วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2564

หยุดสถิติฮาแลนด์! 5 ประเด็นเด็ดหลังแมนซิตี้หวิดแย่แต่ยังชนะดอร์ทมุนด์


 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกือบเอาตัวไม่รอดหลังมาได้ประตูชัยในนาทีสุดท้ายช่วยให้กุมความได้เปรียบเหนือ ดอร์ทมุนด์ ไปก่อนในนัดแรก เกมนี้เป็นบทเรียนให้แก่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ว่าควรจะปิดเกมให้ได้ไม่อย่างนั้นอาจส่งผลเสียหายตามในภายหลัง ยิ่งแนวรุก "เสือเหลือง" แต่ละคนมีทีเด็ดอยู่พอสมควร นัดที่สองคงต้องมีสมาธิมากกว่านี้ เรามาสรุปประเด็นที่เกิดขึ้นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เกมนี้กัน


1.แผนเรือไร้กองหน้า-ส่งสัญญาณถึงฮาแลนด์?



เมื่อ เป๊ป เข้ามาฟุตบอลยุโรปรอบนี้ในช่วงตลอดหลายปีที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่เขามักจะโดนวิจารณ์เรื่องการตัดสินใจเลือกนักเตะลงสนาม ซึ่งเกมนี้ก็มีข้อครหาอยู่บ้างกับการเลือกไม่ใช้กองหน้าเลยสักคนทั้งที่มี เซร์คิโอ อเกวโร่ และ กาเบรียล เชซุส อยู่ในทีม

แผนการเล่นแบบ 4-2-4-0 เราได้เห็นบ่อยครั้งมากในลีกฤดูกาลนี้เนื่องจาก อเกวโร่ มักจะบาดเจ็บ ส่วน เชซุส ยังรักษาฟอร์มให้ต่อเนื่องไม่ได้ แต่พวกเขาก็ยังเก็บผลการแข่งขันได้ตามเป้าด้วยระบบการเล่นแบบไร้กองหน้าซึ่งตัวทีเด็ดก็มาจากองกลางที่สลับหน้ากันมายิงทั้ง เดอ บรอยน์, อิลคาย กุนโดกัน หรือ ฟิล โฟเด้น

แต่เกมนี้แม้จะคว้าชัยชนะแต่พวกเขาควรจะมีนักเตะในตำแหน่งหมายเลข 9 ที่คอยจบสกอร์ในกรอบเขตโทษเพื่อไม่ต้องลุ้นเหนื่อยถึงท้ายเกมแบบนี้ ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นข่าวลือกับศูนย์หน้าฝั่งตรงข้ามอย่าง เออร์ลิง ฮาแลนด์ ในซัมเมอร์นี้คงต้องจับตาการเสริมทัพว่าจะนำเข้ากองหน้าวัย 20 ปีรายนี้มาได้หรือไม่? แต่การจัดแผนนี้เป๊ปอาจจะกำลังบอกว่ากองหน้าที่มีอยู่ไว้ใจไม่ได้หรือเปล่า?

2.หยุดสถิติฮาแลนด์



แม้เกมนี้ ฮาแลนด์ จะมีส่วนสำคัญกับประตูตีเสมอซึ่งนั่นคือการแอสซิสต์ให้ มาร์โก รอยส์ แต่น่าเสียดายที่ตัวเขาเองไม่มีชื่อเป็นผู้ทำประตู ความจริงเขามีโอกาสหลุดเดี่ยวไปดวลตัวต่อตัวกับ เอแดร์ซอน ครั้งหนึ่งแต่ยิงไม่ผ่านเซฟ

เชื่อว่าก่อนเกมหลายคนคงจับตาดูฟอร์มของเขาเพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวเรื่องย้ายทีมมาไม่หยุดไม่หย่อน แต่นัดนี้เขาขโมยสปอตไลท์มาไม่ได้ และเกมนี้เองก็ทำให้ ฮาแลนด์ ยิงประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้หลังจากยิงมาครบทุกนัดตั้งแต่เจอ ลาซิโอ, เซนิต, คลับ บรูช, เซบีย่า รอดูกันสัปดาห์หน้าว่า ฮาแลนด์ จะสอยตาข่าย แมนฯ ซิตี้ ได้หรือไม่

3.เบลลิงแฮมเจ๋งจริง



จู๊ด เบลลิงแฮม มิดฟิลด์ชาวอังกฤษเพิ่งจะอายุเพียงแค่ 17 ปีเท่านั้นแต่เขาโชว์ศักยภาพให้เห็นว่าทำไม แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี และ บาเยิร์น รวมถึง ดอร์ทมุนด์ ถึงต้องแข่งขันกันแย่งชิงตัวมาจาก เบอร์มิงแฮม ซิตี้ เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว

ฤดูกาลนี้เขาทำผลงานยอดเยี่ยมกับ ดอร์ทมุนด์ รวมถึงเกมนี้ด้วย ช่วงต้นเกมเขามีโอกาสโชว์สเต๊ปเข้ายิงไปติดเซฟของ เอแดร์ซอน และต่อมายังเกือบทำประตูตีเสมอในจังหวะที่ฉกบอลจากนายด่านแมนฯ ​ซิตี้แต่โชคร้ายที่เป็นการฟาวล์เสียก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เบลลิงแฮม มีส่วนสำคัญในประตูตีเสมอ โดยเป็นคนจ่ายให้ ฮาแลนด์ แอสซิสต์ต่อให้กับ มาร์โก รอยส์ ซัดประตู

ด้วยฟอร์มแบบนี้แล้ว แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษมีเรื่องที่ต้องตัดสินใจในซัมเมอร์นี้ คาดว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เดแคลน ไรซ์ และ คัลวิน ฟิลลิปส์ จะมีชื่อติดทัพลุยยูโรแน่ นั่นหมายความว่าจะเหลือที่ว่างอีกที่เดียวให้กับตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ดังนั้น เบลลิงแฮม คงต้องแข่งขันกับ เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล

4.จังหวะปัญหาซานโช่ขอมีเอี่ยว



ก่อนหมดครึ่งแรกมีจังหวะที่ ดอร์ทมุนด์ เกือบได้ประตูตีเสมอเมื่อ ราฟาแอล เกร์เรยโร่ ตักบอลแรงไปถึง เอแดร์ซอน ที่ออกมานอกเส้นประตูแต่นายทวารเรือใบดันเคลียร์บอลช้าเลยโดน จู๊ด เบลลิงแฮม ฉกจากเท้าไปยิงประตู ทว่าผู้ตัดสินมองว่าเป็นการใช้เท้ายันจึงเป็นการฟาวล์ก่อนเลยไม่ให้ประตู

ช็อตนี้ทำให้แข้ง “เสือเหลือง” ในสนามเซ็งพอสมควร โดย เจดอน ซานโช่ ที่พลาดลงดวลทีมเก่าเนื่องจากบาดเจ็บก็ไม่ได้หายไปไหน เจ้าตัวโผล่มาในทวิตเตอร์พร้อมกับพิมพ์ข้อความแสดงออกถึงความไม่แฮปปี้กับจังหวะนี้ว่า “ผู้ตัดสินจำเป็นต้องเช็ก(วีเออาร์)”

น่าเสียดายเหมือนกันที่ ซานโช่ อดแสดงฝีมือในเกมนี้ซึ่งเขามีสิทธิ์พลาดลงเล่นนัดที่สองด้วยเพราะยังไม่สามารถลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้เลย อาการบาดเจ็บนี้ก็อาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับยูโรที่จะถึงนี้ด้วย รอดูกันว่าเขาจะฟิตร่างทันเจออดีตต้นสังกัดในสัปดาห์หน้าหรือไม่?

5.โฟเด้นเซฟซิตี้



แมนฯ ซิตี้ เซ็งไม่น้อยกับการเสียอเวย์โกล์ในช่วงท้ายเกมและพวกเขากำลังจะเดินเข้าสู่นัดที่สองแบบเสียเปรียบอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าหนูที่ชื่อว่า ฟิล โฟเด้น

ความจริงเจ้าหนูโฟเด้นควรต้องยิงประตูปิดเกมให้ทีมนำห่าง 2 ประตูด้วยซ้ำจากจังหวะที่ เดอ บรอยน์ หลุดมาทางริมเส้นแล้วปาดเข้ากลางให้ โฟเด้น ยิงจ่อๆ ที่ติดเซฟนายด่านดอร์ทมุนด์ ซึ่งหลังจากนั้นทีมก็มาเสียประตูตีเสมอ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดกับนักเตะดาวรุ่งทั่วไป การพลาดโอกาสทองอาจจะส่งผลต่อสภาพจิตใจนักเตะไม่น้อย แต่สำหรับโฟเด้น เขายังรวบรวมสมาธิจนมากดประตูชัยท้ายเกมได้สำเร็จ

ประตูนี้ก็ทำให้เขากลายเป็นนักเตะอังกฤษอายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ที่ยิงประตูใน ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก 8 ทีมสุดท้ายด้วยวัยเพียง 20 ปีกับ 313 วัน ตามหลังแค่ อลัน สมิธ ที่ยิงให้ ลีดส์ ในปี 2001 (อายุ 20 ปี 158 วัน) กับ ธีโอ วัลคอตต์ ที่ยิงให้ อาร์เซน่อล ปี 2009 (อายุ 20 ปี 30 วัน)




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น