วันอังคารที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เข้าขากันที่แมนยูแน่!รู้จัก คริส อาร์มาส ว่าที่มือขวารังนิก



 ทำความรู้จัก คริส อาร์มาส ว่าที่มือขวาของ ราล์ฟ รังนิก ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด เชื่อเข้าขารู้ใจกันแน่ หลังเคยร่วมงานกันมาแล้วใน เมเจอร์ลีก สหรัฐฯ


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะเปิดตัว คริส อาร์มาส โค้ชชาวอเมริกัน เข้ามาเป็นผู้ช่วยของ ราล์ฟ รังนิก กุนซือชาวเยอรมัน หลังจากมีรายงานว่า ได้ใบอนุญาตทำงานหรือ เวิร์ก เพอร์มิต ในแดนผู้ดีแล้ว โดยเหลือแค่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้น

อาร์มาส วัย 49 ปี มีความสัมพันธ์กับ รังนิก มานานแล้ว และนี่คือเรื่องน่ารู้ของว่าที่มือขวาของนายใหญ่ "ปีศาจแดง"

- สมัยนักเตะฝีเท้าไม่เบา



สมัยเป็นนักเตะนั้น อาร์มาส เล่นในตำแหน่งกองกลาง และเป็นพวกฮาร์ดแมนทำงานเพื่อทีมอย่างหนัก โดยเริ่มต้นค้าแข้งใน เมเจอร์ ลีก กับ แอลเอ แกแล็กซี่ เมื่อปี 1996

หลังเล่นอยู่ในแคลิฟอร์เนีย 2 ฤดูกาลก็ย้ายไปอยู่กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ระหว่างปี 1998-2007 จนแขวนสตั๊ด และกลายเป็นนักเตะระดับตำนานของสโมสร หลังลงสนาม 273 นัด

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมกับสโมสร ทำให้ อาร์มาส ก้าวไปติดทีมชาติสหรัฐฯ 66 นัด ทำได้ 2 ประตูตั้งแต่ปี 1998-2005 หลังเปลี่ยนจากการเล่นให้ เปอร์โตริโก มาเล่นให้ทัพมะกัน

- ก้าวสู่เส้นทางโค้ช



หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลเมื่อปี 2007 อาร์มาส ก็เริ่มต้นเส้นทางสายโค้ชกับ ชิคาโก้ ไฟร์ ในปีต่อมา จากนั้นในปี 2011 ได้ไปทำงานกับ อเดลฟี ยูนิเวอร์ซิตี้ ในนิวยอร์ก ด้วยการคุมทีมหญิง

อาร์มาส หวนกลับมาทำงานใน เมเจอร์ลีก เมื่อปี 2015 โดยรับบทบาทผู้ช่วยกุนซือ นิวยอร์ก เร้ด บูลล์ส และได้เป็นเฮดโค้ชเต็มตัวในปี 2018 โดยที่นี่เขาได้ร่วมงานกับ รังนิก ซึ่งทำหน้าที่ผู้อำนวยการฟุตบอลของสโมสร

- ไปไม่สวยที่โตรอนโต้



อาร์มาส อำลา นิวยอร์ก เร้ด บูลล์ส ไปคุม โตรอนโต้ เอฟซี ในปี 2021 แต่ได้โอกาสทำงานแค่เพียง 6 เดือนเท่านั้นก็โดนไล่ออก

อาร์มาส คุม โตรอนโต้ เอฟซี ลงเล่น 15 นัด (ชนะ 2 เสมอ 3 และแพ้ 10) โดยการแพ้ให้กับ ดีซี ยูไนเต็ด ขาดลอย 1-7 กลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ต้องกระเด็นตกจากเก้าอี้ และว่างงานก่อนที่จะได้มาเป็นมือขวาของ รังนิก ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด

- สไตล์คุมทีมถอดแบบ รังนิก



อาร์มาส ทำผลงานได้น่าประทับใจ นิวยอร์ก เร้ด บูลล์ส ในเรื่องสไตล์การเล่นจนทำให้กลายเป็นทีมที่แย่งบอลกลับคืนมาได้เร็วสุดใน เมเจอร์ ลีก

กุนซือชาวอเมริกัน นำระบบการเล่น เกเก้นเพรสซิ่งของ รังนิก มาใช้ โดยให้ทีมกดดันสูงตั้งแต่บอลอยู่ในแดนคู่แข่ง และเปิดเกมบุก ทำให้น่าจะเข้าขากับ รังนิก ในการมาทำงานที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ร่วมกัน




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น