วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

แมนเชสเตอร์ครองเมือง!ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020/21

 


จบฤดูกาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21 ซึ่งทีมแชมป์ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่กลับมาครองบัลลังก์ได้อีกครั้ง

   
ในส่วนของผู้เล่นที่ทำผลงานยอดเยี่ยม เราได้จัดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลมาให้แฟนๆ ได้ชม โดยหน้าตา 11 คนแรกจะเป็นอย่างไร ไปดูกันได้เลย

ผู้รักษาประตู : เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ (แอสตัน วิลล่า)



แอสตัน วิลล่า ลงทุนด้วยเงิน 20 ล้านปอนด์เพื่อคว้านายด่านอาร์เจนไตน์ เข้ามาอุดช่องว่างตรงตำแหน่งผู้รักษาประตู

ผลที่ออกมาเห็นชัดเจนว่าเงินจำนวนนั้นคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่งกับผลงานเก็บคลีนชีตมากถึง 15 นัด และพา "สิงห์ผงาด" ยืนหยัดท่อนบนตารางคะแนนได้เกือบทั้งฤดูกาล

กองหลัง : วลาดิเมียร์ คูฟาล (เวสต์แฮม)



แบ็กขวาทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ทำผลงานได้คงเส้นคงวามาก เป็นกำลังหลักของ เดวิด มอยส์ ที่ขาดไม่ได้ จนพา "เดอะ แฮมเมอร์ส" ได้ลุ้นไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แม้สุดท้ายจะได้ไปเล่นแค่ ยูโรปา ลีก แต่ก็ถือว่าเกินคาดแล้วสำหรับ เวสแฮม ยูไนเต็ด

นอกจากนี้ยัง คูฟาล มีแอสซิสต์ถึง 7 ครั้ง จากเกมลงเล่น 34 เกม

กองหลัง : รูเบน ดิอาส (แมนฯ ซิตี้)



ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวรับทีมชาติโปรตุเกสรายนี้เข้ามายกระดับ แมนฯ ซิตี้ ไม่ต่างอะไรกับที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ยกระดับ ลิเวอร์พูล ขึ้นมาได้

ด้วยวัยแค่ 23 ปี แต่ความนิ่งบวกกับฝีเท้าเกินอายุ การที่ "เรือใบสีฟ้า" มีเขาอยู่ในสนามทีมมีค่าเฉลี่ยเสียประตูแค่ 0.7 ลูกต่อเกมเท่านั้น(32 นัด) ซึ่งเปรียบเทียบกับตอนที่ไม่มีแล้ว(6 นัด) ตัวเลขกระโดดไปถึง 1.8 ลูกต่อเกม

กองหลัง : แฮร์รี่ แม็กไกวร์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)



คงเห็นชัดแล้วว่าการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตอนมีกับไม่มี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ต่างกันมากแค่ไหน โดยเฉพาะกับการรับมือลูกกลางอากาศที่เขามีสถิติดวลชนะถึง 135 ครั้งมากที่สุดในทีม และการเคลียร์บอล 122 ครั้งก็มีสุดในทีม "ปีศาจแดง" เช่นกัน

กองหลัง : ลุค ชอว์ (แมนฯ ยูไนเต็ด)



ลุค ชอว์ ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้โดดเด่นเหลือเกินในซีซั่นนี้ มีบทบาททั้งเกมรุก และเกมรับ จนเรียกได้ว่าเจ้าตัวเป็นแบ็กซ้ายอังกฤษ ที่ดีที่สุดในตอนนี้ไปแล้ว

กองกลาง : บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)



บรูโน่ แฟร์นันด์ส คือทุกสิ่งทุกอย่างของเกมรุก แมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากพรสวรรค์สร้างสรรค์เกมแล้ว ความทะเยอทะยานก็มีเต็มเปี่ยม มุ่งมั่นตลอดไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหน

ดาวเตะโปรตุกีส มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรงรวมกันทุกรายการมากถึง 46 ลูก(28 ประตู 18 แอสซิสต์)

กองกลาง : อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯ ซิตี้)



ในช่วงที่ แมนฯ ซิตี้ ไม่มี เควิน เดอ บรอยน์ คนที่ก้าวขึ้นมาแทน และทำหน้าที่ได้ดีเอามากๆ คือ อิลคาย กุนโดกัน จากผลงานทำประตู 11 ลูกในช่วง 12 เกม และสถิติที่ไม่น่าเชื่อคือ เจ้าตัวเป็นผู้เล่นที่ทำประตูมากที่สุดของ "เรือใบสีฟ้า" ด้วยจำนวน 17 ประตูจากทุกรายการ

กองกลาง : เมสัน เมาน์ท (เชลซี)



เชลซี ฟื้นคืนชีพในยุค โธมัส ทูเคิ่ล ได้ก็เพราะมี เมสัน เมาน์ท คอยบัญชาเกมบุก เจ้าตัวคือศูนย์กลางของการขับเคลื่อนเกมรุกคอยป้อนให้เพื่อนเข้าทำประตู

กองหน้า : ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้)



เป็นฤดูกาลที่ ฟิล โฟเด้น ก้าวขึ้นมาโดดเด่นอย่างไม่น่าเชื่อ เขาได้รับการไว้วางใจจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นตัวเลือกก่อนหน้า ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เสียอีก

ดาวเตะวัย 20 ปีมีส่วนร่วมกับประตูให้กับ ซิตี้ 26 ลูก แบ่งเป็น 16 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์

กองหน้า : แฮร์รี่ เคน (สเปอร์ส)



ไม่ว่า แฮร์รี่ เคน จะอยู่ สเปอร์ส ต่อ หรือออกไปหาความท้าทายใหม่ ก็ต้องยอมรับว่าฤดูกาลนี้ คือหนึ่งในปีที่ดีที่สุดในอาชีพ แม้จะไม่มีถ้วยแชมป์อะไรติดมาเลยก็ตาม

นี่เป็นครั้งที่สามที่ เคน คว้ารางวัลรองเท้าทองคำมาครอบครองต่อจากฤดูกาล 2015/16 และ 2016/17

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล)



ในช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล ตกอยู่ภาวะยากลำบาก ก็มีแต่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เท่านั้นที่ยังรักษามาตรฐานตัวเอง และคอยประคับประคองทีมให้เอาตัวรอดได้

ซาลาห์ เป็นผู้เล่น "หงส์แดง" คนแรกที่ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก อย่างน้อย 20 ประตูได้ถึง 3 ฤดูกาล





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น