วันพฤหัสบดีที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2564

แข้งผู้ฟันค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของ 20 ทีมใน พรีเมียร์ลีก

 


ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นักเตะจะยอมเล่นให้กับสโมสรใดสโมสรหนึ่งนั้นคือเรื่องของ "ค่าเหนื่อย" ยิ่งมีการประเคนค่าเหนื่อยให้มากเท่าไหร่มันก็จะยิ่งสามารถโน้มน้าวใจให้แข้งคนนั้นๆ ยอมอยู่กับทีมได้มากขึ้นตามไปด้วย

   
อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้แปลว่าคนที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงนั้นจะทำผลงานได้สมกับเงินที่ได้รับเสมอไป ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันหน่อยว่าใน 20 ทีมของ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลปัจจุบันนั้น ใครที่เป็นคนรับค่าเหนื่อยสูงสุดของแต่ละทีม โดยจะเป็นจำนวนเงินที่นับรวมโบนัสต่างๆ เข้าไปแล้วด้วย


- อาร์เซน่อล : ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง


250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ถือเป็นเงินที่ อาร์เซน่อล ยอมประเคนให้กับดาวเตะชาวกาบองในตอนที่จับเขาต่อสัญญาเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2020 ซึ่งตอนนั้นมันดูเป็นเม็ดเงินที่สมเหตุสมผลเมื่อพิจารณาถึงการที่ก่อนหนานั้น โอบาเมยอง ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม แต่น่าแปลกใจเหลือเกินที่หลังจากนั้นเป็นต้นมาอดีตแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ก็ฟอร์มตกแบบน่าใจหาย



- แอสตัน วิลล่า : แดนนี่ อิงส์

ด้วยความที่ต้องการหาคนที่จะมาแบกทีมแทน แจ็ค กรีลิช ที่โดนขายไปให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าตัว 100 ล้านปอนด์ ทำให้ วิลล่า ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องยอมมอบค่าเหนื่อยให้กับ อิงส์ สูงถึงสัปดาห์ละ 120,000 ปอนด์ เพื่อดึงเขามาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เม็ดเงินที่จ่ายไปอาจจะคุ้มค่าก็ได้หลังจากที่ อิงส์ ยิงให้ทืมไปแล้ว 2 ประตูจากการลงเล่น 3 นัด



- เบรนท์ฟอร์ด : พอนตุส ยานส์สัน

การที่พวกเขาเป็นเพียงทีมน้องใหม่ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าเหนื่อยของ เบรนท์ฟอร์ด ไม่ได้สูงมากมายอะไร ถึงแม้ ยานส์สัน จะเป็นคนที่ฟันค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของทีม แต่มันก็อยู่ที่สัปดาห์ละ 25,000 ปอนด์เท่านั้น โดยกองหลังชาวาสวีดิชอยู่กับทีมมาตั้งแต่ปี 2019 และก็ทำผลงานได้โดดเด่นในระดับหนึ่งจนถึงขั้นได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมเลย



- ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน : อดัม ลัลาน่า

ไบรท์ตันฯ ตัดสินใจดึง ลัลลาน่า มาอยู่กับทีมแบบไร้ค่าตัวด้วยสัญญา 3 ปี เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2020 ซึ่งจากการที่ไม่ต้องเสียเงินค่าตัว รวมถึงต้องแย่งตัวเขากับทีมอื่นๆ ภายหลังเจ้าตัวเพิ่งหมดสัญญากับ ลิเวอร์พูล ในตอนนั้น ทำให้ ไบรท์ตันฯ เชื่อว่าค่าเหนื่อย 90,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์มันจะเป็นการจ่ายที่คุ้มค่า แต่ต้องยอมรับว่าซีซั่นแรกของ ลัลลาน่า กับทีมออกมาไม่ดีเท่าไหร่นัก หลังทำได้เพียง 1 ประตูกับ 1 แอสซิสต์จากการลงเล่นในลีก 30 เกม และต้องรอดูว่าในฤดูกาลนี้เขาจะเล่นได้คุ้มค่าเหนื่อยรึเปล่า



- เบิร์นลี่ย์ : เบน มี

แม้จะเคยตกเป็นข่าวกับการย้ายทีมอยู่บ้าง แต่ มี ก็ยังจงรักภักดีกับทีมที่เขาค้าแข้งให้มาตั้งแต่ปี 2011 หลังจากตอนแรกเจ้าตัวมาอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ ในสัญญายืมตัว ก่อนที่จะได้ซบทีมแบบถาวร โดยทัพ "เดอะ คลาเร็ตส์" ก็ตอบแทนแกนหลักของทีมด้วยการให้ค่าเหนื่อยเขาในระดับสัปดาห์ละ 55,000 ปอนด์



- เชลซี : โรเมลู ลูกากู

นักเตะที่ทำประตูใน กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ได้ถึง 47 ลูกใน 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ย่อมไม่ใช่คนที่ธรรมดา ด้วยเหตุนี้ เชลซี เลยยอมควักค่าเหนื่อยให้กับ ลูกากู มากถึง 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ เพื่อเป็นการเอาเขากลับมาสู่อ้อมอกของทีม และตอนนี้เขาก็ทำประตูแรกให้กับทีมได้แล้วด้วย



- คริสตัล พาเลซ : วิลฟรีด ซาฮา

ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซาฮา ถือเป็นนักเตะสตาร์เบอร์ 1 ของทัพ "ดิ อีเกิ้ลส์" ด้วยความที่เขามีลีลาการลากเลื้อยที่โดดเด่น และทำเกมได้ดีในระดับหนึ่ง นอกจากนี้ ซาฮา ยังถือเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของ พาเลซ โดยตรงอีก มันจคงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะได้ค่าเหนื่อยมากถึงสัปดาห์ละ 130,000 ปอนด์



- เอฟเวอร์ตัน : เยร์รี่ มีน่า

ใช่แล้ว หลายคนอาจจะแปลกใจที่รายของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ไม่ใช่ ฮาเมส โรดริเกซ โดยปราการหลังชาวโคลอมเบียได้รับค่าเหนื่อยจาก เอฟเวอร์ตัน สูงถึง 120,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ขณะที่ ฮาเมส ได้เงินอยู่ที่สัปดาห์ละ 90,000 ปอนด์ ซึ่งหลังจากที่ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงแรกๆ ที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า แต่ตอนนี้ มีน่า ก็เริ่มปรับปรุงฟอร์มของตัวเองได้จนคู่ควรกับการเป็นคนที่รับค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของทีมแล้ว



- ลีดส์ ยูไนเต็ด : ราฟินญ่า

ดาวเตะชาวบราซิเลียนนับเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของ ลีดส์ หลังเพิ่งย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อปี 2020 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้โดดเด่นจนเรียกว่าดีกว่าค่าเหนื่อย 63,500 ปอนด์ต่อสัปดาห์ที่ได้รับอยู่กับทีมในตอนนี้ด้วยซ้ำ และหลายคนก็เชื่อว่าเขาคงจะได้ค่าเหนื่อยมากกว่าเดิมในเร็วๆ นี้ คำถามอยู่ที่ว่าจะเป็นกับที่ ลีดส์ หรือเป็นกับที่อื่นเท่านั้น



- เลสเตอร์ ซิตี้ : เจมี่ วาร์ดี้

หลายคนคงไม่เซอร์ไพรส์เท่าไหร่ที่ วาร์ดี้ คือคนที่ได้รับค่าเหนื่อยเยอะที่สุดของ "สุนัขจิ้งจอก" ค่าเหนื่อย 190,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ถือเป็นเม็ดเงินที่สมเหตุสมผลแล้วเมื่อต้องจ่ายให้กับแข้งคนสำคัญที่เคยพาทีมได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก, ทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอย่างต่อเนื่อง และจงรักภักดีกับทีมแม้จะเป็นที่สนใจของหลายสโมสรก็ตาม



- ลิเวอร์พูล : เฟอร์กิล ฟาน ไดค์

หากทีมของคุณมีนักเตะระดับ "กองหลังที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของโลก" อยู่ในทีมแล้วล่ะก็ คุณก็ต้องรั้งตัวเขาให้อยู่กับทีมนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ลิเวอร์พูล เองก็ทำแบบนั้น เพราะพวกเขายอมประเคนค่าเหนื่อยให้ ฟาน ไดค์ สูงถึงสัปดาห์ละ 220,000 ปอนด์ ซึ่งมันก็ถือเป็นการจ่ายเงินที่คุ้มค่าเมื่อพิจารณาถึงการที่ผลงานของ ฟาน ไดค์ แทบไม่ดร็อปลงไปเลย



- แมนฯ ซิตี้ : เควิน เดอ บรอยน์

ท่ามกลางเหล่านักเตะระดับค่าตัวแพงระยับในขุมกำลังของ "เรือใบสีฟ้า" เดอ บรอยน์ คือคนที่ถูกมองว่าเป็นคนที่มีความสำคัญกับทีมมากที่สุด หลังจากที่เขาช่วยปั้นเกมบุกให้กับทีมได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งนั่นก็ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมจ่ายค่าเหนื่อยให้เขาถึง 385,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์



- แมนฯ ยูไนเต็ด : คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ปัจจุบันในขุมกำลังของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะระดับที่ได้ค่าเหนื่อยเกิน 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่ถึง 8 คน แต่อีก 7 รายที่เหลือไม่ได้รับเงินในระดับที่ใกล้เคียงกับของ โรนัลโด้ เลย เพราะแข้งชาวโปรตุกีสได้ค่าเหนื่อยโดยรวมมากถึง 510,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ในการกลับมาสู่บ้านอันเป็นที่รักของเขาบนเกาะอังกฤษ



- นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด : โชลินตอน

แม้ว่าดาวเตะชาวบราซิเลียนจะทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับหนึ่งตอนอยู่กับ ฮอฟเฟ่นไฮม์ แต่หลายคนก็แปลกใจพอตัวที่ นิวคาสเซิ่ล ยอมทุ่มค่าเหนื่อยถึงสัปดาห์ละ 86,500 ปอนด์ เพื่อเอาเขามาร่วมทัพเมื่อปี 2019 และจนถึงตอนนี้มันก็ไม่แปลกหากจะบอกว่ามันไม่ใช่การลงทุนที่คุ้มค่า เพราะแข้งเลือดแซมบ้าเพิ่งยิงไปเพียง 10 ลูกจากการลงเล่น 84 นัดในทุกรายการ



- นอริช ซิตี้ : เบน กิ๊บสัน

40,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ คือค่าเหนื่อยที่ กิ๊บสัน ได้รับกับทีม และถึงแม้เขาจะเป็นคนที่ได้รับเงินจากสโมสรมากที่สุด มันก็ยังถือว่าน้อยกว่า แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ และ บิลลี่ กิลมัวร์ แข้งที่ นอริช ยืมมาจาก แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ตามลำดับซะอีก เพียงแต่ต้นสังกัดของ 2 คนนั้นเป็นผู้ที่รับหน้าที่จ่ายค่าเหนื่อยให้กับพวกเขาเอง ไม่ใช่ นอริช ทำให้ตามหลักการแล้ว กิ๊บสัน คือคนที่ได้รับค่าเหนื่อยจาก นอริช โดยตรงมากที่สุด ซึ่งถึงแม้ฤดูกาลก่อนเขาจะทำผลงานได้โดดเด่นตอนมาเล่นกับทีมแบบยืมตัวจนได้ย้ายซบ นอริช แบบถาวร แต่ 3 นัดแรกของเซนเตอร์แบ็กวัย 28 ปีในฤดูกาลนี้มันก็ไม่น่าประทับใจเท่าไหร่นักในเมื่อ นอริช เสียไปแล้วถึง 10 ประตูด้วยกัน



- เซาธ์แฮมป์ตัน : ธีโอ วัลค็อตต์

"นักบุญ" ตัดสินใจซื้อขาด วัลค็อตต์ ในช่วงซัมเมอร์ล่าสุด หลังจากที่ฤดูกาลก่อนยืมเขามาจาก เอฟเวอร์ตัน ซึ่งถึงแม้เขาจะได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าตอนอยู่กับ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" 25 เปอร์เซ็นต์ แต่ปีกชาวอังกฤษก็ยังรับเงินจาก เซาธ์แฮมป์ตัน อยู่ที่สัปดาห์ละ 75,000 ปอนด์อยู่ดี และในการลงเล่นเกมลีก 2 นัดแรกของซีซั่นนี้เขาก็ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้



- สเปอร์ส : แฮร์รี่ เคน

ถึงแม้ เคน จะอดย้ายไปรับเงินก้อนโตกับทีมอื่น แต่ในทัพ "ไก่เดือยทอง" เขาก็ยังเป็นคนที่ฟันค่าเหนื่อยเยอะที่สุดอยู่ดี เพราะได้เงินมากถึงสัปดาห์ละ 200,000 ปอนด์ และมันก็ไม่ใช่เงินที่มากมายอะไรเลยเมื่อต้องจ่ายให้หนึ่งในกองหน้าชั้นนำของโลกลูกหนังในยุคนี้



- วัตฟอร์ด : มูสซ่า ซิสโซโก้

เวลาคือสิ่งที่จะบอกได้ชัดเจนมากขึ้นว่าเขาคู่ควรกับการได้ค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 80,000 ปอนด์หรือไม่ หลังจาเพิ่งลงเล่นในลีกไปแค่นัดเดียวเท่านั้น



- เวสต์แฮม ยูไนเต็ด : อันเดร ยาร์โมเลนโก้

เมื่อคุณจ่ายค่าเหนื่อยให้นักเตะในเกมรุกมากถึงสัปดาห์ละ 115,000 ปอนด์ คุณก็ย่อมคาดหวังว่าคนๆ นั้นจะเป็นแกนหลักของทีมและทำให้ทีมมีเกมรุกที่ดุดัน น่าเศร้าที่นับตั้งแต่ย้ายมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เมื่อปี 2018 ยาโมเลนโก้ ยังไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่เรียกว่าคุ้มกับเม็ดเงินระดับนั้นได้เลย



- วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส : มูตินโญ่

มูตินโญ่ รับใช้ วูล์ฟส์ ได้เป็นอย่างดีนับตั้งแต่ที่ย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อปี 2018 จนทำให้เรียกได้ว่าเขาคู่ควรกับการที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์ที่เก่งคนหนึ่งในสมัยหนุ่มๆ และเขายังเป็นนักเตะ วูล์ฟส์ เพียงคนเดียวที่ได้รับค่าเหนื่อยแตะหลัก 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น