วันพุธที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2564

เปิดกฎ-ชี้ช่อง! ปริศนาเบอร์ 7 ของ โรนัลโด้ จะคลี่คลายอย่างไร


 หลังจากที่ประกาศทำข้อตกลงในเบื้องต้นกันไปเมื่อวันศุกร์ที่ 27 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ประกาศอย่างเป็นทางการว่าภารกิจการเอา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กลับสู่บ้านก็จบลงอย่างสมบูรณ์แบบไปเมื่อวันอังคารที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา ภายหลังมีการตรวจร่างกายผ่านเป็นที่เรียบร้อย ส่วนวีซ่าก็ไม่มีปัญหาอะไร


สิ่งที่แน่นอนก็คือ โรนัลโด้ จะเดินทางมาเปิดตัวต่อหน้าแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ในอาชีพการเล่นของเขาเป็นครั้งที่ 2 หลังจบโปรแกรมเกมทีมชาติในรอบเดือนกันยายนนี้ ซึ่งตอนนั้นก็คงจะมีเหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" มาร่วมเป็นสักขีพยานกันหลายคน เพราะนี่คือนักเตะที่เข้าขั้นระดับตำนานของสโมสรเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังไม่แน่ชัดก็คือสุดท้ายแล้วเบอร์เสื้อในครั้งนี้ของ โรนัลโด้ จะเป็นเบอร์อะไร



ปฏิเสธไม่ได้ว่าเบอร์ 7 กลายเป็นเหมือนหนึ่งในภาพลักษณ์ติดตัวของ โรนัลโด้ ไปแล้ว เพราะหลังจากที่เคยได้รับเบอร์ดังกล่าวจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตั้งแต่ตอนที่ย้ายจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆ แล้วนั้น เจ้าตัวก็ได้สวมเบอร์ 7 ในระดับสโมสรแทบจะเกือบตลอด มีแค่ฤดูกาลเดียวที่เขาไม่ได้สวมเบอร์ 7 นั่นคือตอนฤดูกาล 2009-10 ซึ่งเป็นซีซั่นแรกของเขากับ "ราชันชุดขาว" และสาเหตุก็เพราะตอนนั้น ราอูล กอนซาเลซ ขวัญใจของสาวก มาดริด ยังอยู่กับทีมและถือครองเบอร์นั้นอยู่

ขณะที่ในระดับทีมชาติ แม้ว่า โรนัลโด้ จะเคยสวมเบอร์ 7 ตอนเล่นให้ทีมชาติโปรตุเกส รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี กับตอนเล่นในชุด โอลิมปิก เกมส์ 2004 แต่ตอนนั้นเขาก็ยังไม่ได้โด่งดังจนถึงขนาดที่ทำให้เบอร์ 7 มันกลายเป็นเบอร์ที่ถูกคนพูดถึงกัน โดยช่วงแรกๆ ที่เล่นให้ทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่นั้นเขาได้สวมทั้งเบอร์ 17 และเบอร์ 10 ก่อนที่จะได้เป็นเจ้าของเบอร์ 7 ในท้ายที่สุด

ตัวเลข 7 มันมีความหมายกับ โรนัลโด้ มากกว่าแค่ในโลกฟุตบอลด้วย เพราะเขาเอาคำว่า "CR7" ไปเป็นชื่อในหลายอย่าง อาทิเช่น แบรนด์แฟชั่นที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2014, โรงแรมสุดหรูที่มีตัวอักษร "CR7" แปะหราอยู่ หรือชื่อพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้คนเข้าชมกันเมื่อช่วงปี 2013 แม้ว่าจะมีตำนานนักเตะหลายคนที่สวมเบอร์ 7 เหมือนกัน แต่หากในยุคสมัยนี้นั้นพ่อค้าแข้งที่เป็นเจ้าของเบอร์ 7 คนแรกๆ ที่จะผุดขึ้นมาในหัวของหลายคนคงหนีไม่พ้น โรนัลโด้ แน่นอน



ปัญหาก็คือตอนนี้ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด มันมี เอดินสัน คาวานี่ เป็นเจ้าของเบอร์นั้นอยู่ และตามกฎของ พรีเมียร์ลีก ข้อ M4 ก็ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่าหากนักเตะคนใดคนหนึ่งถูกลงทะเบียนให้สวมเบอร์ใดๆ ก็ตามแล้วนั้น นักเตะคนดังกล่าวก็จำเป็นต้องสวมเบอร์นั้นไปตลอดทั้งซีซั่นสถานเดียว โดย "อาจจะ" มีการเปลี่ยนเบอร์ได้ก็ต่อเมื่อคนที่เป็นเจ้าของเบอร์เดิมย้ายออกจากทีมไปแล้ว ตามกฎที่ระบุเอาไว้ในข้อ M5

นั่นทำให้ตอนแรกมีการฟันธงกันว่า โรนัลโด้ จะอดสวมเบอร์ 7 ในฤดูกาล 2021-22 เพราะตอนนั้นยังไม่มีใครในทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ส่อแววว่าจะย้ายอกจากทีมเลย ไม่เว้นกระทั่ง คาวานี่ เองก็ตาม ถึงกระนั้น ล่าสุดสถานการณ์ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเมื่อ แดเนี่ยล เจมส์ เจ้าของเสื้อเบอร์ 21 โดนขายให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด



ใช่แล้ว นั่นหมายความว่าเบอร์ 21 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันไม่มีเจ้าของอีกต่อไป ทำให้ คาวานี่ สามารถเปลี่ยนไปใส่เบอร์นั้นได้ตามเงื่อนไขในกฎข้อ M5 และนั่นก็จะเป็นการเปิดทางให้ โรนัลโด้ ได้สวมเบอร์ 7 ไปด้วยได้นั่นเอง

ตัวอย่างกรณีที่ไม่เคยมีการเกิดขึ้น
นักเตะ A สวมเบอร์ 10 อยู่แล้ว, นักเตะ B สวมเบอร์ 11 อยู่แล้ว, นักเตะ C อยากสวมเบอร์ 10---->นักเตะ A เปลี่ยนไปใส่เบอร์ 11, นักเตะ B เปลี่ยนไปใส่เบอร์ 12, นักเตะ C ได้สวมเบอร์ 10 โดยที่ทั้ง 3 คนยังอยู่กับทีมในฤดูกาลเดียวกัน

ตัวอย่างกรณีที่เคยเกิดขึ้น
นักเตะ A สวมเบอร์ 10 อยู่แล้ว, นักเตะ B สวมเบอร์ 11 อยู่แล้ว, นักเตะ C อยากสวมเบอร์ 10---->นักเตะ B โดนขายจนทำให้เบอร์ 11 ว่างลง, นักเตะ A เปลี่ยนไปใส่เบอร์ 11, นักเตะ C ได้สวมเบอร์ 10 โดยเหลือเพียงนักเตะ A กับนักเตะ C ที่ยังอยู่กับทีม

แน่นอน การที่จะทำอย่างนั้นได้ขั้นแรก คาวานี่ ก็ต้องยอมเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 21 ซะก่อน ซึ่งว่ากันว่า คาวานี่ ไม่มีปัญหาอะไรที่จะยกเบอร์ 7 ให้กับ โรนัลโด้ โดยที่ เดล จอห์นสัน นักข่าวจาก อีเอสพีเอ็น สื่อกีฬาระดับโลกถึงขั้นบอกด้วยซ้ำว่า คาวานี่ เสนอที่จะมอบเบอร์ 7 ให้กับ โรนัลโด้ เอง และเขาก็จะไปสวมเบอร์ 21 โดยถึงแม้ คาวานี่ จะไม่เคยสวมเบอร์นั้นในระดับสโมสรเลย แต่เขาก็ใส่เบอร์นั้นในตอนเล่นให้ทีมชาติอุรุกวัยมานานแล้ว

Edinson Cavani would have to agree, and reportedly he has offered himself.

Perhaps helps that Cavani wears the No. 21 for Uruguay, though it's not a number he's ever worn at club level.

So Dan James vacating his squad number *should* make it possible for Ronaldo to be No. 7.— Dale Johnson (@DaleJohnsonESPN) August 31, 2021

หากเรื่องภายใน แมนฯ ยูไนเต็ด มันไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ แล้วล่ะก็ ขั้นตอนต่อไปก็ขึ้นอยู่กับ พรีเมียร์ลีก ว่าจะอนุมัติการเปลี่ยนเบอร์หรือไม่ โดยถึงแม้ พรีเมียร์ลีก จะไม่เคยมีการ "ยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ" หากวัดเฉพาะกฎข้อ M4 แค่ข้อเดียว แต่ในกรณีของกฎข้อ M5 นั้น มันเคยเกิดขึ้นมาแล้ว



หนึ่งในตัวอย่างนั้นเกิดขึ้นในฤดูกาล 2012-13ตอนนั้น เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ ที่ย้ายมาอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ปี 2012 นั้น สวมใส่เบอร์ 25 ในตอนที่เปิดตัวกับทีม แต่หลังจากที่ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท จอมทัพเบอร์ 10 โดนขายให้กับ ฮัมบูร์ก เอสเฟา ในวันที่ 31 สิงหาคมของปีเดียวกัน อเดบายอร์ ก็ขอเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 10 ทันที ส่วนเบอร์ 25 อันเดิมของเขาถูกส่งให้ อูโก้ โยริส จอมหนึบชาวฝรั่งเศสที่มาร่วมทัพ "ไก่เดือยทอง" ในวันสุดท้ายของเดือนสิงหาคมในปี 2012 แทน

อเดบายอร์ ให้เหตุผลว่าที่ต้องขอเปลี่ยนเบอร์นั้นเป็นเพราะเบอร์ 10 มันเป็นเบอร์ที่พิเศษสำหรับเขามากๆ และเขาก็เสนอที่จะช่วยแฟนบอลที่ที่ซื้อเสื้อ "Adebayor 25" ของเขาไปแล้ว ด้วยการอาสาจ่ายเงินสำหรับการให้แฟนบอลเหล่านั้นเอาเสื้อมาเปลี่ยนเป็น "Adebayor 10" ได้



อีกหนึ่งกรณีตัวอย่างคือในฤดูกาล 2017-18 ตอนที่ลงเล่นนัดแรกในลีกของฤดูกาลนั้น มาร์โก อาร์เนาโตวิช ยังใส่เบอร์ 27 ลงเล่นให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในนัดที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเตฅ็ด 0-4 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ปี 2017 อยู่เลย ภายหลังเขาเพิ่งย้ายมาจาก สโต๊ค ซิตี้ ในช่วงเดือนกรกฎาคมของปีดังกล่าว แต่พอ โซฟิยาน เฟกูลี่ เจ้าของเบอร์ 7 คนเดิมโดนขายออกจากทีมในวันต่อมา อาร์เนาโตวิช ก็ขอเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 7 แทน เพราะมันเคยเป็นเบอร์ของเขาตอนอยู่กับ แวร์เดอร์ เบรเมน และตอนเล่นให้ทีมชาติออสเตรียมาก่อน

เรียกได้ว่าแทบทุกอย่างมันปูทางให้ โรนัลโด้ ได้เป็นเจ้าของเบอร์ 7 กับ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง และตอนนี้ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับบอร์ดบริหารของ พรีเมียร์ลีก แล้วว่าสุดท้ายพวกเขาจะทำให้ "CR7" เกิดขึ้นในฤดูกาล 2021-22 ได้หรือไม่




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น