วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2564

3 เกร็ดผลงานของทีมอังกฤษจากเกม ยูโรปา ลีก นัดล่าสุด

 


กลายเป็นว่าทีมอังกฤษไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศของศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก กันได้แบบพร้อมหน้า หลังจากที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปแพ้ ดินาโม ซาเกร็บ 0-3 ในช่วงต่อเวลาพิเศษของการแข่งขันนัดสอง จนทำให้พวกเขาแพ้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-3 แบบที่พลิกล็อกพอตัว


ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็ไม่ได้มีผลงานน่าประทับใจเท่าไหร่เช่นกันเพราะในนัดสองพวกเขาแพ้ โอลิมเปียกอส คาบ้าน 0-1 ยังดีที่นัดแรกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ชนะมาก่อน 3-1 จนทำให้ยังเข้าได้รอบจากการชนะด้วยสกอร์รวม 2 นัด 3-2 ในทางตรงกันข้าม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ผลการแข่งขันที่ดีเพราะสามารถบุกไปชนะ เอซี มิลาน 1-0 ได้ถึง ซาน ซิโร่ จนทำให้พวกเขาชนะจากสกอร์รวม 2-1

ทั้งนี้ ผลงานของ 3 ทีมจากอังกฤษในนัดล่าสุดทำให้มันมีเกร็ดที่น่าสนใจบางอย่าง มีอะไรบ้างลองไปดูกันดีกว่า

: อาร์เซน่อล 0-1 โอลิมเปียกอส

- เกมรับรั่วไม่เลิก



ผลการแข่งขันในนัดล่าสุดทำให้ อาร์เซน่อล เสียประตูแล้วถึง 11 เกมติดต่อกันจากทุกรายการ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในช่วงเวลานั้นพวกเขาจะเก็บชัยชนะได้เพียงแค่ 5 นัด ส่วนครั้งสุดท้ายที่ทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า รู้จักกับคำว่าคลีนชีทมันก็ต้องย้อนไปถึงเกมลีกที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-0 เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมานู่นเลย

เรื่องดังกล่าวส่งผลให้นี่เป็นการเสียประตูติดต่อกันจากทุกรายการมากที่สุดของ อาร์เซน่อล นับตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม ปี 2019 แต่มันก็ยังไม่เลวร้ายเท่ากับตอนนั้น เพราะในช่วงนั้น อาร์เซน่อล เสียประตูในทุกรายการมากถึง 14 เกมติดต่อกันเลย

- ไปไกลบ่อย



แม้ว่าจะแพ้ในเกมนี้ แต่อีกด้านหนึ่ง อาร์เซน่อล ก็สามารถเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกฟุตบอลถ้วยยุโรป (นับรวม แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ ยูโรปา ลีก) ได้ถึง 4 จาก 5 ครั้งหลังสุด ซึ่งถือว่าสวนทางกับ 5 ครั้งแรกที่พวกเขาได้เล่นรอบ 16 ทีมสุดท้ายของเกมถ้วยยุโรปอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนั้นพวกเขาไปไม่ถึงรอบก่อนรองชนะเลิศเลย

: ดินาโม ซาเกร็บ 3-0 สเปอร์ส (ต่อเวลาพิเศษ)

- พลาดทั้งที่ได้เปรียบ



มีน้อยคนที่จะคิดว่า สเปอร์ส จะตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายของ ยูโรปา ลีก ซีซั่นนี้ หลังจากที่ในนัดแรกพวกเขาชนะมาก่อน 2-0 แต่เรื่องที่เชื่อได้ยากก็เกิดขึ้นไปแล้ว และมันก็ส่งผลให้ สเปอร์ส กลายเป็นทีมจากอังกฤษทีมแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 ที่ตกรอบน็อกเอาต์ของเกมถ้วยยุโรปทั้งที่ในนัดแรกชนะไปด้วยผลต่าง 2 ลูก

ทั้งนี้ ทีมสุดท้ายก่อนหน้าพวกเขาที่เคยทำพลาดแบบไม่น่าให้อภัยแบบนั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั่นเอง โดยตอนนั้น "เรือใบสีฟ้า" ภายใต้การคุมทีมของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า เอาชนะ อาแอส โมนาโก 5-3 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก แต่ในนัดสองกลับแพ้ทีมจากฝรั่งเศส 1-3 จนทำให้สกอร์รวมออกมาเสมอกัน 6-6 แต่ แมนฯ ซิตี้ ต้องตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือน

- มูมือตก



ด้วยความที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของเกมรับ ทำให้ปกติแล้วทีมที่มีเขาเป็นกุนซือก็มักจะเสียประตูได้ง่าย โดยตลอดอาชีพการคุมทีมของ มูรินโญ่ นั้น มีเพียง 3 ครั้งที่ทีมของเขาแพ้เกมถ้วยยุโรปด้วยผลต่าง 3 ลูกขึ้นไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับสาวก สเปอร์ส ก็คือในจำนวน 3 ครั้งที่ว่ามันมีถึง 2 หนที่เกิดขึ้นในตอนที่ มูรินโญ่ เป็นกุนซือของทีมรักของพวกเขา ใช่ ครั้งหนึ่งคือเกมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่วนอีกเกมคือศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ของฤดูกาลก่อนที่ สเปอร์ส แพ้ แอร์เบ ไลป์ซิก 0-3

: เอซี มิลาน 0-1 แมนฯ ยูไนเต็ด

- ชักถูกโฉลกกับ มิลาน



"ปีศาจแดง" และ "ปีศาจแดง-ดำ" ต่างก็เป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่ในวงการลูกหนัง นั่นทำให้ชื่อของพวกเขายังขายได้มาจนถึงตอนนี้และส่งผลให้เกมที่ทั้งคู่เจอกันถือเป็นเกมที่ได้รับความสนใจมากพอตัว อย่างไรก็ตาม ใน 2 ครั้งหลังสุดที่คู่นี้ดวลกันในรอบน็อกเอาต์ของเกมถ้วยยุโรปนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นฝ่ายที่ได้เข้ารอบทั้ง 2 หน โดยครั้งก่อนเกิดขึ้นในเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะด้วยสกอร์รวม 7-2

การผ่าน มิลาน ได้ทั้งหมดในการเจอกัน 2 ครั้งหลังสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด มันต่างกับก่อนหน้านั้นอย่างมาก เพราะ 4 หนก่อนหน้านั้นที่ 2 ปีศาจโคจรมาเจอกันในรอบน็อกเอาต์ของเกมถ้วยยุโรปนั้น ทีมดังจากอังกฤษเป็นฝ่ายที่ต้องอกหักไปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ยูโรเปี้ยน คัพ ฤดูกาล 1957-58 กับ 1968-69 และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่น 2004-05 กับ 2006-07

- ถึงเวลา เฮนเดอร์สัน ?



เรียกได้ว่า ดีน เฮนเดอร์สัน มีโชคช่วยเหมือนกันที่ทำให้เขาได้ลงเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่องในช่วง 5 นัดที่ผ่านมา เพราะถ้าไม่ใช่ว่า ดาบิด เด เคอา จำเป็นต้องไปอยู่กับคนรักจากการที่เธอต้องคลอดทายาทรักของพวกเขาเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้แล้วล่ะก็ มันก็ไม่แน่ว่า เฮนเดอร์สัน อาจจะยังต้องนั่งเป็นตัวสำรองอยู่ในตอนนี้ก็ได้

ทั้งนี้ หากนับรวมผลงานตลอดทั้งซีซั่นนี้แล้วนั้นมันก็จะเห็นว่า เฮนเดอร์สัน สามารถเก็บคลีนชีทได้ 11 เกมจากการลงเฝ้าเสา 18 นัดในการลงเล่นทุกรายการประจำซีซั่นนี้ ขณะที่ เด เคอา เก็บคลีนชีทได้ 10 เกมจากการลงเล่น 29 นัด




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น