วันอังคารที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ปิดฉากตำนาน! 5โมเมนต์ที่น่าจดจำของเมสซี่กับบาร์เซโลน่า



 เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมปิดฉากกับ บาร์เซโลน่า สโมสรแรกในอาชีพการค้าแข้งของเจ้าตัวอำลาทีมไปในช่วงซัมเมอร์นี้ และคาดว่าจะไปเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง อีกในไม่ช้า

    
ตลอดระยะเวลา 17 ปี ในการเล่นให้ทีมชุดใหญ่ บาร์เซโลน่า ของ เมสซี่ เขาฝากผลงานสุดยอดไว้ที่ 672 ประตูกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดในประวัติศาสตร์ของทีม พาทีมประสบความสำเร็จมากมายทั้งคว้าแชมป์ ลา ลีกา 10 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย และ โกปา เดลเรย์ 7 สมัย

วันนี้เรารวบรวม 5 โมเมนต์สำคัญที่น่าจดจำของ เมสซี่ ในสีเสื้อ บาร์เซโลน่า มาฝากกันที่หลังจากนี้ไปมันจะกลายเป็นตำนานที่ไม่มีใครจะมาทดแทนได้อีกแล้ว


- แฮตทริกแรกในชีวิต



เมื่อพูดถึงการทำแฮตทริกในชีวิตการค้าแข้งของ เมสซี่ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นให้แฟนบอลได้เห็นอยู่เป็นประจำ แต่หากพูดถึงการตะบันแฮตทริกเป็นครั้งแรกในลา ลีกา สเปน ถือเป็นโมเมนต์ที่น่าจดจำมากที่สุดสำหรับเจ้าตัวและแฟนบอลเลยทีเดียว

ย้อนไปในเกม "เอล กลาซิโก้" เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2007 กลายเป็นหนึ่งในเกมประวัติศาสต์ของดาวยิงเลือดฟ้า-ขาว เมื่อเขาสามารถตะบันแฮตทริกแรกในอาชีพการค้าแข้งใส่คู่ปรับตลอดกาลอย่าง เรอัล มาดริด ทั้งที่ทีมของตนเหลือผู้เล่นเพียง 10 คนเท่านั้น ก่อนจะจบลงด้วยผลเสมอด้วยสกอร์ 3-3

นอกจากนี้การทำแฮตทริกในครั้งนี้ทำให้เขาเป็นนักเตะคนแรกนับตั้งแต่ อีบัน ซาโมราโนา อดีตดาวยิง เรอัลมาดริด ที่ทำแฮตทริกได้ในเกม "เอล กลาซิโก้" ในฤดูกาล 1994–95 ซึ่งหลังจบเกมดังกล่าวก็ทำให้ เมสซี่ ก็เป็นที่กล่าวขวัญในฐานะนักเตะดาวรุ่งอายุเพียง 19 ปี แต่สามารถทำแฮตทริกได้ในเกมใหญ่

- ยิง 4 ประตูใส่ อาร์เซน่อล



เมื่อพูดถึงรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มันคือเวทีการแข่งขันเกมระดับสโมสรที่ยิ่งใหญ่สุดในโลก และเป็ยเวทีที่ค่อนข้างถูกโฉลกกับ เมสซี่ เป็นอย่างมาก โดยหนึ่งในเกมที่เจ้าตัวสามารถระเบิดฟอร์มโหดได้มากที่สุดคือกมที่ยิง 4 ประตู พาทีมถล่ม อาร์เซน่อล 4-1 เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2010

จากวันนั้นถึงวันนี้ เมสซี่ ได้กลายเป็นดาวซัลโวอันดับสองที่ยิงได้มากที่สุดในถ้วยใบโตของยุโรปที่จำนวน 120 ปี ประตูเป็นรองเพียง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของ ยูเวนตุส เท่านั้น

- ฉลองประตูที่ 500 ในเกมเอล กลาซิโก้



การทำประตูที่ 500 ในการรับใช้สโมสรเดียวถือเป็นเรื่องที่น่าจดจำแล้ว แต่ เมสซี่ สามารถสร้างโมเมนต์พิเศษมากขึ้นไปอีกเมื่อตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นในเกม เอล กลาซิโก้ กับ เรอัล มาดริด โดยเป็นการยิงประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บพาทีมเอาชนะ "ราชันชุดขาว" แบบเจ็บแสบ 3-2 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2017

หลังจาก เมสซี่ ทำประตูดังกล่าวได้เขาก็เฉลิมฉลองด้วยการถอดเสื้อขึ้นมาชูต่อหน้าหน้าแฟนๆใน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว

- คว้าบัลลงดอร์ สมัยที่ 6



บัลลงดอร์ คือรางวัลอันทรงเกียรติที่นักฟุตบอลทุกคนต่างใฝ่ฝันที่จะคว้ามันสักครั้ง แต่กับ ลิโอเนล เมสซี่ เขากลายเป็นแข้งที่กลายเป็นเจ้าของรางวัลนี้มากสุดในประวัติศาสตร์ หลังจากได้รับเสียงโหวตให้คว้ารางวัลดังกล่าวเป็นสมัยที่ 6 เมื่อเดือนธันวาคม 2019 ทำให้เขาแซงหน้า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ทำไว้ 5 ครั้ง

การคว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี 2019 นั้นถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่ที่เขาทำได้ได้ปี 2015 และยังคงเป็นนักเตะรายล่าสุดที่คว้ารางวัลดังกล่าว หลังจากการประกาศรางวัลปี 2020 ต้องถูกยกเลิกไปเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด และบังลงดอร์ครั้งนี้เองได้กลายเป็นรางวัลอันทรงเกียรติครั้งสุดท้ายที่เขาทำได้ในสีเสื้อของ บาร์เซโลน่า

- ยิงทุบสถิติตำนาน



ย้อนไปเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2020 เมสซี่ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนโลกลูกหนังที่ยากจะหาใครมาทำลาย นั่นคือการทำลายสถิติการยิงให้ทีมใดทีมหนึ่งสูงที่สุดตลอดกาลของ เปเล่ กองหน้าตำนานชาวบราซิล ที่ทำไว้กับ ซานโต๊ส ที่จำนวน 643 ประตู หลังจากดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ ยิงได้หนึ่งประตูในเกม ลา ลีกา สเปน นัดที่ช่วยให้ "อาซูลกราน่า" บุกไปชนะ เรอัล บายาโดลิด 3-0 จนทำให้ยอดรวมการทำประตูให้ บาร์เซโลน่า ของเขาในการลงเล่นทุกรายการเพิ่มเป็น 644 ประตู ณ เวลานั้น

ก่อนหน้านั้น เมสซี่ ครองสถิติดังกล่าวร่วมกับ เปเล่ ก่อนที่จะเป็นเจ้าของสถิติแบบเดี่ยวๆ ซึ่ง 644 ประตูของเขานั้นมาจากการลงเล่น 749 นัดในทุกรายการ โดยเป็นการยิงใน ลา ลีกา 451 ประตู, ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 118 ลูก, 53 ประตูใน โกปา เดล เรย์, 14 ลูกใน สแปนิช ซูเปอร์คัพ, 3 ประตูจาก ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และ 5 ลูกจากศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ซึ่งจนถึงตอนนี้เขาบันทึกสถิติไว้กับ บาร์เซโลน่า ที่ 672 ประตู




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น