทำผลงานได้น่าประทับใจที่สุดต้องยกให้ ดาโลต์ ที่ทำผลงานโดดเด่นจนยึดตำแหน่งตัวจริงแทน อารอน วาน-บิสซาก้า ในตำแหน่งแบ็กขวา


อย่างไรก็ตามเกมนี้ดาวเตะชาวโปรตุกีสต้องเจองานหินดวลกับ การ์ราสโก้ ที่เป็นตัวหลักในตำแหน่งปีกซ้ายของ "ตราหมี" โดยเจ้าตัวมีทั้งความเร็วไปกับบอลได้ดี และทำแอสซิสต์ไปแล้ว 5 ครั้งในซีซั่นนี้ ซึ่งทำให้ ดาโลต์ จะเติมเกมรุกมากไม่ได้เพราะหากโดนสวนกลับมาโอกาสที่ปีกชาวเบลเยียมจะสร้างความอันตรายให้แนวรับ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้นมีมากทีเดียว

5.ยาน โอบลัค - คริสเตียโน่ โรนัลโด้



สำหรับเกมนี้หนึ่งในคนที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดในสนามคงหนีไม่พ้น โรนัลโด้ ที่มักจะถูกโฉลกในการดวลกับ แอต.มาดริด เป็นอย่างมาก หลังจากเคยกระซวกตาข่ายใส่ "ตราหมี" มาแล้วถึง 25 ประตูซึ่งเป็นแฮตทริกถึง 4 ครั้ง บวกกับอีก 9 แอสซิสต์ โดยเฉพาะในเล่นในสีเสื้อ เรอัล มาดริด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นการยิงใส่ โอบลัค ล้วนๆ

เกมนี้หากไม่มีอะไรผิดพลาด ซีอาร์เซเว่น จะมีโอกาสตามหลอกหลอน โอบลัค ได้อีกครั้ง หากได้รับโอกาสออกสตาร์ตเป็นตัวจริง ในช่วงเวลาที่นายด่านชาวสโลเวเนียมีผลงานที่ย่ำแย่ หลังจากเสียไปแล้วถึง 34 ประตูในลา ลีกา ซึ่งทำให้ "ตรามี" มีสถิติเสียประตูที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น