วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

ทำได้น่ากลัวแน่! การบ้าน4ข้อที่รังนิคต้องมาแก้ไขให้แมนยู

 


เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ราล์ฟ รังนิค จะเข้ามากุมบังเหียน แมนฯ ยูไนเต็ด ไปจนจบฤดูกาลนี้ ก่อนจะปรับบทบาทเป็นที่ปรึกษาของสโมสรต่อไป หลังจากช่วงที่ผ่านสโมสรต้องใช้ ไมเคิ่ล คาร์ริค ขึ้นมานั่งกุนซือขัดตาทัพแทน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

   
แน่นอนว่าการเข้ามาของกุนซือชาวเยอรมันวัย 63 ปีนั้นมีหลายเรื่องที่ต้องมาแก้ไขให้กับ "ปีศาจแดง" ชุดนี้ทื่ยังคงมีจุดอ่อนอยู่หลายเรื่องเพื่อนำทีมกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง

และนี่คือการบเาน 4 ข้อที่ รังนิค ต้องมาแก้ไขที่ แมนฯ ยูไนเต็ด

4.ตำแหน่งของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้



แม้ว่าสตาร์ชาวโปรตุกีสจะกระหน่ำไปแล้วถึง 10 ประตูในซีซั่นนี้ แต่กระนั้นมันก็เหมือนเป็นดาบสองคมเมื่อการกลับมาของเขาทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เกิดความไม่สมดุลมากขึ้นในแนวรุก

ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จัดการส่ง "ซีอาร์เซเว่น" รับบทหัวหอกตัวเป้าทันทีและกลายเป็นความหวังอันดับหนึ่งในการผลิตสกอร์ โดยได้ลงเล่นแทน เอดินสัน คาวานี่ เจ้าของตำแหน่งเมื่อซีซั่นที่แล้ว

ขณะที่เรื่องน่ากังวลในการมาของ รังนิค นั้นคงหนีไม่พ้นการเล่นในสไตล์ "เกเก้นเพรสซิ่ง" นั่นคือการที่ให้ผู้เล่นทุกคนในทีมช่วยกันไล่ชิงบอลกลับจากทีมฝ่ายตรงข้ามให้ได้เร็วที่สุด เมื่อผู้เล่นเกมรุกฝั่งตนทำเสียบอลไป ซึ่งการเล่นแบบนี้อาจไม่ตรงกับสไตล์ของ โรนัลโด้ ที่ไม่ใช่ผู้เล่นที่ขยันไล่บอลอยู่แล้ว ทำให้ต้องตามดูกันต่อไปว่า รังนิค จะให้เขาลงตรงไหน

3.เรียกฟอร์ม บรูโน่ กลับมา 



ปฏิเสธไม่ได้ว่าในซีซั่นนี้ผลงานของมิดฟิลด์ชาวโปรตุกีสตกลงไปอย่างน่าใจหายสวนทางกับในช่วง 18 เดือนแรกที่ย้ายมาในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่เจ้าตัวกลายเป็นกองกลางที่โดดเด่นมากที่สุดในยุโรปด้วยสถิติอันน่าทึ่งในเรื่องการทำประตูและแอสซิสต์

นอกจากนี้ รังนิค จะต้องมาปรับให้ บรูโน่ เล่นให้เข้ากับ โรนัลโด้ มากขึ้น หลังจากซีซั่นนี้ทั้งคู่ยังไม่มีจังหวะประสานงานกันมากเท่าที่ควร ซึ่งทำให้ดูเหมือนกับการเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส และแน่นอนหาก รังนิค ปรับในจุดนี้ได้เชื่อว่าเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะกลับมามีสีสันมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

2.หาตำแหน่งให้ ฟาน เดอ เบ็ค



ก่อนหน้าที่ดาวเตะวัย 24 ปี จะมาย้ายมาเล่นในโรงละครแห่งความฝันนั้นเขาถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ได้รับการจับตามองมากที่สุดคนหนึ่งในยุโรปจากการโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับ อาแจ็กซ์ จนกลายเป็นแข้งเนื้อหอมที่หลายทีมชั้นนำต้องการดึงตัวไปเสริมทัพ

อย่างไรก็ตามงมิดฟิลด์ชาวดัตช์ไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งภายในทีมได้เลย โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวได้ลงเล่น 4 นัดในพรีเมียร์ลีกและทำได้ 1 ประตู แต่ก็ต้องเริ่มด้วยการเป็นตัวสำรองทั้งสิ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลหลายๆคนที่อยากให้ ฟาน เดอ เบ็ค ได้ลงเล่นมากกว่านี้ หลังมักจะลงมาทำผลงานได้ดี

การมาของ รังนิค นั้นอาจจะเข้ามาสร้างจุดเปลี่ยนให้กับ ฟาน เดอ เบ็ค กลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้งเหมือนสมัยอยู่กับ อาแจ็กซ์ และต้องรอลุ้นว่าเขาจะได้ลงเล่นในบทบาทไหน หลังจากเจ้าตัวสามารถเล่นได้แทบทุกตำแหน่งในแดนกลาง

1.เรียกศักยภาพของ เจดอน ซานโช่



ผลงานของ ซานโช่ เริ่มจะเรียกฟอร์มเก่งออกมาได้ดีขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยค่าตัว 73 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงซัมเมอรืที่ผ่านมา หลังเพิ่งทำประตูมาสองนัดติดต่อกันรวมทุกรายการในยุคของ ไมเคิ่ล คาร์ริค ซึ่งจะเห็นได้ว่าตำแหน่งที่ดีที่สุดของเขานั้นคือการเล่นเป็นตัวริมเส้นฝั่งขวา

อย่างไรก็ดีการมาของ รังนิค อาจจะช่วยให้ผลงานของ ซานโช่ ไปไกลได้มากกว่านี้ หลังจากในช่วงเวลาที่กุนซือชาวเยอรมันทำงานกับ ไลป์ซิก ในบุนเดสลีกานั้น เขาได้เห็นฟอร์มการเล่นของ ซานโช่ อยู่บ่อยครั้งในการคุมทีมเจอกับ ดอร์ทมุนด์ ซึ่งทำให้เขาน่าจะรู้วิธีในการดึงศักยภาพของปีกทีมชาติอังกฤษออกมาให้ดีที่สุด




วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

โอไมครอนบุก! ทีมดังโปรตุเกสติดแล้ว 13 ราย สั่งกักตัวด่วนกลุ่มเสี่ยงอีก 44 คน

 


ผวาโอไมครอนลามโลกลูกหนังเรียบร้อย หลังทางการโปรตุเกส ยืนยันว่า พบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ โอไมครอน แพร่ระบาดในหมู่นักเตะและทีมงานสโมสรฟุตบอล เบเลเนนส์ ถึง 13 ราย หลังจากที่สืบพบว่า มีผู้เล่นรายหนึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศแอฟริกาใต้

กระทรวงสาธารณสุขของโปรตุเกสเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า ได้ตรวจพบว่า นักเตะและทีมงานของทีมดังในลีกฝอยทองมากถึง 13 ราย ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ที่ทางองค์การอนามัยโลก เพิ่งประกาศให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล โดยล่าสุด ได้มีการสั่งกักตัวผู้ใกล้ชิดมากถึง 44 ราย เพื่อทำการตรวจหาเชื้อต่อไป

ทั้งนี้ เบเลเนนส์ เพิ่งตกเป็นข่าวฮือฮาในโลกลูกหนังเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่จำต้องลงแข่งขันเกมลีกสูงสุดโปรตุเกสกับ เบนฟิก้า ด้วยขุนพลเพียงแค่ 9 รายจากการที่มีนักเตะตัวหลักป่วย ซึ่งมีการยืนยันต่อมาว่า เป็นเพราะเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนั่นเอง ซึ่งเกมดังกล่าว ต้องถูกยุติหลังเล่นในครึ่งหลังได้เพียงสองนาที ขณะที่ เบนฟิก้า นำห่างสุดกู่ 7-0 และ เบเลเนนส์ มีนักเตะเล่นไหวแค่ 7 คน




ที่1ทิ้งห่าง!ท็อป10นักเตะลิเวอร์พูลค่าตัวประเมินแพงสุด

 


เปิด 10 อันดับนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่มีค่าตัวประเมินมากสุด โดยเบอร์ 1 ทิ้งที่ 2 ราว 570 ล้านบาท

  
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล ที่มีค่าตัวประเมินแพงสุดเวลานี้อยู่ที่ 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,800 ล้านบาท) ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทรานสเฟอร์มาร์เกตดอตคอม

ขณะที่ ซาดิโอ มาเน่ ดาวเตะทีมชาติเซเนกัล ตามมาเป็นอันดับสอง ค่าตัวประเมินอยู่ที่ 85 ล้านยูโร (ประมาณ 3,230 ล้านบาท) ส่วน เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวาทีมชาติอังกฤษ รั้งเบอร์ 3 ราคาประเมิน 75 ล้านยูโร (ประมาณ 2,850 ล้านบาท)

10 อันดับนักเตะ ลิเวอร์พูล ค่าตัวประเมินสูงสุด

1. โม ซาลาห์ 100 ล้านยูโร
2. ซาดิโอ มาเน่ 85 ล้านยูโร
3. เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 75 ล้านยูโร
4. แอนดี้ โรเบิร์ตสัน 65 ล้านยูโร
5. อลีสซง เบ็คเกอร์ 60 ล้านยูโร
5. ฟาบินโญ่ 60 ล้านยูโร
7. เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ 55 ล้านยูโร
8. ดิโอโก้ โชต้า 45 ล้านยูโร
9. โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 40 ล้านยูโร
10. อิบราฮิม่า โกนาเต้ 35 ล้านยูโร




ได้ไปโหดแน่! 5แข้งแมนยูที่เจอร์ราร์ดมีลุ้นดึงไปร่วมงานที่วิลล่า

 เปิดชื่อ 5 แข้งส่วนเกิน แมนฯ ยูไนเต็ด 

ที่มีโอกาสย้ายไปร่วมงานกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ที่ แอสตัน วิลล่า ในอนาคตอันใกล้ หลังจากกลายเป็นส่วนเกินของ "ปีศาจแดง"


สตีเว่น เจอร์ราร์ด นายใหญ่ชาวอังกฤษกำลังมีช่วงเวลาที่ดีในการเป็นกุนซือให้ แอสตัน วิลล่า หลังจากพาทีมออกสตาร์ตสองนัดแรกด้วยการเก็บ 6 คะแนนเต็ม นับตั้งแต่ย้ายจาก เรนเจอร์ส เอฟซี เข้ามากุมบังเหียนทัพ "สิงห์ผงาด" แทน ดีน สมิธ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง

อย่างไรก็ดี สตีวี่จี สามารถพา วิลล่า ยกระดับทีมให้น่ากลัวขึ้นกว่าเดิมได้อีกมากในการเสริมทัพผู้เล่นชื่อดังเข้ามาทั้งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้หรือในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งแข้งจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นคู่ปรับเก่าสมัยเป็นนักเตะก็มีตัวเลือกที่น่าสนใจให้เลือกไม่น้อยเช่นกัน หลังจากพวกเขาเหล่านี้กลายเป็นส่วนเกินของ "ปีศาจแดง" และจะมีค่าตัวที่ไม่สูงจนเกินไป แถมยังมีศักยภาพที่จะมาเล่นเป็นตัวจริงให้ วิลล่า ได้แบบสบายๆ

5.เจสซี่ ลินการ์ด



หลังจากมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษย้ายไปโชว์ฟอร์มสุดยอดในช่วงระหว่างยืมตัวกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อซีซั่นก่อนจากผลงานยิง 9 ประตูกับทำ 14 แอสซิสต์จากการลงเล่นเพียง 16 นัด ก็ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตัดสินใจเก็บเขาไว้ใช้งานต่อไปในฤดูกาลนี้

อย่างไรก็ตามโอกาสของดาวเตะวัย 28 ปี ค่อยข้างจำกัดโดยได้ลงเล่นไปเพียง 7 เกมในฐานะตัวสำรองเท่านั้น แต่ก็สามารถทำได้ 2 ประตู ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเขาได้เป้นอย่างดี แต่ด้วยความที่ "ปีศาจแดง" เต็มไปด้วยสตาร์ดังในแผงมิดฟิลด์ทำให้เขาไม่สามารถเบียดแย่งตำแหน่งได้ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งกุนซือแล้วก็ตาม

จากสาเหตุดังกล่าวทำให้มีรายงานว่า ลินการ์ด ได้ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่จากต้นสังกัดไปเรียบร้อย หลังมองไม่เห้นอนาคตในรั้ว "ปีศาจแดง" โดยสัญญาฉบับปัจจุบันจะเหลือถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าเท่านั้น และกำลังตกเป้นเป้าหมายของหลายทีมในพรีเมียร์ลีกโดยเฉพาะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่เพิ่งได้กลุ่มทุนใหม่เข้ามาเทคโอเวอร์ทีม และหาก วิลล่า เดินหน้าทาบทามอย่างจริงจังก็มีลุ้นที่จะได้ตัวมาร่วมทีมเช่นกัน

4.เจมส์ การ์เนอร์



มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัยเพียง 20 ปี ถูก แมนยู ส่งไปให้กับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ยืมใช้งานตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมซีซั่นที่แล้ว ก่อนจะฉายแววเด่น และกลับไปเก็บประสบการณ์กับทีม "เจ้าป่า" ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล

หากย้อนไปก่อนหน้านี้ การ์เนอร์ เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ เรนเจอร์ส มาแล้วสมัยที่ เจอร์ราร์ด ยังเป็นกุนซืออยู่ในลีกสกอต หลังจากมีสไตล์การเล่นที่ถูกใจ สตีวี่จี และแม้ว่าเขาเพิ่งจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับ แมนยู ออกไป แต่ด้วยความที่ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นสู่ชุดใหญ่ให้กับต้นสังกัดได้ทำให้เขาอาจพิจารณาข้อเสนอของ วิลล่า ได้เช่นกันในการย้ายออกมาแบบถาวรหลังจบซีซั่นนี้

3.อั๊กเซล ตวนเซเบ้



ปราการหลังวัย 24 ปี ต้องกลายเป็นส่วนเกินของ แมนยู จนถูกส่งตัวให้ วิลล่า ยืมใช้งานมาตั้งแต่ปี 2017เป็นต้นมา เช่นเดียวกับในฤดูกาลนี้ที่เขาได้ลงเล่นให้กับ "สิงห์ผงาด" อย่างสม่ำเสมอ

ด้วยความที่ เจอร์ราร์ด จะได้ใช้งานเจ้าตัวแบบเต็มๆ และหาก ตวนเซเบ้ ทำผลงานได้เข้าตาก็ทำให้การที่จะจัดการดึงตัวมาร่วมทีมแบบถาวรก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะสัญญาของเขากำลังจะหมดในปี 2023 และไม่มีทีท่าว่าจะกลับไปเบียดแย่งตำแหน่งกับแข้งซีเนียร์ของ "ปีศาจแดง" ได้เลย

2.อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล



ฤดูกาลนี้กองหน้าชาวฝรั่งเศสต้องกลายเป็นส่วนเกินของทีมไปโดยปริยาย หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ดึงตัวสตาร์เข้ามาเสริมทัพหลายรายทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ เจดอน ซานโช่ ซึ่งล้วนแล้วเป็นตำแหน่งเดียวกับที่เขาสามารถลงเล่นได้ทั้งสิ้น

ดาวเตะวัย 25 ปี ได้ลงเล่นเพียง 6 เกมในพรีเมียร์ลีก และทำได้เพียงประตูเดียวเท่านั้น ทำให้อนาคตของเขามืดแปดด้าน และมีโอกาสที่จะถูกขายออกไปในตลาดหน้าหนาวนี้ทันที โดยมีรายงานว่า "ปีศาจแดง" จะรับฟังข้อเสนอมูลค่าไม่ต่ำกว่า 40 ล้านปอนด์

1.ดีโอโก้ ดาโลต์



หลังจากฟูลแบ็กชาวโปรตุกีสย้ายไปทำผลงานได้ดีกับ เอซี มิลาน ในซีซั่นที่แล้วก็ทำให้ แมนยู ตัดสินใจดึงตัวเขากลับมาใช้งานอีกครั้งในซีซั่นนี้ แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถมาเบียดแย่งตำแหน่งภายในทีมได้ โดยได้ลฃเล่นในฐานะตัวสำรองเพียง 4 เกมในลีกเท่านั้น

ด้วยความที่สัญญาของดาวเตะวัย 22 ปี จะหมดลงในปี 2023 ทำให้เจ้าตัวน่าจะมองหาสโมสรอื่นที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตอนนี้ วิลล่า ก็ควรสบโอกาสในการดึงตัว ดาโลต์ เช่นกันเพื่อมาเบียดแย่งตำแหน่งกับทั้ง แอชลีย์ ยัง, แมตตี้ แคช และ แมตต์ ทาร์เกตต์




ทางการ! แมนยูประกาศตั้งรังนิคคุมทัพจนจบซีซั่นก่อนรับบทที่ปรึกษา


 ราล์ฟ รังนิค เข้ามานั่งแท่นกุนซือรักษาการณ์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จนจบซีซั่น ก่อนคาดว่าจะมีการปรับบทบาทให้เป็นที่ปรึกษาระดับสูงต่อ โดยมีอำนาจตัดสินใจในเรื่องฟุตบอลเต็มที่


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแต่งตั้งให้ ราล์ฟ รังนิค เข้ามานั่งแท่นกุนซือรักษาการณ์ของทีมจนจบฤดูกาลนี้อย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีการปรับบทบาทให้เป็นที่ปรึกษาระดับสูงต่อไปอีกสองปี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

รังนิค วัย 63 ปี ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนัก หลังจาก "ปีศาจแดง" ปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่ง ก่อนจะมอบหน้าที่ให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค เป็นกุนซือขัดตาทัพ ซึ่งก็พาทีมทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าชัยสองนัดติดต่อกันรวมทุกรายการ

กระทั่งล่าสุดทุกอย่างจะเป็นไปตามคาดเมื่อ "ปีศาจแดง" ประกาศยืนยันตั้ง รังนิค เข้ามาคุมทีมจนจบซีซั่นนี้ ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทไปเป็นที่ปรึกษาของสโมสรเป็นเวลา 2 ปี ขณะที่ตอนนี้เจ้าตัวกำลังรอเวิร์คเพอร์มิตซึ่งยังไม่แน่ว่าจะทันเวลาให้เขาได้ประเดิมคุมทีมข้างสนามในเกมเจอ อาร์เซน่อล ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคมนี้เลยหรือไม่

ทางการ! แมนยูประกาศตั้งรังนิคคุมทัพจนจบซีซั่นก่อนรับบทที่ปรึกษา




 

พลิกโฉมผีอย่างไร?รังนิคเปิดใจครั้งแรกหลังแมนยูตั้งทางการ



 ราล์ฟ รังนิค กุนซือรักษาการณ์ป้ายแดง ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดใจสัมภาษณ์ ว่าเขามีแผนปรับโฉมทีมไปในทางไหน ในอีก 6 เดือนข้างหน้า หลังได้รับแต่งตั้งตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ราล์ฟ รังนิค กุนซือรักษาการณ์ของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้สัมภาษณ์ครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่างเป็นทางการ โดยอธิบายว่าเขาตั้งใจจะเปลี่ยนวิถีทางของสโมสรไปทางไหน เมื่อวันจันทร์ที่ 29 พ.ย.64

"ปีศาจแดง" ปลด โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ออกจากตำแหน่ง หลังความพ่ายแพ้ต่อ วัตฟอร์ด ก่อนจะมอบหน้าที่ให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค เป็นกุนซือขัดตาทัพ

และล่าสุดได้ประกาศแต่งตั้งให้ ราล์ฟ รังนิค เข้ามานั่งแท่นกุนซือรักษาการณ์ของทีมจนจบฤดูกาลนี้อย่างเป็นทางการ ก่อนจะมีการปรับบทบาทให้เป็นที่ปรึกษาระดับสูงต่อไปอีกสองปี

กุนซือเยอรมันวัย 63 ปี ได้กล่าวกับเว็บไซต์ของสโมสรว่า "ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมุ่งเน้นที่การทำให้ฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จสำหรับสโมสร"

“ทีมนี้เต็มไปด้วย นักเตะพรสวรรค์และมีความสมดุลระหว่างนักเตะเยาวชนและแข้งมากประสบการณ์ ความพยายามทั้งหมดของผมในช่วงหกเดือนข้างหน้า คือการดึงศักยภาพผู้เล่นเหล่านี้ออกมาให้เต็มที่มากที่สุด ทั้งแบบรายบุคคลและที่สำคัญที่สุดในฐานะทีม"

"ยิ่งไปกว่านั้น ผมหวังว่าจะได้ช่วยสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของสโมสร ในฐานะที่ปรึกษาทีมต่อไปอีกด้วย"

สำหรับวิชั่นของ ราล์ฟ รังนิก ทั้งงานระยะสั้น และ ระยะยาว แบ่งได้ดังนี้

1 งานระยะสั้นคือ 6 เดือนต่อจากนี้เรื่องแทกติกการเล่นของแมนฯยูฯ

2 งานระยะยาวคือ การปรับโครงสร้างส่วนทีมฟุตบอลจากทีมเยาวชนจนถึงชุดใหญ่





วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

โควิดเล่นงานเบเลเนนส์เล่น 9 คนโดนเบนฟิก้ากด 7 เม็ดครึ่งแรก

 


เบเลเนนส์ ทีมบนลีกสูงสุก โปรตุเกส มีอันต้องโดน เบนฟิก้า ยักษ์ใหญ่ของประเทศปูพรมไล่ยิง 7 ประตูตั้งแต่ช่วงครึ่งเวลาแรก โดยพวกเขาต้องออกสตาร์ทลงเล่นด้วยการมีแข้งแค่ 9 รายเนื่องจากในทีมมีผู้เล่นติดเชื้อโควิดยาวเป็นหางว่าว


ตามรายงานระบุว่าก่อนเกมการแข่งขันคู่นี้เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา มีพ่อค้าแข้ง เบเลเนนส์ ถูกเชื้อไวรัสร้ายเล่นงานมากถึง 13 ราย และเมื่อรวมสตาฟฟ์เข้าไปด้วยก็รวมเป็น 17 เคส

อย่างไรก็ตาม ทีมจากแดนฝอยทองปฏิเสธที่จะยกเลิกโปรแกรมลงเตะเกมนี้เนื่องจากอาจจะถูกลงโทษจากลีก ซึ่งทำให้ ขุนพลชุดตัวจริง เบนเลนนส์ ต้องลงสนามด้วยการมีเล่นแค่ 9 คน โดยมีผู้เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู 2 รายคือ ชูเอา มอนเตโร่ และ อัลวาโร่ รามาลโญ่ ซึ่งฝ่ายแรกต้องโยกขึ้นมาเล่นแบ็กขวาจำเป็นในการรับมือกับ เบนฟิก้า ทีมอันดับ 3 ของลีกที่ต้องการทำแต้มลดช่องว่างกับจ่าฝูงอย่าง ปอร์โต้

ทั้งนี้ "เหยี่ยวลิสบอน" ได้ประตูออกนำตั้งแต่ไก่โห่นาทีที่ 1 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เอดูอาร์โด้ คาอู จากนั้นก็เป็นฝั่งทีมเยือนที่ไล่ยำใหญ่อยู่ข้างเดียวจนเมื่อหมดเวลาครึ่งแรก เบนฟิก้า ทิ้งห่างสุดกู่ 7-0

ถึงกระนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงครึ่งเวลาหลัง ทีมเจ้าบ้านกลับมีผู้เล่นลงสนามแค่ 7 คน ก่อนที่เกมนี้จะถูกยุติลง โดยให้ เบนฟิก้า เป็นฝ่ายกลับออกไปด้วยชัยชนะ 7-0 พร้อมแซง ปอร์โต้ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงชั่วคราว

ากผลที่ออกมาดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกโซเชียล ตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ทำให้เกมคู่นี้ยังเกิดขึ้น โดย แบร์นาโด้ ซิลวา ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกส ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โพสต์ใน ทวิตเตอร์ ส่วนตัวว่า "อะไรกันนี่? ผมเป็นคนเดียวล่ะมั้งที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเกมนี้ไม่ถูกเลื่อนออกไป?"

ขณะที่ รูเบน เนเวส มิดฟิลด์โปรตุกีส ของ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก็ตอบกลับ แบร์นาร์โด้ ไปว่า "แน่นอนเพื่อน ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ หรือว่าเราคิดไม่ดีพอ"

ฟากฝั่งประธานสโมสร เบเลนนส์ ออกมายืนยันว่าทีมของตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่ได้เรียกร้องให้เกมนี้ถูกยกเลิกแต่อย่างใด "เรามีนักเตะที่ลงทะเบียนไว้ 38 คน และเราก็เชื่อมั่นในพวกเขา ฉะนั้นการตัดสินใจขึ้นอยู่กับหน่วยงานด้านสุขภาพ"

"พวกเราจะรอ และพวกเราเคารพในการตัดสินใจนั้น"




รูนี่ย์เตือนรังนิคเจองานยากกับแมนยู

 


เวย์น รูนี่ย์ อดีตดาวเตะระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงเตือน ราล์ฟ รังนิค ว่าจะเจองานหนักในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะรับมือกับเรื่องต่างๆ ในทีมได้


รังนิค เตรียมเข้ามาเป็นผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ชั่วคราวด้วยสัญญาระยะสั้น 6 เดือน และจะเลื่อนขั้นไปนั่งตำแหน่งที่ปรึกษาหลังจบฤดูกาลนี้ โดยคาดว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า

ต่อเรื่องดังกล่าว รูนี่ย์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกุนซือ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ทีมในลีก แชมเปี้ยนชิพ เผยว่าโค้ชชาวเยอรมัน จะเจองานหนักในแคมป์ "ปีศาจแดง" แต่เชื่อว่า รังนิค จะรับมือกับสิ่งต่าง ๆ ได้

"แน่นอนอยู่แล้วว่าในวงการนี้ เขาเป็นคนที่ได้รับความเคารพเอามาก ๆ และผมคิดว่าเขาจะมีงานหนักรออยู่" รูนี่ย์ เผย

"ถึงกระนั้น ผมไม่ได้หมายถึงในแง่เรื่องความสามารถของเขานะ แต่ผมหมายถึงในแง่ของการเข้ามาทำทีม 6 เดือน และต้องวางระบบการเล่นในแนวทางเพรสซิ่งตามงานที่เขาจะทำ"

"แต่เขาเป็นคนที่มีประสบการณ์สูงอยู่แล้ว ผมมั่นใจว่าเขาจะปรับตัวให้เข้ากับผู้เล่นที่เขามีได้ และจะนำความมั่นคงกลับคืนสู่ทีม และยังรวมถึงมุมมองในการล่าแชมป์ต่าง ๆ "





มีแต่เรื่องดีๆ!3จุดสำคัญเห็นเชลซีซ้อมส่งท้ายก่อนเจอแมนยู


 เปิด 3 จุดสำคัญหลังได้เห็นนักเตะ เชลซี ลงซ้อมมื้อสุดท้ายก่อนรับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด คืนวันอาทิตย์นี้ โดยมีแต่เรื่องดีๆ โดยเฉพาะสปริตภายในทีมที่ยอดเยี่ยม

   
โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี จะนำทัพ "สิงห์บลูส์" เปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ (23.30 น. ตามเวลาประเทศไทย)

ในการฝึกซ้อมมื้อสุดท้ายของ เชลซี มีจุดที่น่าสนใจ 3 สิ่งดังนี้

1. ฮาแวร์ตซ์ รีเทิร์น



ไค ฮาแวร์ตซ์ ตัวรุกชาวเยอรมัน หายหน้าไปจากเกมที่ เชลซี ถล่ม ยูเวนตุส 4-0 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ามาจากนัดเจอ เลสเตอร์

เวลานี้ ฮาแวร์ตซ์ ลงซ้อมได้อย่างเต็มที่ และน่าจะพร้อมลงช่วยทีมรับมือ แมนฯ ยูไนเต็ด

2. ลูกากู ได้ลุ้นดวลทีมเก่า



โรเมลู ลูกากู พลาดช่วย เชลซี มา 7 เกมติด นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าจากเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดที่ เชลซี เปิดบ้านยำ มัลโม่ 4-0 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ในเวลานี้ ดาวยิงทีมชาติเบลเยียม กลับมาลงซ้อมเต็มสูบแล้ว แต่เชื่อว่า ทูเคิ่ล จะยังไม่ส่ง ลูกากู ลงเป็นตัวจริงเจออดีตต้นสังกัด เพราะสภาพความฟิตยังไม่เต็มถัง โดยอาจมีชื่อเป็นแค่ตัวสำรองไปก่อน

3. สปิริตในทีมสุดยอด



บรรยากาศการฝึกซ้อมที่ค็อบแฮม เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม และแสดงให้เห็นถึงสปิริตที่สุดยอดภายในทีม หลัง เชลซี กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้

นักเตะทุกคนต่างยิ้มแย้มในการฝึกซ้อม โดยภาพจับให้เห็น จอร์จินโญ่ มีรอยยิ้มเต็มใบหน้า เช่นเดียวกับ ฮาคิม ซีเย็ค ที่มีความสุข

ทูเคิ่ล คงหวังว่า ลูกทีมทุกคนจะมีสปริตยอดเยี่ยมต่อเนื่อง และร่วมแรงร่วมใจกันเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงให้ห่างต่อไป




เมสซี่หรือเลวาน?บ่อนเปิดเต็ง1คว้าบัลลงดอร์ก่อนรู้ผลจันทร์นี้


 ไม่น่าพลิกโผ! ร้านพูลเมืองผู้ดี อัพเดตราคานักเตะเต็งคว้า บัลลง ดอร์ ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนรู้ผลทางการวันจันทร์นี้


สกาย เบต บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษ เปิดราคาให้ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นเต็ง 1 คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ 2021 ซึ่งจะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายนนี้

ก่อนหน้านี้ เมสซี่ มีราคาสูสีกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้า บาเยิร์น มิวนิค แต่ก่อนถึงโค้งสุดท้ายร้านพูลแทบทุกแห่งต่างเชื่อว่าดาวเตะอาร์เจนไตน์ไม่น่าพลาดคว้ารางวัลนี้ โดย สกาย เบต หั่นอัตราต่อรองลงมาเหลือแค่ 4/11 (แทง 11 จ่าย 4 ไม่รวมทุน) แล้ว

อัตราต่อรองนักเตะที่จะได้ บัลลง ดอร์ 2021 ของ สกาย เบต

1. ลิโอเนล เมสซี่ (เปแอสเช) 4/11 (แทง 11 จ่าย 4 ไม่รวมทุน)
2. โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น) 2/1
3. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) 25/1
3. คาริม เบนเซม่า (เรอัล มาดริด) 25/1
5. จอร์จินโญ่ (เชลซี) 33/1
6. เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี) 66/1
6. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (แมนฯ ยูไนเต็ด) 66/1
8. จานลุยจิ ดอนนารุมม่า (เปแอสเช) 80/1




มีเมสซี่อิหร่านด้วย!3นักเตะแมนยูลุ้นเสริมทัพยุครังนิค

 


สื่ออังกฤษ คาดชื่อ 3 นักเตะที่ ราล์ฟ รังนิค มีโอกาสดึงเข้ามาเสริมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงต้นปีหน้า โดยมีทั้งดาวรุ่งทีมชาติเยอรมนี และเมสซี่แห่งอิหร่าน

  
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะได้ ราล์ฟ รังนิค อดีตกุนซือ ชาลเก้ 04 เจ้าของฉายา "เดอะ โปรเฟสเซอร์" เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวเป็นเวลา 6 เดือน โดยเหลือแค่รอประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่น วิเคราะห์ว่า มีนักเตะ 3 รายที่มีโอกาสได้ย้ายมาอยู่กับ "ปีศาจแดง" ในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมดังนี้

1. คาริม อเดเยมี่

คาริม อเดเยมี่ กองหน้าดาวรุ่งของ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก กำลังตกเป็นที่จับตาของหลายสโมสรในยุโรป หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

หัวหอกดาวรุ่งชาวเยอรมัน วัย 19 ปี มีฝีเท้าไม่ธรรมดา แถมยังก้าวขึ้นมาติดทัพ "อินทรีเหล็ก" ชุดใหญ่ไปแล้ว 3 นัดด้วย หลังซีซั่นนี้ซัดให้ต้นสังกัดไปแล้ว 15 ประตู จากการลงสนาม 21 นัด

อเดเยมี่ ได้รับคำชื่นชมอย่างมากในเรื่องความเฉียบคมในการจบสกอร์, ว่องไว รวมทั้งยังเล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแนวรุก

รังนิค เคยทำหน้าที่ผู้อำนวยการฟุตบอลของ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาก่อน ทำให้การเจรจาระหว่าง "ปีศาจแดง" กับสโมสรของออสเตรีย น่าจะง่ายขึ้น

2. ดานี่ โอลโม่

ดานี่ โอลโม่ กองกลางทีมชาติสเปน เล่นอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ซึ่งเป็นสโมสรที่ รังนิค เคยร่วมงานมาก่อนเช่นกัน

โอลโม่ วัย 23 ปี เป็นเด็กจากศูนย์ฝึก ลา มาเซีย ของ บาร์เซโลน่า ก่อนไปอยู่กับ ดินาโม ซาเกร็บ ปี 2014 แล้วย้ายมาเล่นให้ ไลป์ซิก เมื่อปี 2020

โอลโม่ เป็นมิดฟิลด์ที่เล่นได้ดีทั้งเท้าขวาและซ้าย รวมทั้งเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก แถมยังอายุไม่เยอะด้วย

3. ซาร์ดาร์ อัซมูน

จากการที่ รังนิค ไปทำหน้าที่เป็นหัวหน้าฝ่ายกีฬาและพัฒนาสโมสร โลโคโมทีฟ มอสโก ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ทำให้เจ้าตัวคงได้เห็นฟอร์มของนักเตะในลีกรัสเซียหลายราย

หนึ่งในนักเตะลีกแดนหมีขาวที่มีหลายสโมสรในยุโรปจับตามองคือ ซาร์ดาร์ อัซมูน กองหน้าชาวอิหร่าน ของ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก

ดาวยิงวัย 26 ปี ได้รับสมญานามว่า เมสซี่แห่งอิหร่าน เนื่องจากมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม และทำประตูได้ดี โดยฤดูกาลนี้ซัดไปแล้ว 9 ลูก รวมทั้งยิงใส่ ยูเวนตุส ในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้วด้วย




วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

อยากวัด!แรมส์เดลหวังดวลโรนัลโด้ตอนท็อปฟอร์ม


 อาร่อน แรมส์เดล นายด่าน อาร์เซน่อล ระบุ อยากให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาในตอนที่ลงดวลกับทีมของตน พร้อมเผยว่าตื่นเต้นสุดๆ ที่จะได้ดวลกับนักเตะระดับ โรนัลโด้

อาร่อน แรมส์เดล ผู้รักษาประตูคนเก่งของ อาร์เซน่อล กล่าวว่าตนอยากให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระเบิดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทั้ง 2 ทีมต้องเจอกันที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคมนี้ เพราะมันจะถือเป็นบททดสอบที่ดีสำหรับตนไปด้วย

ก่อนถึงเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 13 นั้น แรมส์เดล กำลังฟอร์มฮอตสุดขีดด้วยการเซฟลูกยิงสวยๆ ได้หลายลูก นับตั้งแต่ที่เขาได้รับโอกาสให้ลงเล่นเป็นตัวจริงกับทาง "ไอ้ปืนใหญ่" โดยเขามีจังหวะเซฟไปแล้วถึง 30 หน จากการลงเล่นในลีกให้กับ อาร์เซน่อล ในช่วง 9 เกมที่ผ่านมา

"ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าผมจะมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับ โรนัลโด้ แต่ผมหวังว่าเขาจะระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้ในตอนที่เจอกับเรา เพราะมันจะทำให้ผมได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองไปในตัว ถึงแม้คุณจะอยากไปเยือน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มากแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีความรู้สึกไหนที่ดีไปกว่าการได้ทำให้บางคนหงุดหงิดพร้อมกับบอกว่า -ฉันได้ดวลกับ โรนัลโด้ เวอร์ชั่นเต็มศักยภาพมาว่ะ- แล้วล่ะ" นายทวารวัย 23 ปี เปิดอก





แมนยูเจอเชลซีไหวไหม!โอเว่น-มาร์คฟันธงพรีเมียร์ฯวีก13

 


สองกูรูดังแดนผู้ดี มาร์ค ลอว์เรนสัน และ ไมเคิ่ล โอเว่น ฟันธง พรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ โดยใจตรงกันกับผลการแข่งขันของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่


มาร์ค ลอว์เรนสัน นักวิเคราะห์เกมของ บีบีซี สื่ออังกฤษ ออกโรงแสดงทรรศนะถึงเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ 13 ของฤดูกาล 2021/22 โดยเชื่อว่า เชลซี ทีมจ่าฝูง จะเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-1

ทรรศนะของ ลอว์เรนสัน

วันเสาร์ที่ 27 พ.ย.
อาร์เซน่อล ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-0
คริสตัล พาเลซ เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1
ลิเวอร์พูล ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0
นอริช เสมอ วูล์ฟส์ 1-1
ไบรท์ตัน แพ้ ลีดส์ 0-2

วันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย.
เบรนท์ฟอร์ด ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1
เบิร์นลี่ย์ แพ้ สเปอร์ส 1-2
เลสเตอร์ ชนะ วัตฟอร์ด 3-0
แมนฯ ซิตี้ ชนะ เวสต์แฮม 2-0
เชลซี ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 2-1

ขณะที่ ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ แสดงความเห็นผ่าน เบต วิคเตอร์ โดยเชื่อว่า เชลซี จะเปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1 ส่วน แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล ก็จะเก็บ 3 คะแนนได้เช่นกัน

ทรรศนะของ โอเว่น

วันเสาร์ที่ 27 พ.ย.
อาร์เซน่อล ชนะ นิวคาสเซิ่ล 2-1
คริสตัล พาเลซ เสมอ แอสตัน วิลล่า 1-1
ลิเวอร์พูล ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-0
นอริช แพ้ วูล์ฟส์ 0-1
ไบรท์ตัน ชนะ ลีดส์ 2-0

วันอาทิตย์ที่ 28 พ.ย.
เบรนท์ฟอร์ด แพ้ เอฟเวอร์ตัน 1-2
เบิร์นลี่ย์ แพ้ สเปอร์ส 0-1
เลสเตอร์ ชนะ วัตฟอร์ด 2-1
แมนฯ ซิตี้ ชนะ เวสต์แฮม 3-1
เชลซี ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-1




9สถิติน่ารู้เกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านรับเซาธ์แฮมป์ตัน

 


เปิด 9 สถิติที่น่าสนใจของ ลิเวอร์พูล ก่อนเปิดบ้านรับ เซาธ์แฮมป์ตัน คืนนี้

   
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จะนำทัพ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน ในศึก พรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายนนี้ (22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

เกมนี้มีสถิติน่าสนใจ 9 เรื่องดังนี้

1. ลิเวอร์พูล ยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูมาแล้ว 16 เกมติดในทุกรายการ นับเป็นทีมแรกที่ทำได้ตั้ง วูล์ฟแฮมป์ตัน เคยทำไว้เมื่อปี 1939

2. หากลูกทีมของ คล็อปป์ ยิงได้ 2 ประตูขึ้นไปในเกมพบ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็จะเป็นทีมแรกในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีทำได้ 17 เกมติดตั้งแต่ ซันเดอร์แลนด์ ทำได้เมื่อปี 1927

3. ลิเวอร์พูล ขาดอีกเพียง 2 ประตูเท่านั้นก็จะยิงได้ถึง 700 ลูกนับตั้งแต่ คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน

4. เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังดัตช์ ไม่เคยแพ้ในการลงเล่น พรีเมียร์ลีก 53 นัดที่ แอนฟิลด์ ตั้งแต่เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล

5. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิง เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแล้ว 7 ประตูจากที่เจอกัน 8 นัด โดย ลิเวอร์พูล มีแค่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ (8 ลูก) ที่ยิง "นักบุญ" ได้มากกว่าตั้งแต่ยุค พรีเมียร์ลีก

6. ซาลาห์ ยิงในลีกฤดูกาลนี้ไปแล้ว 11 ประตู ส่งผลให้เป็นหนที่ 4 ที่ยิงได้เกิน 10 ลูกก่อนคริสต์มาส

7. ซาลาห์ และ ฟาน ไดค์ เป็นนักเตะ "หงส์แดง" ที่ได้อยู่ในสนามทุกนาทีในเกมลีกซีซั่นนี้

8. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนเดียวที่ยิงแฮตทริกใส่ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยทำได้ 2 ครั้งเมื่อเดือนตุลาคม 1993 และมกราคม 1999

9. ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน ที่บ้านมาแล้ว 7 นัดติด โดยชนะ 5 และเสมอ 2 เกม




โปรตุเกส-อิตาลีสุดสูสี!บ่อนเปิดราคาทีมไหนจะคว้าตั๋วไปบอลโลก


 ร้านพูลเมืองผู้ดีเปิดราคา 3 ชาติยุโรปทีมไหนจะคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย ยก โปรตุเกส กับ อิตาลี สุดสูสี หลังต้องมีทีมหนึ่งอดไปแน่

  
ฟุตบอลโลก 2022 โซนยุโรป รอบเพลย์ออฟ ทำการจับสลายแบ่งสายไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยงานนี้ อิตาลี และ โปรตุเกส ต้องมีทีมใดทีมหนึ่งที่อดไปเล่นรอบสุดท้าย ที่ประเทศกาตาร์ หลังจากที่ทั้งสองทีมถูกจับอยู่สายเดียวกัน

สาย เอ

- เวลส์ พบ ออสเตรีย
- สกอตแลนด์ พบ ยูเครน

สาย บี

- รัสเซีย พบ โปแลนด์
- สวีเดน พบ สาธารณรัฐเช็ก

สาย ซี

- โปรตุเกส พบ ตุรกี
- อิตาลี พบ มาซิโดเนียเหนือ

ทุกคู่จะแข่งขันกันในวันที่ 24 มีนาคม 2022 และผู้ชนะในแต่ละคู่จะได้เข้าไปเตะเกมรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 29 มีนาคม 2022 ซึ่งนั่นจะทำให้โซนยุโรปได้เพิ่มอีก 3 ทีม จนครบโควตา 13 ทีมไปสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้าย

ขณะที่ วิลเลี่ยม ฮิลล์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ได้เปิดราคาทีมไหนจะคว้าตั๋วเพลย์ออฟ โดยให้ โปรตุเกส และ อิตาลี มีอัตราต่อรองเท่ากันที่ 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)


อัตราต่อรองแชมป์สาย เอ

1. ออสเตรีย 15/8 (แทง 8 จ่าย 15 ไม่รวมทุน)
2. เวลส์ 9/4
3. สกอตแลนด์ 10/3
3. ยูเครน 10/3

อัตราต่อรองแชมป์สาย บี

1. สวีเดน 7/4
2. รัสเซีย 2/1
3. โปแลนด์ 11/4
4. เช็ก 11/2

อัตราต่อรองแชมป์สาย ซี

1. โปรตุเกส 1/1
1. อิตาลี 1/1
3. ตุรกี 10/1
4. มาซิโดเนียเหนือ 33/1




ฟานเดอเบ็ค-แรชฟอร์ดสตาร์ต!ส่องไลน์อัพแมนยูบุกรังเชลซี


 คาด 11 ตัวจริง แมนฯ ยูไนเต็ด นัดออกไปเยือน เชลซี มองแล้ว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีโอกาสได้ออกสตาร์ตเกม


ไมเคิ่ล คาร์ริค ผู้จัดการทีมขัดตาทัพของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะนำ "ปีศาจแดง" บุกไปเยือน เชลซี ในศึก พรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายนนี้ และคาดว่าจะเป็นเกมสุดท้ายที่ได้ทำหน้าที่ก่อนส่งไม้ต่อให้ ราล์ฟ รังนิค เข้ามารับบทกุนซือชั่วคราวไปจนจบฤดูกาลนี้

คาร์ริค ยังต้องลุ้นว่า เฟร็ด กองกลางชาวบราซิเลียน ซึ่งมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า และ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ ที่มีอาการกระทบกระเทือนศีรษะ จะลงเจอ "สิงห์บลูส์" ได้หรือไม่ ส่วน แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ติดโทษแบน ขณะที่ ราฟาแอล วาราน และ ปอล ป็อกบา บาดเจ็บอยู่ลงเล่นไม่ได้แน่นอน

ด้าน แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ สื่อท้องถิ่นเมืองผู้ดี ได้คาดการณ์ 11 ตัวจริงที่ คาร์ริค จะส่งลงสนามในระบบ 4-2-3-1 ออกมามีหน้าตาดังนี้



เริ่มจากตำแหน่งผู้รักษาประตูยังคงเป็น ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน เหมือนเดิม หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมมาตลอดในฤดูกาลนี้

ส่วนแผงแบ็กโฟร์ให้ แอรอน วาน-บิสซาก้า ยืนเป็นแบ็กขวา ขณะที่ อเล็กซ์ เตลลิส ลงประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน ชอว์ โดยมี วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กับ เอริก ไบยี่ เป็นคู่เซนเตอร์แบ็ก หลัง วาราน เจ็บ ส่วน แม็กไกวร์ ติดโทษแบน

ขณะที่มิดฟิลด์คู่กลาง หาก เฟร็ด ผ่านเช็กฟิตก็จะได้ลงมาเล่นร่วมกับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ โดยยืนอยู่หลัง ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ที่น่าจะได้ทำหน้าที่ปั้นเกมแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ช่วงหลังฟอร์มตก แต่ถ้า เฟร็ด ไม่ฟิตก็อาจถอย ดีวีบี ลงมาเล่นต่ำแล้วให้ บรูโน่ ยืนสูง

ส่วน 3 แนวรุกส่ง เจดอน ซานโช่ ที่เริ่มทำผลงานได้ดี ลงมาลากเลื้อยเป็นปีกขวา ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบทฝั่งซ้ายแทน อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่เป็นตัวจริงเกมพบ บียาร์เรอัล โดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นกองหน้าตัวเป้า






วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564

หมดเวลารีสอร์ตแอนด์สปา!4จุดรังนิคต้องรีบแก้ไขแมนยู


 เปิด 4 จุดที่ ราล์ฟ รังนิค ต้องรีบเข้ามาแก้ไข แมนฯ ยูไนเต็ด หลังเตรียมรับตำแหน่งกุนซือชั่วคราวในเร็วๆ นี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะแต่งตั้ง ราล์ฟ รังนิค อดีตกุนซือ ชาลเก้ 04 เจ้าของฉายา "เดอะ โปรเฟสเซอร์" ให้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวของ "ปีศาจแดง" เป็นเวลา 6 เดือนหรือจนจบฤดูกาลนี้ พร้อมให้สานงานต่อในบทบาทที่ปรึกษาอีก 2 ปี

รังนิค วัย 63 ปี เป็นผู้รอบรู้ และมีกิตติศัพท์ในวงการลูกหนังเยอรมัน มาเป็นเวลายาวนาน ขณะที่โค้ชร่วมชาติทั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ , โธมัส ทูเคิ่ล และ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ต่างก็ยกย่อง และเรียนรู้แท็กติกของกุนซืออาวุโสรายนี้ด้วยกันทั้งนั้น

แน่นอนว่า การเข้ามาคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ในเวลาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย และนี่คือ 4 จุดที่ รังนิค ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

1. ระบบการเล่น



ตอนที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุม "ปีศาจแดง" นั้น เขาชื่นชอบระบบการเล่น 4-2-3-1 โดยมี เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นมิดฟิลด์คู่กลางตัวหลักมาตลอด

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนแฟนบอล "เร้ด เดวิลล์" ไม่ค่อยชื่นชอบแท็กติกการเล่นของกุนซือชาวนอร์เวย์เท่าไหร่นัก และหลังแพ้ ลิเวอร์พูล ขาดลอย 0-5 เจ้าตัวก็เปลี่ยนมาใช้ระบบกองหลัง 3 คนในเกมชนะ สเปอร์ส

โซลชา กลับมาใช้แบ็กโฟร์อีกในเกมพบ วัตฟอร์ด ก่อนแพ้ไปอย่างเละเทะจนทำให้เขาโดนไล่ออก ดังนั้น รังนิค จะต้องรีบเข้ามาวางแท็กติกให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

สมัยคุมทีมนั้น รังนิค ใช้ระบบแบ็กโฟร์ไม่ว่าจะเป็น 4-4-2, 4-4-2 ไดมอนด์ หรือ 4-3-3 ซึ่งเน้นกดดันคู่แข่งตั้งแต่แดนบน ทำให้เชื่อว่า จะใช้แผงแบ็กโฟร์กับ "ปีศาจแดง" ค่อนข้างแน่

2. แก้ปัญหาแนวรับอ่อนยุ่ย



หลังจากเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้วแค่ 12 นัด "ปีศาจแดง" โดนทะลวงตาข่ายไปถึง 21 ประตู หรือคิดเป็นเสียเฉลี่ย 1.75 ประตูต่อนัดเลยทีเดียว

หากไม่ได้ ดาบิด เด เคอา นายทวารทีมชาติสเปน คอยช่วยเซฟล่ะก็ แมนฯ ยูไนเต็ด คงโดนยิงมากกว่านี้อีกเยอะแน่นอน ดังนั้น รังนิค จึงควรต้องรีบแก้ไขปัญหาในจุดนี้ให้ได้

ทั้ง แอรอน วาน-บิสซาก้า, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ ลุค ชอว์ ต่างฟอร์มหลุดไปเยอะในซีซั่นนี้ โดยเชื่อว่า รังนิค คงเข้ามาเน้นให้แบ็กทั้งสองฝั่งทำงานหนัก, เล่นเกมรับให้เหนียวแน่น และสามารถเติมเกมได้ด้วย

3. ทำให้ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นป้อมปราการเหล็กอีกครั้ง



โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เคยเป็นสังเวียนที่ทีมคู่แข่งต้องหวาดผวาเวลามาเยือน เพราะต้องเจอความยอดเยี่ยมของนักเตะ "ปีศาจแดง" และแฟนบอล 75,000 คอยหนุนหลังเจ้าถิ่น

อย่างไรก็ตามในซีซั่นนี้ โรงละครแห่งความฝันไม่ได้เป็นสถานที่ที่น่ากลัวของทีมเยือนอีกแล้ว หลังเสียคะแนนให้ เอฟเวอร์ตัน แพ้ให้ทั้ง แอสตัน วิลล่า, ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ซิตี้ โดยที่โดน "หงส์แดง" บุกมายิงถึง 5 ลูกเลยทีเดียว

รังนิค ต้องทำให้ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด กลับมาเป็นป้อมปราการเหล็กอีกครั้ง และหลังจบเกมไปเยือน เชลซี สุดสัปดาห์นี้ ก็จะได้เล่นในบ้าน 3 นัดติดต่อกันกับ อาร์เซน่อล, คริสตัล พาเลซ และ ยัง บอยส์ ซึ่งควรชนะให้ได้ทั้งหมด

4. เค้นฟอร์มถล่มประตู โรนัลโด้



ในช่วงเริ่มต้นที่ย้ายกลับมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด รอบสองนั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนที่จะค่อยๆ แผ่วไปในช่วงหลัง

ดาวยิงทีมชาติโปรตุเกส เพิ่งกลับมายิงได้ในนัดชนะ บียาร์เรอัล เมื่อกลางสัปดาห์ แต่ใน พรีเมียร์ลีก ต้องย้อนไปถึงนัดชนะ สเปอร์ส ช่วงปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

รังนิค ต้องพยายามหาทางทำให้ ซีอาร์7 กลับมาเป็นเครื่องจักรผลิดประตูอีกครั้ง และทำให้ทีมมีระบบการเล่นที่ลื่นไหลเพื่อช่วยให้ยิงประตูได้เยอะๆ