วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

แมนซิตี้ แชมป์-พรีเมียร์ฯมา5!ท็อป10ทีม11ตัวจริงแพงสุด


เปิด 10 อันดับสโมสรในลีกใหญ่ยุโรปที่มีมูลค่านักเตะตัวจริงซีซั่นนี้มากสุด โดย พรีเมียร์ลีก ติดเข้ามาครึ่งหนึ่งทั้ง แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, เชลซี และ อาร์เซน่อล


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยนักเตะ 11 ตัวจริงมูลค่าแพงสุดของ 5 ลีกใหญ่ยุโรป (พรีเมียร์ลีก, ลา ลีกา, บุนเดสลีกา, กัลโช่ เซเรีย อา และ ลีก เอิง) ในฤดูกาลนี้ที่ 560 ล้านปอนด์ (ประมาณ 24,080 ล้านบาท) ตามข้อมูลจาก ซีไออีเอส ฟุตบอล อ็อบเซิร์ฟวาโทรี่

สถาบันวิเคราะห์สถิติชื่อดังอ้างอิงข้อมูลตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2022/23 จนถึงวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา โดย "เรือใบสีฟ้า" มาอันดับหนึ่ง หลังนักเตะในทีมตัวจริงส่วนใหญ่มีค่าตัวประเมินอยู่ที่ 50-60 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,150-2,580 ล้านบาท)

นอกจากนั้น ยังมีอีก 4 ทีมจาก พรีเมียร์ลีก ที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรกทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด อันดับสาม, ลิเวอร์พูล อันดับสี่, เชลซี อันดับห้า และ อาร์เซน่อล อันดับหก

10 อันดับทีมที่มีมูลค่านักเตะตัวจริงสูงสุดใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป

1. แมนฯ ซิตี้ 560 ล้านปอนด์

2. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 439 ล้านปอนด์

3. แมนฯ ยูไนเต็ด 413 ล้านปอนด์

4. ลิเวอร์พูล 352 ล้านปอนด์

5. เชลซี 338 ล้านปอนด์

6. อาร์เซน่อล 329 ล้านปอนด์

7. เรอัล มาดริด 318 ล้านปอนด์

8. บาร์เซโลน่า 287 ล้านปอนด์

9. ยูเวนตุส 258 ล้านปอนด์

10. บาเยิร์น มิวนิค 253 ล้านปอนด์




ป๋าเฟอร์กี้อุตส่าห์ทำไว้!แมนยู จ่อเสียสถิติชปล.ให้ แมนซิตี้


แมนฯ ซิตี้ มีโอกาสทำลายสถิติ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ในบ้าน 23 นัดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยทำไว้ระหว่างปี 2005-2009


เป็ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะนำ "เรือใบสีฟ้า" ทำสถิติทาบ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่ปรับร่วมเมือง ขอเพียงแค่ไม่แพ้ เซบีย่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่มจี ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันพุธที่ 2 พฤศจิกายนนี้

หาก แมนฯ ซิตี้ ชนะหรือเสมอทีมจากสเปน ก็จะทำให้ไม่แพ้เกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ในบ้าน 23 นัดติดเท่ากับที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยทำไว้ระหว่างปี 2005-2009 (ชนะ 17 เสมอ 6) ในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตแลนด์ กุมบังเหียน ซึ่งเป็นสถิติยาวนานสุดของทีมจากอังกฤษ

"เรือใบสีฟ้า" ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ด้วยการเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่มจีเป็นที่แน่นอนแล้ว และเกมในบ้านนัดล่าสุดก็ถล่ม เอฟซี โคเปนเฮเก้น สโมสรจากเดนมาร์ก ขาดลอย 5-0 ทำให้ไม่แพ้ที่ เอติฮัด ใน แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 22 เกมติด (ชนะ 20 เสมอ 2)

หาก แมนฯ ซิตี้ ไม่แพ้ เซบีย่า ในวันพุธนี้ก็จะยืดสถิติเป็น 23 เกมเท่า แมนฯ ยูไนเต็ด และ "เรือใบสีฟ้า" ก็ยังมีโอกาสเดินหน้าสร้างสถิติขึ้นมาใหม่ หลังฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" ไม่ได้มาเล่นถ้วยใหญ่โดยไปเล่นแค่ ยูโรปา ลีก เท่านั้น

เป็ป มีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการนำ "เรือใบสีฟ้า" ลงเล่นในบ้านถ้วยยุโรปตั้งแต่มาทำงานเมื่อปี 2016 โดยสามารถคว้าชัยชนะได้ถึง 81 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของทุกกุนซือถ้วยใบนี้ในการคุมทีมลงเล่น 20 นัดขึ้นไป

นอกจากนั้น เป็ป ยังมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในการเจอกับ เซบีย่า โดยเอาทั้ง 3 หนในการเจอกันล่าสุด และคุมทีมแพ้ทีมจากสเปนบ้านเกิดไปแค่ 2 หนจาก 13 นัดเท่านั้น




ผีคุ้ม-สิงห์ซื้อไม่ปัง! ตัดเกรด10บิ๊กดีลพรีเมียร์ตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา



เดอะ มิร์เรอร์ สื่อจากอังกฤษ ได้ทำการตัดเกรดท็อป 10 การเซ็นสัญญาของศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยงานนี้ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ดาวยิงจาก แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ไปครองตามระเบียบ


ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดฉากมาเป็นเวลาสองเดือนแล้ว และแข่งขันกันมาทั้งสิ้น 12-13 นัด ซึ่งในปีนี้การต่อสู้แย่งแชมป์ และท็อปโฟร์ดูจะมีความเข้มข้นมากขึ้นกว่าในปีที่ผ่านมา หลังจากหลายๆสโมสรต่างทุ่มงบมหาศาลดึงสตาร์ดังมาเพิ่มศักยภาพให้กับทีมในช่วงตลาดซ์้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยมีการใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 1.9 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดนับตั้งแต่ที่พรีเมียร์ลีกเคยมีมา

ในจำนวนนักเตะใหม่ที่ย้ายเข้ามาใหม่นั้นมีหลายคนสามารถปรับตัวกับทีมใหม่ได้เร็วและกลายเป็นกำลังสำคัญให้กับทีม แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหลายคนที่ทำผลงานได้น่าผิดหวัง จนถูกยกให้เป็นการเซ็นสัญญาที่ย่ำแย่ของสโมสรเลยทีเดียว

วันนี้ เดอะ มิร์เรอร์ ได้ทำการตัดเกรดท็อป 10 การเซ็นสัญญาที่ใหญ่ที่สุดในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ใครจะได้คะแนนเท่าไหร่ไปดูกันเลย

อันดับ ทีมเก่า ทีมใหม่ ราคา เรตติ้ง


10.อันโตนี่ (อาแจ็กซ์ - แมนฯ ยูไนเต็ด) 85 ล้านปอนด์ : 6.5/10 คะแนน

9.เวสลีย์ โฟฟาน่า (เลสเตอร์ - เชลซี ) 70 ล้านปอนด์ : 4/10 คะแนน

8.ดาร์วิน นูนเญส (เบนฟิก้า - ลิเวอร์พูล) 64 ล้านปอนด์ : 5/10 คะแนน

7.กาเซมีโร่ (เรอัล มาดริด - แมนฯ ยูไนเต็ด) 60 ล้านปอนด์ : 8.5/10 คะแนน

6.อเล็กซานเดอร์ อีซัค (เรอัล โซเซียดาด - นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด) 59 ล้านปอนด์ : 6/10 คะแนน

5.มาร์ค กูกูเรย่า (ไบรท์ตัน - เชลซี) 56 ล้านปอนด์ : 3/10 คะแนน

4.ลิซานโดร มาร์ติเนซ (อาแจ็กซ์ - แมนฯ ยูไนเต็ด) 55 ล้านปอนด์ : 8.5/10 คะแนน

3.ริชาร์ลิซอน (เอฟเวอร์ตัน - สเปอร์ส) 50 ล้านปอนด์ : 6/10 คะแนน

2.ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนฯ ซิตี้ - เชลซี) 50 ล้านปอนด์ : 3/10 คะแนน

1.เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ (ดอร์ทมุนด์ - แมนฯ ซิตี้) : 10/10 คะแนน




ทูเคิ่ล-เจอร์ราร์ด-นายเก่า ธีราทร ได้ลุ้น!บ่อนเปิดราคากุนซือใหม่ ลิเวอร์พูล


ร้านพูลออกราคากุนซือใหม่ ลิเวอร์พูล ถ้า เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่อยู่คุมทีมแล้ว ชูทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ อังเก้ ปอสเตโคกลู ให้อยู่ใน 5 อันดับแรก


เบตแฟร์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ เปิดราคาให้ เป็ป ไลจ์นเดอร์ส เป็นเต็ง 1 ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนต่อไป หากถึงวันที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ต้องอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ไปแล้ว

มือขวาคนปัจจุบันของ คล็อปป์ มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ขณะที่ โธมัส ทูเคิ่ล อดีตผู้จัดการทีม เชลซี ตามมาเป็นเต็งสองราคา 4/1 (แทง 1 จ่าย 4 ไม่รวมทุน)

ด้าน สตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกองกลางกัปตันทีม "หงส์แดง" รั้งเต็ง 3 ราคา 9/2 (แทง 2 จ่าย 9 ไม่รวมทุน) หลังจากที่เวลานี้กำลังว่างงานเหมือนกับ ทูเคิ่ล หลังเพิ่งโดน แอสตัน วิลล่า ไล่ออกเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

ขณะที่ ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ เทรนเนอร์ บาเยิร์น มิวนิค รั้งเต็ง 4 ราคา 13/2 (แทง 2 จ่าย 13 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย อังเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือ เซลติก ซึ่งเคยร่วมงานกับ "เจ้าอุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน ดาวเตะทีมชาติไทย ที่สโมสร โยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส ในศึก เจลีก ญี่ปุ่น ช่วงปี 2019-2021

อัตราต่อรองผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนใหม่หาก คล็อปป์ อำลาทีม

1. เป็ป ไลจ์นเดอร์ส 5/2

2. โธมัส ทูเคิ่ล 4/1

3. สตีเว่น เจอร์ราร์ด 9/2

4. ยูเลียน นาเกิลส์มันน์ 13/2

5. อังเก้ ปอสเตโคกลู 15/2

6. ชาบี อลอนโซ่ 10/1

7. ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ 14/1

8. อันโตนิโอ คอนเต้ 16/1

9. แกรม พอตเตอร์ 25/1





 


อาร์เซน่อล แชมป์-สถิติแต้มใหม่!ตารางโปรเจ็กต์พรีเมียร์ฯจบซีซั่น


ดูกันเล่นๆ 10 อันดับแรก พรีเมียร์ลีก หลังจบฤดูกาลจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร หากแต่ละทีมยังรักษาผลงานแบบนี้ไปตลอด


มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล จะนำทัพ "ปืนใหญ่" คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022/23 ได้สำเร็จ และทำคะแนนได้มากสุดในประวัติศาสตร์สโมสร หากแต่ละทีมยังรักษามาตรฐานผลงานเหมือนเดิมไปจนจบซีซั่น

ในเวลานี้ อาร์เซน่อล นำเป็นจ่าฝูงหลังลงเล่นไป 12 นัด เก็บได้ 31 คะแนนจากชนะ 10 เสมอ 1 และแพ้ 1 นัด โดยหากรักษามาตรฐานนี้ไปตลอดก็จะจบฤดูกาลเป็นแชมป์ด้วยการมี 99 คะแนน
อาร์เซน่อล เคยเก็บคะแนนได้มากสุดในยุค พรีเมียร์ลีก ตอนเป็นแชมป์ไร้พ่ายเมื่อฤดูกาล 2003/04 สมัยที่ อาร์แซน เวนเกอร์ กุมบังเหียน ที่ 90 คะแนน และหาก อาร์เตต้า ยังทำให้ทีมรักษามาตรฐานเดิมไปจนจบซีซั่นก็จะทำลายสถิติทันที

ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ จะจบฤดูกาลด้วยอันดับสองที่ 92 คะแนน หากทีมของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ยังมีมาตรฐานเหมือนในเวลานี้หลังลงเล่นไป 12 นัดมี 29 คะแนนจากชนะ 9 เสมอ 2 แพ้ 1



ตารางโปรเจ็กต์ พรีเมียร์ลีก 10 อันดับแรก

1. อาร์เซน่อล 99 คะแนน

2. แมนฯ ซิตี้ 92 คะแนน

3. สเปอร์ส 76 คะแนน

4. แมนฯ ยูไนเต็ด 73 คะแนน

5. นิวคาสเซิ่ล 70 คะแนน

6. เชลซี 67 คะแนน

7. ไบรท์ตัน 57 คะแนน

8. ฟูแล่ม 55 คะแนน

9. ลิเวอร์พูล 51 คะแนน

10. คริสตัล พาเลซ 51 คะแนน




เป็ป อัพเดตอาการ ฮาลันด์ ก่อน แมนซิตี้ บู๊ เซบีย่า


แมนฯ ซิตี้ จะไร้ เออร์ลิง ฮาลันด์ ลงล่าตาข่าย เซบีย่า วันพุธนี้ หลัง เป็ป กวาร์ดิโอล่า ยันไม่เสี่ยง แม้อาการบาดเจ็บดีขึ้นแล้วก็ตาม


เป็ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ กองหน้าคนเก่ง ยังไม่พร้อมกลับมาลงสนามเจอ เซบีย่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย กลุ่มจี ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม คืนวันพุธที่ 2 พฤศจิกายนนี้

หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ มีปัญหาบาดเจ็บที่ข้อเท้าและเท้าจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดบุกไปเสมอ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 0-0 ช่วงกลางสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ไม่ได้เล่นในเกมเฉือน เลสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

นายใหญ่ "เรือใบสีฟ้า" เผยในการแถลงข่าวก่อนเกมว่า "เขา (ฮาลันด์) รู้สึกดีขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เราไม่ต้องการเสี่ยง มันไม่สมเหตุสมผล หวังว่า เขาจะกลับมาได้ในเกมพบ ฟูแล่ม (วันเสาร์นี้)"

นอกจากนั้น เป็ป ยังเชื่อทั้ง คาลวิน ฟิลลิปส์ และ ไคล์ วอล์คเกอร์ สองนักเตะทีมชาติอังกฤษ น่าจะฟิตทันกลับมาลงสนามก่อนที่ฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ จะเปิดฉากในวันอาทิตย์ที่ 20 พ.ย.นี้ โดยเผยสั้นๆ ว่า "ผมคิดว่ามันมีความเป็นไปได้นะ"

ทั้งนี้ แมนฯ ซิตี้ ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ในฐานะแชมป์กลุ่มเป็นที่แน่นอนแล้ว ขณะที่ ดอร์ทมุนด์ ได้อันดับสอง ส่วน เซบีย่า อันดับสาม และ เอฟซี โคเปนเฮเก้น รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม




วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2565

แบบไหนดีกว่า? เทียบสถิติ แมนยู เมื่อมีหรือไม่มี โรนัลโด้ ลงเล่น


เปรียบเทียบสถิติของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยามเมื่อมีและไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สตาร์ชาวโปรตุกีสลงสนาม หลังจากเจ้าตัวแทบจะหมดอนาคตในยุคของ เอริก เทย ฮาก ไปเรียบร้อย


เวลานี้อนาคตของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กำลังมีความไม่แน่นอนมากยิ่งขึ้น หลังเพิ่งถูกสั่งลงโทษจากสโมสรไม่ให้ลงเล่นในเกมกับ เชลซี พร้อมกับถูกส่งไปซ้อมกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และเชื่อกันว่าโดนปรับค่าเหนื่อยเป็นจำนวนหนึ่งด้วย หลังจากที่เขาปฏิเสธที่จะลงเป็นตัวสำรองในเกมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

จากประเด็นดังกล่าวนั้นแน่นอนว่ามันทำให้เจ้าตัวมีข่าวย้ายทีมหนาหูขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงตลาดรอบสองเดือนมกราคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ เทน ฮาก ไปเรียบร้อย และเตรียมเปิดรับข้อเสนอจากทีมอื่นที่จะยื่นเข้ามาด้วย

ล่าสุด เดอะ ซัน สื่อจากอังกฤษ ได้เปรียบเทียบสถิติในยามที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีและไม่มี โรนัลโด้ ลงเล่นให้เห็นว่าทีมควรเก็บเขาไว้ใช้งานต่อไปหรือไม่

สถิติระบุว่าในจำนวน 12 เกมที่ โรนัลโด้ ถูกส่งลงเล่นในซีซั่นนี้ทีมคว้าชัยไปได้ถึง 8 นัด ซึ่งรวมไปถึงเกมแดงเดือดที่ "ปีศาจแดง" เอาชนะ ลิเวอร์พูล 2-1 แม้ว่าเขาจะถูกส่งลงเล่นแค่ 4 นาทีสุดท้ายก็ตาม โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การชนะอยู่ที่ 66.70 %

ในขณะเดียวกันตลอด 3 เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มี โรนัลโด้ อยู่ในสนามนั้นพวกเขาคว้าชัยได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์การชนะอยู่ที่ 33.30 %

ส่วนในเรื่องการทำประตูต่อเกมเมื่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่มี โรนัลโด้ อยู่ในสนามกลับมีตัวเลขที่ดีกว่าด้วยค่าเฉลี่ยยิงได้ 2 ประตูต่อเกม ซึ่งมากกว่าเมื่อมีซีอาร์เซเว่นลงเล่นด้วยค่าเฉลี่ย 1.3 ประตูต่อเกมเท่านั้น ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าสตาร์ชาวโปรตุกีสไม่ได้เป็นเดอะแบกในการล่าตาข่ายอีกต่อไปแล้ว

เช่นเดียวกับในเรื่องโอกาสการส่องประตูต่อเกมเมื่อทีมไม่มี โรนัลโด้ พวกเขามีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 17.7 ครั้งต่อเกม ซึ่งมากกว่าเมื่อมี โรนัลโด้ ด้วยค่าเฉลี่ย 15.6 ครั้งต่อเกม





สื่อลือ แมนยู ใกล้ได้ตัวอดีตผอ.มือทอง ลิเวอร์พูล


สื่อกระพือข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด มีลุ้นได้ ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ อดีตผอ.คนเก่ง ลิเวอร์พูล มาร่วมงานด้วย หลังเจ้าตัวเพิ่งปฎิเสธ เชลซี ไปในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงดึง ไมเคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ อดีตผู้อำนวยกีฬามือทองของ ลิเวอร์พูล คู่ปรับร่วมศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาทำงานในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ตามรายงานจาก ฟุตบอลอินไซเดอร์ สื่อเมืองผู้ดี

เอ็ดเวิร์ดส์ เคยทำงานที่ แอนฟิลด์ มานับสิบปี หลังเริ่มต้นด้วยการเป็นผู้ชำนาญการวิเคราะห์เมื่อปี 2011 ต่อด้วยตำแหน่งฝ่ายเทคนิค และก้าวขึ้นสู่ผู้อำนวยการกีฬา "หงส์แดง" เมื่อปี 2016 ก่อนอำลาสโมสรช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ในช่วงที่ เอ็ดเวิร์ดส์ ทำงานให้กับ ลิเวอร์พูล ได้สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมไว้มากมาย หลังมีส่วนสำคัญในการดึงนักเตะมาเสริมทัพด้วยดีลที่คุ้มค่าหลายคนอาทิ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, อลีสซง เบ็คเกอร์, ซาดิโอ มาเน่ และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็นต้น

การดึงผู้เล่นชั้นยอดมาร่วมทีม ส่งผลสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน สามารถพา ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์สำคัญมาได้แล้วทุกรายการทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสโมสรโลก

ก่อนหน้านี้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เอ็ดเวิร์ดส์ วัย 43 ปี เคยเป็นเป้าหมายของ เชลซี แต่เจ้าตัวปฎิเสธไป โดยให้เหตุผลว่า ไม่อยากรีบร้อยที่จะกลับมาทำงาน ก่อนที่จะมาตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมล่าสุด




เอเมรี่ เข้าท็อป10!เปิดอันดับค่าเหนื่อยกุนซือพรีเมียร์ฯ


เปิดอันดับค่าเหนื่อยกุนซือ พรีเมียร์ลีก หลัง อูไน เอเมรี่ เข้ามาเป็นนายใหญ่ แอสตัน วิลล่า แล้วติดอยู่ในท็อปเทน ขณะที่เบอร์ 1 ยังเป็น เป็ป กวาร์ดิโอล่า


แอสตัน วิลล่า ประกาศแต่งตั้งให้ อูไน เอเมรี่ กุนซือชาวสแปนิช เข้ามาเป็นนายใหญ่ "สิงห์ผงาด" คนใหม่ต่อจาก สตีเว่น เจอร์ราร์ด อย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะเริ่มทำงานที่ถิ่น วิลล่า พาร์ค ตั้งแต่วันอังคารที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ขณะที่มีรายงานว่า เอเมรี่ ที่เคยคุม อาร์เซน่อล ระหว่างปี 2018-2019 จะได้ค่าจ้างจาก แอสตัน วิลล่า อยู่ที่ 6 ล้านปอนด์ (ประมาณ 258 ล้านบาท) ต่อปี ทำให้เป็นเป็นกุนซือรับค่าเหนื่อยมากสุดเป็นอันดับ 8 ใน พรีเมียร์ลีก

ส่วนเบอร์ 1 ยังเป็นของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ที่ได้จาก แมนฯ ซิตี้ ปีละ 19 ล้านปอนด์ (ประมาณ 817 ล้านบาท) ตามมาด้วย เจอร์เก้น คล็อปป์ รับจาก ลิเวอร์พูล ปีละ 16 ล้านปอนด์ (ประมาณ 688 ล้านบาท)

อันดับค่าเหนื่อยกุนซือ พรีเมียร์ลีก (ต่อปี)

1. เป็ป กวาร์ดิโอล่า (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 19 ล้านปอนด์

2. เจอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล) 16 ล้านปอนด์

3. อันโตนิโอ คอนเต้ (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์) 15 ล้านปอนด์

4. แกรม พ็อตเตอร์ (เชลซี) 10 ล้านปอนด์

5. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส (เลสเตอร์ ซิตี้) 10 ล้านปอนด์

6. เอริก เทน ฮาก (แมนฯ ยูไนเต็ด) 9 ล้านปอนด์

7. มิเกล อาร์เตต้า (อาร์เซน่อล) 8.3 ล้านปอนด์

8. อูไน เอเมรี่ (แอสตัน วิลล่า) 6 ล้านปอนด์

9. ราล์ฟ ฮาเซนฮุทเทิล (เซาแธมป์ตัน) 6 ล้านปอนด์

10. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เอฟเวอร์ตัน) 5 ล้านปอนด์

11. เดวิด มอยส์ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด) 5 ล้านปอนด์

12. มาร์โก ซิลวา (ฟูแล่ม) 4.5 ล้านปอนด์

13. เอ็ดดี้ ฮาว (นิวคาสเซิ่ล) 4 ล้านปอนด์

14. ปาทริค วิเอร่า (คริสตัล พาเลซ) 4 ล้านปอนด์

15. เจสซี่ มาร์ช (ลีดส์ ยูไนเต็ด) 3.5 ล้านปอนด์

16. สตีฟ คูเปอร์ (ฟอเรสต์) 2.5 ล้านปอนด์

17. โรแบร์โต้ เด แชร์บี้ (ไบรท์ตัน) 2 ล้านปอนด์

18. โธมัส แฟร้งค์ (เบรนท์ฟอร์ด) 1.5 ล้านปอนด์

หมายเหตุ! วูล์ฟแฮมป์ตัน และ บอร์นมัธ ยังไม่มีผู้จัดการทีมถาวร




จูบปาก เทนฮาก!โรนัลโด้ คัมแบ็กช่วย แมนยู บู๊ เชอริฟฟ์


เคลียร์ใจกันเรียบร้อย! ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวคนดังยัน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะกลับมาช่วย แมนฯ ยูไนเต็ด ดวล เชอริฟฟ์ วันพฤหัสบดีนี้


เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีส กลับมาอยู่ในทีมอีกครั้ง หลังจากที่ทั้งคู่พูดคุยกันแบบเปิดอกเมื่อช่วงสายวันอังคารที่ 25 ตุลาคม (ตามเวลาท้องถิ่น)

ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมา อนาคตของ ซีอาร์7 กลายประเด็นร้อน หลังปฏิเสธลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกมและเดินออกจากสนามในนัดชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ส่งผลทำให้กุนซือชาวดัตช์ตัดสินใจลงโทษตัดชื่อออกจากทีมในเกมต่อมาที่เสมอ เชลซี 1-1

โรนัลโด้ กลับมาร่วมลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในอังคาร และจะได้มีชื่ออยู่ในทีมนัดเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจอกับ เชอริฟฟ์ ในศึก ยูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่ม วันพฤหัสบดีที่ 27 ต.ค.นี้

ขณะที่ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวคนดังทวีตข้อความว่า "คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เขากลับมาฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในวันนี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเกมวันพฤหัสบดีที่จะพบกับ เชอริฟฟ์"

"เอริค เทน ฮาก และ โรนัลโด้ พูดคุยกันมาต่อเนื่อง ตอนนี้ คริสเตียโน่ อยู่ในการแข่งขันสำหรับเกมต่อไป" โรมาโน่ ทิ้งท้าย




ถึงเวลาแยกทาง!กูรูเชื่อ คล็อปป์ อำลา ลิเวอร์พูล ซีซั่นนี้


ทิม เชอร์วู้ด คอมเมนเตเตอร์คนดังออกโรงชี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะไม่อยู่กุมบังเหียน ลิเวอร์พูล ในซีซั่นหน้าแน่เนื่องจากมีแนวโน้มว่าผู้จัดการทีมชาวเยอรมันจะอำลาถิ่น แอนฟิลด์ ในซีซั่นนี้


คล็อปป์ เข้ามารับงานกุนซือทีม หงส์แดง ตั้งแต่ปี 2015 แต่ซีซั่นนี้ทีมจากเมอร์ซีย์ไซด์มีผลงานไม่สู้ดีตั้งแต่ออกสตาร์ต และไม่มีท่าทีว่าจะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้หลังจากพวกเขากำชัยได้แค่สี่จาก 11 นัด และมีแต้มตามหลัง อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูงไกลลิบถึง 12 แต้ม

ซ้ำร้าย เกมล่าสุดในลีก ลิเวอร์พูล ยังเสียหน้ายับที่ออกไปแพ้ ฟอเรสต์ ทีมรองบ่อน 1-0 ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้เห็นถึงปัญหาของสโมสรมากขึ้นไปอีกต่อฟอร์มการเล่นที่เอาแน่เอานอนไม่ได้

จากผลงานที่ตกต่ำของ เร้ด แมชีน เชอร์วู้ด ซึ่งเคยผ่านงานคุมทีม สเปอร์ส และ แอสตัน วิลล่า ลงความเห็นว่า คล็อปป์ น่าจะคุมทีม ลิเวอร์พูล ในซีซั่นนี้เป็นซีซั่นสุดท้าย

"เราได้เห็นปัญหาของ ลิเวอร์พูล ในซีซั่นนี้ทั้งๆที่พวกเขาคุ้นเคยกับการได้ลุ้นคว้าแชมป์ พวกเขาไม่มีทางได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ดังนั้นนักเตะจะเหลือแรงจูงใจอะไรอีก?" เชอร์วู้ด เอ่ยเมื่อ 25 ต.ค.

"สโมสรคงบอกว่าพวกเขาไม่อาจหลุดออกจากถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ แต่มันเป็นเรื่องยากสำหรับนักเตะที่ต้องต่อสู้เพื่อคว้าแชมป์ และได้เห็นว่ามันอยู่ห่างไกลออกไปผมคิดว่ามันเป็นงานยากสำหรับพวกเขา"

"ผมไม่คิดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะอยู่ที่นี่ในซีซั่นหน้า ผมคิดว่าน่าจะมีการพูดคุยกันแล้ว ผมไม่แน่ใจว่า คล็อปป์ จะพาทีมกลับมามีลุ้นคว้าแชมป์ได้อีกครั้งหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจเลยจริงๆ"

"ประวัติศาสตร์บอกว่าเขาทำไม่ได้ เขาเป็นโค้ชที่ดี และสร้างความมุ่งมั่นให้กับทีม แต่ตอนนี้พวกเขาต้องต่อสู้เพื่ออันดับท็อปโฟร์เท่านั้น หากพวกเขาพลาดท็อปโฟร์ มันก็จะต้องเป็นการสร้างทีมขึ้นมาใหม่ทั้งหมด"

"ผมไม่คิดว่าเขาจะถูกไล่ออก แต่มันน่าจะมีการเจรจากันระหว่างสองฝ่ายซึ่งเห็นตรงกันว่า คล็อปป์ พาทีมมาไกลที่สุดแล้วเท่าที่เขาสามารถทำได้ และพวกเขาจะเริ่มต้นความท้าทายครั้งใหม่"




วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565

ทีมยอดแย่พรีเมียร์ลีก นัดที่ 13 - 4 แข้งลิเวอร์พูลบ๊วยติดคอ


ทีมยอดแย่ พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์นี้ เต็มไปด้วยผู้เล่นจาก ลิเวอร์พูล ที่ทำผลงานสุดย่ำแย่บุกพ่ายต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทีมอันดับสุดท้ายไปแบบพลิกความคาดหมาย ขณะที่ทีมอื่น ๆ อย่าง เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ติดเข้ามา ไปดูกันว่ามีใครบ้าง?!


ผู้รักษาประตู : อูโก้ โยริส (สเปอร์ส)




มีส่วนเต็ม ๆ กับการที่ สเปอร์ส เสียสองประตู เริ่มจากลูกแรกออกมาตัดบอลแล้วตัดสินใจไม่ดีจนโดน คัลลั่ม วิลสัน ยิงสวนเข้าประตู ส่วนลูกสองเปิดบอลให้เพื่อนแล้วถูกตัดได้ แล้วเป็น มิเกล อัลมิร่อน ได้จบสกอร์

กองหลัง : โจ โกเมซ (ลิเวอร์พูล)




เล่นพลาดง่าย ๆ จนโดนใบเหลือง ซึ่งนำไปสู่การเสียประตู และทำให้ ลิเวอร์พูล แพ้กลับออกไปจาก ซิตี้ กราวด์

กองหลัง : มาร์ค เกฮี (คริสตัล พาเลซ)

กลายเป็นผู้เล่นแนวรับของ "ดิ อีเกิ้ลส์" ที่โชว์ฟอร์มแย่สุดบนความพ่ายแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน ตลอดทั้งเกมไม่สามารถตัดบอล และเข้าปะทะบอลสำเร็จได้เลย

กองหลัง : คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ (เบรนท์ฟอร์ด)

เจอพายุเกมบุกของ แอสตัน วิลล่า ตั้งแต่เริ่มเกม ซึ่งกว่าจะตั้งหลักได้สกอร์ก็ถูกทิ้งไปไกลแล้ว

กองหลัง : ฮูโก้ บูเอโน่ (วูล์ฟส์)

เจองานหนักเมื่อเจอเกมบุกของ เลสเตอร์ เรื่องเกมรับทำได้ไม่ดีเท่าไหร่

กองกลาง : ฟาบินโญ่ (ลิเวอร์พูล)



ดูเชื่องช้า จ่ายบอลก็ไม่ดี คุมเกมแดนกลางให้กับ ลิเวอร์พูล ไม่ได้เลย

กองกลาง : รูเบน เนเวส (วูล์ฟส์)




แม้จะได้บอลเยอะ และวางบอลยาวให้เพื่อนหลายครั้ง แต่มันไม่ได้ก่อประโยชน์ต่อทีมมากนัก

กองกลาง : ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่ (ลิเวอร์พูล)

มีโอกาสหลุดเข้าไปทำสกอร์ แต่ยิงไม่ผ่านมือ ดีน เฮนเดอร์สัน และโดยรวมไม่ได้มีบทบาทต่อทีมมากนัก

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)




ทำอะไรแนวรับ ฟอเรสต์ ไม่ได้เลย เป็นหนึ่งในเกมน่าผิดหวังของเจ้าตัวในซีซั่นนี้

กองหน้า : ราฮีม สเตอร์ลิง (เชลซี)




ตัดสินใจจังหวะสุดท้ายไม่ดี ไม่ได้สร้างความอันตรายให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เลย

กองหน้า : เจดอน ซานโช่ (แมนฯ ยูไนเต็ด)




ทำเสียจังหวะสุดท้ายแทบทุกครั้ง เล่นเหมือนคนยังไม่ตื่น สุดท้ายโดนถอดออกตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง




สเปอร์สว่าไง? ลือมาดริดสนซิว ซน ฮึง-มิน เสริมดุเกมรุก


สปอร์ต1 สื่อของเยอรมนี ระบุ เรอัล มาดริด กำลังเหล่ ซน ฮึง-มิน โดยดาวเตะชาวเกาหลีใต้ก็กำลังชั่งใจเรื่องอนาคตของตัวเองอยู่เหมือนกัน


อดีตดาวเตะ ฮัมบูร์ก และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ถือเป็นแกนหลักของ สเปอร์ส ตลอดช่วงหลายฤดูกาลที่ผ่านมา โดยซีซั่นที่แล้วเขาถึงขั้นเป็นดาวซัลโวสูงสุดร่วมของ พรีเมียร์ลีก ด้วยผลงาน 23 ลูกจากการลงเล่น 35 นัด ขณะที่ฤดูกาลนี้ฟอร์มดร็อปลงมาหลังทำไป 3 ประตูจากการลงสนามในลีก 12 เกม

ทั้งนี้ สปอร์ต1 เผยว่า คาร์โล อันเชล็อตติ เทรนเนอร์ เรอัล ชื่นชอบ ซน ที่มีความสามารถในหลายด้าน อย่างเช่นการเล่นด้วยตัวคนเดียว, ความเร็ว และวิสัยทัศน์ในการผ่านบอล จนตามจับตาดูพัฒนาการของอีกฝ่ายตลอดช่วงที่ผ่านมา

สำหรับ ซน นั้น แม้ว่าจะยังมีสัญญากับทีมจนถึงช่วงกลางปี 2025 แต่ สปอร์ต1 บอกว่าแข้งชาวเกาหลีใต้ก็กำลังพิจารณาอนาคตของตัวเองอยู่เช่นกัน หลังจากตอนนี้เขาอายุ 30 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่ๆ เลย




เล่นหน้าเดียว! มองผลงาน อันโตนี่ กับ แมนยู


อันโตนี่ ที่ฉันเห็น


1.เล่นเพียงมิติเดียวอย่างที่ถูกวิจารณ์จริงๆ นั่นแหละ

คือเลี้ยงๆ ลากๆ แล้วตัดเข้าใน ก่อนสับไกยิง หรือเปิดด้วยซ้าย ไม่ค่อยแม่นหรอก แต่ชอบว่ะ



2.ตอนแรกยังกล้าๆ กลัวๆ ไม่ค่อยกล้าลาก ไม่ค่อยกล้าเลื้อยเท่าไหร่ จังหวะ 1 ต่อ 1 แปะให้เพื่อนตลอด

แต่ 2 นัดหลัง บอกได้เลยว่า...สะเด่า !!!



3. passion มาเต็มอีกคน ลูกบู๊ ลูกบ้า ลูกระห่ำได้ใจดีนักแล

4. ไหนๆ ก็มาทางนี้แล้ว คือได้แค่เล่นหน้าเดียว (เลื้อยลากตัดเข้าในแล้วสับไก) ก็เอาให้มันสุดๆ ไปเลย

คือพยายามยิงให้มีคุณภาพมากยิ่งกว่านี้



5. หาก คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สะบัดตูดออกไปจากเครื่องแบบปีศาจแดงเมื่อไหร่ ควรเอาหมายเลข 7 มอบให้นักเตะผู้นี้มากกว่า เจดอน ซานโช่

เห็นด้วยไหมครับ ???




ตำนานควรได้อภิสิทธิ์! ซูเนสส์ ชี้ เทนฮาก พลาดครั้งใหญ่ลงดาบ โรนัลโด้

 


แกรม ซูเนสส์ ระบุ เอริค เทน ฮาก ทำไม่ถูกที่ลงโทษ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยมองว่าคนระดับ โรนัลโด้ ควรจะได้รับอภิสิทธิ์พิเศษจากการโดนลงดาบ พร้อมเชื่อว่าถ้าหาก โรนัลโด้ ไม่แฮปปี้แล้วล่ะก็ เทน ฮาก อาจจะเจอปัญหาหนักได้เลย


โรนัลโด้ โดนตัดชื่อจากเกมกับ เชลซี, ถูกส่งไปซ้อมกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และเชื่อกันว่าโดนปรับค่าเหนื่อยเป็นจำนวนหนึ่งด้วย หลังจากที่เขาปฏิเสธที่จะลงเป็นตัวสำรองในเกมกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งมีทั้งคนที่เห็นด้วยกับการลงโทษของ เทน ฮาก และคนที่มองตรงข้ามกับเขา

ซูเนสส์ คือหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยกับบทลงโทษดังกล่าวระบุว่า "ภายใน 5 ปี เทน ฮาก จะไม่ได้อยู่กับสโมสรอีกต่อไป และจะไม่มีใครพูดถึงเขาและช่วงเวลาของเขากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกเลย แต่ โรนัลโด้ จะเป็นที่จดจำไปตลอดกาลในฐานะคนที่เก่งที่สุดเท่าที่เคยเล่นฟุตบอลมา"

"สิ่งนั้นทำให้ โรนัลโด้ ควรได้รับอภิสิทธิ์จนไม่ต้องโดนลงโทษรึเปล่าน่ะเหรอ ? ผมคิดว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้นนะ เขาเป็นหนึ่งในคนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการนี้ และคุณต้องยอมผ่อนปรนให้เขาบ้างและให้เขายังอยู่ข้างคุณ"

"คุณรู้ดีว่าถ้าคุณมี โรนัลโด้ เวอร์ชั่นที่ไม่มีความสุขอยู่ในทีมแล้วล่ะก็ คุณก็จะเจอปัญหาใหญ่แน่ๆ ซึ่งผมคิดว่านี่เป็นปัญหาที่เกิดจากการกระทำของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอง พวกเขาทำพลาดเอง"

"ถ้าเป็นผมน่ะผมจะใช้งานเขาในแบบที่ต่างไป ผมคิดว่าเขายังช่วยทีมได้ ที่ผ่านมามันดูเหมือนว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกสถานการณ์ได้แล้วเมื่อพิจารณาถึงฟอร์มของพวกเขา มันดูเหมือนว่าพวกเขากำลังเดินหน้าไปในทางที่ถูกต้อง แต่พวกเขาทำให้ตัวเองเจอปัญหาแบบไม่จำเป็น ผมคิดว่าทั้งผู้จัดการทีม, สโมสร และคนที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวกับฟุตบอลทำพลาดในเรื่องนี้"




จับตา! สื่อแฉ เทนฮาก-โรนัลโด้ เตรียมคุยแบบเปิดอก


ดิ เอ็กซ์เพรส สื่อของอังกฤษ ระบุ เอริค เทน ฮาก กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะคุยกันแบบเปิดอกในช่วงเช้าของวันอังคารนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดย เทน ฮาก พร้อมให้ โรนัลโด้ กลับมาอยู่ในทีม ขณะที่ผู้บริหารของ "ปีศาจแดง" ก็หวังที่จะได้เห็นเจ้าตัวอยู่กับทีมไปจนครบสัญญาเช่นกัน


ตลอดช่วงหลายวันที่ผ่านมาประเด็นร้อนของ แมนฯ ยูไนเต็ด เกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง เทน ฮาก กับ โรนัลโด้ ภายหลังแข้งวัย 37 ปีปฏิเสธที่จะลงเล่นในฐานะตัวสำรองและเดินออกจากสนามระหว่างเกมที่ทีมชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 จนทำให้กุนซือชาวดัตช์ตัดสินใจลงโทษเขาด้วยการตัดชื่อเขาในเกมต่อมาที่ทีมเสมอกับ เชลซี 1-1

ทั้งนี้ ดิ เอ็กซ์เพรส เผยว่าสำหรับการคุยกันในวันที่ 25 ตุลาคมนั้น เทน ฮาก พร้อมที่จะเสนอให้ โรนัลโด้ ได้กลับมาอยู่ในทีม และอาจจะให้เขาได้ลงเล่นในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก นัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านเจอกับ เชอริฟฟ์ ทิราสปอล ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคมนี้ โดยทั้ง เทน ฮาก และผู้บริหารระดับสูงของ "ปีศาจแดง" ต่างมองว่า โรนัลโด้ มีคุณค่าต่อทีมและจะช่วยทีมได้ในระดับหนึ่ง

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า แมนฯ ยูไนเต็ด หวังว่า โรนัลโด้ จะอยู่กับทีมไปจนครบสัญญา หรือก็คือจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า โรนัลโด้ อาจจะหาทางย้ายทีมอีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมนี้ก็ได้




อาจไม่ติดท็อปโฟร์!อั๊กบอนลาฮอร์เย้ยคล็อปป์ปลุกใจลูกทีมได้แค่เกมเหย้า


กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ ออกมาเยาะเย้ย เจอร์เก้น คล็อปป์ อีกรอบ พร้อมเชื่อว่า ลิเวอร์พูล อาจจะไม่ติดท็อปโฟร์ในซีซั่นนี้ด้วย


กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ อดีตกองหน้า แอสตัน วิลล่า เยาะเย้ย เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ว่าปลุกใจลูกทีมได้แค่เฉพาะเวลาที่ได้เล่นในบ้านของตัวเองเท่านั้น

คล็อปป์ เคยจวก อั๊กบอนลาฮอร์ ว่าตำหนิตำหนิ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แรงเกินไปในช่วงเวลาไม่นานหลังจากที่ "ปีศาจแดง" แพ้ เบรนท์ฟอร์ด 0-4 โดยตอนนั้น อั๊กบอนลาฮอร์ บอกว่านักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด บางคนเป็นพวกใจเสาะ ซึ่ง คล็อปป์ กล่าวว่าสมัยที่ อั๊กบอนลาฮอร์ ยังเล่นอยู่นั้น อีกฝ่ายก็ไม่ได้เป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งอะไรมากนัก

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อั๊กบอนลาฮอร์ ก็แสดงตัวอย่างชัดเจนว่าจะไม่ญาติดีกับ คล็อปป์ หลังจากที่เขามักจะพูดตำหนิและเหน็บแนมกุนซือชาวเยอรมันหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งหลังจบเกมนัดล่าสุดที่ ลิเวอร์พูล ออกไปแพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-1 ที่สนาม ซิตี้ กราวนด์ แล้วนั้น อั๊กบอนลาฮอร์ ก็ออกมาเยาะเย้ย คล็อปป์ แทบจะทันที

อดีตแข้งวัย 36 ปี กล่าวว่า "เจอร์เก้น ถูกยกย่องว่าเป็น มิสเตอร์ เมนทอลลิตี้ มอนส์เตอร์ (สื่อได้ประมาณว่าเป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง หรือไม่ก็เชี่ยวชาญเรื่องสภาพจิตใจ) แต่ฤดูกาลนี้เขายังพาทีมชนะเกมเยือนไม่ได้เลยจากการลงเล่น 5 นัด นี่เขาสร้างกำลังใจให้ลูกทีมได้แค่กับนัดที่มีคนมาชมเกมเต็มสนาม แอนฟิลด์ งั้นเหรอ ? เขาไม่สามารถงัดความเป็น เมนทอลลิตี้ มอนส์เตอร์ มาใช้ปลุกใจทีมของเขาในเกมเยือนได้รึไง ? เพราะนี่เป็นฟอร์มที่น่าตกใจมากๆ ของ ลิเวอร์พูล ทุกคนนอกจาก อลีสซง น่ะเล่นได้ต่ำกว่า 5 คะแนนจากคะแนนเต็มทั้งหมด 10 คะแนนเลย"

อั๊กบอนลาฮอร์ แสดงความเชื่อด้วยว่า ลิเวอร์พูล อาจจะไม่ติด 4 อันดับแรกของตารางคะแนนในฤดูกาลนี้ก็ได้ "เรื่องที่ ลิเวอร์พูล จะกลับไปติดท็อปโฟร์น่ะนะ คือคุณสามารถพูดชื่อ 4 ทีมใน พรีเมียร์ลีก ที่ดีกว่า ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ได้รึเปล่าน่ะเหรอ ? ง่ายจะตายไป! มันมีทั้ง แมนฯ ซิตี้, อาร์เซน่อล, แมนฯ ยูไนเต็ด, สเปอร์ส, เชลซี และอาจจะมากกว่านั้นด้วย ขนาด นิวคาสเซิ่ล ยังดีกว่าพวกเขาด้วยซ้ำ"




แฟนไม่ปลื้ม!พรีเมียร์ลีกคลอดโปรแกรมเตะใหม่ช่วงเทศกาล



พรีเมียร์ลีก แถลงเมื่อ 24 ต.ค.ปรับโปรแกรมการฟาดแข้งในช่วงเทศกาลออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยระบุว่าเพื่อให้สโมสรต่างๆได้พักแข้งพักขากันมากขึ้น หลังจากนักเตะในสังกัดเหน็ดเหนื่อยมาจากการฟาดแข้ง ฟุตบอลโลก ในเดือนพ.ย.


"การจัดโปรแกรมเป็นพิเศษคราวนี้เพื่อเปิดโอกาสให้นักเตะได้มีเวลาพักมากขึ้นต่อการลงสนามสามนัดช่วงเทศกาล" พรีเมียร์ลีก แถลง

สำหรับโปรแกรมที่ปรากฏออกมา มีแฟนบอลบางทีมไม่โอเคโดยเฉพาะ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งไม่ได้เล่นในวันที่ 26 ธ.ค.โดยสาวกของทั้งสองทีมโอดครวญว่าอยากเชียร์ทีมรักในวันแกะกล่องของขวัญตามธรรมเนียมปฏิบัติมากกว่า

"ขอบคุณที่ทำลายวันบ็อกซิ่งเดย์" แฟนบอลระบุผ่านทวิตเตอร์

"แฟนบอลที่จองโรงแรม และการเดินทางในวันบ๊อกซิ่งเดย์สมควรโวยวายมั้ย"

"พวกคุณเคยพิจารณาเพื่อแฟนบอลตัวจริงบ้างหรือเปล่า?"

-วันจันทร์ที่ 26 ธ.ค. (เตะเวลาไทย 22.00 น.หากไม่มีการระบุเวลา)

19.30 น.เบรนท์ฟอร์ด - สเปอร์ส

คริสตัล พาเลซ - ฟูแล่ม

เอฟเวอร์ตัน - วูล์ฟส์

เลสเตอร์ - นิวคาสเซิ่ล

เซาธ์แฮมป์ตัน - ไบรท์ตัน

00.30 น.แอสตัน วิลล่า - ลิเวอร์พูล

03.00 น.อาร์เซน่อล - เวสต์แฮม

-วันอังคารที่ 27 ธ.ค.

00.30 น.เชลซี - บอร์นมัธ

03.00 น.แมนฯ ยูไนเต็ด - ฟอเรสต์

-วันพุธที่ 28 ธ.ค.

03.00 น.ลีดส์ - แมนฯ ซิตี้

-วันศุกร์ที่ 30 ธ.ค.

02.45น.เวสต์แฮม - เบรนท์ฟอร์ด

03.00 น.ลิเวอร์พูล - เลสเตอร์

-วันเสาร์ที่ 31 ธ.ค.

19.30 น.วูล์ฟส์ - แมนฯ ยูไนเต็ด

บอร์นมัธ -คริสตัล พาเลซ

ฟูแล่ม -เซาธ์แฮมป์ตัน

แมนฯ ซิตี้ - เอฟเวอร์ตัน

นิวคาสเซิ่ล -ลีดส์

00.30 น.ไบรท์ตัน - อาร์เซน่อล

-วันอาทิตย์ที่ 1 ม.ค.

21.00 น.สเปอร์ส - แอสตัน วิลล่า

23.30 น.ฟอเรสต์ -เชลซี

-วันจันทร์ที่ 2 ม.ค.

00.30 น.เบรนท์ฟอร์ด - ลิเวอร์พูล

-วันอังคารที่ 3 ม.ค.

02.45 น.เอฟเวอร์ตัน - ไบรท์ตัน

02.45 น.เลสเตอร์ - ฟูแล่ม

03.00 น.อาร์เซน่อล -นิวคาสเซิ่ล

03.00 น.แมนฯ ยูไนเต็ด - บอร์นมัธ

-วันพุธที่ 4 ม.ค.

02.30 น.เซาธ์แฮมป์ตัน -ฟอเรสต์

02.45 น.ลีดส์ - เวสต์แฮม

03.00 น.แอสตัน วิลล่า - วูล์ฟส์

03.00 น.คริสตัล พาเลซ - สเปอร์ส

-วันพฤหัสบดีที่ 5 ม.ค.

03.00 น.เชลซี - แมนฯ ซิตี้









3 รายพร้อมฟัด อาแจ็กซ์!เช็คสถานะล่าสุด 8 แข้งเดี้ยง ลิเวอร์พูล


ดาร์วิน นูนเญซ และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า เป็นสองแข้งล่าสุดของ ลิเวอร์พูล ที่มีปัญหาเรื่องความฟิต จนพลาดช่วยทีมในเกม พรีเมียร์ลีก นัดล่าสุดที่บุกไปพลิกล็อกแพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-1 เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม ซึ่งเท่ากับว่า ณ ปัจจุบัน "หงส์แดง" มีนักเตะอยู่ในบัญชีบาดเจ็บถึง 8 ราย แต่ข่าวดีคือ มี 3 คนที่น่าจะคัมแบ็กได้ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล มีโปรแกรมบุกไปเยือน อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม วันพุธที่ 26 ตุลาคมนี้ ว่าแล้วเราไปเช็คสถานะล่าสุดของแข้งเดี้ยงเหล่านี้กัน (ข้อมูลจาก thisisanfield.com)


- ดาร์วิน นูนเญซ

เจ็บ : กล้ามเนื้อหลังต้นขา (แฮมสตริง)

พักแข้งตั้งแต่ : 19 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : เยือน อาแจ็กซ์ วันพุธที่ 26 ตุลาคมนี้

หลังโขกทำประตูในเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเชือด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่แล้ว นูนเญซ ก็ถูกกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนตัวออกช่วงต้นครึ่งหลัง เพราะเจ้าตัวรู้สึกเจ็บเล็กน้อยที่กล้ามเนื้อต้นขา ซึ่งก็ถือว่าโชคดีที่ หัวหอกชาวอุรุกวัย วัย 23 ปี พักแข้งแค่เกมเดียว เพราะเจ้าตัวโมเมนตัมกำลังมา เพราะเริ่มทำประตูได้ต่อเนื่อง



- ติอาโก้ อัลกันตาร่า

เจ็บ : หูติดเชื้อ

พักแข้งตั้งแต่ : 22 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : เยือน อาแจ็กซ์ วันพุธที่ 26 ตุลาคมนี้

จริงๆ แล้ว ติอาโก้ ถูกคาดว่าจะได้ลงเล่นในเกมเยือน ฟอเรสต์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ช่วงเช้าของวันดังกล่าว เจ้าตัวดันมีอาการหูติดเชื้อ จนต้องไปโรงพยาบาล ก่อนขับรถกลับบ้านด้วยตัวเอง ซึ่งก็ถือเป็นเหตุผลเพียงพอที่จะทำให้เจ้าตัวพลาดเกมที่ ซิตี้ กราวด์ อย่างไรก็ตาม ติอาโก้ น่าจะกลับมาได้ในเกมวันพุธนี้

- อิบราฮิมา โกนาเต้

เจ็บ : กล้ามเนื้อ

พักแข้งตั้งแต่ : 12 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : เยือน อาแจ็กซ์ วันพุธที่ 26 ตุลาคมนี้

"อิบู" พลาดช่วย ลิเวอร์พูล ใน 3 เกมหลังสุด เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ แต่ คล็อปป์ คอนเฟิร์มแล้วว่า โกนาเต้ จะลงซ้อมกับทีมตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์นี้ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่ ปราการหลังชาวฝรั่งเศสวัย 23 ปี จะพร้อมสำหรับเกมเยือน อาแจ็กซ์



- นาบี เกอิต้า

เจ็บ : ต้นขา

พักแข้งตั้งแต่ : 21 สิงหาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : พฤศจิกายน, ตอนนี้ลงซ้อมเต็มรูปแบบได้แล้ว

ฤดูกาลนี้ เกอิต้า เพิ่งได้ลงเล่นแค่ 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือการลงสำรองในเกม คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่ ลิเวอร์พูล ชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-1 ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม แต่ด้วยปัญหาบาดเจ็บที่ต้นขา ทำให้เจ้าตัวหายหน้าไปจากทีมตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ซึ่งถึงแม้ตอนนี้ เกอิต้า ลงซ้อมกับเพื่อนๆ ได้แล้ว แต่ คล็อปป์ ยืนยันว่า ยังไม่อยากรีบใช้งาน เพราะต้องการให้ มิดฟิลด์ชาวกีนีวัย 27 ปี กลับมาฟิตสมบูรณ์แบบจริงๆ ก่อน

- โฌแอล มาติป

เจ็บ : น่อง

พักแข้งตั้งแต่ : 9 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : พฤศจิกายน

ถือเป็นปัญหาบาดเจ็บรอบที่สองของ มาติป ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ช่วงต้นซีซั่นเคยพักแข้งมาแล้ว 3 เกม แต่แน่นอนว่า เจ้าตัวคงจะกลับมาได้ก่อนถึงศึกฟุตบอลโลก 2022



- หลุยส์ ดิอาซ

เจ็บ : หัวเข่า

พักแข้งตั้งแต่ : 9 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : หลังบอลโลก

ได้รับบาดเจ็บจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดบิ๊กแมตช์ ที่ ลิเวอร์พูล บุกไปแพ้ อาร์เซน่อล 2-3 เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ซึ่งถึงแม้ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษา แต่ จอมพลิ้วชาวโคลอมเบียวัย 25 ปี จำเป็นต้องใช้เวลาราว 6-8 สัปดาห์ สำหรับการฟื้นฟูหัวเข่า

- ดีโอโก้ โชต้า

เจ็บ : น่อง

พักแข้งตั้งแต่ : 16 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : หลังบอลโลก

โชต้า ได้รับบาดเจ็บจากเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเชือด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่า 1-0 นับเป็นเรื่องน่าเสียดายแทนเจ้าตัว ที่จะอดช่วยทีมชาติโปรตุเกส สู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 แต่ก็น่าจะกลับมาได้ก่อนสิ้นปีนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีสำหรับ ลิเวอร์พูล

- อาร์ตูร์ เมโล่

เจ็บ : กล้ามเนื้อ

พักแข้งตั้งแต่ : 4 ตุลาคม

น่าจะกลับมาได้ตอน : มกราคม 2023

มิดฟิลด์ตัวยืมจาก ยูเวนตุส วัย 26 ปี มีอันต้องปิดเทอมยาวตลอดช่วงครึ่งซีซั่นแรก โดยที่เพิ่งลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล แค่นัดเดียวเท่านั้น ซึ่งนั่นก็คือเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่บุกไปพ่าย นาโปลี ยับเยิน 1-4 เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายน