วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

จุดเริ่มต้นของการสมานฉันท์ระหว่าง เฟอร์กูสัน และ เวนเกอร์

 


ในช่วงทศวรรษ 1990 มาจนถึงช่วงต้นๆ ของทศวรรษ 2000 นั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กับ อาร์แซน เวนเกอร์ ถือเป็นกุนซือคู่ปรับที่ดุเดือดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของวงการฟุตบอลอังกฤษก็ว่าได้ จากการที่ตอนนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล ของพวกเขาเป็น 2 ทีมที่ลุ้นแย่งแชมป์ พรีเมียร์ลีก กันโดยตรง


ความบาดหมางระหว่างทั้งคู่ทำให้เกิดวาทะกรรมที่เด็ดๆ หลายครั้ง ซึ่งตอนนั้นหลายคนก็ถึงขั้นเคยคิดว่าทั้งคู่จะไม่มีวันญาติดีกันได้แน่นอน ต่อให้จะมีใครคนใดคนหนึ่งตัดสินใจวางมือจากการคุมทีมไปแล้วก็ตาม ถึงกระนั้น มันกลับกลายเป็นว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันหลังจากผ่านไปพักหนึ่ง และที่ผ่านมาก็ถึงขั้นมีการพูดชมกันด้วย

แน่นอนว่าลึกๆ แล้วนั้นทั้งคู่ต่างก็ให้ความเคารพกันและกันในระดับหนึ่งตั้งแต่ตอนที่พวกเขาดวลกันแล้ว แต่การจะทำให้เกิดอะไรขึ้นมาได้มันก็ต้องมีสิ่งที่เรียกว่า "จุดเริ่มต้น" และอะไรที่น่าจะเป็นเส้นสตาร์ตของการสมานฉันท์ระหว่าง 2 ตำนานกุนซือของ พรีเมียร์ลีก ?



บางคนคิดว่าการที่สมาคมผู้จัดการทีมในอังกฤษ (แอลเอ็มเอ) เคยนัดแนะให้ทั้ง 2 คนมาเจอกันเมื่อปี 2008 คือสิ่งที่ทำให้เกิดความสมานฉันท์ระหว่างทั้งคู่ แต่ที่จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมาทั้งคู่ยังแทบจะไม่ได้ดื่มไวน์หลังจบเกมการแข่งขันร่วมกันเลย ทั้งที่มันเป็นธรรมเนียมที่วงการฟุตบอลอังกฤษมักจะทำกันบ่อยๆ

ดิ๊ค ลอว์ อดีตเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการเสริมทัพของ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่สนิทกับ เวนเกอร์ อย่างมากด้วยนั้น ได้ให้คำตอบที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นมิตรแท้ระหว่างทั้งคู่ โดยเขาบอกว่ามันเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายน ปี 2013 หรือก็คือตรงกับเกมลีกนัดที่ อาร์เซน่อล เปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด

เกมดังกล่าวไม่มีความหมายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว เพราะพวกเขาการันตีแชมป์ลีกไปได้เป็นที่เรียบร้อย ในทางกลับกัน อาร์เซน่อล จำเป็นต้องได้ผลการแข่งขันที่ดีเพื่อที่จะได้ติดอยู่ใน 4 อันดับแรกของตารางคะแนนได้ ก่อนที่สุดท้ายเกมจะจบลงที่การเสมอกัน 1-1



หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดยาวแล้วนั้น เวนเกอร์ กับสตาฟฟ์ของ อาร์เซน่อล ก็เข้าไปที่ห้องทำงานของ เวนกอร์ ภายใน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ตามที่ทำกันอยู่บ่อยๆ มันเป็นห้องที่เรียบง่ายจากการมีโซฟาตั้งอยู่ 2 ข้าง โดยที่มีโต๊ะตั้งคั่นเอาไว้ตรงกลาง

ในตอนนั้นเองที่มีแขกซึ่งคาดไม่ถึงมาที่ห้อง ใช่แล้ว นั่นคือ เฟอร์กูสัน นั่นเอง

ลอว์ เผยว่า "การที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โผล่มาที่ออฟฟิศของผู้จัดการทีมมันเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ ผมบอกได้เลยว่าตลอดช่วงหลายปีก่อนหน้านั้นน่ะมันมีเพียงไม่กี่ครั้งที่ เซอร์ อเล็ซ์ จะเดินจากห้องแต่งตัวของทีมเยือนมายังห้องทำงานของผู้จัดการทีม มันน้อยจนผมสามารถนับด้วยมือข้างเดียวโดยที่ไม่ต้องใช้ครบ 5 นิ้วได้ด้วยซ้ำไป"



"ความเป็นคู่อริกันระหว่างทั้งคู่มันดุเดือดมากๆ จนถึงขั้นที่ไม่มีใครลดราวาศอกให้กัน มีหลายครั้งที่ความขมขื่นจากผลการแข่งขันที่ไม่เป็นใจมันทำให้เกิดเรื่องที่บานปลาย พูดง่ายๆ ก็คือก่อนที่จะถึงวันนั้นน่ะทั้งคู่เกลียดกันมากๆ"

"วันนั้น เซอร์ อเล็กซ์ ทักทายกับสตาฟฟ์โค้ชของ อาร์เซน่อล ด้วยดี และก่อนที่ผมจะรู้สึกตัวน่ะเขากับ อาร์แซน ก็ไปนั่งคุยกันแล้ว ทุกคนตัดสินใจอยู่ห่างจากทั้งคู่ มันเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากๆ คู่อริที่ดวลกันมาอย่างยาวนานแต่ตอนนั้นมานั่งด้วยกันและคุยกันอย่างสบายๆ สิ่งที่เราเห็นในออฟฟิศของผู้จัดการทีมในวันนั้นมันไม่มีบรรยากาศของความวุ่นวายหลังจบเกมแบบที่เคยเกิดขึ้นเลย มันเหมือนเป็นการบอกลากันมากกว่า"





ใช่ มันเป็นการบอกลากันจริงๆ เพราะในอีก 10 วันหลังจากนั้น หรือวันที่ 8 พฤษภาคม ปี 2013 เฟอร์กูสัน ก็ประกาศวางมือจากการเป็นกุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด จนเป็นการยุติการดวลกึ๋นในสนามของ 2 กุนซือระดับพระกาฬของ พรีเมียร์ลีก ไปในตัว แต่ความเป็นเพื่อนแท้ระหว่างทั้งคู่น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนแล้ว





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น