วันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

แย่งกันมันส์แน่! 5แข้งที่อาจเป็นตัวตัดสินพาต้นสังกัดลุ้นจบท็อปโฟร์

 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลนี้ นอกจากการไล่ลาแย่งแชมป์จะยังลุ้นกันสนุกแล้ว การแย่งชิงอันดับท็อปโฟร์เพื่อคว้าตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าก็กำลังเข้มข้นไม่แพ้กัน


เวลานี้มีถึง 5 สโมสรด้วยกันที่ถูกยกให้มีโอกาสที่จะแย่งจบอันดับที่ 4 หลังจากทั้ง แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี ต่างถูกยกให้มีโอกาสจบจบ 1 ใน 3 มากที่สุดจากอันดับตารางคะแนนในปัจจุบัน ซึ่งถึงแม้ว่าทัพ "สิงห์บลูส์" จะมีโอกาสร่วงลงมาหลังมีแต้มนำ แมนฯ ยูไนเต็ด อันดับ 4 เพียง 3 คะแนนเท่านั้น

แต่ถึงกระนั้นหากมองตั้งแต่ทีมอันดับที่ 4 อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ลงมาถึงอันดับ 8 อย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน น่าจะมีการต่อสู้ลุ้นกันอย่างเข้มข้น ซึ่งรวมถึง อาร์เซน่อล และ สเปอร์ส ที่อยู่อันดับ 6 และ 7 หลังมีระยะห่างที่ไม่มากนัก โดยวันนี้เราจะพาไปดู 5 แข้งของทีมเหล่านี้ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการพาทีมลุ้นจบท็อปโฟร์ให้ได้

5.จาร์ร็อด โบเว่น (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด)



ฤดูกาลนี้ทีมของ เดวิด มอยส์ ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยม และยังสามารถเกาะกลุ่มหัวตรางในการลุ้นจบท็อปโฟร์อย่างเต็มตัว หลังจากพลาดแบบหวุดหวิดในฤดูกาลที่แล้วทำได้เพียงไปเล่นในศึกยูโรปาลีกเท่านั้น

จนถึงตอนนี้ เวสต์แฮม เก็บได้ 45 แต้มจาก 27 นัด ขึ้นมารั้งที่ 5 ของตาราง ซึ่งหากมองจากขุมกำลังของพวกเขาแทบจะเป็นชุดเดิมกับในซีซั่นที่แล้ว และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ "ขุนค้อน" ยังโชว์ฟอร์มกันได้ดี โดยที่ซีคซั่นนี้แข้งที่ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดคือ จาร์ร็อด โบเว่น ที่สามารถแบ่งเบาภาระการทำประตูของ มาคาอิล อันโตนิโอ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยยิงไปแล้ว 8 ประตูกับทำอีก 8 แอสซิสต์

แน่นอนจากหาก โบเว่น ยังรักษาฟอร์มได้สม่ำเสมอโอกาสที่จะพาทีมจบท็อปโฟร์ก็น่าจะมีสูงขึ้น และต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้กับเกมใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ในการเจอกับทั้ง ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, เชลซี, อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้

4.รูเบน เนเวส (วูล์ฟแฮมป์ตัน)



ปฏิเสธไมได้ว่าซีซั่นนี้ เนเวส พัฒนาผลงานได้ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา จนกลายเป็นหัวใจในแดนกลางของ วูล์ฟส์ ที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว โดยมีส่วนสำคัญทั้งในเกมรับและรุก โดยเฉพาะลูกยิงนอกกรอบเขตโทษที่เป็นจุดเด่นของเจ้าตัว

ผลงานของมิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสทำให้ต้นสังกัดค่อยๆทำผลงานได้ดีขึ้นสวนทางจากในช่วงต้นซีซั่น ซึ่งแม้ว่าพวกเขาจะเสียแกนหลักอย่าง อดาม่า ตราโอเร่ ไปให้ บาร์เซโลน่า แต่แทบจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทีมสักเท่าไหร่

3.บูคาโย่ ซาก้า (อาร์เซน่อล)



ปีกทีมชาติอังกฤษพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว จนในซีซั่นนี้เขาจะกลายเป็นแกนหลักในยุคของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว แม้จะยังอยู่ในวัยเพียง 20 ปีก็ตาม แต่เจ้าตัวแสดงให้เห็นถึงความนิ่งเกินวัยกลายเป็นคีย์แมนที่ตัดสินเกมได้เลย

จนถึงตอนนี้ ซาก้า ทำไปแล้ว 7 ประตูกับ 4 แอสซิสต์ ถือเป็นแข้งจาก "ปืนใหญ่" ที่โชว์ฟอร์มได้คงเส้นคงวามากที่สุด และหากเขาไม่ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานเสียก่อน เชื่อว่าโอกาสที่ "เดอะ กันเนอร์ส" จะกลับมาติดท็อปโฟร์ได้อีกครั้งคงไม่ใช่เรื่องยาก

2.แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)



ปฏิเสธไมได้ว่านับตั้งแต่ที่ดาวยิงทีมชาติอังกฤษชวดโอกาสที่จะย้ายไปเล่นให้ แมนฯ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้วทำให้เขาไม่หลงเหลือความเป็นคนเดิมอีกเลย โดยมีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นอย่างหนักในช่วงต้นฤดูกาล และเคยทำประตูไม่ได้หลายเกมติดต่อกัน

อย่างไรก็ตามในยุคของกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ ทำให้ดาวเตะวัย 28 ปี เริ่มกลับสู่ร่างเดิมอีกครั้ง โดยยิงประตูได้มากขึ้น และที่สำคัญคือการสอดประสานงานกับ ซน ฮึง มิน ที่ทำให้แนวรุก "ไก่เดือยทอง" เริ่มมีชีวิตชีวากลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นนิมิตหมายที่ดีในการพาทีมลุ้นจบท็อปโฟร์ให้ได้

1.บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)



ฤดูกาลนี้ผลงานของ บรูโน่ ดูจะดร็อปลงไปอย่างมากจากในซีซั่นที่แล้ว ซึ่งส่งผลต่อแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างมาก จุดเด่นของดาวเตะชาวโปตุกีสคือการสร้างสรรค์เกม, ทุ่มเท และการยิงประตูที่ยอดเยี่ยม

นั่นจึงทำให้เขายังคงเป็นแข้งที่สำคัญของ "ปีศาจแดง" โดยที่ยิงไปแล้ว 9 ประตูกับทำ 6 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก โดยครองดาวซัลโวของทีมร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากนี้ไปในช่วงโค้งสุดท้ายหาก บรูโน่ กลับมาคืนฟอร์มเก่งได้เมื่อไหร่เขาน่าจะกลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญเหมือนในซีซั่นที่แล้วอย่างแน่นอน




หนุ่มๆอิจฉาเลย!5ตำนานแข้งรุ่นพ่อมีของดีได้แฟนเด็ก

 อายุเป็นเพียงตัวเลข! ไปดูหวานใจรุ่นลูกของอดีต 5 นักเตะที่เชื่อว่าจะทำให้หนุ่มๆ ต้องอิจฉาแน่

  
โรมาริโอ ตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิล ชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 เพิ่งสร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังเปิดตัวหวานใจคนสวยรุ่นลูกซึ่งอายุห่างจากเจ้าตัวถึง 25 ปีเลยทีเดียว

วันนี้เราจะไปดูกันถึงอดีตนักเตะชื่อดังที่ได้แฟนเด็กอย่าง 5 คนนี้

1. โรมาริโอ - มาร์เซลล์ เซโอลิน



อดีตดาวเตะวัย 56 ปี โพสต์ภาพตัวเองกอดกับ มาร์เซลล์ เซโอลิน อินฟลูเอนเซอร์สาววัย 31 ปี ขณะที่ร่วมงานเทศกาลดนตรีที่บ้านเกิด ผ่าน อินสตาแกรม เว็บไซต์สังคมออนไลน์ยอดฮิต รวมทั้งควงแฟนสาววัยละอ่อนออกไปดินเนอร์สุดหรูบนดาดฟ้าที่ภัตตาคารแห่งหนึ่ง



โรมาริโอ ที่ปัจจุบันหันไปทำงานด้านการเมือง มีลูกทั้งหมด 6 คนจากความสัมพันธ์กับผู้หญิงหลายราย รวมทั้งลูกชายที่เกิดจากการแอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับนักแสดงสาวรายหนึ่งทั้งๆ ที่ในเวลานั้นเจ้าตัวยังใช้ชีวิตคู่อยู่กับ ดานิเอเล่ ฟาวาโต้ ภรรยาคนที่สอง

2. เท็ดดี้ เชอริงแฮม - คริสติน่า อันดริโอติส



อดีตดาวยิง แมนฯ ยูไนเต็ด วัย 55 ปี แต่งงานกับ คริสติน่า อันดริโอติส อดีตนางแบบวัย 35 ปี เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2016

อันดริโอติส มีอายุมากกว่า ชาร์ลี ลูกชายที่เกิดจากภรรยาคนก่อนของ เชอริงแฮม เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น

3. ดาวิด ชิโนล่า - เมวา เดน็องต์



อดีตปีกทีมชาติฝรั่งเศส วัย 55 ปี เริ่มออกเดตกับ เมวา เดน็องต์ นางแบบเพื่อนร่วมชาติวัย 32 ปี ตั้งแต่ปี 2016 หลังจากที่เลิกกับภรรยาเก่า



แม้ทั้งคู่มีอายุต่างกันถึง 23 ปี แต่ก็โชว์ความหวานออกมาให้สาธารณชนเห็นอยู่เสมอ และดูเหมือนทำให้ ชิโนล่า กลับมาเป็นหนุ่มและมีร่างกายแข็งแรงอีกครั้ง หลังจากที่เคยวูบจนเกือบเสียชีวิตเมื่อปี 2016

4. เดวิด ซีแมน - แฟร้งกี้ โพลต์นี่ย์



อดีตนายทวาร อาร์เซน่อล วัย 58 ปี เข้าพิธีแต่งงานกับ แฟร้งกี้ โพลต์นี่ย์ อดีตนักสเกตน้ำแข็งวัย 49 ปี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015

ทั้งคู่พบรักกันในรายการเรียลลิตี้โชว์ แดนซิ่ง ออน ไอซ์ ตั้งแต่ปี 2008 โดยเวลานั้น ซีแมน ยังคงใช้ชีวิตอยู่กับ เด็บบี้ ภรรยาคนที่สอง จนต้องหย่ากันในที่สุด

5. แกรี่ ลินิเกอร์ - ดานิเอลเล่ บั๊กซ์



อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ วัย 61 ปี แต่งงานกับ ดานิเอลเล่ บั๊กซ์ อดีตนางแบบวัย 42 ปี เมื่อปี 2009

ลินิเกอร์ หย่ากับ มิเชลล์ ภรรยาเก่าเมื่อปี 2006 โดยมีลูกชายด้วยกัน 4 คน ก่อนจะมาพบรักกับ ดานิเอเล่ อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ได้เลิกกันไปแล้วเมื่อปี 2016




กำลังใจล้นหลาม! เผยช็อตประทับใจหลังแข้งยูเครนเบนฟิก้าเดินลงสนาม

 


เผยนาทีประทับใจของ โรมัน ยาเรมชุค กองหน้าชาวยูเครนของ เบนฟิก้า ในระหว่างถูกส่งลงเป็นตัวสำรองในเกมที่ต้นสังกัดเปิดรังถล่ม วิตอเรีย กิมาไรส์ 3-0 ในศึกซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสงครามในบ้านเกิดของเจ้าตัว


เวลานี้ รัสซีย และ ยูเครน กำลังมีปัญหาด้านการเมืองอย่างรุนแรงจนถึงขั้นประเทศจากแดนหมีขาวเปิดฉากทำสงครามด้วยการส่งทหารเข้าไปยึดพื้นที่บางส่วนของ ยูเครน พร้อมกับยิงขีปนาวุธและอาวุธสงครามเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง จนทำให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก และส่งผลกระทบโดยวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมไปถึงวงการฟุตบอลที่บรรดาแข้งชาวยูเครนของสโมสรต่างๆในยุโรปจะได้รับกำลังใจจากเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล ด้วยวิธีการที่แตกต่างกันออกไป

ขณะที่เหตุการณ์ที่ทำให้โลกฟุตบอลยังคงความงดงามอยู่เสมอ โดยมันเกิดขึ้นในเกมที่ เบนฟิก้า เอาชนะ วิตอเรีย กิมาไรส์ 3-0 ในศึกซูเปอร์ลีกา โปรตุเกส เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยที่ โรมัน ยาเรมชุค กองหน้าชาวยูเครน ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 62 ก่อนที่เจ้าตัวจะได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากแฟนบอลทั้งสนามในเอาตาดิโอ ดา ลุซ จนทำให้เจ้าตัวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

สำหรับเวลานี้มีแข้งชาวยูเครนหลายคนที่ต่างได้รับอนุญาติจากสโมสรให้หยุดพักจากการลงสนาม เนื่องจากปัญหาในเรื่องสภาพจิตใจ แต่ในรายของ ยาเรมชุค นั้นเจ้าตัวตัดสินใจที่จะลงสนามช่วยทีมต่อไป



ไม่ขอปล่อยผ่าน!เอฟเวอร์ตันร้องพรีเมียร์ลีกเปาเมินมอบลูกโทษ

 เอฟเวอร์ตัน สุดทน เดินเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการไปถึง พรีเมียร์ลีก แล้วกรณีที่ผู้ตัดสินปฏิเสธมอบลูกโทษอย่างน่ากังขาในเกมเปิดบ้านพ่ายต่อ แมนฯ ซิตี้ ไปอย่างหวุดหวิด 1-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

   
สกาย สปอร์ตส์ รายงานเมื่อ 28 ก.พ.ว่าทีม ท๊อฟฟี่สีน้ำเงิน ยังหัวเสียไม่เลิกที่ไม่ได้ลูกโทษในจังหวะที่ โรดรี้ ทำแฮนด์บอลโดยจังหวะดังกล่าว พอล เทียร์นีย์ ผู้ตัดสินถูกดาวเตะสแปนิชของทีมเยือนบังอยู่พอดี เขาจึงตัดสินใจขอให้ คริส คาวานาห์ ผู้ตัดสินวีเออาร์ช่วยเช็ค และมีการยืนยันว่าไม่เป็นลูกโทษตามกฏที่ว่าบอลกระทบต้นแขนด้านบนซึ่งยังอยูในบริเวณเหนือแขนเสื้อ

ต่อการตัดสินดังกล่าว ทำให้ แอชลีย์ โคล โค้ชทีม เอฟเวอร์ตัน ไม่พอใจอย่างแรง และตรงเข้าประท้วง เทียร์นีย์ หลังจบเกมกระทั่งได้ใบเหลือง ขณะที่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ทีม ลูกอม ได้ระบายอารมณ์อย่างหงุดหงิดในระหว่างการแถลงข่าวเนื่องจากความปราชัยส่งผลให้ทีมของเขาเสี่ยงต่อการตกชั้นเนื่องจากรั้งอันดับ 17 ของตารางซึ่งมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นแค่แต้มเดียวเท่านั้น

"การตัดสินเหลือเชื่อมาก และมันทำให้เราพลาดโอกาสได้สักหนึ่งแต้มอย่างที่เราสมควรได้รับ" แลมพ์ส เอ่ย

"มันเป็นการดูวีเออาร์จาก คริส คาวานาห์ ผมคุยกับผู้ตัดสินแล้ว และพวกเขารู้ว่ามันเป็นลูกโทษ คำถามคือมันเป็นจังหวะล้ำหน้าหรือเปล่า และมันไม่ล้ำ"

"นี่คือเหตุผลที่เรามีวีเออาร์ มันไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากกว่าห้าวินาทีเลยก็รู้ได้ว่ามันเป็นลูกโทษ คาวานาห์ สมควรบอกผู้ตัดสินว่ามันเป็นลูกโทษ หรือไม่ก็บอกให้เขาไปดู"

"เราเสียหนึ่งแต้มเพราะคนที่เป็นมืออาชีพไม่อาจทำงานของเขาได้อย่างถูกต้อง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็รู้ แฟนบอล เอฟเวอร์ตัน ก็รู้ แฟน แมนฯ ซิตี้ ก็รู้ มันเป็นลูกโทษที่ชัดเจนเพราะแขนถูกยื่นออกมา"




สูญพันธ์หมีขาว?สปาร์ตักจ่อโดนเขี่ยออกจากศึกยูโรปาลีก

 สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ขยับตัวตอบโต้การรุกราน ยูเครน ของ รัสเซีย อีกรอบด้วยการเล็งเขี่ย สปาร์ตัก มอสโกว์ หนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของทีมลูกหนังสัญชาติหมีขาวออกจากการฟาดแข้งถ้วย ยูโรปาลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

   
สปาร์ตัก มอสโกว์ ซึ่งเป็นแชมป์ในรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่มซีร่วมกับ เลสเตอร์ มีคิวบู๊กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในเดือนหน้าโดยเกมแรกพวกเขาจะบุกไปเยือนทีมดังของ บุนเดสลีกา ก่อนในวันที่ 10 มี.ค.ก่อนกลับมาเล่นในบ้านวันที่ 17 มี.ค.

อย่างไรก็ดี จากปัญหาการสู้รบซึ่ง รัสเซีย กำลังโจมตี ยูเครน ท่ามกลางกระแสแอนตี้จากทั่วโลก ยูฟ่า จึงหวังเดินมาตรการตอบโต้ฝั่งหมีขาวอีกยกด้วยการเล็งเขี่ย สปาร์ตัก มอสโกว์ ออกจากการฟาดแข้ง แม้จะยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม

ต่อประเด็นนี้ เชื่อว่ามีความเป็นไปได้สองทางหากสุดท้ายแล้ว สปาร์ตัก มอสโกว์ จะโดนตัดออกจากการแข่งขันจริงโดย แอร์เบ ไลป์ซิก อาจได้ชนะบายเข้ารอบต่อไปเลยทันที หรือไม่ก็อาจมีทีมอื่นถูกเลือกให้เข้ามาเสียบแทนทีมจาก รัสเซีย

"เรายังคงติดต่ออยู่กับสมาคมฟุตบอล และเรามั่นใจอย่างยิ่งว่า ยูฟ่า จะตัดสินใจบางอย่าง เราเชื่อว่าเกมน่าจะถูกยกเลิก" โอลิเวอร์ มินท์ซลาฟฟ์ ซีอีโอทีม แอร์เบ ไลป์ซิก เอ่ยเมื่อ 28 ก.พ.

ทั้งนี้ เชื่อว่า ยูฟ่า จะเรียกประชุมเร่งด่วนในวันอังคารที่ 1 มี.ค.นี้เพื่อตัดสินชะตาของ สปาร์ตัก มอสโกว์ และอาจรวมถึงการถกกันเกี่ยวกับการยุติความสัมพันธ์กับ กาซพรอม บริษัทพลังงานของ รัสเซีย ซึ่งเป็นสปอนเซอร์ของฟุตบอล แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยหลังจากหลายชาติในยุโรปประกาศไม่ส่งทีมลงเตะกับทีมชาติ รัสเซีย ไปก่อนแล้ว




วันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

ลิเวอร์พูลต้องระวัง!ฟาบินโญ่ชี้2นักเตะอันตรายเชลซี


 ฟาบินโญ่ ชี้ 2 นักเตะอันตราย เชลซี ที่ ลิเวอร์พูล ต้องระวังให้ดี มิเช่นนั้นอาจไปไม่ถึงแชมป์ คาราบาว คัพ


ฟาบินโญ่ กองกลาง ลิเวอร์พูล เชื่อว่า มาเตโอ โควาซิช และ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี จะเป็นสองนักเตะที่สร้างความอันตรายให้กับ "หงส์แดง" ในศึก คาราบาว คัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ คืนวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ (23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย)

โควาซิช เคยสร้างความเจ็บแสบให้กับ ลิเวอร์พูล มาแล้ว หลังยิงประตูสุดสวยในเกม พรีเมียร์ลีก ที่ทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ทำให้ "หงส์แดง" พลาดคว้า 3 คะแนนไปอย่างน่าเสียดายเพราะเป็นฝ่ายออกนำไปก่อน 2-0

ฟาบินโญ่ เผยว่า "ผมยังจำได้ถึงนัดล่าสุดที่เราเจอกับ เชลซี ตำแหน่งกองกลางมีความสำคัญอย่างยิ่ง ผมยังจำได้ที่ โควาซิช ยิงประตูได้อย่างงดงาม ทั้งเขาและ ก็องเต้ เล่นได้เยี่ยมในเกมนั้น"

"พวกเราก็ทำได้ดีเช่นกัน เราต้องกดดันใส่พวกเขา พวกเขาครองบอลได้ดี และเคลื่อนที่จากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ดังนั้นพวกเราจึงต้องทำงานหนักจริงๆ"

"ผมคิดว่าเกมในวันอาทิตย์นี้ก็จะคล้ายคลึงกัน พวกเราต้องทำงานให้หนัก และกดดันใส่พวกเขา รวมทั้งแย่งบอลกลับคืนให้ได้ และสร้างพื้นที่เพื่อโอกาสทำประตู" ดาวเตะบราซิเลียน ทิ้งท้าย




ลีดส์ประกาศแยกทางบิเอลซ่า-เปิดชื่อตัวเต็งกุนซือใหม่

 มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือจอมเก๋าแห่งวงการลูกหนัง แยกทางกับ ลีดส์ เรียบร้อย หลังทำผลงานย่ำแย่ในช่วงหลัง ขณะที่นายใหญ่คนใหม่คงเป็น เจสซี่ มาร์ช หากไม่มีอะไรพลิกโผ

   
ลีดส์ ยูไนเต็ด สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันแยกทางกับ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า ผู้จัดการทีมประสบการณ์สูงชาวอาร์เจนไตน์ อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

"ยูงทอง" ทำผลงานย่ำแย่ในช่วงหลังโดยเกมล่าสุดแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ขาดลอย 0-4 คารัง เอลแลนด์ โร้ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้หล่นไปอยู่อันดับ 16 ของตาราง โดยมีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนนเท่านั้น

นอกจากแพ้ไปถึง 4 เกมติดต่อกันแล้วนั้น ลีดส์ ยังกลายเป็นทีมที่เสียประตูมากสุดใน พรีเมียร์ลีก อีกด้วย โดยโดนยิงไปถึง 60 ลูกจาก 26 เกม และเฉพาะในเดือนก.พ. โดนยิงไปถึง 20 ประตูเลยทีเดียว

บิเอลซ่า วัย 66 ปี เข้ามาคุม ลีดส์ เมื่อปี 2018 โดยพา "ยูงทอง" คว้าแชมป์ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2019/20 ทำให้นำทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน ลีดส์ คาดว่า จะประกาศแต่งตั้งกุนซือคนใหม่ในวันจันทร์ที่ 28 ก.พ.นี้ โดยหากไม่มีอะไรผิดพลาดก็คาดว่า เจสซี่ มาร์ช อดีตเทรนเนอร์ แอร์เบ ไลป์ซิก จะเข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่




เชลซีวอนสันติภาพในยูเครนหลังอบราโมวิชยุติบทบาท


 สโมสร เชลซี หวังให้เกิดสันติภาพในดินแดนยูเครน หลัง โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมชาวรัสเซีย ขอยุติบทบาทการทำหน้าที่กับ "สิงห์บลูส์" ไปแล้ว

    
เชลซี ทีมชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า สโมสรขอภาวนาให้เกิดสันติภาพ หลังจาก รัสเซีย ส่งปฎิบัติการทางทหารเข้าไปในยูเครน จนมีสถานการณ์ตึงเครียดอย่างมากอยู่ในเวลานี้

ก่อนหน้านี้เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา โรมัน อบราโมวิช เจ้าของ "สิงห์บลูส์" ชาวเมืองหมีขาว เพิ่งประกาศสละอำนาจบริหารให้ไปอยู่ในความดูแลของมูลนิธิสโมสร เพราะต้องการปกป้องทีมจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

อบราโมวิช ถูกโจมตีอย่างหนักจากพิษสงคราม เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีของประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นคนออกคำสั่งโจมตี ยูเครน

ถ้อยแถลงของ "สิงห์บลูส์" ระบุว่า "สถานการณ์ในยูเครน มีความน่ากลัวและเลวร้าย เชลซี ขอแสดงความห่วงใยและเห็นอกเห็นใจกับทุกคนในยูเครน ทุกคนที่สโมสรขอภาวนาเพื่อสันติภาพ"

อย่างไรก็ตาม เพียร์ซ มอร์แกน พิธีกรทีวีฝีปากกล้าเมืองผู้ดี มองว่า การสละอำนาจบริหารสโมสร เชลซี ของ อบราโมวิช ทำไปเพื่อปกป้องตัวเองเท่านั้น

"คำถามง่ายๆ สำหรับ อบราโมวิช คุณสนับสนุนสงครามหรือไม่? หาก อบราโมวิช ต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ใช่หุ่นเชิดของ ปูติน เขาควรจะประฌามการทำสงครามเสียงดังๆ และชัดเจน แต่นี่เขาไม่ได้ทำเลย" มอร์แกน ทิ้งท้าย




เปิดสถิติโรนัลโด้ยังเจ๋งพอช่วยแมนยูทวงความยิ่งใหญ่อยู่ไหม?

 


เปิดสถิติทั้งเกมรับและเกมรุกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด ใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ หลังกำลังโดนวิจารณ์เรื่องผลงานอย่างหนัก


ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีมชั่วคราว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำทัพ "ปีศาจแดง" ทำผลงานได้น่าผิดหวัง หลังเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เสมอ วัตฟอร์ด ทีมท้ายตาราง 0-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้โอกาสติดท็อปโฟร์เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ

แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามไปแล้ว 27 นัด เก็บเพิ่มได้เป็น 47 คะแนน ยังรักษาอันดับสี่ของตารางได้ก็จริง แต่นำ อาร์เซน่อล ทีมอันดับห้าแค่สองแต้มเท่านั้น แถมลงสนามมากกว่า "ปืนใหญ่" ถึงสามนัดอีกด้วย



ในเกมเสมอ วัตฟอร์ด นักเตะ "ปีศาจแดง" ที่โดนวิจารณ์หนักคือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกส วัย 37 ปี หลังสภาพร่างกายไม่ได้มีความแข็งแกร่ง ทำให้มีปัญหาเวลาดวลกับแนวรับคู่แข่ง และไม่มีสปีดหลงเหลืออยู่เลย

โรนัลโด้ ประสบปัญหาเรื่องทำประตูนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2022 หลังยิงได้เพียงลูกเดียวจากการลงสนาม 10 นัดในทุกรายการ โดยประตูเดียวที่ทำได้เกิดขึ้นในนัดชนะ ไบรท์ตัน 2-0 ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 37 กะรัตหวนกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รอบสองในช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา และนี่คือสถิติทุกด้านที่น่าสนใจของเขาใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

- ทำประตูและโอกาสยิง



ซีซั่นนี้ โรนัลโด้ ลงเล่นไปแล้ว 22 นัดให้กับ "ปีศาจแดง" ใน พรีเมียร์ลีก โดยคิดเป็นเวลารวม 1,744 นาที ทำได้ 9 ประตู

ค่าเฉลี่ยการทำประตูของ โรนัลโด้ อยู่ที่ 0.46 ลูกต่อ 90 นาที แต่หากตัดลูกจุดโทษออกไปจะเหลือค่าเฉลี่ยการทำประตูอยู่ที่ 0.36 ลูกต่อ 90 นาที

โรนัลโด้ มีโอกาสยิงเฉลี่ยอยู่ที่ 3.77 ครั้งต่อเกม และเข้ากรอบอยู่ที่เพียง 32.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่บรรดาตัวท็อปใน พรีเมียร์ลีก อย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง ยิงเข้ากรอบ 50 เปอร์เซ็นต์, แฮร์รี่ เคน 41.6 เปอร์เซ็นต์ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 40 เปอร์เซ็นต์

ส่วนในแง่ของค่าเฉลี่ยทำประตูได้ต่อโอกาสยิงของ โรนัลโด้ อยู่ที่ 0.1 หรือคิดเป็นได้โอกาสยิง 10 ครั้งจะเป็น 1 ประตู

- ผ่านบอลและสร้างสรรค์โอกาส



โรนัลโด้ จัดไป 3 แอสซิสต์ในซีซั่นนี้ โดยที่ไม่ค่อยได้ผ่านบอลหรือครอสบอลเข้าไปในเขตโทษมากนัก เพราะเขาเป็นกองหน้าที่คอยจบสกอร์

ดาวเตะฝอยทองมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลที่มีโอกาสเป็นประตูอยู่ที่ 1.96 ครั้งต่อ 90 นาที ขณะที่การเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งเฉลี่ยแล้วนำไปสู่โอกาสยิงประตูอยู่ที่ 0.36 ครั้งต่อ 90 นาที

ส่วนการพาบอลเข้าไปในเขตโทษทำได้เฉลี่ย 1.34 ครั้งต่อเกม

- เกมรับและเพรสซิ่ง



ในยุคคุมทีมของ รังนิก นักเตะทุกคนต้องช่วยกันพยายามเล่นเพรสซิ่งสูงใส่คู่แข่ง ไม่เว้นแม้แต่กับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าอย่าง โรนัลโด้

ซีอาร์7 มีค่าเฉลี่ยเพรสซิ่งอยู่ที่ 6.71 ครั้งต่อเกม (สำเร็จ 2.01), เข้าสกัดบอลสำเร็จอยู่ที่ 0.31 ครั้งต่อเกม และตัดบอลได้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.15 ครั้งต่อเกม




เช็กเอาด้วยไม่ขอเตะกับรัสเซียเพลย์ออฟบอลโลก

 สาธารณรัฐเช็ก แสดงจุดยืนร่วมกับ โปแลนด์ และ สวีเดน ไม่ขอเล่นกับ รัสเซีย ในเกมเพลย์ออฟบอลโลก เดือนหน้า หลังรับไม่ได้ที่เมืองหมีขาวส่งทหารบุกยูเครน

  
สมาคมฟุตบอลสาธารณรัฐเช็ก ประกาศยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา พวกตนขอปฎิเสธที่จะเล่นกับทีมชาติรัสเซีย หากต้องผ่านเข้าไปเจอกันในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป

ในเวลานี้หลายชาติในยุโรป และทั่วโลก ทำการประท้วงและต่อต้านประเทศรัสเซีย หลัง วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีเมืองหมีขาว ประกาศสงคราม และส่งกองกำลังทางทหารเข้าไปปฎิบัติการในประเทศยูเครน

รัสเซีย มีโปรแกรมเปิดบ้านต้อนรับทีมชาติโปแลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 24 มีนาคม และผู้ชนะของคู่นี้จะเข้าไปชิงชนะเลิศกับผู้ชนะระหว่าง สาธารณรัฐเช็ก กับ สวีเดน ในวันอังคารที่ 29 มี.ค.นี้ เพื่อหาทีมผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย

ก่อนหน้านี้ โปแลนด์ และ สวีเดน ยืนยันว่า พวกตนจะไม่ขอเล่นกับ รัสเซีย ก่อนที่สาธารณรัฐเช็ก จะร่วมแสดงจุดยืนด้วย โดยแถลงว่า "พวกเรามีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติการตัดสินใจที่ทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก จะไม่ขอเตะกับ รัสเซีย ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2022"

ขณะที่ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เผยไว้ก่อนหน้านี้ว่า "พวกเรายังคงติดตามสถานการณ์ต่อไป เราจะอัพเดตเกี่ยวกับรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกในเร็วๆ นี้ เราสามารถตัดสินใจได้ทันทีเมื่อจำเป็น"




วันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565

บิเอลซ่าเต็ง1โดนเด้ง-เคนจอมยิงนอกบ้าน!5ประเด็นร้อนสเปอร์สบุกทุบลีดส์

 เปิด 5 ประเด็นน่าสนใจจากเกม สเปอร์ส ออกไปทุบ ลีดส์ เละคาบ้าน ส่งผลให้เวลานี้ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือ "ยูงทอง" ขึ้นมาเป็นเต็งจ๋าผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก คนต่อไปที่จะโดนไล่ออกแล้ว

  
อันโตนิโอ คอนเต้ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ นำทัพ "ไก่เดือยทอง" บุกไปถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด ขาดลอย 4-0 ถึงถิ่น เอลแลนด์ โร้ด ในศึก พรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

จากชัยชนะนัดนี้ทำให้ สเปอร์ส ขึ้นไปรั้งอันดับ 7 ของตาราง โดยลงเล่นไปแล้ว 25 นัด มี 42 คะแนน เท่ากับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 6 แต่ลูกทีมของ คอนเต้ ลงเล่นน้อยกว่า "ขุนค้อน" หนึ่งนัด

ขณะที่ ลีดส์ ตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ต้องไปลุ้นหนีตกชั้นแล้ว หลังเล่นไป 26 นัดมี 23 คะแนนรั้งอันดับ 15 ของตาราง และมีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่ 3 คะแนนเท่านั้น

สำหรับเกมนี้มี 5 ประเด็นน่าสนใจดังนี้

1. ลีดส์ แนวรับยุ่ย



ลีดส์ กลายเป็นทีมที่สองในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่โดนคู่แข่งยิง 3 ลูกขึ้นไป 5 นัดติดต่อกัน หลัง ซันเดอร์แลนด์ เป็นทีมแรกที่ทำไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2005

สำหรับผลงาน 4 นัดก่อนหน้าที่ ลีดส์ โดนคู่แข่งยิง 3 ลูกขึ้นคือ เสมอ แอสตัน วิลล่า 3-3, แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-3, แพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-4 และแพ้ ลิเวอร์พูล เละเทะ 0-6

หลังเล่นไป 26 นัดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ ลีดส์ โดนทะลวงตาข่ายไปแล้วถึง 60 ประตูมากสุดในลีก โดยทีมที่โดนยิงเยอะตามมาคือ นอริช ซิตี้ อันดับสุดท้ายของตารางที่ถูกซัดไป 55 ลูก

2. เคนจอมยิงนอกบ้าน



แฮร์รี่ เคน กองหน้า สเปอร์ส เป็นคนโหม่งประตูให้ทีมนำห่าง 3-0 ในนาทีที่ 27 และเป็นประตูที่ 8 ของเจ้าตัวใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้

ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ เป็นนักเตะที่มีสถิติยอดเยี่ยมในการทำประตู พรีเมียร์ลีก นอกบ้าน โดยเวลานี้ยิงได้เป็นรองแค่ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกองหน้า แมนฯ ยูไนเต็ด และ เอฟเวอร์ตัน เท่านั้น

รูนี่ย์ ยิงประตูจากการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนได้ทั้งหมด 94 ประตูจาก 243 เกม ส่วน เคน ทำได้ 93 ประตูจาก 137 เกม ทำให้เชื่อว่าจะทำลายสถิติได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน

3. บิเอลซ่า เก้าอี้ร้อน



ในเวลานี้ มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือ ลีดส์ ขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ผู้จัดการทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่จะโดนไล่ออกคนต่อไปแล้ว

เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ยกให้ บิเอลซ่า เป็นเต็งจ๋าโดยมีอัตราต่อรองอยู่แค่ 1/5 (แทง 5 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) เท่านั้น

บิเอลซ่า พา ลีดส์ ไม่ชนะมาแล้ว 6 เกมติดต่อกัน โดยในนั้นแพ้ไปถึง 5 เกม ทำให้เวลานี้ต้องมาลุ้นหนีตกชั้นแล้ว หลังมีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่ 3 คะแนนเท่านั้น

4. คูลูเซฟสกี้ เริ่มฉายแวว



เดยัน คูลูเซฟสกี้ กองกลางทีมชาติสวีเดน เพิ่งย้ายจาก ยูเวนตุส มาอยู่กับ สเปอร์ส ในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ด้วยสัญญายืมตัว 18 เดือน พร้อมกับออปชั่นซื้อขาดที่ราคา 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,295 ล้านบาท)

คูลูเซฟสกี้ เป็นคนทำประตูให้ "ไก่เดือยทอง" นำ ลีดส์ 2-0 นาทีที่ 15 หลังจาก 5 นาทีก่อนหน้านั้นได้ประตูนำ 1-0 จาก แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้

ในเกมที่ สเปอร์ส บุกไปชนะ แมนฯ ซิตี้ ทีมจ่าฝูง 3-2 เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น คูลูเซฟสกี้ ก็เป็นคนยิงให้ทีมออกนำ 1-0 ตั้งแต่ต้นเกม และหากยังทำผลงานได้ดีต่อเนื่องก็เชื่อว่า "ไก่เดือยทอง" คงใช้ออปชั่นซื้อขาดแน่นอน

ในครึ่งแรกที่ชนะ ลีดส์ นั้น คูลูเซฟสกี้ จ่ายบอล 16 ครั้งเข้าเป้า 100 เปอร์เซ็นต์, เอาชนะในการดวลคู่แข่ง 6 ครั้งมากสุดในบรรดานักเตะของทั้งสองทีม และมีโอกาสยิง 2 ครั้งเป็น 1 ประตู

5. เดือนแห่งความรักที่น่าเศร้าของลีดส์



เฉพาะในเดือนกุมภาพันธ์เท่านั้น ลีดส์ โดนยิงไปถึง 20 ประตูเลยทีเดียว ส่งผลให้กลายเป็นทีมที่เสียมากสุดในเดือนเดียวของ พรีเมียร์ลีก

หากย้อนไปดูประวัติศาสตร์ของลีกสูงสุดเมืองผู้ดีแล้วนั้น ลีดส์ โดนยิงมากสุดในเดือนเดียวนับตั้งแต่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เสียไป 21 ลูกเมื่อเดือนเมษายน ปี 1986




สถิติพรีเมียร์ลีก!คู่หอกสเปอร์สสร้างชื่อยิ่งใหญ่เกมยำลีดส์

 


แฮร์รี่ เคน กับ ซน ฮึง มิน สองกองหน้าทีม สเปอร์ส สร้างสถิติใหม่ในเกม พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จแล้วจากผลงานการประสานงานกันจนทำให้ทีมได้ประตูมากกว่าคู่นักเตะรายอื่นๆในเกมบุกไปขยี้ ลีดส์ 4-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ค.


ไก่เดือยทอง เก็บสามแต้มที่ เอลแลนด์ โร้ด ได้อย่างไม่มีปัญหากับการถล่ม ยูงทอง เละเป็นโจ๊ก 4-0 และเป็นอีกเกมที่สตาร์ทีมชาติอังกฤษ และเกาหลีใต้ของทีมเยือนผ่านบอลให้คู่ขาสอยตาข่ายได้อีกตามเคย

จากผลงานดังกล่าว มีการเปิดเผยว่า เคน กับ ซน ผ่านบอลให้กันและกันยิงประตูรวมกันใน พรีเมียร์ลีก ได้เป็น 37 ลูกแล้วเนื่องจากดาวยิงอิงลิชจ่ายบอลให้พ่อค้าแข้งพลังกิมจิยิงลูกปิดท้ายในเกมสยบ ลีดส์ ซึ่งกลายเป็นการพังสถิติการประสานงานกันระหว่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตสองดาวเตะทีม เชลซี

แฮร์รี่ เคน/ซน ฮึง มิน (สเปอร์ส) 37 ประตู

ดิดิเยร์ ดร็อกบา/แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี) 36 ประตู

เธียร์รี่ อองรี/โรแบร์ ปีแรส (อาร์เซน่อล) , เซร์คิโอ อเกวโร่/ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้) 29 ประตู

ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน/เท็ดดี้ เชอริงแฮม (สเปอร์ส) 27 ประตู
0 seconds of 1 minute, 0 secondsVolume 0%
00:01
01:00
 


ไม่เห็นด้วย!คาร์ราเกอร์เป็นงงคล็อปป์ส่งเคลเลเฮอร์ชิงคาราบาว

 


เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล ยอมรับว่าไม่เห็นด้วยกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ หงส์แดง แม้แต่น้อยที่ตัดสินใจส่ง ควีวิน เคลเลเฮอร์ ผู้รักษาประตูมือสองลงเฝ้าเสาในเกม คาราบาวคัพ นัดชิงชนะเลิศกับ เชลซี ในวันอาทิตย์นี้เนื่องจากเป็นเกมที่มีโทรฟี่เป็นเดิมพัน

  
เร้ด แมชีน มีโอกาสลุ้นคว้าแชมป์รายการดังกล่าวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 2011/12 แต่ เป๊ป ไลน์จเดอร์ส มือขวาของกุนซือชาวเมืองเบียร์เผยกับสื่อเมื่อวันก่อนว่า เคลเลเฮอร์ จะได้ทำหน้าที่สำคัญในเกมบู๊กับ สิงห์บลูส์ ที่ เวมบลีย์

ต่อกรณีดังกล่าว คาร์ราเกอร์ ลงความเห็นว่าไม่เข้าใจการตัดสินใจของ คล็อปป์ ที่เลือกใช้บริการนายทวารวัย 23 ปีแทนที่จะส่ง อลิสซง เบ็คเกอร์ ลงสนาม

อย่างไรก็ดี ทีมของมหานครลอนดอนก็ทำท่าว่าจะให้โอกาส เกปา อาร์ริซาบาลาก้า เฝ้าตาข่ายในเกมวันอาทิตย์นี้เช่นกันซึ่ง คาร์ราเกอร์ ระบุว่าน่าฉงนกับนโยบายดังกล่าว

"ลิเวอร์พูล จะส่ง เคลเลเฮอร์ ลงเล่นก่อนหน้า อลิสซง เชลซี ก็น่าจะทำอย่างนั้นเช่นกันเพราะมีการคาดกันว่า เกปา อาร์ริซบาลาก้า จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงก่อนหน้า เอดูอาร์ เมนดี้" อดีตกองหลัง ลิเวอร์พูล เอ่ยผ่าน เดอะ เทเลกราฟ เมื่อ 26 ก.พ.

"ผมไม่ได้มีอคติกับนักเตะ นายทวารสแปนิชถูกดึงมาเป็นมือหนึ่งด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลก และ เคลเลเฮอร์ ทำได้ดีเมื่อถูกเรียกใช้งานในเกมใหญ่ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล เข้ามาเล่นที่ เวมบลีย์"

"แต่ผมรับไม่ได้กับการจับนายทวารเวิร์ลคลาสนั่งเป็นตัวสำรองโดยเฉพาะในเกมชิงชนะเลิศซึ่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆสามารถก่อให้เกิดความแตกต่างได้"

"ในเกมฟุตบอลถ้วยรอบแรกๆ นักเตะหนุ่มหลายราย และบรรดาตัวสำรองได้รับโอกาส แต่พวกเขาตระหนักดีว่าพวกเขาจะต้องหลีกทางหากทีมได้เข้ามาเล่นที่ เวมบลีย์ ด้วยเหตุนี้ เคด กอร์ดอน จึงได้เล่นในรอบตัดเชือก แต่น่าจะนั่งข้างสนามในสุดสัปดาห์นี้"

"แล้วผู้รักษาประตูจะมีความแตกต่างทำไม? ในฐานะแฟนบอลที่เดินทางไปที่ เวมบลีย์ ผมอยากมั่นใจด้วยรู้ว่านักเตะที่ดีที่สุด 11 รายได้เล่นเป็นตัวจริง"

ขณะเดียวกัน คาร์ราเกอร์ ได้ทำนายความน่าจะเป็นของแม็ตช์ชิงชนะเลิศด้วยว่า "ทั้งสองทีมมีความใกล้เคียงกันมาก ลิเวอร์พูล มีคุณภาพโดยรวมเหนือกว่าเล็กน้อยจากการยึดอันดับตารางเป็นข้อสังเกตุ แต่ฟุตบอลเกมเดียวไม่น่าเซอร์ไพรส์อะไรหากมันจะล่วงเข้าไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ หรือยิงลูกโทษตัดสิน"

"อาวุธเด็ดอีกอย่างของ ลิเวอร์พูล คือการเล่นลูกเซ็ตพีซที่อันตราย พวกเขามีสิ่งนี้ดีที่สุดในประเทศสำหรับซีซั่นนี้ และได้ประตูจากลูกเตะมุมอีกตามเคยเมื่อกลางสัปดาห์ มันจะเป็นเกมที่สูสี มันไม่น่าเซอร์ไพรส์หากจุดนี้จะก่อให้เกิดความแตกต่าง"