วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ดีพอที่จะไปถึงนัดชิงฯหรือไม่?เปิดเส้นทางของอังกฤษในยูโร2020


 อังกฤษ จะประเดิมการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรป กับ โครเอเชีย ที่สนามเวมบลีย์ ในวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน นี้

  
"สิงโตคำราม" อังกฤษ จะยุติการรอคอย กว่า 56 ปี ในการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ทีมชาติที่สำคัญได้หรือ เรามาดูกันในการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป หรือ ยูโร 2020 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้

ในที่สุด ยูโร 2020 ที่ถูกเลื่อนออกไป จะเริ่มเตะในสัปดาห์นี้ โดยเริ่มจากเกมนัดเปิดสนาม ระหว่าง ตุรกี กับ อิตาลี ที่ สนามโอลิมปิโก ในกรุงโรม

ส่วนทีมของ เซาธ์เกต จะเล่นนัดเปิดสนามกับ โครเอเชีย ในวันอาทิตย์ ก่อนจะบู๊กับ สกอตแลนด์ ในคืนวันศุกร์ และปิดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มที่เวมบลีย์ กับ สาธารณรัฐเช็ก

แต่เส้นทางไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้นั้น พวกเขาจะต้องผ่านอะไรบ้าง?

ในแต่ละกลุ่ม ทีมสองอันดับแรก จะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ แต่ในทำนองเดียวกันกับการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ทีมอันดับสามที่ดีที่สุด สี่ในหกทีม จะสามารถผ่านเข้ารอบได้เช่นกัน



ถ้าอังกฤษเป็นแชมป์กลุ่มดี

แฟน ๆ หลายคนหวังว่า อังกฤษ จะผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด ซึ่งจะทำให้พวกเขาจบด้วยการขึ้นรั้งอันดับ 1 ของกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม จ่าฝูงของกลุ่มดี จะพบกับอันดับ 2 ในกลุ่มเอฟ ที่มีฉายาว่า "กลุ่มแห่งความตาย"

หาก สิงโตคำราม เป็นจ่าฝูงของกลุ่ม พวกเขาจะต้องไปพบกับ ฮังการี เยอรมนี ฝรั่งเศส หรือ โปรตุเกส

ซึ่งไม่ง่ายเลย เนื่องจาก โปรตุเกส ในฐานะแชมป์เก่า ยังนำทัพมาโดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รวมไปถึงนักเตะชั้นนำมากมาย เช่นเดียวกับทีมของ โยอาคิม เลิฟ พวกเขาก็กำลังมองหาชัยชนะในทัวนาเมนต์นี้อีกครั้ง นับตั้งแต่ยูโร 96 ที่จัดขึ้นในอังกฤษ
โดยในสองครั้งที่ผ่านมา พวกเขาพ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศ ทั้งสองครั้ง

ถ้าอังกฤษได้รองแชมป์กลุ่ม

ทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่ง ทั้ง โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก และ สกอตแลนด์



แข้งโครแอต ทำให้ อังกฤษ ตกรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แม้ว่า คีแรน ทริปเปียร์ จะยิงฟรีคิกให้ทีมนำก่อนก็ตาม

สาธารณรัฐเช็ก และ อังกฤษ เคยพบกันในการแข่งขันรอบคัดเลือกในปี 2019 โดย จบลงด้วย อังกฤษ เอาชนะ 2-1

หากพวกเขาได้อันดับสองในกลุ่ม พวกเขาจะไปพบกับทีมอันดับสองของกลุ่มอี

กลุ่มนี้ประกอบด้วย สเปน สวีเดน โปแลนด์ และ สโลวาเกีย โดยที่ สเปน เป็นทีมเต็งที่มีโอกาสจบแชมป์กลุ่มอย่างไม่ต้องสงสัย

แม้การพิจารณาทีมเข้ารอบจะดูง่ายบนแผ่นกระดาษ แต่การที่ โปแลนด์ มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ผู้ยิงประตูสูงสุดของบุนเดสลีกา ขณะที่ สวีเดน ก็มีนักเตะเก่งมากมาย เช่นเดียวกับ สโลวาเกีย ที่มี มาเร็ค ฮัมซิก เป็นกัปตันทีม

ถ้าอังกฤษจบด้วยอันดับสามที่ดีที่สุด



สโลวาเกีย, ไอร์แลนด์เหนือ, สาธารณรัฐไอร์แลนด์ และแชมป์เก่า โปรตุเกส ต่างเป็นทีมที่ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ ในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุดในฝรั่งเศส เมื่อ 5 ปีที่แล้ว

ทีมของ สเตฟาน ทาร์โควิช และ มาร์ติน โอนีล จบด้วยสองอันดับแรกในฐานะทีมอันดับสามที่ดีที่สุด โดยมีสี่คะแนน โดยมีผลต่างประตู เป็นศูนย์ และลบสอง ตามลำดับ

ส่วนแชมป์เก่าเสมอทั้งสามแมตช์ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็ทำให้พวกเขา เข้าสู่เส้นทางแชมป์เป็นครั้งแรกในการแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป

โดยพื้นฐานแล้ว อังกฤษ จะต้องชนะหนึ่ง และเสมอหนึ่ง เพื่อที่จะผ่านเข้ารอบ หากดูตามทัวร์นาเมนต์ก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม อาจไม่ง่ายอย่างนั้น

หากอังกฤษจบด้วยการเป็น หนึ่งในสี่ทีม เพื่อเข้ารอบจากอันดับสามของกลุ่ม พวกเขาจะพบกับผู้ชนะของกลุ่ม บี, ซี หรือ อี

กลุ่ม บี ประกอบด้วย เดนมาร์ก ฟินแลนด์ เบลเยียม และรัสเซีย ขณะที่กลุ่ม ซี ประกอบด้วย เนเธอร์แลนด์ ยูเครน ออสเตรีย และ มาซิโดเนีย

เส้นทางหากผ่านไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

รอบ 8 ทีมสุดท้าย มักจะเป็นอุปสรรคสำคัญ สำหรับ อังกฤษ ในการแข่งขันระดับยุโรปเสมอ

โดยในการแข่งขันยูโร พวกเขาเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ได้เพียงสี่ครั้งเท่านั้น ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สองครั้ง และได้อันดับสามเพลย์ออฟหนึ่งครั้ง ในปี 1968



ยูโร 2016 ทีมสิงโตคำราม ตีตั๋วกลับบ้านเร็ว หลังจากพ่ายให้กับ ไอซ์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายหลัง จากสองประตูใน 12 นาที เพียงพอที่ส่งทีมของ รอย ฮอดจ์สัน กลับบ้าน

แฮร์รี เคน, ราฮีม สเตอร์ลิง, แจ็ค กรีลิช และชาวคณะ หากเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ก็จะเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี และก้าวข้ามผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยูโร 96

หาก อังกฤษ จบแชมป์กลุ่มดี และชนะรอบ 16 ทีมสุดท้าย กับ รองแชมป์จากกรุ๊ป ออฟ เดธ พวกเขาจะพบกับผู้ชนะของกลุ่ม อี หรือ ทีมอันดับสามในกลุ่ม เอ, บี, ซี หรือ ดี

หากอังกฤษ จบอันดับสองสอง และ กำจัดคู่ต่อสู้ในรอบน็อคเอาท์แรก พวกเขาจะเล่นเป็นแชมป์ของกลุ่มเอฟ หรืออันดับสามในกลุ่ม เอ,บี, ซี

ซึ่งมันจะซับซ้อนเล็กน้อย หาก อังกฤษ ผ่านเข้ารอบอันดับสามที่ดีที่สุด



หากพวกเขาเอาชนะแชมป์กลุ่ม บี พวกเขาจะเล่น แชมป์ของกลุ่ม เอ หรือรองแชมป์กลุ่ม ซี

กลุ่ม เอ มี ตุรกี กับ อิตาลี เวลส์ และ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งทุกทีมสามารถสร้างความหนักใจให้กับทีมของ เซาท์เกต ได้

หาก อังกฤษ เอาชนะแชมป์กลุ่ม ซี ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย พวกเขาจะเล่นกับรองแชมป์กลุ่ม เอ หรือกลุ่ม บี

ซึ่งหาก อังกฤษ เอาชนะแชมป์ของกลุ่ม อี พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ของกลุ่ม ดี อีกครั้ง เนื่องจากพวกเขาจะต้องเจอกับ ผู้ชนะของกลุ่ม หรือ รองแชมป์กลุ่ม เอฟ

ด้วยปัจจัยทั้งหลาย หากอังกฤษผ่านได้ ก็จะเข้ารอบรองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี และพวกเขาจะได้เล่นที่เวมบลีย์ ในวันที่ 6-7 กรกฎาคม

รวมไปถึงนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 11 กรกฎาคม ซึ่งจะลงเล่นในอังกฤษด้วย



เส้นทางยูโร 2020 ของอังกฤษ

รอบแบ่งกลุ่ม

13 มิ.ย. พบ โครเอเชีย (เวมบลีย์)

18 มิ.ย. พบ สกอตแลนด์ (เวมบลีย์)

22 มิ.ย. พบ เช็ก (เวมบลีย์)

รอบ16ทีมสุดท้าย

[แชมป์กลุ่มดี] 29 มิ.ย. พบ รองแชมป์กลุ่มเอฟ (เวมบลีย์)

[จบอันดับสอง] 28 มิ.ย. พบ รองแชมป์กลุ่มอี (พาเก้น สเตเดี้ยม , โคเปนเฮเก้น)

[อันดับสามดีสุด] 29 มิ.ย. พบ แชมป์กลุ่มซี (ปุสกาส อารีน่า, บูดาเปสต์)

หรือ, 29 มิ.ย. พบ แชมป์กลุ่มบี (สเตเดี้ยม ลา การ์ตูย่า,เซบีย่า)

หรือ, 29 มิ.ย. พบ แชมป์กลุ่มอี (แฮมเด้น ปาร์ก , กลาสโกว์)

รอบก่อนรองชนะเลิศ

[แชมป์กลุ่มดี] 3 ก.ค. พบ แชมป์กลุ่มอี/อันดับสาม กลุ่ม เอ,บี, ซี, ดี (โอลิมปิโก, โรม)

[จบอันดับสอง] 2 ก.ค. พบ แชมป์กลุ่มเอฟ /อันดับสาม กลุ่ม เอ,บี, ซี (เซนต์ ปีเตอร์เบิร์ก)

[อันดับสามดีสุด] เอาชนะ แชมป์กลุ่มบี 2 ก.ค. พบ แชมป์กลุ่มเอ/รองแชมป์กลุ่มซี (อลิอันซ์ อารีน่า , มิวนิค)

หรือ, เอาชนะ แชมป์กลุ่มซี 3 ก.ค. พบ รองแชมป์กลุ่มเอ/รองแชมป์กลุ่มบี (บากู โอลิมปิก สเตเดี้ยม)

หรือ, เอาชนะ แชมป์กลุ่มอี 3 ก.ค. พบ แชมป์กลุ่ดี/รองแชมป์กลุ่มเอฟ (โรม)

รอบรองชนะเลิศ

6-7 ก.ค. (ลอนดอน)

รอบชิงชนะเลิศ

11 ก.ค. (ลอนดอน)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น