วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ลิเบอโร่แบบ "ซูเปอร์แมน" มัทเธอุส... แท้จริงต้องเล่นอย่างไร?

 


Siamsport ได้รับเกียรติสุดพิเศษ พูด-คุยข้ามทวีปกับตำนานแชมป์โลก อย่าง โลธาร์ มัทเธอุส อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมนี ร่วมกับสื่อมวลชนจากประเทศอื่นๆ ในละแวกอาเซียน ซึ่งตำนานแข้งเจ้าของฉายา "ซูเปอร์แมน" ได้ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับตำแหน่ง "ลิเบอโร่" ในแบบฉบับของเขาเอง

  
หลายสิบปีก่อน ลิเบอโร่ คือตำแหน่งที่มีความสำคัญมากในระบบการเล่นฟุตบอล กล่าวคือเป็นตำแหน่งที่แยกออกมาจากกองหลังตัวกลาง หรือเป็นตำแหน่งกองหลังในระบบแนวรับสามคน

จุดเด่นของผู้เล่นตำแหน่งนี้จำเป็นต้องมีทักษะการอ่านเกมที่เฉียบขาด รวมถึงมีความสามารถในการสร้างสรรค์เกมได้ด้วยตัวเอง เปรียบเสมือนแม่ทัพที่คอยลำเลียงบอลไปยังแดนหน้า ซึ่งตำนาน "ลิเบอโร่" คนแรกที่หลายคนนึกถึงคือ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ ที่เฉิดฉายในตำแหน่งนี้ช่วงยุค 70s



ต่อมามีนักเตะหลายคนที่สร้างชื่อกับตำแหน่งนี้หลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ โลธาร์ มัทเธอุส อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมนี ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1990 ที่ประเทศอิตาลี

อย่างไรก็ตาม คำถามที่ทีมงาน Siamsport ถามไปยัง "ซูเปอร์แมน" ว่าในฐานะที่เขาเคยเป็น ลิเบอโร่ มาก่อน คิดว่าตำแหน่งนี้เล่นยากมากแค่ไหน

ทว่าคำตอบที่เราได้กลับมา ไม่ใช่อย่างที่หลายคนคิดเลย เพราะ มัทเธอุส บอกมาว่าจริงๆ แล้วตำแหน่งที่ตัวเองเล่นจะเรียกว่าเป็น "ลิเบอโร่" ก็ไม่ใช่เสียทีเดียว



"ที่จริง ลิเบอโร่ มันไม่ใช่คำนิยามที่ถูกต้อง ลิเบอโร่ มันเป็นตำแหน่งที่ใช้กันตั้งราว 40 ปีก่อนน่ะ" มัทเธอุส ตอบกลับทันทีก่อนจะชี้แจงต่อ

"สมัยผมน่ะ ผมมักจะยืนอยู่หน้าแนวรับมากกว่ายืนอยู่หลังแนวรับ คนแบบ ลิเบออุสโร่ คือ ฟร้านซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ ในช่วงทศวรรษ 1970-1980 ที่ยืนคั่นกลางระหว่างแนวรับกับผู้รักษาประตู"

"เขายืนหลังแนวนรับ แต่ทุกวันนี้มันออกแนวยืนในแนวเดียวกัน ไม่ว่าจะทั้งในรูปแบบกองหลัง 3 คน, 5 คน หรือ 4 คน ไม่มีใครยืนอยู่ด้านหลังแนวรับกันแล้ว "

มัทเธอุส พยายามอธิบายให้เราเข้าใจ และยืนยันว่าการเล่นในสนามของตัวเองนั้นไม่ได้ถอยลึกแบบที่ ลิเบอโร่ ทำกัน



"แน่นอน เซนเตอร์แบ็กอย่างผมน่ะ บางครั้งต้องปรับตัวตามสถานการณ์บ้าง บางครั้งต้องดันขึ้นสูงนิดหน่อย หรือบางครั้งก็ต้องถอยหลังมายืนต่ำกว่าคนอื่นๆ ในแนวรับ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ผมไม่เคยถอยลงไปลึกแบบที่พวกลิเบอโร่เคยทำกัน"

โดย มัทเธอุส ได้ยกตัวอย่างผู้เล่นในปัจจุบันที่ทำหน้าที่คล้ายๆ กับเขา เพื่อให้เราเห็นภาพมากขึ้น

"ผมดันขึ้นไปสูงเหมือนพวกกองกลางอยู่เสมอ เหมือนเป็นกองกลางคนที่ 6 อย่างที่ โยชัว คิมมิช ทำได้ในตอนนี้"



"เขาเองก็เป็นเซนเตอร์แบ็กที่ยืนสูงกว่ากองหลังเพื่อนร่วมทีม 2 คน ไม่ว่าคู่กองหลังที่ว่าจะเป็น (เยโรม) บัวเต็ง, (นิคลาส) ซือเล่, (ลูก้าส์) แอร์กน็องเดซ หรือ (ดาวิด) อลาบา"

"เขาจะยืนสูงกว่าคนอื่น ซึ่งผมก็เล่นในตำแหน่งแบบเดียวกับ คิมมิช จะต่างกันบ้างที่ผมเริ่มจากการยืนเป็นหนึ่งในแนวหลังแล้วค่อยดันขึ้นไป ส่วนเขาเริ่มต้นด้วยการเป็นแนวหลังที่ยืนสูงกว่ากองหลังอีก 2 คนราว 5-10 เมตรทันที ระบบมันทำงานอย่างนั้น"

แล้วบทบาทการเล่นในยุคของเขาล่ะ เป็นอย่างไร?



"ในยุคที่ผมยังเป็นนักเตะอยู่ อย่างช่วงทศวรรษ 1980 และโดยเฉพาะในช่วงทศวรรษ 1990 น่ะ เราใช้ระบบที่มีกองหลังตัวกลาง 3 คน เหมือนอย่างที่มีการใช้กันในตอนนี้ โดยที่ผมจะวิ่งขึ้นๆ ลงๆ ถ้ามันเป็นไปได้ในบางครั้งผมก็จะดันขึ้นไปแถวกองกลาง ส่วนบางครั้งก็ถอยลงไปลึกหน่อยๆ" อดีตยอดแข้งวัย 60 ปีกล่าวต่อ

"นี่คือบทบาทที่ทำกัน มันขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นคุณคิดเกี่ยวกับเกมยังไง เมื่อคุณคิดว่าต้องดันขึ้นสูงคุณก็จะดันขึ้นไป แต่ถ้าคุณคิดว่าต้องเน้นเล่นเกมรับก็ถอยลงต่ำ"




ทูเคิ่ลมือฉีด-ซูม่าสายย่อ!เชลซีฉลองแชมป์ชปล.เต็มเหนี่ยว

 


เปิดคลิป เชลซี ฉลองแชมป์บิ๊กเอียร์เต็มเหนี่ยวในห้องแต่งตัว ทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล ไล่ฉีดแชมเปญใส่นักเตะ และ คูร์ท ซูม่า โชว์ลีลาสายย่อสุดพลิ้ว

  
โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี และนักเตะ "สิงห์บลูส์" ร่วมกันฉลองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในห้องแต่งตัวอย่างสนุกสนาน หลังเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา เมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เชลซี ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสมัยที่สองต่อจากปี 2012 โดยฮีโร่ในครั้งนี้คือ ไค ฮาแวร์ตซ์ กองหน้าค่าตัวแพงของสโมสรที่ยิงได้นาทีที่ 42 และเจ้าตัวก็ถอดเสื้อฉลองในห้องแต่งตัวอย่างเฮฮา

ขณะที่ ทูเคิ่ล เอาแชมเปญมาไล่ฉีดใส่ลูกทีมในห้องแต่งตัวอย่างเมามัน ก่อนกระโดดโลดเต้นกับนักเตะอย่างมีความสุข แถมยังถอดรองเท้าของตัวเองขึ้นมาชูฉลองอีกด้วย

ด้าน คูร์ท ซูม่า ปราการหลังชาวฝรั่งเศส โชว์ลีลาเต้นสุดพลิ้วร่วมกับ วิลลี่ กาบาเยโร่ นายทวารมือ 3 ก่อนที่ จอร์จินโญ่ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ จะเข้ามาร่วมวงร้องเพลงและแดนซ์เต็มเหนี่ยว รวมทั้งเอาสมาร์ทโฟนมาถ่ายเซลฟี่ด้วย

ส่วน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ที่ได้รับคำชมอย่างมากกับฟอร์มการเล่น ร่วมฉลองเล็กๆ แต่พองามตามสไตล์สมถะของตัวเอง โดยจังหวะถ่ายรูปร่วมกับ แทมมี่ อับบราฮัม ก็แค่ชูกำปั้นและฉีกยิ้มให้เห็นเท่านั้น



 

7เหตุการณ์คล้ายกันเหลือเชื่อเชลซีคว้าแชมป์ชปล.2012-2021

 


เปิด 7 เหตุการณ์ที่คล้ายกันอย่างเหลือเชื่อในปีที่ เชลซี ครองเจ้ายุโรป 2012 และ 2021

  
โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีม เชลซี นำทัพ "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 ในนัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา เมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เชลซี ครองถ้วยบิ๊กเอียร์เป็นครั้งที่สองต่อจากที่เคยได้ครั้งแรกเมื่อปี 2012 และการได้แชมป์ทั้ง 2 สมัยก็มีเหตุการณ์ 7 อย่างที่คล้ายกันอย่างเหลือเชื่อ

1. เปลี่ยนกุนซือกลางคัน




ในปี 2012 โรมัน อับราโมวิช เจ้าของสโมสร เชลซี สั่งเด้ง อังเดร วิลลาช-โบอาช แล้วดัน โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ขึ้นมาคุมทีมแทน และนำทัพ "สิงห์บลูส์" คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก



ขณะที่ฤดูกาลนี้ เชลซี ก็เปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมกลางคันเช่นกัน หลังปลด แฟร้งค์ แลมพาร์ด แล้วให้ โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมัน มารับงานแทน ก่อนทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม

2. กัปตันวัย 31



ฤดูกาลนี้ เชลซี มี เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า กองหลังวัย 31 ปี เป็นกัปตันทีม ขณะที่กัปตัน "สิงห์บลูส์" ชุดชนะ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ปี 2012 คือ จอห์น เทอร์รี่ ที่ตอนนั้นก็อายุ 31 ปีเหมือนกัน



3. นายทวารจากแรนส์



ในชุดครองเจ้ายุโรป 2012 เชลซี มี ปีเตอร์ เช็ก นายทวารชาวเช็กเฝ้าเสา ขณะที่ปีนี้มี เอดูอาร์ เมนดี้ เป็นโกล และเรื่องบังเอิญคือทั้งคู่ย้ายมาจาก แรนส์ สโมสรใน ลีก เอิง ฝรั่งเศส เหมือนกัน



4. เบล ทำแฮตทริกใน พรีเมียร์ลีก



แกเร็ธ เบล ปีกทีมชาติเวลส์ ทำแฮตทริกให้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถล่ม เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 4-0 ในปีนี้ และในปี 2012 เขาก็เคยทำแฮตทริกใส่ แอสตัน วิลล่า ในเกม พรีเมียร์ลีก มาแล้วเหมือนกัน



5. เส้นทางสู่แชมป์



ในปี 2012 เชลซี เอาชนะ เบนฟิก้า ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย และน็อก บาร์เซโลน่า ในรอบรองชนะเลิศ ขณะที่เส้นทางทั้ง 2 รอบในปีนี้ก็ผ่านทีมจากโปรตุเกส และสเปน เหมือนกัน โดยชนะ ปอร์โต้ และ เรอัล มาดริด



6. คู่ชิง โกปา เดล เรย์



ในปี 2012 คู่ชิงชนะเลิศฟุตบอล โกปา เดลเรย์ หรือ สแปนิช คิงส์คัพ เป็นการพบกันระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ แอธเลติก บิลเบา และบังเอิญอีกแล้วที่ปีนี้ทั้งคู่กลับมาเป็นคู่ชิงกันอีกครั้ง

7. คอนเต้ คว้าแชมป์ เซเรีย อา



ในปี 2012 ที่ เชลซี ครองเจ้ายุโรปนั้น อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลียน ได้แชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา กับ ยูเวนตุส และมาในปีนี้เขาก็พา อินเตอร์ มิลาน คว้าสคูเด็ตโต้ ก่อนจะอำลาตำแหน่งไปแล้ว



\


สะเทือนถึงเบลเยียม!เดอบรอยน์อัพเดตอาการบาดเจ็บตัวเอง

 


ทีมชาติเบลเยียม ต้องลุ้นหนัก หลัง เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ อัพเดตอาการบาดเจ็บของตัวเองหลังปะทะกับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ กองหลัง เชลซี

  
เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่า ตัวเองบาดเจ็บกระดูกจมูกหัก และกระดูกเบ้าตาซ้ายแตกจากเกมที่ "เรือใบสีฟ้า" แพ้ เชลซี 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา เมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

เดอ บรอยน์ ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในนาทีที่ 60 หลังปะทะกับ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ปราการหลัง เชลซี แบบเต็มๆ จนถึงขั้นที่ดาวเตะทีมชาติเบลเยียม ร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว ก่อนถูกนำตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองปอร์โต้ หลังจบเกมทันที

เดอ บรอยน์ ทวีตข้อความผ่าน ทวิตเตอร์ ของตัวเองเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า "สวัสดีทุกคน ผมเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาล การวินิจฉัยของผมคือกระดูกจมูกหัก และกระดูกเบ้าตาด้านซ้ายแตก ตอนนี้ผมรู้สึกโอเคแล้ว ยังคงผิดหวังกับเมื่อวานนี้อย่างยิ่ง แต่เราจะกลับมา"

ในเวลานี้ยังไม่มีการยืนยันชัดเจนว่า เดอ บรอยน์ ต้องพักนานแค่ไหน แต่น่าจะกระเทือนถึงทีมชาติเบลเยียม ในช่วงเริ่มต้นทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป "ยูโร 2020" ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 11 กรกฎาคมนี้




เปิดทฤษฎีเบรนท์ฟอร์ดเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ฯทำไมลิเวอร์พูลเฮด้วย


เปิดเหตุผลทำไมแฟนบอล ลิเวอร์พูล ถึงเฮไปกับ เบรนท์ฟอร์ด ด้วย หลัง "เดอะ บีส์" คว้าตั๋วขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ลีก ในซีซั่นหน้า

  
เบรนท์ฟอร์ด กลับขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 74 ปี หลังเอาชนะ สวอนซี ซิตี้ 2-0 ในรอบเพลย์ออฟนัดชิงชนะเลิศ เพื่อโควตาขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก เป็นทีมสุดท้าย ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

"เดอะ บีส์" เลื่อนชั้นตาม นอริช ซิตี้ และวัตฟอร์ด รวมถึงยังเป็นการได้ไปเล่น พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย หลังเคยเล่นในลีกระดับสูงสุดหนสุดท้ายตั้งแต่สมัยยังใช้ชื่อว่า ดิวิชั่น 1 เมื่อฤดูกาล 1946/47



ขณะที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางรายในโลกออนไลน์ ร่วมแสดงความยินดีกับการที่ เบรนท์ฟอร์ด เลื่อนชั้นด้วย หลัง ไมเคิ่ล วอล์คเกอร์ นักข่าวของ ดิ แอธเลติก โพสต์รูปลงทวิตเตอร์เป็นตาราง ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1946/47 ซึ่งจบซีซั่นด้วยการที่ "หงส์แดง" สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ทำให้ "เดอะ ค็อป" มองว่าเป็นลางดีที่ทีมรักจะกลับมาทวงแชมป์ในปีหน้า

ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ดิวิชั่น 1 ในซีซั่นนั้น โดยมี 57 คะแนนจากการลงเล่น 42 เกม (ยังใช้ระบบชนะได้ 2 คะแนน และเสมอ 1 คะแนน) ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อันดับสองแพ้ "หงส์แดง" แค่แต้มเดียวเท่านั้น





วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ปะทะเจอร์ราร์ด? อังเก้เต็งจ๋าโยกคุมเซลติก

 


จอห์น เพอร์ซี่ เหยี่ยวข่าวจาก เดอะ เทเลกราฟ สื่อของอังกฤษ ระบุ อังเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือ โยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส ต้นสังกัดของ "เจ้าอุ้ม" ธีราธร บุญมาทัน มีความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับการไปคุม เซลติก ส่วนบ่อนรับพนันของที่นั่นก็ยกให้เขาเป็นเต็งจ๋าด้วย

   
อังเก้ ปอสเตโคกลู กุนซือชาวออสเตรเลียของ โยโกฮาม่า เอฟ. มารินอส สโมสรดังของศึก เจ1 ลีก มีความคืบหน้าที่ดีในการเจรจากับ เซลติก ยอดทีมของศึก สกอตติช พรีเมียร์ชิพ เกี่ยวกับการไปเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของที่นั่น จนทำให้ตอนนี้มีโอกาสสูงที่เขาจะได้รับงานดังกล่าว ตามการเปิดเผยของ จอห์น เพอร์ซี่ นักข่าวจาก เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำของประเทศอังกฤษ

เซลติก จำเป็นต้องมองหากุนซือคนใหม่ภายหลังแยกทางกับ นีล เลนน่อน เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งตอนแรก เอ็ดดี้ ฮาว อดีตนายใหญ่ บอร์นมัธ ทีมจากระดับ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกมองว่าเป็นเต็งจ๋าที่จะได้รับงานกับ เซลติก แต่ดีลดังกล่าวเพิ่งล่มลงไปเมื่อไม่นานมานี้จนทำให้ เซลติก ต้องเปลี่ยนเป้าหมาย

ทั้งนี้ เบ็ทแฟร์ บ่อนรับพนันถูกกฎหมายสัญชาติอังกฤษก็ถึงขั้นยกให้ ปอสเตโคกลู เป็นเต็ง 1 ที่จะได้รับงานคุม เซลติก ในตอนนี้ด้วย ที่ราคา 6/5 (แทง 5 จ่าย 6 ไม่รวมทุน) ส่วนเต็ง 2 ในปัจจุบันคือ สตีฟ คล้าร์ก อดีตผู้ช่วยผู้จัดการทีม เชลซี ที่มีอัตราต่อรองอยู่ที่ 5/1 (แทง 1 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)

ที่จริงก่อนหน้านี้เคยมีกุนซือเชื้อสายออสซี่มาทำงานคุมทีมในทวีปยุโรปเหมือนกัน อย่างเช่น เควิน มุสแคต และ โทนี่ โปโปวิช แต่ทั้งคู่ก็ไปไม่รุ่งเท่าไหร่นัก โดย ปอสเตโคกลู ถือเป็นกุนซือที่มีดีกรีสูงมากคนหนึ่งในวงการฟุตบอลของฝั่งเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นพา มารินอส คว้าแชมป์ เจ1 มาครองได้ในฤดูกาล 2019 ซึ่งเป็นซีซั่นที่ 2 ของเขากับทีมเท่านั้น, การนำ บริสเบน รอร์ ได้แชมป์ลีกสูงสุดของออสเตรเลีย 1 หน และการพาทีมชาติออสเตรเลียได้แชมป์ เอเอฟซี เอเชียน คัพ ปี 2015 ไปครอง




พรีเมียร์ฯว่าไง?ไอเอฟเอบียืดกฎเปลี่ยนตัวสูงสุด5คนต่อเกมจนจบปี2022


 คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ ยืดระยะเวลาให้ทุกลีกสามารถใช้กฎการเปลี่ยนตัวต่อ 1 เกมได้สูงสุด 5 คน ไปจนถึงจบปี 2022 แต่มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละลีกเองว่าจะใช้แนวทางนี้รึเปล่า

    
คณะกรรมการสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) มีมติยืดระยะเวลาให้แต่ละลีกสามารถใช้กฎการเปลี่ยนตัวได้สูงสุด 5 คนต่อ 1 เกม ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม ปี 2022 ตามการประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ไอเอฟเอบี เป็นองค์กรที่มีหน้าที่กำหนดกฎของเกมฟุตบอลทั่วโลก โดยพวกเขาเริ่มใช้กฎการเปลี่ยนตัวต่อ 1 เกมได้สูงสุดจากเดิม 3 คนเป็น 5 คนแบบชั่วคราวเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ปีก่อน เพื่อที่จะเป็นผลดีต่อสุขภาพร่างกายของนักเตะ หลังจากที่มันเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ไปทั่วโลก จนมีส่วนทำให้โปรแกรมการแข่งขันชุกพอตัวและส่งผลเสียต่อสภาพความฟิตของเหล่าพ่อค้าแข้ง

ทั้งนี้ การออกกฎในครั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกลีกจำเป็นต้องใช้กฎนี้กันทั้งหมด โดยสมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศมีสิทธิ์เลือกได้ว่าจะใช้แนวทางนี้หรือไม่ ซึ่งที่จริงในฤดูกาล 2020-21 ลีกฟุตบอลชั้นนำทั่วทวึปยุโรปต่างก็ใช้กฎที่เปลี่ยนตัวได้สูงสุด 5 คนต่อเกมกันทั้งนั้น มีเพียง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่กลับไปใช้กฎให้เปลี่ยนตัวได้มากสุด 3 คน ซึ่งมันก็ทำให้กุนซือหลายรายไม่พอใจอย่างมาก อย่างเช่น เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล และ โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น




ทางการ!นาโปลีตั้งสปัลเล็ตตินั่งเก้าอี้กุนซือ

 


เซเรีย อา เปลี่ยนเก้าอี้กุนซือกันวุ่น ล่าสุด นาโปลี ดึง ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ เทรนเนอร์ประสบการณ์สูง มากุมบังเหียนต่อจาก เจนนาโร่ กัตตูโซ่ เรียบร้อย

    
นาโปลี สโมสรชั้นนำแห่งศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ประกาศแต่งตั้งให้ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ อดีตกุนซือ อินเตอร์ มิลาน และ โรม่า เข้ามาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ออเรลิโอ เดอ ลอเรนติส ประธาน นาโปลี เผยผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า "ผมยินดีกับการประกาศให้ทราบว่า ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ จะเข้ามาเป็นโค้ชคนใหม่ของ นาโปลี ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ยินดีต้อนรับ ลูชาโน่ พวกเราจะร่วมมือกันทำงานที่ยอดเยี่ยม"

สปัลเล็ตติ เซ็นสัญญาคุมทีมดังเนเปิ้ลส์ เป็นเวลา 2 ปี โดยมารับงานต่อจาก เจนนาโร่ กัตตูโซ่ ที่โยกไปคุม ฟิออเรนติน่า หลังอำลา นาโปลี เพราะทำได้แค่จบอันดับ 5 ของตาราง อดไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาลหน้า อย่างน่าเสียดาย

สำหรับ สปัลเล็ตติ วัย 62 ปี เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกุนซือด้วยการคุม เอ็มโปลี เมื่อปี 1994 ก่อนผ่านงานกับหลายสโมสรทั้ง ซามพ์โดเรีย, เวเนเซีย, อูดิเนเซ่, อันคอน่า,โรม่า, เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และ อินเตอร์ มิลาน เป็นทีมสุดท้ายเมื่อปี 2019 ก่อนว่างงานไป 2 ปีจนได้มากุมบังเหียน นาโปลี ในที่สุด

ทั้งนี้ หลังจบฤดูกาล 2020/21 มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือกับหลายสโมสรดังใน เซเรีย อา อาทิ อันโตนิโอ คอนเต้ ลาออกจากการคุม อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส ตั้ง มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี มาแทน อันเดรีย ปีร์โล่ เป็นต้น





แมนซิตี้8เชลซี3!คัดมาให้ทีมยอดเยี่ยมลูกผสมคู่ชิงชปล.

 


จัดให้ทีมยอดเยี่ยม แมนฯ ซิตี้ กับ เชลซี ก่อนเจอกันในเกมชิงถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยแข้ง "เรือใบสีฟ้า" ติด 8 คน ส่วน "สิงห์บลูส์" เข้ามา 3 ราย

  
เป็ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะนำทัพ "เรือใบสีฟ้า" ลงเตะกับ เชลซี ของกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ ที่สนาม เอสตาดิโอ โด ดราเกา เมืองปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกส คืนวันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคมนี้ (02.00 น. ตามเวลาประเทศไทย)

ทั้งสองทีมมีนักเตะชั้นยอดมากมาย และหากนำมาจัดทีมตัวจริงรวมกันโดยเลือกเฉพาะผู้เล่นที่พร้อมลงสนามในวันเสาร์นี้ น่าจะออกมาดังนี้ (ระบบ 4-3-3)



ผู้รักษาประตู: เอแดร์ซอน (แมนฯ ซิตี้)

ทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี มีนายทวารฝีมือดีอย่าง เอแดร์ซอน กับ เอดูอาร์ เมนดี้ ตามลำดับ และทั้งคู่ก็เก็บคลีนชีตรวมกันได้ถึง 35 นัดใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

เอแดร์ซอน เก็บไป 19 คลีนชีต ส่วน เมนดี้ ทำได้ 16 คลีนชีต นอกจากนั้นนายด่าน "เรือใบสีฟ้า" ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐานระดับสูงมาหลายปีแล้ว ทำให้ได้เป็นตัวจริงในทีมลูกผสมชุดนี้

กองหลัง: ชูเอา กานเซโล่ (แมนฯ ซิตี้), รูเบน ดิอาส (แมนฯ ซิตี้), ติอาโก้ ซิลวา (เชลซี), เบน ชิลเวลล์ (เชลซี)

ในตำแหน่งแบ็กขวาเลือก ชูเอา กานเซโล่ ของ แมนฯ ซิตี้ ที่ผลงานในซีซั่นนี้ดูดีกว่าทั้ง เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และ รีซ เจมส์ ของ เชลซี

ส่วนแบ็กซ้าย เบน ชิลล์เวลล์ ของ เชลซี ดูดีกว่า โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ของ แมนฯ ซิตี้ หลังดาวเตะทีมชาติอังกฤษ ทำได้เยี่ยมทั้งเกมรับและรุก โดยซีซั่นนี้ยิงไป 4 ประตูและทำอีก 7 แอสซิสต์

ขณะที่เซนเตอร์แบ็กแน่นอนว่า รูเบน ดิอาส ของ "เรือใบสีฟ้า" ติดเข้ามา 1 ตำแหน่งแน่นอน หลังผลงานโดดเด่นทั้งซีซั่น ส่วนคู่หูเลือกยากจริงๆ เพราะทั้ง จอห์น สโตนส์ และ ติอาโก้ ซิลวา ก็เยี่ยมทั้งคู่ แต่สุดท้ายขอเลือกแข้งแซมบ้าที่มีทั้งประสบการณ์และอ่านเกมได้ดี

กองกลาง: เอ็นโกโล่ ก็องเต้ (เชลซี), อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯ ซิตี้), เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้)


เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ เชลซี ยังคงแสดงให้เห็นถึงการเป็นสุดยอดกองกลางระดับโลก โดยสามารถวิ่งพล่านไปทั่วสนาม ทำให้เข้ามาติดอยู่ในทีมชุดนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ขณะที่กองกลางอีก 2 คนมาจาก แมนฯ ซิตี้ ทั้ง อิลคาย กุนโดกัน และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมและเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยให้ "เรือใบสีฟ้า" คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทำให้เบียด เมสัน เม้าน์ท ของ "สิงห์บลูส์" หลุดจากทีมไปอย่างเฉียดฉิว

กองหน้า: ริยาด มาห์เรซ (แมนฯ ซิตี้), เซร์คิโอ อเกวโร่ (แมนฯ ซิตี้), ฟิล โฟเด้น (แมนฯ ซิตี้)

ริยาด มาห์เรซ ทำผลงานได้อย่างสุดยอดในเกมที่ แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ในรอบรองชนะเลิศ ทั้งสองนัด รวมทั้งตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ชนะทั้ง ฮาคิม ซิเย็ค และ คริสเตียน พูลิซิช ของ เชลซี

ส่วนฝั่งซ้าย ฟิล โฟเด้น ของ แมนฯ ซิตี้ ติดเข้ามา หลังพิสูจน์ให้เห็นถึงฝีเท้าที่เยี่ยมยอด และยิงไปแล้ว 16 ประตูในฤดูกาลนี้ และถูกยกให้ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะ "เรือใบสีฟ้า" ที่ควรได้สวมเสื้อหมายเลข 10 คนต่อไป

ขณะที่กองหน้าตัวเป้าเป็น เซร์คิโอ "กุน" อเกวโร่ ดาวยิง แมนฯ ซิตี้ ที่แม้ฤดูกาลนี้จะโดนอาการบาดเจ็บรบกวนตลอด แต่ก็แสดงให้เห็นผลงานระดับโลกตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ก่อนที่ซีซั่นหน้าจะย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า




ไอ้หนูวิลล็อคเจ๋งคว้าแข้งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ฯเดือนพ.ค.

 


ฟอร์มร้อนแรงเกินห้ามใจ! โจ วิลล็อค ซิวแข้งยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีก เดือนปิดท้ายฤดูกาล หลังทำประตูได้ทั้ง 4 เกมที่ลงเล่นให้ นิวคาสเซิ่ล

   
โจ วิลล็อค กองกลาง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ยืมตัวมาจาก อาร์เซน่อล ผงาดคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำเดือนพฤษภาคม จากการประกาศผลโหวตอย่างเป็นทางการเมื่อวันเสาร์ที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา

วิลล็อค วัย 21 ปี โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเดือนสุดท้ายของซีซั่น โดยทำไป 4 ประตูจาก 4 นัดติด ส่งผลให้หากรวมย้อนไปถึงเดือนเมษายน ยิงได้ 7 เกมติด และกลายเป็นนักเตะ "สาลิกาดง" คนแรกที่ทำได้ต่อจาก อลัน เชียเรอร์ ตำนานกองหน้าทีมชาติอังกฤษ

นอกจากนั้น วิลล็อค ยังกลายเป็นนักเตะ นิวคาสเซิ่ล คนแรกที่ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของศึก พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ที่ ทิม ครูล นายทวารชาวดัตช์ เคยได้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 อีกด้วย

จากผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้ วิลล็อค ได้เสียงโหวตเอาชนะทั้ง แกเร็ธ เบล, อลีสซง เบ็คเกอร์, คริสติยอง เบนเตเก้, ซาดิโอ มาเน่, นิโกล่าส์ เปเป้, อารอน แรมส์เดล และ โรดริโก้

รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

กันยายน: โดมินิค คัลเวิร์ต เลวิน (เอฟเวอร์ตัน)
ตุลาคม: ซน ฮึง-มิน (สเปอร์ส)
พฤศจิกายน: บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)
ธันวาคม: บรูโน่ แฟร์นันด์ส (แมนฯ ยูไนเต็ด)
มกราคม: อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯ ซิตี้)
กุมภาพันธ์ : อิลคาย กุนโดกัน (แมนฯ ซิตี้)
มีนาคม : เคเลชี่ อิเฮียนาโช่ (เลสเตอร์)
เมษายน: เจสซี่ ลินการ์ด (เวสต์แฮม)
พฤษภาคม: โจ วิลล็อค (นิวคาสเซิ่ล)




วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

ผลงานยังเข้าตา!แมนยูเล็งยื่นสัญญาใหม่รั้งโซลชา

 


"ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนการที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถึงแม้เจ้าตัวเพิ่งพาทีมพ่าย บียาร์เรอัล ในเกมรอบชิงฯ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ก็ตาม 

 

  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ 3 ปี ให้กับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์วีเจี้ยน ตามรายงานจาก เทเลกราฟ สื่อดังเมืองผู้ดี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา


    
โซลชา ซึ่งปัจจุบันมีสัญญาถึงปี 2022 ยังไม่สามารถพา "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์ได้เลย นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งกุนซือใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงกลางเดือนธันวาคม ปี 2018 แถมล่าสุดพาทีมแพ้ดวลจุดโทษ บียาร์เรอัล ในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบชิงชนะเลิศ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา กระนั้นบอร์ดบริหาร แมนฯ ยูไนเต็ด รู้สึกพอใจผลงานโดยรวม และยังเชื่อมั่นในฝีมือของ กุนซือวัย 48 ปี ที่พาสโมสรจบอันดับสอง ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลล่าสุด


เทเลกราฟ ระบุว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมยื่นสัญญาฉบับใหม่ 3 ปี ให้ โซลชา ภายในช่วงซัมเมอร์นี้ และจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในเรื่องงบเสริมทัพ โดยเฉพาะการเสริมผู้เล่นในตำแหน่งตัวรุกริมเส้น, มิดฟิลด์ตัวกลาง และ กองหลัง ที่ โซลชา มองว่าเป็นจุดอ่อนของทีม

ทั้งนี้ โซลชา คุมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งไปแล้วทั้งสิ้น 151 นัด มีสถิติชนะ 84, เสมอ 34, แพ้ 33




ทางการ!ลิเวอร์พูลประกาศคว้าโกนาเต้-ฟังเจ้าตัวเปิดใจ


 ลิเวอร์พูล คว้า อิบราฮิม่า โกนาเต้ มาเสริมแนวรับเรียบร้อย ด้วยค่าตัวราว 1,584 ล้านบาท ขณะที่เจ้าตัวรับสุดปลื้มได้มาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ และขอบคุณ ไลป์ซิก ช่วยให้เติบโตจนกลายเป็นนักเตะที่ดี


ลิเวอร์พูล ประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า "หงส์แดง" บรรลุข้อตกลงกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ถึงเรื่องการดึงตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปราการหลังวัย 22 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ โดยเหลือแค่เคลียร์เอกสารหลังผ่านตรวจร่างกายแล้ว ขณะที่ค่าตัวย้ายทีมในการย้ายทีมครั้งนี้อยู่ที่ 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,584 ล้านบาท) ตามค่าฉีกสัญญาที่มีอยู่กับ ไลป์ซิก

โกนาเต้ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับ ไลป์ซิก ตั้งแต่ย้ายมาจาก โซโชซ์ เมื่อปี 2017 โดยลงเล่นใน บุนเดสลีกา ไปแล้ว 65 นัด ทำได้ 2 ประตู แต่ในฤดูกาลนี้มีช่วงหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บข้อเท้าจนส่งผลให้ได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 14 นัดเท่านั้น

ปราการหลังชาวเมืองน้ำหอม เผยผ่านเว็บไซต์ "หงส์แดง" ว่า "ผมมีความสุขมากที่ได้เข้ามาร่วมสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นทั้งสำหรับผมและครอบครัว ผมรอคอยที่จะได้เจอกับเพื่อนร่วมทีมใหม่, ทีมงาน และเริ่มต้นเส้นทางใหม่นี้"

"ตอนนี้ ผมต้องการมีสมาธิกับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปีกับทีมชาติฝรั่งเศส แต่หลังจบการแข่งขัน ผมจะได้เข้าร่วมกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก นั่นทำให้ผมรู้สึกดีมากๆ"

"ผมทำงานหนักมาตลอดหลายปีเพื่อมาถึงจุดนี้ แต่ผมก็อยากจะขอบคุณทุกๆ คนที่ แอร์เบ ไลป์ซิก และผู้คนทั้งหลายที่ผมทำงานด้วยที่นั่น ทั้งบรรดาโค้ช, เพื่อนร่วมทีม, สตาฟฟ์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเหล่าแฟนบอล"

"การสนับสนุนของพวกคุณช่วยให้ผมเติบโตขึ้นระหว่างที่ผมใช้เวลาที่นั่น และไม่ใช่แค่การได้เป็นผู้เล่นที่ดี แต่ยังเป็นคนที่ดีขึ้นอีกด้วย ซึ่งผมจะซาบซึ้งตลอดไป" โกนาเต้ ทิ้งท้าย




มินามิโนะซัดเปิด-โอซาโกะกด5ตุง!ญี่ปุ่นโหดถล่มยับเมียนมาลิ่วรอบ3คัดบอลโลก

 


ทาคุมิ มินามิโนะ กดสองประตู ยูยะ โอซาโกะ ยิงไปห้า ช่วยทีม "ซามูไรบลูส์" ญี่ปุ่น ถล่มเละ เมียนมา 10-0 ลงเล่น 6 นัดเก็บได้ 18 แต้มเต็ม ตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 3 ไปเป็นที่เรียบร้อย ในเกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม เอฟ เมื่อ วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย (รอบ 2 กลุ่ม เอฟ)
วันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2564 
ญี่ปุ่น 10-0 เมียนมา 


สนาม : ฟูกูดะ เด็นชิ อารีน่า, จิบะ

เกมฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่ม เอฟ ญี่ปุ่น เปิดสนามฟูกูดะ เด็นชิ อารีน่า ต้อนรับ เมียนมา

เกมนี้ ฮาจิเมะ โมริยาสึ กุนซือทัพ "ซามูไรน้ำเงิน" ระดมขุมกำลังมาแบบจัดเต็มทีเดียวในโปรแกรมทีมชาติฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก ครั้งนี้ โดยนัดนี้ โมริยาสึ จะใช้งาน 26 ขุนพลที่ค้าแข้งลีกยุโรปทั้งหมด คู่กลางใช้ วาทารึ เอ็นโดะ คุมเกมร่วมกับ ฮิเดะมาสะ โมริตะ ปล่อยให้ จุนยะ, ไดอิจิ คามาดะ และ เคียวโงะ ทาคุมิ มินามิโนะ คอยปั้นเกม หน้าเป้าจัด ยูยะ โอซาโกะ กองหน้า เบรเมน ล่าตาข่าย

ฝั่ง เมียนมา ของ อ็องตวน เฮย์ เกมนี้ไม่มีชื่อของ จอ กู่ กู่ กองหน้าตัวเก่งที่กดไปแล้ว 16 ประตูจาก 53 นัดที่เล่นทีมชาติ

เริ่มเกมมา 8 นาที กลายเป็นเจ้าถิ่น ขึ้นนำอย่างรวดเร็ว เมื่อ ทาคุมิ มินามิโนะ เล่นชิ่งกับ ไดอิจิ คามาดะ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนดีดบอลข้าม เนียง ซานน์ เซตต์ เป็นสกอร์ให้ ญี่ปุ่น นำ 1-0

นาทีที่ 22 ทีมแดนปลาดิบมาได้ประตูเพิ่ม เมื่อ ทาคุมิ มินามิโนะ ไหลบอลให้ ยูโตะ นางาโตโมะ เติมขึ้นมาเปิดจากริมกรอบเขตโทษฝั่งซ้าย บอลเข้าหัว ยูยะ โอซาโกะ โขกเต็มหัว พร้อมเปลี่ยนสกอร์ให้ ญี่ปุ่น นำห่าง 2-0

นาทีที่ 30 ญี่ปุ่น มาได้จุดโทษอีกเมื่อ ฮิโรกิ ซากาอิ โดน ซอ เย ตุน ชนล้มในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้แบบไม่ลังเล ก่อน ยูยะ โอซาโกะ รับหน้าที่สังหารไม่พลาด ให้ ญี่ปุ่น นำโด่ง 3-0

6 นาทีต่อมา เจ้าถิ่นฉีกหนีไปอีก เมื่อ จุนยะ อิโตะ หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ก่อนเปิดไปเสาสองให้ ยูโตะ นางาโตโมะ โหม่งย้อนกลับมาที่เสาแรกให้ ยูยะ โอซาโกะ ชาร์จจ่อๆไม่เหลือ ญี่ปุ่น นำห่าง 4-0 พร้อมกับเป็นประตู แฮตทริกของ ยูยะ โอซาโกะ ในเกมนี้ด้วย

ช่วงเวลาที่เหลือแม้จะยังเป็น ญี่ปุ่น ดาหน้าบุกใส่ แต่ก็เจาะประตูเพิ่มไม่ได้ หมดครึ่งแรก เจ้าถิ่นจึงเปิดบ้านนำ เมียนมา 4-0

เริ่มครึ่งมา นาทีที่ 50 ญี่ปุ่น ได้ประตูอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อ ทาคุมิ มินามิโนะ จ่ายให้ ยูยะ โอซาโกะ กดลูกที่ 4 ในเกมนี้ ช่วยเจ้าถิ่นหนีห่าง 5-0

นาทีที่ 57 ญี่ปุ่น ยิงถึงครึ่งโหล จนได้ เมื่อ ทาคุมิ มินามิโนะ ไหลบอลให้ เซอิ มูโรยะ เปิดบอลเข้ากลางให้ ฮิเดะมาสะ โมริตะ วิ่งมาแปจ่อๆไม่เหลือ สกอร์ ขึ้น 6-0

เท่านั้นยังไม่พอ นาทีที่ 66 ยูยะ โอซาโกะ จ่ายบอลทะลุช่องให้ ทาคุมิ มินามิโนะ หลุดแผงหลัง เมียนมา ยกกระบิไปล็อคหลบ ซอ คยอว์ หนึ่งจังหวะ ก่อนยิงเข้าไปอย่างเหนือชั้น สกอร์ฉีกขาดที่ ญี่ปุ่น นำ 7-0

นาทีที่ 83 ญี่ปุ่น มาบวกประตูเพิ่มอีก เมื่อ เซอิ มูโรยะ เติมขึ้นมาทางฝั่งขวาของสนามอีกครั้ง ก่อนเปิดเข้ากลางให้ ไดอิจิ คามาดะ แต่งบอลยิงง่าย พร้อมหนีห่าง เมียนมา ไป 8-0

จากนั้น นาทีที่ 88 ยูยะ โอซาโกะ กดลูกที่ 5 ในเกมนี้ ช่วยเจ้าถิ่นหนีห่าง 9-0 ก่อนนาทีที่ 90+1 ทาคุมิ มินามิโนะ จะเปิดบอลให้ โก อิตะคูระ โขกปิดท้าย ขยับสกอร์ให้เจ้าถิ่น ได้ประตูเลขสองหลัก นำห่าง 10-0

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ หมดเวลาจึงเป็น ญี่ปุ่น ถล่มเอาชนะ เมียนมา ไป 10-0 ลงเล่น 6 นัดเก็บได้ 18 แต้มเต็ม จบแชมป์กลุ่ม พร้อมตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 3 ไปเป็นที่เรียบร้อย

รายชื่อนักเตะของทั้งสองทีม

ญี่ปุ่น (4-2-3-1) : เออิจิ คาวาชิมะ - ฮิโรกิ ซากาอิ (เซอิ มูโรยะ น.46), มายะ โยชิดะ (นาโอมิชิ อูเอดะ น.46), โก อิตะคูระ, ยูโตะ นางาโตโมะ - วาทารึ เอ็นโดะ (เคนโตะ ฮาชิโมโตะ น.70), ฮิเดะมาสะ โมริตะ (เกนกิ ฮารากูชิ น.62) - จุนยะ อิโตะ (ทาคูมะ ฮาซาโนะน.79), ไดอิจิ คามาดะ, ทาคุมิ มินามิโนะ, - ยูยะ โอซาโกะ

เมียนมา : (4-2-3-1) : เนียง ซานน์ เซตต์ - เดวิด ตัน, ฮเตต พโย ไว (เตียน ตัน วิน น.60), ลวิน มอ ออง (ติน วิน ออง น.74), ลวิน ม่อง ม่อง - ซอ คยอว์, วิน เนียง ตุน (สวอน มัง น.86)- ม่อง ม่อง วิน (มอว์ ยาร์ ลาร์ ดิน น.46), ซอ เย ตุน, ยานเนียง ออ (ตาน ฮเตต ออง น.87)- ซิน มิน ตุน




เขาคือใคร?รู้จัก อิบราฮิม่า โกนาเต้ กองหลังคนใหม่ลิเวอร์พูล

 


ทำความรู้จัก อิบราฮิม่า โกนาเต้ ปราการหลังคนใหม่ ลิเวอร์พูล ดูกันมีใครเป็นไอดอล, เส้นทางลูกหนังเป็นอย่างไรบ้าง และจุดอะไรที่น่าเป็นห่วง

    
ลิเวอร์พูล ประกาศยืนยันผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรเมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า "หงส์แดง" บรรลุข้อตกลงกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ทีมดังในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ถึงเรื่องการดึงตัว อิบราฮิม่า โกนาเต้ กองหลังดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ปราการหลังวัย 22 ปี จะย้ายมาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้ หลังผ่านตรวจร่างกายแล้ว ขณะที่ค่าตัวย้ายทีมในการย้ายทีมครั้งนี้อยู่ที่ 36 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,584 ล้านบาท) ตามค่าฉีกสัญญาที่มีอยู่กับ ไลป์ซิก

วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับกองหลังคนใหม่ของ "หงส์แดง" ให้มากขึ้นว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร และผลงานเป็นอย่างไรบ้าง

ประวัติส่วนตัว



โกนาเต้ เกิดที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ปี 1999 โดยปัจจุบันอายุ 22 ปี ขณะที่ความสูงอยู่ที่ 1.94 เมตร

กองหลังน้ำหอม เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังด้วยการไปอยู่กับทีมเยาวชนของ ปารีส เอฟซี เมื่อปี 2009 และย้ายไปอยู่กับ โซโชซ์ ในปี 2014 โดยมีโอกาสลงเล่นในลีกไป 12 นัด ทำได้ 1 ประตู ก่อนโยกมาอยู่กับ ไลป์ซิก เมื่อปี 2017

ชีวิตกับ ไลป์ซิก



โกนาเต้ มาอยู่กับ ไลป์ซิก ในปี 2017 และเซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่ซีซั่น 2018/19 จะเป็นแกนหลักของทีมจนได้ลงเล่นไป 43 นัดในทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาล 2019/20 และ 2020/21 โกนาเต้ ไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนัก หลังจากโดนอาการบาดเจ็บรบกวน และซีซั่นล่าสุดก็เจ็บข้อเท้าจนส่งผลให้ได้ลงเล่นในลีกไปเพียง 14 นัดเท่านั้น

ชื่อเล่น



"อิบู" เป็นชื่อที่คุณแม่มักจะใช้เรียกเขาอย่บ่อยๆ และเขาก็ภาคภูมิใจกับชื่อนี้มากๆ จนถึงขั้นพูดชื่อดังกล่าวต่อหน้าบรรดาสตาฟฟ์ของ ไลป์ซิก ตอนที่เพิ่งมาอยู่กับทีม

ไอดอล



แม้ว่าจะเป็นคนฝรั่งเศส แต่ไอดอลของ โกนาเต้ ไม่ใช่บรรดาตำนานแข้งน้ำหอม โดยผู้เล่นที่เขาชื่นชอบมากๆ คือ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม เรอัล มาดริด โดยถึงขั้นยกให้เป็นกองหลังที่เก่งที่สุดของโลกในยุคนี้เลย

จุดเด่น



โกนาเต้ เป็นกองหลังที่มีความเร็ว โดยสถิติบอกว่าเขาเป็นหนึ่งใน 3 เซนเตอร์แบ็กจาก 5 ลีกชั้นนำของทวีปยุโรปที่วิ่งได้เร็วที่สุดในช่วง 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ โกนาเต้ ยังเล่นลูกกลางอากาศได้ดีมากๆ ด้วย โดยในซีซั่น 2020/21 มีเปอร์เซ็นต์ชนะการดวลลูกกลางอากาศสูงถึง 85.7 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว

หากนับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2019/20 ใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปมีแค่ บรูโน่ อัลเวส กองหลัง ปาร์ม่า เท่านั้น ที่มีเปอร์เซ็นต์ชนะดวลลูกกลางอากาศมากกว่า โกนาเต้ (81% ต่อ 78%)

เพิ่มทางเลือกให้ ลิเวอร์พูล



การได้ โกนาเต้ มาร่วมทีมจะทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ สามารถเปลี่ยนมาใช้ระบบ 3-4-3 ได้เหมือนกัน เพราะกองหลังน้ำหอมถนัดอยู่แล้วกับการเล่น 3 เซนเตอร์แบ็ก หลังลงทำหน้าที่นี้มาตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา ตามที่ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ กุนซือคนหนุ่มใช้กับ ไลป์ซิก

ปัญหาที่น่าเป็นห่วง



แม้ว่าฝีเท้าของ โกนาเต้ จะยอดเยี่ยม แต่ก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานหลายหนในช่วง 2 ซีซั่นที่ผ่านมา ทั้งเจ็บกล้ามเนื้อ 3 รอบ และหลังจากนั้นก็ต้องมาเจ็บตรงข้อเท้าอีก

อาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าทำให้ โกนาเต้ ต้องพักราว 2 เดือนเลยทีเดียว ยิ่งไปกว่านั้นหากย้อนไปตั้งแต่สมัยที่ยังเป็นเด็กปั้นของ โซโชซ์ ก็เคยต้องเข้ารับการผ่าตัดมาแล้ว

คำชมจาก เจอร์เก้น คล็อปป์



คล็อปป์ กล่าวถึงลูกทีมคนใหม่ว่า "ผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่เราได้นักเตะที่มีคุณภาพสูงอย่าง อิบราฮิม่า โกนาเต้ มาร่วมทีม เขาเป็นคนที่ผมชื่นชอบมานานมากแล้ว หลังจากที่เราต้องเจอปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตลอดซีซั่นที่ผ่านมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจุดนี้คือจุดที่เราต้องการเสริมทัพ"