วันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2564

คุยไม่ลงตัว!ลือหึ่งแมนยูเลิกสนคอนเต้แล้ว

 


แมนฯ ยูไนเต็ด ล้มแผนดึง อันโตนิโอ คอนเต้ มาเป็นกุนซือคนใหม่ หลังจากที่ไม่เต็มใจจะจ่ายค่าเหนื่อยตามที่ คอนเต้ ต้องการ ตามรายงานของ เดลี่ สตาร์ สื่อของอังกฤษ


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เลิกให้ความสนใจดึงตัว อันโตนิโอ คอนเต้ มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่แล้ว ตามการเปิดเผยของ เดลี่ สตาร์ สื่อของเมืองผู้ดี

คอนเต้ ตกเป็นข่าวกับเก้าอี้กุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เจ้าของตำแหน่งคนปัจจุบันทำผลงานโดยรวมได้ย่ำแย่จนทำให้เจอกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยว่ากันว่า คอนเต้ สนใจที่จะรับงานกับ "ปีศาจแดง" ด้วย

ทั้งนี้ เดลี่ สตาร์ เผยว่า คอนเต้ อยากได้สัญญาที่มีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2025 พร้อมกับต้องการค่าเหนื่อย 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 864 ล้านบาท) ต่อฤดูกาล ซึ่งบอร์ดแมนฯ ยูไนเต็ด มองว่าเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินไป โดยนี่ยังไม่นับรวมเรื่องค่าชดเชยที่ต้องจ่ายให้ โซลชา กับทีมสตาฟฟ์ของเขาด้วย




ฮีโร่ของชาติ!อียิปต์นำชีวิตซาลาห์บรรจุเข้าหนังสือเรียน

 


เดอะ ไทม์ส สื่อของอังกฤษ ระบุ อียิปต์ตัดสินใจเอาเรื่องราวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มาใช้สอนเด็กๆ ในประเทศ หลังจากที่ ซาลาห์ มีเรื่องราวที่โดดเด่นทั้งด้านผลงานในสนามและการทำงานการกุศล

  
โรงเรียนของประเทศอียิปต์นำเรื่องราวของ โมฮาเหม็ด ซาลาป์ ยอดปีกของ ลิเวอร์พูล ไปใส่เป็นหลักสูตรสำหรับการศึกษาในชั้นประถมและมัธยม ตามรายงานของ เดอะ ไทม์ส สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

ซาลาห์ ถือเป็นฮีโร่ของชาวอียิปต์ หลังจากที่เขาไปสร้างชื่อได้อย่างสุดยอดกับการเล่นในทวีปยุโรปจนทำให้ถึงขั้นได้รับการยกย่องจากหลายฝ่ายว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของโลกในปัจจุบันไปแล้ว นอกจากนี้เขายังทำงานเพื่อการกุศลให้กับสังคมอยู่เรื่อยๆ ด้วย

ความโดดเด่นทั้งในสนามและนอกสนามของ ซาลาห์ ทำให้ภาคการศึกษาของอียิปต์เอาเรื่องราวของเขามาให้เด็กๆ ร่ำเรียนกัน โดยเด็กชั้นประถมจะได้เรียนรู้เกี่ยวผลงานในสนามทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติของ ซาลาห์ เป็นหลัก ส่วนเด็กชั้นมัธยมจะได้รู้จักกับงานด้านการกุศลของแข้งวัย 29 ปี

ทั้งนี้ เดอะ ไทม์ส อ้างว่าพวกเขาได้ข้อความส่วนหนึ่งมาจากหนังสือเรียนด้วย โดยในหนังสือนั้นระบุว่า "สาเหตุที่ ซาลาห์ มีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือคนอื่นนั้นมันเป็นเพราะเขาอยากทำให้เด็กๆ มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ เขาเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชาวอียิปต์หลายล้านคนจนถึงขนาดที่มีการตั้งฉายาให้เขาว่า -เดอะ แฮปปิเนส เมคเกอร์- (แปลว่า ผู้สร้างความสุข)"




ผลงานน่าเป็นห่วง! เปิดชีวิต เซร์จี้ บาร์ฆวน ก่อนก้าวสู่กุนซือขัดตาทัพ บาร์เซโลน่า

 ด้วยความที่ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก ลา ลีกา สเปน ยังไม่สามารถหากุนซือแบบถาวรคนใหม่มารับงานต่อจาก โรนัลด์ คูมัน ได้อย่างเป็นทางการ ทำให้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีการหาคนมาคุมทีมแบบขัดตาทัพไปก่อน ซึ่งสุดท้ายก็ไม่พลิกโผเมื่อตำแหน่งนั้นตกเป็นของ เซร์จี้ บาร์ฆวน กุนซือ บาร์เซโลน่า เบ หรือทีมสำรองของ บาร์เซโลน่า


แน่นอนว่าสำหรับแฟนบอลหลายคนแล้วอาจจะไม่รู้จักเรื่องราวของ บาร์ฆวน มากเท่าไหร่นัก ดังนั้นวันนี้เราเลยจะขอนำเสนอเรื่องราวบางอย่างเกี่ยวกับเขาสักหน่อย เพื่อที่ทุกท่านจะได้รู้จักกับกุนซือวัย 49 ปีมากขึ้น



- สายเลือดกาตาลุนย่า

บาร์ฆวน เกิดในย่าน เลส์ ฟรังเคเซว เดล บาเยส ซึ่งอยู่ายในเมืองแคว้นกาตาลุนย่า ทำให้เขาถือเป็นคนที่มีสายเลือดกาตาลุนย่าอยู่เต็มเปี่ยม แต่ว่า บาร์เซโลน่า ก็ไม่ใช่ทีมแรกที่เขาเข้าไปรับการเพาะบ่มฝีเท้าด้วย เพราะเจ้าตัวเริ่มจากการเข้าไปอยู่กับอะคาเดมี่ของ กราโนเย่ร์ส ในปี 1978 ก่อนจะค่อยเดินเท้าเข้าสู่ศูนย์ฝึกเยาวชนของ บาร์เซโลน่า ในปี 1988

- กำลังหลักของ บาร์เซโลน่า

บาร์ฆวน ฝึกฝนฝีเท้ากับอะคาเดมี่ของ บาร์เซโลน่า 2 ปี ก่อนที่จะถูกเลือกให้ติดทีม บาร์เซโลน่า ชุด เซ ในปี 1990 ต่อด้วยการเล่นให้ทีมชุด เบ ในปี 1992 โดยที่ตอนนั้นเขาลงเล่นเป็นแบ็กซ้าย ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้โดดเด่นระดับหนึ่งตอนเล่นให้ทีมชุด เบ ด้วยการทำได้ 4 ประตูจากการลงเล่น 42 นัด

ด้วยเหตุนี้ โยฮัน ครัฟฟ์ เทรนเนอร์ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า เลยดึงเขามาติดทีมในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ "อาซูลกราน่า" เสมอกับ กาลาตาซาราย ทีมดังจากตุรกี 0-0 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 1993 และหลังจากนั้นเป็นต้นมา บาร์ฆวน ก็กลายเป็นแบ็กซ้ายตัวหลักให้กับ บาร์เซโลน่า ได้อย่างเต็มตัว และยังรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้แม้จะถึงตอนที่ ครัฟฟ์ ไม่ได้เป็นกุนซือของทีมอีกต่อไปแล้ว

ทั้งนี้ บาร์ฆวน ได้แชมป์ร่วมกับ บาร์เซโลน่า หลายรายการเช่นกันในตอนที่เขายังเป็นนักเตะของที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ ลา ลีกา 3 สมัย, แชมป์ โกปา เดล เรย์ 2 หน, แชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 ครั้ง, แชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ 2 รอบ และแชมป์ ซูเปอร์คัพ 1 หน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด ในปี 2002



- ชีวิตก่อนมาเป็นโค้ช

ในขณะที่บรรดานักเตะหลายคนหันไปเอาดีด้านการเป็นโค้ชทันทีที่แขวนสตั๊ด บาร์ฆวน กลับมีเส้นทางที่ต่างออกไป หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพกับ แอตเลติโก มาดริด ในปี 2005 แล้วนั้น เขาก็ห่างหายจากวงการฟุตบอลระดับสโมสรไปถึง 4 ปี กว่าที่จะมาเป็นโค้ชให้ทีมเยาวชนของ บาร์เซโลน่า

ในช่วงเวลานั้นเขาหายไปไหนน่ะหรือ ? คำตอบก็คือเขาไปทำงานด้านการตลาด และทำแคมป์ฝึกสอนฟุตบอลให้กับเยาวชนนั่นเอง เรียกได้ว่าเขาให้ความสนใจในการพัฒนาเยาวชนมาตั้งแต่แรกแล้ว



- ผลงานด้านการคุมทีม

เรเครอาติโบ คือสโมสรฟุตบอลระดับอาชีพทีมแรกทื่ บาร์ฆวน รับงานเป็นกุนซือให้ โดยมีการเซ็นสัญญากัน 3 ปี เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2012 ซึ่งตอนนั้นทีมดังกล่าวเล่นอยู่ในระดับ เซกุนด้า ดิวิชั่น หรือก็คือลีกระดับ 2 ของประเทศสเปน แต่เขากลับเปิดตัวได้อย่างย่ำแย่ด้วยการแพ้ เซเรซ 0-2 และสุดท้ายก็ต้องบอกลาทีมในช่วงกลางปี 2014 พร้อมกับเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะ 38.20 เปอร์เซ็นต์

บาร์ฆวน ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะกลับมาทำงานคุมทีมอีกครั้งในเดือนเมษายน ปี 2015 โดยหนนี้เป็นกับ อัลเมเรีย แถมตอนนั้น อัลเมเรีย เล่นอยู่ในระดับ ลา ลีกา ด้วย แต่เป็นอีกครั้งที่เขาประเดิมสนามด้วยความปราชัย แถมยังเป็นการแพ้ให้ บาร์เซโลน่า ทีมที่เขาเคยค้าแข้งด้วยอีกต่างหาก โดยสกอร์ในวันนั้นอยู่ที่ 0-4

สุดท้ายแล้ว อัลเมเรีย ก็ต้องตกชั้นหลังจบฤดูกาล 2014-15 ในฐานะรองบ๊วยของตารางคะแนน ซึ่งถึงแม้ บาร์ฆวน จะยังได้รับความไว้วางใจให้คุมทีมต่อในช่วงแรกๆ ของซีซั่น 2015-16 แต่สุดท้ายเขาก็โดนปลดดในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2015 โดยเกมสุดท้ายของเขากับ อัลเมเรีย คือการพาทีมเสมอกับ เตเนริเฟ่ 2-2 ส่งผลให้โดยรวมแล้วเขาพาทีมชนะได้เพียง 23.53 เปอร์เซ็นต์



หลังจากตกงานได้เกือบ 2 ปี บาร์ฆวน กลับสู่งานกุนซืออีกครั้งในช่วงเดือนเมษายน ปี 2017 โดยทีมที่จ้างเขาคือ เรอัล มายอร์ก้า ซึ่งตอนนั้นเล่นอยู่ใน เซกุนด้า ดิวิชั่น ซึ่งภารกิจตอนนั้นของ บาร์ฆวน คือต้องพาทีมรอดจากการตกชั้นให้ได้ แต่สุดท้ายเขาทำไม่สำเร็จและโดนเด้งในช่วงเดือนมิถุนายนของปีเดียวกันทันที โดยเปอร์เซ็นต์พาทีมชนะของเขาในตอนนั้นอยู่ที่ 30 เปอร์เซ็นต์

แม้ว่าจะล้มเหลวกับทั้ง 3 ทีมที่เคยรับงานด้วย แต่เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2017 บาร์ฆวน ได้รับข้อเสนอให้ไปคุม หางโจว กรีนทาวน์ (เจ้อเจียง กรีนทาวน์ ในปัจจุบ้น) ทีมในประเทศจีนที่ตอนนั้นเล่นอยู่ใน ไชน่า ลีก วัน หรือทีมในลีกระดับ 2 ของแดนมังกร ซึ่งที่นี่ถือเป็นทีมที่เขามีผลงานดีที่สุดในฐานะกุนซือ จากการพาทีมชนะได้ถึง 43.75 เปอร์เซ็นต์ ถึงกระนั้น มันยังไม่พอในสายตาผู้บริหารจนทำให้เขาโดนปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2019

เกือบ 2 ปีเต็มจากการว่างงาน บาร์เซโลน่า ติดต่อให้ บาร์ฆวน เข้ามาเป็นกุนซือของ บาร์เซโลน่า เบ เป็นเวลา 2 ฤดูกาล เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเขาคุมทีมไปแล้ว 5 นัด พร้อมกับมีผลงานชนะ 2 เสมอ 2 และแพ้ 1 นัด ก่อนที่ล่าสุดจะได้ขึ้นมาคุมทีมชุดใหญ่เป็นการชั่วคราว

ต้องรอดูกันว่าผลงานของเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป




ตัวหลักคืนทัพ!ส่องไลน์อัพลิเวอร์พูลรับมือไบรท์ตัน

 


คาด 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล เกมรับมือ ไบรท์ตัน เชื่อบรรดาตัวหลักคืนทัพ โดยลุ้นแค่ ฟาบินโญ่ กองกลางบราซิเลียน จะฟิตทันหรือไม่เท่านั้น


เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล จะนำทัพ "หงส์แดง" กลับมาลงเตะเกม พรีเมียร์ลีก ด้วยการเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน คืนวันเสาร์ที่ 30 ตุลาคมนี้ (21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

ลิเวอร์พูล พักแข้งหลักยกทีมในเกม คาราบาว คัพ รอบสี่ ที่บุกชนะ เปรสตัน นอร์ธ เอนด์ 2-0 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา และเวลานี้นักเตะสำคัญอย่าง ติอาโก้ อัลกันตาร่า และ นาบี เกอิต้า กลับมาลงซ้อมกันได้แล้ว

สำหรับตัวจริง ลิเวอร์พูล ในเกมพบ ไบรท์ตัน เชื่อว่า คล็อปป์ จะใช้ระบบ 4-3-3 เหมือนเดิม โดยมี อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิล กลับลงเฝ้าเสา หลังให้ อาเดรียน ลงเล่นในบอลถ้วย



ส่วนแผงแบ็กโฟร์ให้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำหน้าที่แบ็กขวา และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ประจำการฝั่งซ้าย ขณะที่เซนเตอร์แบ็ก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยืนคู่กับ โฌแอล มาติป

ขยับไปที่แผงกองกลาง 3 คน คาดว่า ฟาบินโญ่ น่าจะหายเจ็บทันลงมาเป็นตัวตัดเกม ส่วน เกอิต้า กับ ติอาโก้ น่าจะเป็นตัวสำรองไปก่อน โดยที่กัปตัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน คงได้เล่นร่วมกับ เคอร์ติส โจนส์

ด้าน 3 แนวรุก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ประจำการฝั่งขวา ส่วน ซาดิโอ มาเน่ ยืนด้านซ้าย ขณะที่กองหน้า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น่าจะได้มีโอกาสเป็นตัวจริงก่อน ดิโอโก้ โชต้า





วูล์ฟแฮมป์ตันเซ็นแข้งลูกครึ่งสิงคโปร์เข้ารัง

 


The Straits Times สื่อของสิงคโปร์ออกมารายงานว่า สโมสรฟุตบอลวูล์ฟแฮมป์ตัน ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจเซ็นสัญญาคว้าแบ็คขวาดาวรุ่งวัย 17 ปี ลูกครึ่งสิงคโปร์-อังกฤษ ร่วมทัพด้วยสัญญา 3 ปี หลังโชว์ฟอร์มได้ดีในระดับเยาวชน การเซ็นสัญญาครั้งนี้ทำให้แข้งรายนี้กลายเป็นแข้งสิงคโปร์คนแรกที่ได้สัญญาจากทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

  
แฮรี่ เบิร์ทวิสเทล แบ็คขวาวัย 17 ปี ลูกครึ่งสิงคโปร์-อังกฤษ กลายเป็นแข้งที่เกิดในสิงคโปร์คนแรกที่ได้รับสัญญาจากสโมสรในพรีเมียร์ลีก โดยคุณแม่ของแข้งรายนี้เป็นชาวสิงคโปร์ พ่อเป็นชาวอังกฤษ เดินทางไปล่าความฝันด้านฟุตบอลที่อังกฤษตั้งแต่ปี 2017 หลังได้รับทุนจากสโมสรวูล์ฟแฮมป์ตัน



ที่นั่น แฮรี่ เบิร์ทวิสเทล ต่อสู้เพื่อความฝันฟุตบอลมาโดยตลอดพิสูจน์ตัวเองจนได้รับสัญญาในเวลาต่อมา แข้งรายนี้ได้ตอบคำถามของสื่อสิงคโปร์ในเรื่องของอนาคตเกี่ยวกับการรับใช้ทีมชาติสิงคโปร์ ว่า ผมเปิดรับทุกอย่าง แต่ตอนนี้ขอทุ่มเททั้งหมดให้กับสโมสรความฝันของผมคือการเป็นนักฟุตบอลในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นสิ่งที่ผมทุ่มเท 100 เปอร์เซ็นต์ในตอนนี้ ก็เพื่อความฝัน



สำหรับกรณีที่ แฮรี่ เบิร์ทวิสเทล จะกลับมารับใช้ทีมชาติสิงคโปร์นั้น จะต้องสละหนังสือเดินทางอังกฤษและกลับไปสมัครรับราชการแห่งชาติตามกฎหมายของประเทศสิงคโปร์



วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ย้อนดูสถิติสุดเลวร้ายที่ คูมัน ทำกับ บาร์เซโลน่า

 


หลังจากที่อนาคตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนมาพักใหญ่ ล่าสุด โรนัลด์ คูมัน กุนซือชาวดัตช์ก็โดนปลดจากการเป็นเทรนเนอร์ของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเกมสุดท้ายของเขาในฐานะกุนซือ บาร์เซโลน่า คือการพาทีมพ่าย ราโย บาเยกาโน่ เมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา นั่นเอง


ถึงแม้ว่า คูมัน จะนำทีมได้แชมป์ โกปา เดล เรย์ เมื่อฤดูกาลก่อนมาครอง แต่หลายคนเห็นตรงกันว่าผลงานโดยรวมของเขาถือว่าน่าผิดหวังอย่างมาก ซึ่งวันนี้เราจะมายกตัวอย่างกันสักหน่อยว่าสถิติอันเลวร้ายแบบไหนบ้างที่ คูมัน เคยสร้างเอาไว้ในช่วงที่เขาเป็นนายใหญ่แห่งถิ่น คัมป์ นู

- การออกสตาร์ตอันย่ำแย่
คูมัน เข้ามารับงานเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2020 พร้อมกับภารกิจอันหนักอึ้งหลังจากที่ กีเก้ เซเตียน คนที่อยู่ในตำแหน่งก่อนหน้าเขาทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งตอนแรกหลายคนเชื่อว่า คูมัน น่าจะพอทำให้ บาร์เซโลน่า กลับมามีเกมการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ เพราะก่อนหน้านั้นเขาก็ทำผลงานกับทีมชาติฮอลแลนด์ได้ดีพอตัว



อย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็กลายเป็นว่าทีมของ คูมัน เครื่องช็อตตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2020-21 เพราะพวกเขาเก็บได้เพียง 8 คะแนนจากการลงเล่นในลีก 6 นัดแรก ส่งผลให้นั่นเป็นการออกสตาร์ตที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 50 ปีของ บาร์เซโลน่า โดย 6 นัดแรกของฤดูกาลที่แล้วนั้น บาร์เซโลน่า เก็บได้ 6 แต้มเต็มจากการลงเล่น 2 นัดแรก แต่ 4 เกมต่อมาเสมอกับแพ้อย่างละ 2 หน ซึ่งหนึ่งในเกมที่แพ้คือการพ่าย เรอัล มาดริด คาบ้าน 1-3

- น่าผิดหวังกับการเล่นใน คัมป์ นู
แน่นอนว่าฤดูกาล 2020-21 เป็นซีซั่นที่ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าทีมเจ้าบ้านจะได้เปรียบทีมเยือน เพราะหลายลีกฟุตบอลทั่วโลกจำเป็นต้องลงเล่นในแบบที่ห้ามแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั่นทำให้ "เสียงเชียร์" ที่เคยกดดันเหล่าอาคันตุกะได้เป็นอย่างดีต้องหายไป



ถึงกระนั้น มันก็ยังมีความได้เปรียบที่เรียกว่า "ความคุ้นเคยกับพื้นสนาม" อยู่ แต่กลับกลายเป็นว่าฤดูกาลก่อนทีมของ คูมัน มีผลงานกับการลงเล่นเกมลีกใน คัมป์ นู ที่น่าผิดหวังจนทำให้พวกเขาเก็บแต้มในเกมเหย้าได้เพียง 38 คะแนนเท่านั้น ซึ่งนั่นนับเป็นผลงานการเล่นเกมเหย้าที่แย่ที่สุดของ บาร์เซโลน่า ในรอบ 17 ปีเลยทีเดียว

- เกมรุกสุดทื่อ
ตลอดหลายฤดูกาลที่ผ่านมาเกมรุกอันดุดันถือเป็นเอกลักษณ์ของ บาร์เซโลน่า ไปแล้ว จากการที่พวกเขาเคยมีแนวรุกฝีเท้าดีหลายต่อหลายคนจนถึงขั้นที่มันหากได้ยากมากๆ ที่จะมีเกมที่ บาร์เซโลน่า ไม่สามารถส่งบอลเข้าไปนอนในก้นตาข่ายได้ ต่อให้วันนั้นพวกเขาจะไปเล่นในฐานะทีมเยือนก็ตาม



น่าเศร้าที่เกมพ่าย ราโย 0-1 ในนัดล่าสุดนั้น มันทำให้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2003 ที่ บาร์เซโลน่า ทำประตูในเกมเยือนไม่ได้เลยถึง 3 นัดติดต่อกัน โดย 2 เกมเยือนในลีกก่อนหน้านี้ที่พวกเขาเท้าบอดคือนัดที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-2 และนัดที่เสมอกับ กาดิซ 0-0

ยิ่งไปกว่านั้น เกมกับ ราโย ยังถือเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04 ที่ บาร์เซโลน่า ไม่มีจังหวะยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียวในช่วงครึ่งแรกของการลงเล่นใน ลา ลีกา ด้วย โดยครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า ในยุคของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เมื่อช่วงเดือนกุมพาพันธ์ ปี 2018

- ผู้พ่ายแพ้ใน เอล กลาซิโก้ อย่างราบคาบ
สำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับ บาร์เซโลน่า แล้วนั้น การเจอกับ เรอัล มาดริด ถือเป็นสิ่งที่ยิ่งกว่าเกมฟุตบอลนัดหนึ่ง มันคือศึกแห่งศักดิ์ศรีที่มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจที่แค่การแพ้ให้ "ราชันชุดขาว" แค่นัดเดียวก็ถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังแล้ว



ทั้งนี้ คูมัน ไม่สามารถทำให้แฟนบอล บาร์เซโลน่า มีความสุขกับเกม เอล กลาซิโก้ ได้เลย เพราะเขานำทีมลงเล่นในศึกระดับนั้นมาแล้ว 3 ครั้ง แต่กลับพาทีมพบกับความปราชัยทั้งหมด ทำให้เขาทาบสถิติการเป็นกุนซือของ บาร์เซโลน่า ที่แพ้เกม เอล กลาซิโก้ ติดต่อกันมากที่สุด โดยคนเดียวก่อนหน้านี้ที่เคยนำ บาร์เซโลน่า แพ้ มาดริด 3 เกมติดต่อกันคือ แพททริค โอคอนเนลล์ ซึ่งเคยทำเอาไว้เมื่อ 85 ปีก่อน




ใครเหมาะสุด?4ตัวเต็งกุนซือใหม่บาร์ซ่า-ไม่น่าพลาดชาบี

 


เปิดชื่อ 4 กุนซือที่มีโอกาสเข้ามาคุม บาร์ซ่า แทน โรนัลด์ คูมัน ที่โดนเด้งเรียบร้อย เชื่อ ชาบี เอร์นานเดซ มีสิทธิ์มากสุด หลังมีข่าวคุยกันลงตัวแล้ว

    
บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ปลด โรนัลด์ คูมัน ออกจากตำแหน่งกุนซือแห่งถิ่น คัมป์ นู เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังพาทีมออกไปแพ้ ราโย บาเยกาโน่ 0-1 เมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เทรนเนอร์ชาวดัตช์ เข้ามาคุม บาร์ซ่า ได้แค่ 14 เดือนเท่านั้น และจากผลงานในลีก 10 นัดของซีซั่นนี้เก็บได้แค่ 15 คะแนน รั้งอันดับ 9 ของตาราง ส่วนในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม แพ้ไป 2 จาก 3 เกม

ขณะที่ 4 ตัวเต็งกุนซือที่จะได้มาเป็นนายใหญ่ บาร์ซ่า คนใหม่นั้น ทางบริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของอังกฤษ ยกให้เป็น 4 คนตามลำดับดังนี้

1.ชาบี เอร์นานเดซ - อัตราต่อรอง 1/4 (แทง 4 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)



ชาบี เอร์นานเดซ เป็นชื่อที่แฟนบอล บาร์ซ่า ต้องการให้เข้ามากอบกู้สถานการณ์ของสโมสรมากสุด และน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของบอร์ดบริหารเช่นกัน โดยล่าสุดมีข่าวบรรลุข้อตกลงกันแล้วด้วย

กุนซือวัย 41 ปี เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงในการกลับมาคุม "เจ้าบุญทุ่ม" มาแล้วเมื่อปีก่อน แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังเลือกที่จะเป็นกุนซือ อัล-ซาดด์ ในลีกกาตาร์ ต่อไป และต่อสัญญากับทีมต่อไปจนถึงปี 2023

ชาบี เติบโตจากชุดเยาวชนของ บาร์เซโลนา ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นตำนานของสโมสร และย้ายไปยุติการค้าแข้งกับ อัล-ซาดด์ และผันตัวมารับงานเป็นกุนซือตั้งแต่ปี 2019

2.โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ - อัตราต่อรอง 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน)



นายใหญ่ทีมชาติเบลเยียม ตกเป็นข่าวกับ บาร์ซ่า มาได้สักพักแล้ว หลัง โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสร "เจ้าบุญทุ่ม" ชื่นชอบสไตล์การเล่น

กุนซือชาวสแปนิช เป็นคนที่เน้นสไตล์การเล่นแบบผ่านบอลบนพื้นอย่างต่อเนื่องเป็นหลัก ทำให้น่าจะถูกใจแฟนบอล บาร์เซโลน่า ไม่น้อย

สำหรับประสบการณ์กุมบังเหียนสโมสรของกุนซือวัย 48 ปีนั้น คุมมาแล้ว 3 ทีมคือ สวอนซี, วีแกน, เอฟเวอร์ตัน ก่อนจะมาเป็นกุนซือทีมชาติเบลเยียมในปัจจุบัน

3. เอริค เทน ฮาก - อัตราต่อรอง 16/1 (แทง 1 จ่าย 16 ไม่รวมทุน)



กุนซือ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมดังในลีกเนเธอร์แลนด์ มักจะมีชื่อเป็นตัวเต็งอยู่เสมอเวลาที่มีสโมสรไหนต้องการได้ผู้จัดการทีมคนใหม่

เทน ฮาก เป็นกุนซือที่เน้นการเล่นเกมรุกที่สวยงาม, แก้เกมเยี่ยม และปลุกปั้นดาวรุ่งขึ้นมาแจ้งเกิดมากมาย ซึ่งน่าจะเข้ากับ บาร์ซ่า ได้เป็นอย่างดี

นับตั้งแต่ที่กุนซือวัย 51 ปี เข้ามาคุม อาแจ็กซ์ สามารถพาทีมคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ได้ 2 สมัย รวมถึงพาทีมทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018/19 ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เทน ฮาก เพิ่งต่อสัญญากับ อาแจ็กซ์ ออกไปจนถึงปี 2023 อาจทำให้เป็นเรื่องยากที่ บาร์ซ่า จะได้ตัวเขามาคุมทีมในเร็วๆ นี้

4. อันโตนิโอ คอนเต้ - อัตราต่อรอง 20/1 (แทง 1 จ่าย 20 ไม่รวมทุน)



กุนซือชาวอิตาเลียนกำลังว่างงาน หลังจากอำลา อินเตอร์ มิลาน แบบสุดช็อกในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลังมีปัญหากับบอร์ดสโมสร ทั้งๆ ที่เพิ่งนำ "งูใหญ่" คว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้สำเร็จ

อดีตผู้จัดการทีม เชลซี เคยมีโอกาสจะได้หวนกลับมาทำงานใน พรีเมียร์ลีก กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ แต่สุดท้ายต้องล่มไป เนื่องจากเจ้าตัวอยากจะคุมสโมสรที่มีลุ้นความสำเร็จมากกว่า

ในเวลานี้ คอนเต้ เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะได้ไปคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อจาก โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ส่วนโอกาสมาคุม บาร์ซ่า นั้น สื่อกาตาลันยังมองว่ามีไม่มากนัก




ลิเวอร์พูลปิ๊งไอเดียจับซาลาห์ต่อสัญญาไม่ต้องจ่ายค่าเหนื่อยแพง

 


ลิเวอร์พูล มีลุ้นจับ โม ซาลาห์ ต่อสัญญาได้ แถมไม่ต้องทำลายเพดานค่าเหนื่อยนักเตะในทีมมากเกิน หลังมีแผนที่เชื่อจะกล่อมนักเตะได้แน่


ลิเวอร์พูล พร้อมที่จะให้ค่าเซ็นต่อสัญญาก้อนโตกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกทีมชาติอียิปต์ เพื่อแลกกับการที่ไม่ต้องจ่ายค่าเหนื่อยจำนวนมหาศาล ตามรายงานจาก เดลี่ เมล สื่ออังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ซาลาห์ วัย 29 ปี เหลือสัญญากับ "หงส์แดง" ถึงปี 2023 และยังไม่สามารถตกลงเรื่องสัญญาใหม่กันได้ ท่ามกลางข่าวที่ว่าหลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง เรอัล มาดริด และ ปารีส แซงต์-แชร์ก แมง ต้องการดึงตัวไปเสริมทัพ

ในเวลานี้ ดาวเตะอียิปต์ กำลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยล่าสุดก็เพิ่งทำแฮตทริกช่วยให้ "หงส์แดง" บุกไปถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้นำโด่งเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก ที่จำนวน 10 ประตู

ลิเวอร์พูล ต้องการจับ ซาลาห์ ต่อสัญญาโดยไว แต่ติดปัญหาที่นักเตะต้องการได้ค่าเหนื่อยก้อนโตในสัญญาใหม่ ซึ่งมีรายงานว่าสูงถึงสัปดาห์ละ 5 แสนปอนด์ (ประมาณ 23 ล้านบาท) เลยทีเดียว ทำให้สโมสรไม่อยากทำลายเพดานค่าเหนื่อยมากเกินไป

ในเวลานี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เป็นนักเตะ "หงส์แดง" ที่รับค่าเหนื่อยมากสุดอยู่ที่ 220,000 ปอนด์ (ประมาณ 10.12 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ซาลาห์ รับอยู่ที่ 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 9.2 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ลิเวอร์พูล จะให้ค่าเหนื่อยใหม่ ซาลาห์ มากสุดในทีม แต่ไม่ถึงหลัก 5 แสนปอนด์แน่นอน โดยเชื่อว่า การใส่โบนัสค่าเซ็นสัญญาก้อนหนึ่งซึ่งยังไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นจำนวนเงินเท่าไหร่น่าจะโน้มน้าวให้แข้งอียิปต์ ยอมจรดปากกาค้าแข้งในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อไป




กล้าพอไหม?3จุดโซลชาน่าทำก่อนนำแมนยูดวลสเปอร์ส

 เปิด 3 จุดที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด จะกล้าทำไหมในเกมไปเยือน สเปอร์ส วันเสาร์นี้ เพื่อพลิกสถานการณ์กลับมาให้ดีขึ้นบ้าง

   
สื่ออังกฤษ รายงานข่าวว่า บอร์ดบริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะให้โอกาส โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ได้พิสูจน์ฝีมือของตัวเองอีก 3 เกมก่อนที่จะถึงช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยหากผลงานยังออกมาไม่ดีก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

เก้าอี้ของ โซลชา กำลังร้อนจัดหลังแพ้ ลิเวอร์พูล คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้ไม่ชนะในลีกมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบอร์ดบริหารรวมทั้ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือของทีมยังหนุนหลังอยู่

แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องบุกไปเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในเกม พรีเมียร์ลีก วันเสาร์ที่ 30 ตุลาคมนี้ และนี่คือ 3 จุดที่ โซลชา ควรทำและกล้าพอไหมที่จะทำเพื่อเซฟเก้าอี้ตัวเอง

1. ดร็อปบิ๊กเนม



เกมนี้ โซลชา กล้าไหมที่จะดร็อปสตาร์บางคนอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางทีมชาติโปรตุเกส ที่กรำศึกหนักมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้วจนถึงยูโร 2020 และช่วงต้นซีซั่นนี้

โซลชา ควรให้ เจสซี่ ลินการ์ด ได้โอกาสลงมาเป็นตัวจริงบ้าง เพื่อเพิ่มความสดให้กับทีม และมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ ก็ทำผลงานได้ดีเสมอเวลาที่ลงสนาม

กุนซือชาวนอร์วีเจี้ยน อาจเปลี่ยนไปเล่นระบบกองหลัง 3 คนก็ได้ เพื่อเปิดทางให้ ลินการ์ด ได้ลงสนาม โดยอาจไปยืนอยู่หลังคู่กองหน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เอดินสัน คาวานี่ เพื่อเปิดเกมรุกเต็มตัว

2. มิดฟิลด์คู่กลาง



โซลชา ยึดติดกับมิดฟิลด์คู่กลาง เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ในระบบ 4-2-3-1 มาตลอด และมีหลายนัดในฤดูกาลนี้ที่ทั้งคู่ทำผลงานออกมาไม่ดี

นอกจากนี้ ในเกมพบ สเปอร์ส นั้น "ปีศาจแดง" ยังจะหมดสิทธิ์ใช้งาน ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ที่โดนใบแดงมาจากเกมแดงเดือดด้วย

โซลชา ควรต้องเปลี่ยนแผนการเล่นบ้างเพื่อให้คู่แข่งจับทางไม่ถูก โดยนัดนี้อาจใช้แผน 4-3-3 ไดมอนด์ ให้ เนมานย่า มาติช ทำหน้าที่ตัวตัดเกมคนเดียว

3. ส่ง ซานโช่ ลงเล่นปีกขวา



เจดอน ซานโช่ ปีกทีมชาติอังกฤษ อาจจะโดนล้อว่าเป็น เจมส์ บอนด์ 007 หลังยังทำผลงานไม่ดีตั้งแต่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัวถึง 73 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,358 ล้านบาท)

ดาวเตะวัย 21 ปี ลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปทั้งหมด 7 นัด ยังยิงประตูหรือทำแอสซิสต์ไม่ได้เลยแม้แต่ลูกเดียว แต่ก็อาจเป็นเพราะไม่ได้เล่นในตำแหน่งถนัดหลังบางนัดถูกโยกไปเล่นทางฝั่งซ้าย

ซานโช่ ควรต้องถูกส่งเล่นเป็นปีกขวาซึ่งน่าจะช่วยให้ตัวเขาแสดงศักยภาพออกมาได้ดีที่สุด




ทางการ!บาร์ซ่าตั้งบาร์ฆวนคุมทัพชั่วคราวรอชาบี


 บาร์ซ่า ตั้ง เซร์จี้ บาร์ฆวน เป็นกุนซือชั่วคราว ระหว่างรอ ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานสโมสรคืนถิ่น คัมป์ นู หลังมีข่าวคุยกันลงตัวแล้ว


บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลา ลีกา สเปน ประกาศแต่งตั้งให้ เซร์จี้ บาร์ฆวน กุนซือทีมสำรอง ขึ้นมาทำหน้าที่เทรนเนอร์รักษาการทีมชุดใหญ่ หลังปลด โรนัลด์ คูมัน ออกจากตำแหน่งเมื่อวันพุธที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา

เทรนเนอร์ชาวดัตช์ เข้ามาคุม บาร์ซ่า ได้แค่ 14 เดือนเท่านั้น และจากผลงานในลีก 10 นัดของซีซั่นนี้เก็บได้แค่ 15 คะแนน รั้งอันดับ 9 ของตาราง ส่วนในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม แพ้ไป 2 จาก 3 เกม ก่อนที่นัดล่าสุดจะพาทีมออกไปแพ้ ราโย บาเยกาโน่ 0-1

โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสร บาร์เซโลน่า จะเป็นคนนำ บาร์ฆวน ไปแนะนำกับทีมชุดใหญ่ในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีที่ 28 ต.ค. ก่อนนำทีมลงซ้อมทันที และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนครั้งแรกในวันศุกร์นี้

บาร์ฆวน จะคุมทีมชั่วคราวเพื่อรอเปิดตัว ชาบี เอร์นานเดซ ตำนานกองกลางของสโมสรที่เวลานี้ไปเป็นกุนซือ อัล-ซาดด์ ในลีกกาตาร์ อย่างเป็นทางการ หลังมีรายงานว่า การเจรจาลุล่วงเป็นที่เรียบร้อย

ก่อนหน้านี้ ชาบี วัย 41 ปี เคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงในการกลับมาคุม "เจ้าบุญทุ่ม" มาแล้วเมื่อปีก่อน แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังเลือกที่จะเป็นกุนซือ อัล-ซาดด์ ต่อไป และต่อสัญญากับทีมต่อไปจนถึงปี 2023




วันพุธที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2564

ใครยึดจ่าฝูง?ยูฟ่าเผยอันดับแรงกิ้งล่าสุดสโมสรยุโรป

 


สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ประกาศ

แรงกิ้งล่าสุดของสโมสรฟุตบอลในลีกยุโรปออกมาแล้วโดยใช้วิธีประมวลจากผลงานของทุกสโมสรในรอบห้าปีที่ผ่านมา

ยูฟ่า ได้เปิดเผยเมื่อ 26 ต.ค.ว่าจากการคำนวณความสำเร็จของสโมสรต่างๆในทวีปยุโรปรวมทั้งสิ้น 433 สโมสรในรอบห้าหลัง ปรากฏว่า บาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเยอรมันเข้าวินเป็นอันดับหนึ่งโดยมี 122 แต้มซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความสำเร็จในการลงเล่นถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ของพวกเขา

ทั้งนี้ เสือใต้ ผ่านเข้าถึงรอบแปดทีมถ้วย บิ๊กเอียร์ เป็นอย่างน้อยมากถึงเก้าจากสิบซีซั่นหลัง และได้แชมป์ไปครองในปี 2020 อีกทั้งมีดีกรีเป็นแชมป์ บุนเดสลีกา เก้าปีติดต่อกัน ตลอดจนได้แชมป์ เดเอฟเบ โพคาล อีกห้าครั้งจึงทำให้รั้งอันดับหนึ่งในแรงกิ้ง

สำหรับอันดับสองได้แก่ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งแม้จะยังไม่เคยได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ เรือใบสีฟ้า คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้มากถึงสามจากสี่ปีหลัง และเข้าชิงชนะเลิศถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ปีก่อน

ด้าน ลิเวอร์พูล ครองอันดับสามจากผลงานการซิวแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก สมัยที่หกเมื่อปี 2019 แถมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยแรกในปีต่อมาเช่นกัน

ขณะที่ เชลซี อยู่ในอันดับสี่จากผลงานการครองแชมป์ แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นที่ผ่านมา และได้แชมป์ ยูโรปาลีก ปี 2019 ตามด้วย บาร์เซโลน่า ทีมอันดับห้าซึ่งในรอบห้าปีที่ผ่านมาเข้าถึงรอบตัดเชือกถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก หนเดียว และไม่ได้แชมป์ ลา ลีกา เลยนับตั้งแต่ปี 2019



สรุป 10 อันดับแรกสโมสรฟุตบอลยุโรปในแรงกิ้งของยูฟ่า

1. บาเยิร์น 122 แต้ม

2. แมนฯ ซิตี้ 115 แต้ม

3. ลิเวอร์พูล 110 แต้ม

4. เชลซี 106 แต้ม

5. บาร์ซ่า 105 แต้ม

6. เปแอสเช 102 แต้ม

7. เรอัล มาดริด 102 แต้ม

8. ยูเวนตุส 97 แต้ม

9. แมนฯ ยูไนเต็ด 95 แต้ม

10. แอตเลติโก มาดริด 93 แต้ม



สำหรับอันดับอื่นๆที่น่าสนใจมีดังนี้

11. เซบีย่า

12. โรม่า

13. สเปอร์ส

14. อาร์เซน่อล

15. ปอร์โต้

16. ดอร์ทมุนด์

17. อาแจ็กซ์

19. ไลป์ซิก

24. อตาลันต้า

25. อินเตอร์ มิลาน

41.มิลาน

75. เวสต์แฮม

76. เลสเตอร์

79. เอฟเวอร์ตัน




เซ็นสามคนนี้! เชียเรอร์แนะนิวคาสเซิ่ลเสริมทัพหนีตายปีใหม่

 


อลัน เชียเรอร์ อดีตกองหน้าระดับตำนานของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เปิดปากชี้แนะอดีตสโมสรให้คว้านักเตะใหม่มาร่วมทัพสามรายในช่วงเดือนม.ค.เพื่อพาทีมกระโดดหนีจากพื้นที่สีแดงเข้ม

  
ถึงขณะนี้ สาลิกาดง ยังไม่ได้แต่งตั้งกุนซือคนใหม่หลังปลด สตีฟ บรู๊ซ ออกไป และมอบหน้าที่กุนซือขัดตาทัพให้กับ แกรม โจนส์ มือขวาของ บรู๊ซ คุมทีมไปก่อนสองเกม

อย่างไรก็ดี เชียเรอร์ อดีตยอดดาวยิงขวัญใจชาว ทูนอาร์มี่ ได้แสดงมุมมองว่าทีมอีสานของเมืองผู้ดีจะขยับหนีจากโซนอันตรายได้ด้วยการเสริมทัพในช่วงปีใหม่ซึ่งเขามองว่าเจ้าของสโมสรผู้มั่งคั่งน่าจะคว้าพ่อค้าแข้งมาร่วมทัพสักสามรายเพื่อพยายามประคับประคองสโมสรให้อยู่ในลีกสูงสุดให้ได้

"ผมหวังเห็นการเคลื่อนไหวในเดือนม.ค. มันแน่นอนว่าหากไม่มีอะไรเกิดขึ้น นิวคาสเซิ่ล ก็จะเจอกับปัญหาใหญ่" เจ้าของฉายา "ฮ็อตช็อต" เปิดปากเมื่อ 27 ต.ค.

"เจ้าของทีมบอกว่ามีเงินให้ใช้จ่าย แต่แฟนบอล นิวคาสเซิ่ล กูรู และอดีตนักเตะต้องอดทนกันให้มากเพราะมันจะไม่เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนหรือว่าหนึ่งเดือน มันต้องใช้เวลานาน"

"พวกเขาจะต้องเป็นนักเตะที่สามารถพา นิวคาสเซิ่ล หนีออกจากโซนตกชั้นให้ได้เป็นอันดับแรก"

"และจากนั้นความสนุกสนานก็จะตามมา นักเตะจะต้องมีความแข็งแกร่ง พร้อมทุ่มเทเพื่อสโมสร และเตรียมตัวรับมือกับทุกเรื่อง"

"นักเตะจะต้องกระหายย้ายมาเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล เพื่อพิสูจน์ตัวเอง และพัฒนาทีมเพราะไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันเป็นสิ่งที่เราต้องการ เราต้องการนักเตะประเภทนี้ในทันที"

"พวกเขามีเกมรับที่ย่ำแย่ พวกเขาต้องการกองหลังหนึ่งหรือสองราย และมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมอีกราย"

"เรามี คัลลั่ม วิลสัน แต่อาชีพของเขาบอกว่าเขาเจ็บบ่อย และลงเล่นทุกนัดไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาก็น่าจะต้องการกองหน้าอีกรายเพื่อส่งบอลเข้าประตู และแบกรับทีมในช่วงที่ คัลลั่ม ลงเล่นไม่ได้"

"ฉะนั้นแล้วสามนักเตะน่าจะเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ กองกลางตัวทำเกม และกองหน้า" กูรูคนดังสรุป

ต่อกรณีของ สาลิกาดง มีการลือกันว่าพวกเขาเล็งไปที่ โคเนอร์ โคดี้ กองหลังกัปตันทีม วูล์ฟส์ และเชื่อว่าดาวเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้น่าจะมีค่าตัว 20 ล้านปอนด์ (ราว 924 ล้านบาท)

ขณะเดียวกัน เดอะ แม็กพายส์ ก็มีข่าวโยงกับ อเล็กซ็องด์ ลากาแซ็ตต์ ศูนย์หน้า อาร์เซน่อล เช่นกันเนื่องจากสตาร์เฟรนช์แมนจะหมดสัญญาในเดือนมิ.ย.จึงอาจทำให้ เดอะ กันเนอร์ส พร้อมขายทิ้งในช่วงปีใหม่

นอกจากนี้ อุสมาน เด็มเบเล่ ปีกทีม บาร์เซโลน่า ก็ถูกอ้างว่าเป็นเป้าหมายของถิ่น เซนต์ เจมส์พาร์ค ด้วยแม้ดาวเตะวัย 24 ปีจะมีผลงานที่ไม่น่าประทับใจใน ลา ลีกา แต่หากเขาฟิตสมบูรณ์ก็น่าจะไปได้สวยในพรีเมียร์ลีก

ยิ่งไปกว่านั้น เด็มเบเล่ ยังไม่ยอมจรดปากกาต่อสัญญากับรั้ว คัมป์นู อีกต่างหากแม้สโมสรจะรบเร้าให้เขาขยายสัญญามานานแล้วเนื่องจากเจ้าตัวจะเป็นอิสระในวันที่ 1 ก.ค. ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็หมายปองดาวเตะผิวสีรายนี้เช่นกัน




ฟอร์มโหดจริง!บ่อนพร้อมใจดันลิเวอร์พูลขึ้นเต็ง2แชมป์พรีเมียร์ฯ

 ร้านพูลเมืองผู้ดี ดัน ลิเวอร์พูล ขึ้นเต็ง 2 แชมป์ พรีเมียร์ลีก เป็นรองแค่ แมนฯ ซิตี้ เท่านั้น ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด ราคาไกลสุดกู่ไปแล้ว

   
บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายแทบทุกแห่งในประเทศอังกฤษ ปรับราคาให้ ลิเวอร์พูล แซง เชลซี ขึ้นมาเป็นเต็ง 2 ที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021/22 แล้ว หลังฟอร์มโหดต่อเนื่อง โดยเกมล่าสุดบุกไปเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 5-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา

สกาย เบต ให้ "หงส์แดง" เป็นเต็ง 2 ราคา 5/2 (แทง 2 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ ยังเป็นเต็ง 1 อัตราต่อรอง 10/11 (แทง 11 จ่าย 10 ไม่รวมทุน) ส่วน เชลซี จ่าฝูงในเวลานี้ หล่นเป็นเต็ง 3 อัตราต่อรอง 11/4 (แทง 4 จ่าย 11 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก


1. แมนฯ ซิตี้ 10/11 (แทง 11 จ่าย 10 ไม่รวมทุน)
2. ลิเวอร์พูล 5/2
3. เชลซี 11/4
4. แมนฯ ยูไนเต็ด 66/1
5. อาร์เซน่อล 150/1
6. เวสต์แฮม 200/1
7. สเปอร์ส 250/1
8. เลสเตอร์ 500/1
8. ไบรท์ตัน 500/1
10. วูล์ฟส์ 750/1
10. เอฟเวอร์ตัน 750/1
10. เบรนท์ฟอร์ด 750/1
13. แอสตัน วิลล่า 1,000/1
13. นิวคาสเซิ่ล 1,000/1
15. คริสตัล พาเลซ 1,500/1
15. ลีดส์ 1,500/1
17. วัตฟอร์ด 2,000/1
17. เซาธ์แฮมป์ตัน 2,000/1
19. เบิร์นลี่ย์ 2,500/1
19. นอริช 2,500/1




3เกมตัดสินชีวิต!จุดสำคัญโซลชาต้องทำเพื่อเซฟเก้าอี้กุนซือแมนยู

 


วิเคราะห์แนวทางที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องทำให้ได้กับ 3 เกมสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มอบโอกาสให้เป็นครั้งสุดท้าย


สื่ออังกฤษ รายงานข่าวว่า บอร์ดบริหารสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะให้โอกาส โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ได้พิสูจน์ฝีมือของตัวเองอีก 3 เกมก่อนที่จะถึงช่วงพักเบรกทีมชาติในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยหากผลงานยังออกมาไม่ดีก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงแล้ว

อนาคตของ โซลชา ยังคลุมเครือหลังแพ้ ลิเวอร์พูล คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 0-5 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทำให้ไม่ชนะในลีกมาแล้ว 4 นัดติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบอร์ดบริหารรวมทั้ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือของทีมยังหนุนหลังอยู่

"ปีศาจแดง" จะให้ โซลชา ได้ทำงานเพื่อเซฟเก้าอี้ของตัวเอง 3 นัด และนี่คือวิธีที่จะทำให้เขาเอาตัวรอดไปได้

1. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (พรีเมียร์ลีก, เยือน, 30 ต.ค.)



ในฤดูกาลที่แล้ว โซลชา พา "ปีศาจแดง" บุกไปชนะ สเปอร์ส 3-1 หลัง ซน ฮึง-มิน ยิงให้เจ้าถิ่นขึ้นนำ 1-0 ในครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลังจะมารัว 3 ลูกจาก เฟร็ด, เอดินสัน คาวานี่ และ เมสัน กรีนวู้ด

เชื่อว่าวันเสาร์นี้ โซลชา คงใช้ระบบการเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม แต่เกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ปอล ป็อกบา กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ที่ติดโทษแบนจากการโดนใบแดงในเกมแดงเดือด

"ปีศาจแดง" จะต้องหยุดความอันตรายของ ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน สองแนวรุกเจ้าถิ่นให้อยู่ หลังทั้งคู่มีส่วนกับประตู 11 จาก 22 ลูกที่ สเปอร์ส ทำได้ในทุกรายการ

นอกจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ยังต้องป้องกันลูกตั้งเตะให้ดีด้วย หลังทีมโดนเจาะตาข่ายไปหลายครั้ง และเมื่อทีมได้ลูกตั้งเตะก็ต้องพยายามเล่นงานเจ้าถิ่นให้ได้เช่นกัน

2. อตาลันต้า (แชมเปี้ยนส์ ลีก, เยือน, 2 พ.ย.)



โซลชา เพิ่งนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเจอ อตาลันต้า ทีมแกร่งจากอิตาลี ในถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อตาลันต้า เกือบมาช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่นหลังออกนำไปก่อน 2-0 ในครึ่งแรก ก่อนที่ครึ่งหลัง "ปีศาจแดง" จะมายิง 3 ลูกรวดจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

"ปีศาจแดง" สามารถเปลี่ยนเกมได้ หลัง ปอล ป็อกบา และ เอดินสัน คาวานี่ ลงมาเป็นตัวสำรอง และนัดไปเยือน อตาลันต้า ก็ควรส่งดาวยิงอุรุกวัย ลงตัวจริงเลย โดยอาจยืนเป็นหอกคู่ร่วมกับ โรนัลโด้ หรือถ่างไปเล่นริมเส้นก็ได้

นอกจากนั้น โซลชา ควรต้องเน้นการเล่นโต้กลับเร็วใส่ อตาลันต้า ด้วย เนื่องจากเจ้าถิ่นคงเปิดเกมรุกเข้าใส่ซึ่งจะทำให้แนวรับ 3 คนมีช่องว่างหากวิงแบ็กเติมเกมขึ้นไปสูงแล้วลงไม่ทัน

3. แมนฯ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก, เหย้า, 6 พ.ย.)



โซลชา มีสถิติที่ยอดเยี่ยมในการคุม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงเจอกับ แมนฯ ซิตี้ คู่ปรับร่วมเมือง โดยแพ้แค่เกมเดียวเท่านั้นจากที่เจอกัน 5 นัดในลีก

ในฤดูกาลที่แล้ว "ปีศาจแดง" เปิดบ้านเสมอ "เรือใบสีฟ้า" 0-0 ก่อนบุกไปเอาชนะที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม 2-0 เมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา

แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องพยายามใช้เกมโต้กลับเร็วเข้าเล่นงานทีมของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ให้ได้ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นจุดอ่อนที่สุดแล้วของ แมนฯ ซิตี้ โดยแนวรุก 2 ฝั่งต้องใช้พวกที่มีความเร็วอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด, เมสัน กรีนวู้ด หรือ เจดอน ซานโช่ ลงสนาม