วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2564

ซีซั่นแรกต้องปรับตัว!อดีตโค้ชอาแจ็กซ์แนะฟานเดอเบ็คอย่าเพิ่งลาแมนยู

 


ไบรอัน รอย อดีตโค้ชระดับเยาวชนของ อาแจ็กซ์ ระบุ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่ควรรีบย้ายทีม และต้องรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม โดยบอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาต้องใช้เวลาปรับตัวในซีซั่นแรกที่ไปอยู่กับทีมใหม่

  
ไบรอัน รอย อดีตโค้ชทีมเยาวชนของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม กล่าวว่า ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ควรจะอดทนรอโอกาสแจ้งเกิดกับ "ปีศาจแดง" ต่อไปก่อน

ตลอดช่วงหลายฤดูกาลก่อนหน้านี้ ฟาน เดอ เบ็ค ทำผลงานได้โดดเด่นทั้งกับ อาแจ็กซ์ และทีมชาติฮอลแลนด์ จนทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์สายเลือดใหม่ที่เก่งมากคนหนึ่ง ซึ่งมันก็ทำให้เขามีข่าวกับหลายทีม อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด ก่อนที่สุดท้ายทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะได้เขามาร่วมทัพด้วยการจ่ายค่าตัวไปราว 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,400 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ดาวเตะวัย 23 ปียังไม่สามารถโชว์ฟอร์มที่โดดเด่นกับทีมได้ และไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าไหร่ด้วย โดยเขาเพิ่งได้ลงสนามในลีกไปเพียง 13 นัดเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมามีข่าวลืออย่างหนาหูว่า ฟาน เดอ เบ็ค อาจจะบอกลาทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยที่ ยูเวนตุส คือหนึ่งในทีมที่ตกเป็นข่าวกับเขา

รอย ให้สัมภาษณ์กับ ต๊อตโต้ ยูเว่ สื่อในอิตาลีว่า "มันพอจะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีนักเตะฝีเท้าดีในตำแหน่งแบบเดียวกับเขาเต็มไปหมด สภาพตอนนี้มันเหมือนกับว่าคนที่จะได้ลงเล่นคือเขาหรือไม่ก็ (ปอล) ป็อกบา ผมเชื่อว่า โซลชา ก็คิดแบบนั้นอยู่ในตอนนี้"

"อย่าเพิ่งมาพูดว่ามันน่าผิดหวังหรือเป็นความล้มเหลวจะดีกว่า มันมีโอกาสอยู่แล้วที่นักเตะวัยหนุ่มแบบ ดอนนี่ จะต้องใช้เวลาปรับตัวสัก 1 ปี แน่นอนว่าผมเชื่อว่าเขาคงจะไปได้สวยกับ ยูเว่ (ถ้ามีการย้ายทีมเกิดขึ้น) เขาน่ะมีดีพอที่จะเล่นให้กับทีมใหญ่ในทวีปยุโรปได้ทุกทีมนั่นแหละ แต่ตอนนี้เขาต้องมีความอดทนสักหน่อย เดี๋ยวเวลาที่เหมาะสมก็จะมาเอง"




ปรับโครงสร้างใหม่!ไคลเวิร์ตโดนปลดผอ.ลามาเซีย

 


สื่อดังในสเปน รายงาน บาร์เซโลน่า จัดการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการบริหารครั้งใหญ่ ล่าสุดตัดสินใจเลิกจ้าง  พาทริค ไคลเวิร์ต ตำนานดาวยิงของทีม ในฐานะผอ.ลา มาเซียหลังจบฤดูกาลนี้ ส่วนคนที่จะมาแทนว่ากันว่าน่าจะเป็น โฆเซ่ ราม่อน อเล็กซานโก้

     
พาทริค ไคลเวิร์ต เตรียมที่จะออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเยาวชน "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลน่า หลังจากจบฤดูกาลนี้ โดยเป็นหนึ่งในแผนงานของ โจน ลาปอร์ต้า ประธานสโมสรคนใหม่ จากการเปิดเผยของ สปอร์ต สื่อดังในประเทศสเปน

อดีตกองหน้าชาวดัตช์ ซึ่งซัดไป 122 ประตูกับ 59 แอสซิสต์จากการเล่น 257 เกมให้กับ บาร์ซ่า เข้ามารับงานพัฒนานักเตะในอคาเดมี่ ลา มาเซีย เมื่อปี 2019 อย่างไรก็ตามสื่อดังแดนกระทิงดุ ระบุว่า บาร์เซโลน่า ตัดสินใจปลดเขาออกจากตำแหน่งในช่วงซัมเมอร์นี้

จากรายงานระบุว่า ไคลเวิร์ต ได้รับแจ้งข่าวการตัดสินใจครั้งนี้แล้ว และจะอยู่ทำงานให้กับยอดทีมแห่งแคว้นคาตาลันจนถึงเดือนมิถุนายนี้เท่านั้น โดยมีการคาดการณ์กันว่าคนที่จะเข้ามาแทนที่ ตำนานหัวหอกทีมชาติฮอลแลนด์ก็คือ โฆเซ่ ราม่อน อเล็กซานโก้

ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยจาก "อาร์เอซี 1" สถานีวิทยุในคาตาลัน ระบุว่า ราม่อน โกเมซ ปอนติ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและ อัลเบิร์ต โซเลอร์ ผู้อำนวยการกีฬา ก็จะอำลาถิ่นคัมป์ นู เช่นเดียวกัน สำหรับการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ลาปอร์ต้า ต้องการที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทีมงานบริหาร เพื่อที่จะนำ บาร์ซ่า กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง




ไร้บรูโน่! โปรตุเกสเน้นชัย "โด้-โชต้า" นำทัพเยือนถิ่นลักเซมเบิร์ก คัดบอลโลก

 


ทัพฝอยทองเกมที่แล้วชวดได้ประตูชัยจาก โรนัลโด้ อย่างน่าเสียดายหลังแค่บุกเจ๊า เซอร์เบีย 2-2 เกมนี้หวังคว้าชัยให้ได้ในเกมบุกไปเยือน ลักเซมเบิร์ก พร้อมจัด ดีโอโก้ โชต้า ที่เกมล่าสุดซัดสองเม็ด ล่าตาข่ายร่วมกับรุ่นพี่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอ คืนวันอังคารที่ 30 มีนาคมนี้

ปรีวิวฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอ 
ลักเซมเบิร์ก (3) - โปรตุเกส (2)
วันอังคารที่ 30 มีนาคม 2564 เวลา : 01.45 น.
สนาม : สต๊าด โชซี่ บาร์กแตล, ลักเซมเบิร์ก

  ลักเซมเบิร์ก ปลดล็อกคว้าชัยได้เป็นนัดแรกในรอบ 5 เกมรวมทุกรายการหลังบุกไปเฉือนชนะ ไอร์แลนด์ 1-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดล่าสุดทำให้ทีมเยือนรั้งอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนในเวลานี้

ความพร้อมในเกมนี้ ลุค โฮลทซ์ เทรนเนอร์ของทีม ไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเพิ่มเติมจากเกมที่แล้ว

ส่วนการจัดทัพคาดว่า กุนซือวัย 51 ปี คงจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมและยึดมั่นในระบบ 4-1-4-1 ต่อไป พร้อมกับส่ง ดาเนล ซินานี่ ออกสตาร์ทในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าตามเดิมขณะที่ในตำแหน่งริมเส้นซ้าย-ขวาเป็นหน้าที่ของผู้ยิงประตูชัยในเกมกับ ฝอยทอง อย่าง เกอร์สัน โรดริเกส และ แว็งซ็องต์ ธิลล์ ต่อไป

โปรตุเกส ไม่แพ้ใครมา 3 เกมติดต่อกันรวมทุกรายการหลังออกไปเสมอกับ เซอร์เบีย 2-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดล่าสุด ทำให้ทีมเยือนรั้งรองจ่าฝูงของตารางคะแนนในเวลานี้

สภาพทีมในเกมนี้ เฟอร์นันโด ซานโตส เทรนเนอร์ของทีม ยังคงไม่มี ชูเอา มูตินโญ่ ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บจนพลาดการลงสนามในเกมที่แล้ว รวมไปถึง บรูโน่ แฟร์นันด์สที่ติดโทษแบน

ส่วนการจัดทัพคาดว่า ซานโตส จะยึดมั่นในระบบ 4-3-3 ต่อไป โดยที่ผู้เล่นอย่าง รูเบน เนเวส และ เรนาโต้ ซานเชส จะได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในแผงมิดฟิลด์ พร้อมกับมีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตัวชูโรงในแดนหน้าผนึกกำลังร่วมกับ ดีโอโก้ โชต้า และ ชูเอา เฟลิกซ์

อย่างไรก็ตาม ในแผงหลังจะมีการหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่ง เป็นเหตุให้ นูโน่ เมนเดส และ โดมิงโกส ดูอาร์เต้ จะได้ประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายและเซนเตอร์แบ็กแทนที่ของ ชูเอา คันเซโล่ และ โชเซ่ ฟอนเต้ ตามลำดับ

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

ลักเซมเบิร์ก (4-1-4-1) : แอนโธนี่ มอร์ริส - มาร์วิน มาร์ตินส์, เอเนส มาห์มูโตวิช, มักซิม ชาน็อต, โลร็องต์ ยานส์ - คริสโตเฟอร์ มาร์ตินส์ เปเรยร่า - แว็งซ็องต์ ธิลล์, เลอันโดร บาร์เรยโร่ มาร์ตินส์, โอลิวิเย่ร์ ธิลล์, เกอร์สัน โรดริเกส - ดาเนล ซินานี่

โปรตุเกส (4-3-3) : แอนโธนี่ โลเปส - เซดริก โซอาเรส, โดมิงโกส ดูอาร์เต้, รูเบน ดิอาส, นูโน่ เมนเดส - ดานิโล่ เปเรยร่า, เรนาโต้ ซานเชส, รูเบน เนเวส - ดีโอโก้ โชต้า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ชูเอา เฟลิกซ์

ผู้ตัดสิน : เซอร์เกย์ อิวานอฟ (รัสเซีย)

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
17/11/19 คัดยูโร ลักเซมเบิร์ก 0-2 โปรตุเกส
11/10/19 คัดยูโร โปรตุเกส 3-0 ลักเซมเบิร์ก
17/11/15 กระชับมิตร ลักเซมเบิร์ก 0-2 โปรตุเกส
15/10/13 คัดบอลโลก โปรตุเกส 3-0 ลักเซมเบิร์ก
07/08/12 คัดบอลโลก ลักเซมเบิร์ก 1-2 โปรตุเกส

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

ลักเซมเบิร์ก
27/03/21 ชนะ ไอร์แลนด์ 1-0 (เยือน) คัดบอลโลก
24/03/21 แพ้ กาตาร์ 0-1 (สนามกลาง) กระชับมิตร
17/11/20 เสมอ อาเซอร์ไบจาน 0-0 (เหย้า) เนชั่นส์ ลีก
14/11/20 แพ้ ไซปรัส 1-2 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก
11/11/20 แพ้ ออสเตรีย 0-3 (เหย้า) กระชับมิตร

โปรตุเกส
27/03/21 เสมอ เซอร์เบีย 2-2 (เยือน) คัดบอลโลก
24/03/21 ชนะ อาเซอร์ไบจาน 1-0 (สนามกลาง) คัดบอลโลก
17/11/20 ชนะ โครเอเชีย 3-2 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก
14/11/20 แพ้ ฝรั่งเศส 0-1 (เหย้า) เนชั่นส์ ลีก
11/11/20 ชนะ อันดอร์รา 7-0 (เหย้า) กระชับมิตร




ปืนมีหวั่น! ซาลาห์กด2ตุงพาอียิปต์ถล่มโคโมโรส ควงลิ่วเนชั่นส์ คัพ


 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หอกตัวเก่ง "หงส์แดง" เอาฤกษ์เอาชัยก่อนดวลกับทัพปืนโต ด้วยการซัดสองเม็ดพาทีมชาติอียิปต์ไล่ถล่ม โคโมโรส 4-0 โดยทั้งสี่ประตูเกิดขึ้นในช่วง 10 นาทีแรกของครึ่งเวลาแรก พร้อมจูงมือกันผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ แคเมอรูน ต้นปีหน้า ในศึก แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

  
ศึกฟุตบอล แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ รอบคัดเลือก เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม จี ซึ่งเป็นนัดสุดท้าย ระหว่าง อียิปต์ เปิดไคโร อินเตอร์เนชั่นแนล สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ โคโมโรส โดยทั้งสองทีมการันตีเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้แล้ว โดยเกมนี้เป็นการแย่งแชมป์กลุ่มเท่านั้น โดยรอบสุดท้ายของ แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ จะจัดขึ้นที่ประเทศแคเมอรูน ช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ 2565

โดยทัพ "เดอะ ฟาโรห์" ฟอร์มที่ผ่านมายังไร้พ่ายแข่ง 5 นัด ชนะ 2 เสมอ 3 มี 9 คะแนน เท่ากับ โคโมโรส ทว่าลูกได้เสียของ อียิปต์นั้นดีกว่าทำให้นำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม เกมนี้ ฮอสซัม เอล บาดรี้ กุนซือแข้งมัมมี่ ส่ง โมฮาเหม็ด เชอริฟ ยืนล่าตาข่ายร่วมกับ มาห์มูด ฮัสซัน เทรเซเกต์ และโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นครั้งแรก ขณะที่ฝั่ง โคโมรอส น ฝากความหวังไว้ที่ นาสเซอร์ ชาเมด และฟาอิซ เซเลมานี่

เปิดฉากมาแค่ 15 นาทีแรก อียิปต์ ทะยานขึ้นนำไปก่อน 1-0 จากประตูอันสุดสวยของ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ห้องเครื่องจากอาร์เซน่อลที่ปั่นด้วยขวานอกกรอบ บอลโค้งเสียบเสาไกลอย่างงดงาม

อีกสองนาทีถัดมา โมฮาเหม็ด เชริฟ สตาร์ดังจากอัล อาห์ลี่ ซัดให้ อียิตป์ ออกนำห่าง โคโมรอส 2-0 อย่างรวดเร็ว

เท่านั้นไม่พอ นาที 21 โมฮาเหม็ด เชริฟ หักบอลมาหน้าประตูให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ วิ่งมาซัดบริเวณจุดโทษ 12 หลาเข้าไปอย่างเฉียบขาด ทัพฟาโรห์นำโด่ง 3-0



แนวรับโคโมรอสปั่นป่วนไม่หาย แค่สี่นาทีต่อมา ในนาที 25 ทีมชาติอียิปต์ มาได้ประตูนำไปไกลถึง 4-0 จากความผิดพลาดของแข้งโคโมรอสที่ส่งคืนหลังพลาดโดน โมฮาเหม็ด คัฟชา ตัดบอลได้ก่อนแทงทะลุช่องให้ ซาลาห์ แตะผู้รักษาประตูก่อนซัดเลียดมุมแคบเข้าไปอย่างเยือกเย็น เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้ ก่อนที่ ครึ่งเวลาแรกจะจบลงด้วยสกอร์นี้เช่นกัน

ในครึ่งหลัง อียิปต์ ค่อนข้างผ่อนเกมทำให้โอกาสเข้าทำทีมเยือนค่อนข้างน้อย อีกทั้งแนวรับของ โคโมรอส เล่นกันได้ละเอียดขึ้นทำให้ ครึ่งเวลาหลังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น


จบเกม อียิปต์ ไล่ถล่ม โคโมรอส 4-0 คว้าแชมป์กลุ่มด้วยการมี 12 คะแนนชนิดไร้พ่าย กระนั้นยังควง โคโมรอส ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่ แคเมอรูน ต้นปีหน้าได้สำเร็จและนับเป็นครั้งแรกของ โคโมรอส ที่ได้เข้าไปเล่นในรอบ 24 ทีมสุดท้ายอีกด้วย







ฟอร์มเข้าตา!อาร์เซน่อลเล็งสอยหอกฟิออฯเสริมคม

 


สื่อดังปูด "ไอ้ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล กำลังเล็งกระชากตัว ดูซาน วลาโฮวิช หัวหอกฟอร์มร้อน ฟิออเรนติน่า มาร่วมก๊วนหลังจบซีซั่นนี้ แต่อาจจะต้องแย่งชิงกับอีก 4 สโมสรชั้นนำ 


อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีความสนใจที่จะเซ็นสัญญาคว้าตัว ดูซาน วลาโฮวิช กองหน้าคนเก่งของ ฟิออเรนติน่า สโมสรดัวในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาเสริมทัพช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก กัลโช่แมร์คาโต้ สื่อชั้นนำแดนมะกะโรนี เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา

ฤดูกาลนี้ วลาโฮวิช โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น โดยลงเล่นให้ "ม่วงมหากาฬ" ไปแล้วรวมทุกรายการ 30 นัด ทำได้ 12 ประตู จนเป็นที่หมายปองของหลายสโมสร และล่าสุด กัลโช่แมร์คาโต้ ระบุว่า "ไอ้ปืนใหญ่" คือหนึ่งในห้าสโมสรที่อยากได้ตัว หัวหอกทีมชาติเซอร์เบียวัย 21 ปี เช่นเดียวกับ เอซี มิลาน, อาแอส โรม่า, แอร์เบ ไลป์ซิก และ แอตเลติโก มาดริด

ปัจจุบัน วลาโฮวิช เหลือสัญญากับ ฟิออเรนติน่า ถึงสิ้นเดือนมิถุนายน ปี 2023 โดยเชื่อกันว่า ต้นสังกัดตั้งค่าหัวนักเตะไว้ที่ 35 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,505 ล้านบาท)




วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2564

เมสซี่แค่พระรอง!เปิด20อันดับแข้งยอดเยี่ยมตลอดกาลบาร์เซโลน่า

 


ลิโอเนล เมสซี่ หัวหอกบาร์เซโลน่า ได้รับการโหวตเป็นนักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลของสโมสรในอันดับ 2 โดยงานนี้เบอร์ 1 ในดวงใจของเหล่าสาวก "เจ้าบุญทุ่ม" ก็คือ ดีเอโก้ มาราโดน่า ตำนานเพลย์เมกเกอร์ชาวอาร์เจนไตน์ ผู้ล่วงลับไปแล้ว 

   
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะชาวอาร์เจนไตน์ ได้รับการโหวตจากแฟนบอล "เจ้าบุญทุ่ม" ให้เป็นอันดับ 2 นักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลของ บาร์เซโลน่า โดยเป็นรองเพียงแค่ ดีเอโก มาราโดน่า ตำนานชาติเดียวกันที่ล่วงลับไปแล้ว

ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนตินา ทำลายสถิติหลาอย่างให้กับสโมสรรวมทั้งการเป็นเจ้าของดาวซัลโวตลอดกาล และลงสนามมากที่สุดให้กับ บาร์ซ่า รวมทั้งช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากมายมหาศาล แต่แฟนบอลยกให้เขาเป็นรอง มาราโดน่า ซึ่งอยู่ในถิ่นคัมป์ นู แค่ 2 ปีเท่านั้น

ขณะที่นักเตะดังๆ หลายคนอย่าง เซซาร์ โรดริเกซ ตำนานของสโมสรในช่วงยุค 1940-1950, ริวัลโด้ และ เนย์มาร์ ยังไม่มีชื่อติด 1 ใน 10 สำหรับ หลุยส์ ซัวเรซ และ เคราร์ด ปิเก้ มีชื่อติดท็อปเทน แต่ยังเป็นรอง โรนัลโด้ (บราซิล), การ์เลส ปูโยล และ ชาบี เอร์นานเดซ

สำหรับ อันเดรส อิเนียสต้า ซึ่งเป็นนักฟุตบอลชาวสแปนิชที่ได้แชมป์มากที่สุดจำนวน 35 รายการ ติดอันดับ 5 เป็นรอง โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานนักเตะและเทรนเนอร์ของทีมที่ล่วงลับไปแล้ว ส่วน โรนัลดินโญ่ เจ้าของบัลลงดอร์ ปี 2005 ที่มีส่วนสำคัญนำ บาร์ซ่า คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือ ยูโรเปี้ยน คัพ สมัยที่ 2 ของทีมเมื่อปี 2006 ได้รับการโหวตเป็นรองเพียง มาราโดน่า และ เมสซี่ เท่านั้น


20 นักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลของ บาร์เซโลน่า จากการโหวตของแฟนบอล

1. ดีเอโก้ มาราโดน่า
2. ลิโอเนล เมสซี่
3. โรนัลดินโญ่
4. โยฮัน ครัฟฟ์
5. อันเดรส อิเนียสต้า
6. ชาบี เอร์นานเดซ
7. การ์เลส ปูโยล
8. โรนัลโด้
9. เคาราร์ด ปิเก้
10 หลุยส์ ซัวเรซ
11. เนย์มาร์
12. ดานี่ อัลเวซ
13. เซร์คิโอ บุสเกสต์
14. ซามูเอล เอโต้
15. ริวัลโด้
16. ดาบิด บีย่า
17. โรนัลด์ คูมัน
18. โรมาริโอ
19. ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ
20. บิคตอร์ บัลเดส




เคนฮอต-ชอว์คัมแบ็กหรู! อังกฤษบุกอัดแอลเบเนีย เฮ2นัดติดคัดบอลโลก

 


"สิงโตคำราม" ฟอร์มยังยอดเยี่ยมหลังบุกไปคว้าชัยเหนือ แอลเบเนีย 2-0 ลุค ชอว์ คัมแบ็กทีมชาติในรอบเกือบ 3 ปีก่อนจะแอสซิสต์ให้ แฮร์รี่ เคน โขกนำ ก่อนที่สตาร์สเปอร์สจะไหลให้ เมสัน เมาน์ท ซัดปิดกล่องพา อังกฤษ ซิวชัย2นัดติดมี 6 แต้มเต็ม แบบไม่เสียประตู เกมคัดบอลโลก เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


สนาม : แอร์ แอลเบเนีย สเตเดี้ยม, ติราน่า

ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ไอ นัดที่สอง ระหว่าง แอลเบเนีย พบกับทีมชาติอังกฤษ โดย "สิงโตคำราม" เคยมาเยือนที่นี่ในเกมคัดบอลโลกเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา หรือปี 2001 โดยอังกฤษ บุกมาเอาชนะ 3-1 โดยสามประตูของทัพผู้ดีได้จาก ไมเคิ่ล โอเวน, พอลสโคลส์ และแอนดี้ โคล

แอลเบเนีย ผลงานที่ผ่านมาไม่แพ้ใครมา 6 เกมติดแถมชนะรวดมาทุกรายการ 4 นัดติดแล้วล่าสุดเกมเปิดหัวคัดบอลโลกบุกไปเอาชนะ อันดอร์รา 1-0 เกมนี้ฝากความหวังล่าตาข่ายไว้ที่ โซโกล ซิคัลเลชี่, อาร์มานโด โบรฆ่า และเมียร์โต อูซูนี่

ส่วน แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือสิงโตคำรามเปลี่ยน 7 ตำแหน่งจากเกมไล่ถล่ม ซานมาริโน 5-0 สามแนวรุกใช้ ฟิล โฟเด้น, แฮร์รี่ เคน และราฮีม สเตอร์ลิง ที่ออกสตาร์ทตัวจริงนัดที่สองติดต่อกัน เช่นเดียวกับ คาลวิน ฟิลลิปส์, จอห์น สโตนส์ และนิค โพ๊พ ที่ได้ลงต่อเนื่อง

ครึ่งแรกช่วง 10 นาทีแรกยังไม่มีโอกาสกันเท่าไหร่ "สิงโตคำราม" ได้ลุ้นจากจังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุมหลัง ฟิล โฟเด้น เปิดมาให้ จอห์น สโตนส์ ขึ้นโขกแต่บอลก็หลุดกรอบออกไป

นาที 13 เจ้าบ้าน แอลเบเนีย ได้สวนกลับขึ้นมาบ้าง เอลเซอิด ฮีซาย แบ็กขวาจากนาโปลีผ่านบอลให้ เมียร์โต อูซูนี่ ลากเข้ามาซัดด้วยซ้ายแต่บอลเหินคานออกไปไกล

เกมผ่านมาถึงนาที 33 เพิ่งจะยิงเข้ากรอบกันเป็นหนแรก จากจังหวะทีทัพ "สิงโตคำราม" คาลวิน ฟิลลิปส์ ผ่านบอลต่อให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ ตั้งป้อมซัดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ เอทริต เบริชา นายด่านเจ้าถิ่น

นาที 33 กลายเป็น อังกฤษ ที่บุกมาขึ้นนำ 1-0 จนได้ จากจังหวะที่ ลุค ชอว์ ครอสบอลโค้งเข้าไปกลางประตู แฮร์รี่ เคน หนีตัวประกบสอดมาพุ่งโขกส่งบอลเข้าไปจมตาข่าย

นาที 43 สิงโตคำรามเกือบได้เม็ดที่สองนำห่าง คราวนี้ ราฮีม สเตอร์ลิง เปิดบอลลึกมาเสาไกลเข้าไปในกรอบ 6 หลา แฮร์รี่ เคน วิ่งมาแปจังหวะเดียวแต่บอลพุ่งไปชนคานอย่างน่าเสียดาย

จบครึ่งแรก แอลเบเนีย ตามหลัง อังกฤษ 0-1

ครึ่งหลัง นาที 52 ลูกทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต น่าจะได้เม็ดที่สองหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง ไหลเข้ากลางให้ โฟเด้น ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟ เบริช่า ก่อนปัดบอลไปชนเสา

กระนั้น นาที 63 เบรัต ฌิมซิติ แนวรับของแอลเบเนียมาทำพลาดหลังจ่ายบอลไปติด ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนที่แข้งเรือใบจะผ่านบอลให้ แฮร์รี่ เคน ก่อนที่ เคน จะไหลออกซ้ายให้ เมสัน เมาน์ท เติมมาปั่นบอลด้วยขวาเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม อังกฤษ บุกมานำห่าง 2-0

อีก 10 นาทีถัดมา ทีมเยือนกดดันเกือบได้เม็ดที่สามหลัง ราฮีม สเตอร์ลิง แม้จังหวะแรกจะยิงหวืดแต่เก็บบอลได้แล้วผ่านมาในกรอบ แฮร์รี่ เคน พุ่งมาสไลด์บอลไม่ถึง 5หลาแต่กลายเป็นเข้าเสียบข้างหลังแนวรับเจ้าถิ่นจนโดนใบเหลืองไป

จบเกม อังกฤษ บุกมาเอาชนะ แอลเบเนีย 2-0 คว้าชัยสองนัดติดมี 6 แต้มเต็ม นำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม โดย "สิงโตคำราม" จะกลับไปเล่นนัดที่สามที่ เวมบลี่ย์ รับมือ โปแลนด์ในวันที่ 31 มีนาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

แอลเบเนีย (4-3-3) : เอทริต เบริชา - เอลเซอิด ฮีซาย, อาร์เดียน อิสมาจ์ลี่, เบรัต ฌิมซิติ, เฟรเดริค เวเซลี่ - กาซิม ลาซี่ (ยัลแบร์ รามาดานี่ น.89), เคดี บาเร่ (เลเดียน เมมูชาจ์ น.71), ฮีเซน เมโมลล่า (เคล้าส์ กาซูล่า น.59) - โซโกล ซิคัลเลชี่ (เรย์ มานาจ์ น.59), อาร์มานโด โบรฆ่า (เออร์เมียร์ เลนยานี่ น.59), เมียร์โต อูซูนี่

เทรนเนอร์ : เอโดอาร์โด้ เรย่า

อังกฤษ (4-3-3) : นิค โพ๊พ - ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ - เดแคลน ไรซ์, คาลวิน ฟิลลิปส์ (เจมส์ วอร์ด-เพราส์ น.71), เมสัน เมาน์ท - ราฮีม สเตอร์ลิง, แฮร์รี่ เคน, ฟิล โฟเด้น (เจสซี่ ลินการ์ด น.81)

เทรนเนอร์ : แกเร็ธ เซาธ์เกต

ผู้ตัดสิน : โอเรล กรินเฟลด์ (อิสราเอล)




เซาธ์เกตเผย!ไม่ปลื้มช่วง15นาทีท้ายเกมสอยแอลเบเนีย


 แกเร็ธ เซาธ์เกต นายใหญ่ทีมชาติอังกฤษ ยิ้มไม่เต็มใบหน้าแม้ทัพ "ทรี ไลอ้อนส์" จะบุกชนะ แอลเบเนีย ก็ตาม แต่ในช่วงท้ายเกมลูกทีมเล่นไม่ค่อยน่าพอใจ และที่สำคัญยังขาดความเฉียบคมในการจบสกอร์ ระบุต้องมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นเพราะแมตช์ต่อไปเจอ โปแลดน์ ไม่ใช่ง่ายหมูๆ แน่นอน

  
แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ออกโรงติงผลงานของลูกทีมในช่วง 15 นาทีสุดท้าย แมตช์ชนะ แอลเบเนีย 2-0 ที่แอร์ แอลเบเนีย สเตเดี้ยม ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม ไอ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา

ทัพ "สิงโตคำราม" ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก แฮร์รี่ เคน ซึ่งเป็นประตูแรกในรอบ 16 เดือนของเขาในนามทีมชาติ ก่อนที่จะแอสซิสต์ให้ เมสัน เมาท์ จัดการซัดตอกฝาโลงในแมตช์นี้ ส่งผลให้ อังกฤษ ขึ้นไปรั้งจ่าฝูงกลุ่ม โดยพวกเขามีเกมหนักที่จะต้องดวลกับ โปแลนด์ ในวันพุธที่ 31 มี.ค.นี้

เซาธ์เกต เปิดใจหลังเกมว่ามีความสุขที่เห็น อังกฤษ ได้ 3 คะแนน แต่ก็ไม่ค่อยปลื้มกับจังหวะการจบสกอร์ที่ขาดความเฉียบคม และในช่วง 15 นาทีสุดท้ายที่ทีมเล่นผิดพลาดจนเกือบต้องเสียประตู "สิ่งที่ผมประทับใจก็คือเราปรับตัวได้ดีกับการเล่นในสนามที่ยากลำบากแบบนี้ เราควบคุมเกมได้ยอดเยี่ยม"

"เรามีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นในแผงกองกลางได้ดีเยี่ยม และเล่นได้อย่างผ่อนคลายหลังจากนั้น ช่วงท้ายเกมเราน่าจะสามารถปิดเกมได้เลย และผมไม่ชอบแนวทางที่เราเล่นในช่วง 15 นาทีสุดท้าย การวิ่งเติมเกมรุก, การเสียลูกทุ่มโดยไม่จำเป็น มันน่าพอใจที่ได้ชัยชนะ แต่ยังมีบางพื้นที่ที่เราต้องมีการพัฒนาให้ดีขึ้น"

"ผมพอใจมากๆ กับฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมทั้งสองเกมของเรา แต่แน่นอนว่าเราจะต้องเพิ่มแรงกระตุ้นให้มากกว่านี้ เพราะนี่คือมาตรฐานที่เราจะต้องทำในการเตรียมตัวเพื่อพบกับทีมชั้นยอด" ตำนานกองหลังทีมชาติอังกฤษ ระบุ



เคนโชว์-ชอว์แจ่ม! ตัดเกรดแข้งอังกฤษบุกสอยแอลเบเนียคัดบอลโลก

 


"สิงโตคำราม" ไม่พลาดสามแต้มหลังบุกคว้าชัยชนะเหนือ แอลเบเนีย 2-0 โดยเกมนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต เปลี่ยนตัวมากถึง 7 คนจากเกมที่แล้วซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เล่นตัวจริงในทีมชาติ ผลงานโดยรวมของอังกฤษอาจจะไม่ได้เร้าใจแบบเกมก่อนหน้านี้แต่ยังถือว่าเหนือกว่าทาง แอลเบเนีย มากมาย ต้องชมความเฉียบขาดของแดนหน้าและแดนกลางที่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตู เราพาทุกท่านมาดูผลคะแนนของแข้งสิงโตในเกมนี้กัน


นิค โป๊ป 6

ไม่มีโอกาสได้โชว์เซฟเลยเพราะแอลเบเนียยิงไม่ตรงกรอบสักครั้ง ช่วงทดเจ็บอาจจะมีพลาดส่งบอลให้คู่แข่งแต่ยังดีที่ไม่โดนลงโทษพร้อมเก็บคลีนชีทสองนัดติด

ไคล์ วอล์คเกอร์ 6

เสียใบเหลืองง่ายไปหน่อย ฟอร์มโดยรวมไม่ได้มีอะไรผิดพลาด แต่ก็ยังขาดประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้าย

จอห์น สโตนส์ 6.5

ไม่ค่อยเจอบททดสอบเกมรับ มีเคลียร์บอลลูกกลางอากาศได้ 2-3 ครั้ง จ่ายบอลเสียง่ายบ้าง ครึ่งแรกมีโอกาสโหม่งจากลูกเตะมุมแต่ข้ามคาน

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 6.5

คอยขยับขึ้นมากลางสนามช่วยทีมถ่ายบอลออกซ้ายขวา เกมรับยังป้องกันได้ดี มีชนกับ พิคฟอร์ด จนเจ็บนิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรมาก

ลุค ชอว์ 8

กลับมาเป็นตัวจริงให้อังกฤษครั้งแรกในรอบ 3 ปีพร้อมทำแอสซิสต์ด้วยการครอสบอลสุดสวยให้ เคน โหม่งทำประตู ยังเติมเกมรุกอันตรายในพื้นที่สุดท้ายเช่นเดิม สถิติเกมรับก็ดีทั้งแท็กเกิ้ล 3 เคลียร์บอล 2

ดีแคลน ไรซ์ 7

ตัดบอลถึง 5 ครั้งมากที่สุดในสนาม ช่วยทำให้ทีมกลับมาครองบอลอยู่ตลอดทั้งเกม จ่ายบอลแทบจะไม่เสียและมีประสิทธิภาพ



คัลวิน ฟิลลิปส์ 6

ไม่ได้มีอิทธิพลกับเกมเหมือนกับ ไรซ์ มากนัก ได้บอลบ่อยแต่ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายออกข้างหรือแปะคืนหลังง่ายๆ

ฟิล โฟเด้น 6

บทบาทค่อนข้างน้อย โชคร้ายที่ไม่มีสกอร์หลังจากยิงติดเซฟนายด่านแอลเบเนียแล้วบอลไปชนเสา

เมสัน เมาน์ท 8


ทำเสียบอลกลางสนามจนเกือบทำทีมเสียประตู แต่มีส่วนร่วมกับประตูหลังเป็นคนจ่ายบอลให้ ลุค ชอว์ ไปทำแอสซิสต์ ส่วนประตูที่สองหลุดเดี่ยวไปจบสกอร์เฉียบขาด

ราฮีม สเตอร์ลิง 8

น่าได้แอสซิสต์จากการครอสบอลสุดสวยให้ แฮร์รี่ เคน แปชนคาน รวมถึงจังหวะจ่ายบอลให้ โฟเด้น ยิงชนเสาด้วย เป็นคนตัดบอลจนต่อมาทีมได้ประตูที่สอง

แฮร์รี่ เคน 9

เทคตัวโหม่งทำประตูจากลูกครอสของ ลุค ชอว์ อย่างยอดเยี่ยม น่าจะยิงประตูที่สองได้แต่ดันแปชนคาน เป็นคนจ่ายบอลให้ เมาน์ท ยิงประตู


ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

เจมส์ วอร์ด-เพราส์ 6.5 (แทน คัลวิน ฟิลลิปส์ น.71)


การสนับสนุนเกมรุกดูดีกว่า ฟิลลิปส์ แต่หลุดขึ้นไปสองรอบแล้วเปิดบอลค่อนข้างน่าผิดหวัง

เจสซี่ ลินการ์ด - (แทน ฟิล โฟเด้น น.81)

มีเวลาน้อยเกินไปในสนาม




แพ้2นัดติด! อังกฤษยู-21พ่ายโปรตุเกส ส่อร่วงยูโร

 


ทัพ "ยัง ไลออนส์" ส่อร่วง ยูโร 2021 รอบสุดท้าย หลังเกมล่าสุดพ่าย โปรตุเกส 0-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้แพ้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน ต้องไปลุ้นปาฏิหาริย์นัดสุดท้ายที่จะพบกับ โครเอเชีย ในวันที่ 31 มีนาคมนี้


ทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ออกสตาร์ทเกมแรกด้วยการพ่ายให้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 ในเกมเปิดหัวทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้าย ยูโร 2021 ที่ฮังการี และสโลวีเนียร่วมกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งรอบแบ่งกลุ่ม เอ-ดี นั้น จะทำการแข่งขันในช่วงวันที่ 24-31 มีนาคมนี้ ส่วนรอบน็อคเอาท์จะไปเริ่มแข่งอีกทีในช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม - 6 มิถุนายนนี้

โดยเกมนัดที่สองทัพยังไลออนส์ยังเล่นที่ สโลวีเนีย เหมือนเดิม ซึ่ง ไอดี้ บูธรอยด์ กุนซือของอังกฤษปรับทัพโดยเฉพาะเกมรุกดร็อปทั้ง คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย และดไวท์แม็คนีล เป็นสำรอง ก่อนส่ง โนนี่ มาดูเอเก้ ปีกดาวรุ่งผู้ดีที่ไปเฉิดฉายในลีกดัตช์ลงเล่นร่วมกับ ไรอัน เซสเซอญง และเอมิล สมิธ โรว์ โดยมีหน้าเป้าอย่าง เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์

ทว่าขุนพล "ยัง ไลออนส์" ไม่สามารถยกระดับทีมได้ต้องพ่ายให้ โปรตุเกส 0-2 โดยทัพฝอยทองมาได้สองเม็ดในครึ่งหลังจาก ดานี่ โมต้า นาที 64 และตรินเกา ดาวรุ่งจากบาร์เซโลน่าที่ซัดจุดโทษ นาที 74 ปิดกล่องให้ทีมคว้าชัยสองนัดติด ส่วนอังกฤษทำสถิติในเกมนี้ด้วยการมีโอกาสยิงแค่ 3 หน แต่ยิงไม่เข้ากรอบเลยสักครั้ง

ผ่านไปสองนัด สถานการณ์ของ กลุ่ม ดี โปรตุเกส คว้าชัยสองนัดติดมี 6 คะแนนรั้งจ่าฝูงของกลุ่ม ด้าน โครเอเชีย และสวิตเซอร์แลนด์ มี 3 แต้มเท่ากัน ส่วน "สิงโตคำรามชุดเล็ก" แพ้ 2 นัดรวดมีแค่ 0 คะแนน ชนิดยิงประตูคู่แข่งไม่เป็น จมบ๊วยของกลุ่ม ดี โอกาสเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้นริบหรี่สุดๆ

กระนั้นทัพผู้ดียังมีโอกาสเข้ารอบต่อไป โดยนัดสุดท้ายที่จะแข่งพร้อมกันในวันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคมนี้ ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข คือหนึ่ง โปรตุเกส ต้องเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ให้ได้ และสอง "ทัพสิงโตคำราม" ต้องชนะโครเอเชีย ด้วยสกอร์ที่มากที่สุดหรืออย่างน้อยสองประตูขึ้นไปเพื่อจะได้เข้ารอบตามทัพฝอยทองต่อไป




วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2564

เอลเลียตต์อย่างแจ่ม,คาริอุส...?!เช็คฟอร์ม13แข้งที่ลิเวอร์พูลปล่อยยืม

 


ฤดูกาลนี้ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล มีการปล่อยตัวผู้เล่นให้สโมสรอื่นยืมใช้งานเยอะถึง 13 คน ซึ่งก็นับรวมทั้งตั้งแต่การปล่อยตัวช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว และช่วงกลางซีซั่นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ว่าแล้วเราไปเช็คดูสถานการณ์และฟอร์มการเล่นของพวกเขากันดีกว่าว่า เป็นอย่างไรบ้างกับสโมสรที่ไปอยู่แบบชั่วคราว ซึ่งก็มีตัวเด่นๆ ดังๆ อย่าง ทาคุมิ มินามิโนะ, มาร์โค กรูยิช, แฮร์รี่ วิลสัน, เชยี่ โอโจ้ รวมถึง... ลอริส คาริอุส (ข้อมูลจากเว็บไซต์ mirror.co.uk)


- เชยี่ โอโจ้ (คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้)
ถือว่าประสบความสำเร็จไม่น้อยกับการปล่อยให้สโมสรดังในระดับ แชมเปี้ยนชิพ ยืมไปใช้งาน เพราะฤดูกาลนี้ ปีกจอมพลิ้ววัย 23 ปี โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นทีเดียว โดยลงเล่นให้ คาร์ดิฟฟ์ รวมทุกรายการ 37 นัด ทำได้ 5 ประตู

- แฮร์รี่ วิลสัน (คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้)
อีกหนึ่งแข้งที่ปล่อยให้ คาร์ดิฟฟ์ ยืมใช้งาน และได้รับโอกาสลงเล่นสม่ำเสมอพอๆ กับ โอโจ้ โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 31 นัด ทำได้ 4 ประตู ถือว่าไม่เลว



- เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (เปรสตัน นอร์ธ เอนด์)
เพิ่งถูก ลิเวอร์พูล ปล่อยตัวให้ เปรสตัน ยืม เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นดีลย้ายสวนทางกับ เบน เดวิส ที่ย้ายสู่ถิ่น แอนฟิลด์ แบบถาวร โดย ฟาน เดน เบิร์ก ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ทีมปราชัยเกือบทุกนัดที่เจ้าตัวลงเล่นก็ตาม

- คามิล กราบาล่า (อาร์ฮุส)
นายประตูเลือดโปลวัย 22 ปี ถูกปล่อยให้ อาร์ฮุส สโมสรดังในลีกเดนมาร์ก ยืมตัวเป็นหนที่สอง (หนแรกในซีซั่น 2019/20) และได้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง แถมสโมสรก็มีผลงานไม่เลว โดยรั้งอันดับสามในลีก ต่อจาก บรอนด์บี้ และ มิดทิลแลนด์

- อดัม ลูอิส (พลีมัธ อาร์ไกล์)

ถูกปล่อยตัวให้ พลีมัธ สโมสรระดับ ลีก วัน ยืมใช้งานในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง หลังจากที่ไม่รุ่งกับ อาเมียงส์ ที่ฝรั่งเศส ในช่วงครึ่งซีซั่นแรก โดยกับ พลีมัธ นั้น แบ็กซ้ายวัย 21 ปี ได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าอย่างสม่ำเสมอ แถมมีทำ 1 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 15 นัด

- วิเทซสลาฟ ยารอส (เซนต์ แพทริคส์ แอธเลติก)
โดนส่งตัวไปอยู่กับสโมสรดังในลีกสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ซึ่งเพิ่งเปิดฉากฤดูกาล 2021 สดๆ ร้อนๆ ในเดือนนี้ และ นายด่านเลือดเช็กวัย 19 ปี ก็เพิ่งได้เปิดซิงกับทีมในเกมเสมอ แชมร็อค โรเวอร์ส 1-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว



- ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส)
ประสบความสำเร็จอย่างแรงกับการเล่นให้ "กุหลาบไฟ" ภายใต้สัญญายืมตัวในฤดูกาลนี้ โดย ปีกร่างเล็กวัย 17 ปี โชว์ฟอร์มได้สุดโดดเด่น ลงเล่นเกมลีก 33 นัด ทำได้ 5 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ ซึ่งในจำนวนแอสซิสต์นั้น เขาเป็นรองแค่ เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย ดาวเตะ นอริช ซิตี้ (12 แอสซิสต์) เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมแบบนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ น่าจะให้โอกาส เอลเลียตต์ โชว์ฝีเท้ามากขึ้นในฤดูกาลหน้า

- เลียม มิลลาร์ (ชาร์ลตัน แอธเลติก)
เพิ่งโดนปล่อยตัวให้ ชาร์ลตัน (ลีก วัน) ยืมใช้งานเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา (หลังจากไปอยู่กับ คิลมาร์น็อค แบบสัญญายืมตัวยาวตั้งแต่ปี 2018) และทำผลงานได้น่าพอใจทีเดียว โดย ปีกชาวแคเนเดี้ยนวัย 21 ปี กดไป 1 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเกมลีก 18 นัด



- ทาคุมิ มินามิโนะ (เซาธ์แฮมป์ตัน)
สตาร์ทีมชาติญี่ปุ่นวัย 26 ปี ย้ายร่วมก๊วน "นักบุญ" ด้วยสัญญายืมตัวจนจบซีซั่น เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และแผลงฤทธิ์ทันทีตั้งแต่นัดแรก ที่ซัดประตูสุดงามในเกมบุกพ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-3 จากนั้นก็ยิงใส่ เชลซี (เสมอ 1-1) ได้อีก โดยรวมถือว่ามีผลงานน่าพอใจทีเดียว จากการลงเล่นให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ไปแล้ว 6 นัด

- ไตโว่ อโวนิยี่ (อูนิโอน เบอร์ลิน)
หัวหอกร่างใหญ่ชาวไนจีเรียนวัย 23 ปี ถูกปล่อยตัวให้สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ยืมใช้งาน ถึงแม้ฟอร์มไม่เปรี้ยงปร้าง แต่ก็ถือว่าไม่เลวกับการทำ 5 ประตู จากการลงเล่นเกมลีก 19 นัด



- ลอริส คาริอุส (อูนิโอน เบอร์ลิน)
ถูกปล่อยตัวให้ อูนิโอน ยืมใช้งานเหมือนกับ อโวนิยี่ โดย นายทวารหน้าหล่อชาวเยอรมันวัย 27 ปี ยังคงถูกเหตุการณ์ในเกมรอบชิงฯ แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2018 ตามหลอนไม่เลิก และฤดูกาลนี้เจ้าตัวเพิ่งได้รับโอกาสลงเฝ้าเสารวมทุกรายการแค่ 3 นัดเท่านั้น

- มาร์โค กรูยิช (ปอร์โต้)
โดนยอดทีมแดนฝอยทองยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลนี้ แถมมีส่วนช่วยทีมเขี่ย ยูเวนตุส ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย แชมเปี้ยนส์ ลีก มาหมาดๆ ทว่าโดยรวม กรูยิช ยังไม่ใช่นักเตะระดับแกนหลักของ ปอร์โต้ เพราะเพิ่งได้ลงเล่นเกมลีกให้ทีมแค่ 15 นัด แถมเป็นการลงสนามในฐานะตัวสำรองถึง 12 นัด!!!

- อันเดร์ซน อาร์โรโย่ (ซาลามันก้า)
ฟูลแบ็กชาวสแปนิชวัย 21 ปี ซึ่งอยู่กับ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 2018 ถูกปล่อยตัวให้สโมสรระดับดิวิชั่น 3 สเปน ยืมใช้งาน ทว่าไม่เวิร์คเลย เพราะเพิ่งได้ลงเล่นเกมลีกแค่ 4 นัดเท่านั้น




โด้โวยไม่ได้ประตู! โชต้าเบิ้ล-โปรตุเกสแต้มหล่นโดนเซอร์เบียไล่เจ๊า คัดบอลโลก

 


"ฝอยทอง" ชวดชัยอย่างน่าเสียดาย ทั้งที่ 45 นาทีแรกบุกนำเจ้าถิ่น 2-0 จากการเหมาของ ดีโอโก้ โชต้า ทว่าครึ่งหลังเจ้าถิ่น เซอร์เบีย รัวคืนสองเม็ดไล่ตีเสมอ 2-2 กระนั้นช่วงทดเจ็บ นาที 90+3 เกิดชอตปัญหาหลังลูกยิงของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ดูเหมือนว่าจะข้ามเส้นประตูไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินปฎิเสธไม่ให้ประตู ทำให้แบ่งแต้มกันไป ในเกมคัดบอลโลก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา


สนาม : สตาดิโอน ไรโก มิติช

ศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอ คืนวันเสาร์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา "ฝอยทอง" โปรตุเกส เก็บสามแต้มประเดิมคัดบอลโลกหนนี้สำเร็จ เฟอร์นันโด ซานโตส ใส่แนวรุกจัดหนัก "โรนัลโด้-บรูโน่-โชต้า" ลงครบพร้อมรบบุกเยือน เซอร์เบีย ที่ชนะมาได้เหมือนกันนัดแรก ดราแกน สตอยโควิช วางคู่หูแดนหน้าอย่าง "วลาโฮวิช-มิโตรวิช" สู้เพื่อชิงสามแต้มยึดจ่าฝูงกลุ่มให้ได้ก่อน

ทีมเยือนทักทายนาทีที่ 8 ดีโอโก้ โชต้า ถอยมารับบอลกลางสนามไหลไปที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา ตบบอลจากทางขวาเขตโทษให้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มายิงเร็วแต่บอลลอยออกหลังไปแทน

ฝอยทองออกนำนาทีที่ 11 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้บอลริมกรอบเขตโทษด้านขวา ส่งสั้นให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา วางบอลโด่งทิ้งเข้าเขตโทษไปที่ ดีโอโก้ โชต้า วิ่งมาโขกระยะ 6 หลาบอลซุกก้นตาข่าย

เซิร์บบุกบ้างนาทีที่ 31 เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช แทงบอลออกมาทางซ้ายให้ ฟิลิป คอสติช ครอสเข้ากลางเขตโทษ ดูซาน วลาโฮวิช ซัดตามน้ำแต่บอลสูงข้ามคานออกไปไกล

ทีมเยือนเฮอีกนาทีที่ 36 แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายบอลขึ้นหน้าให้ เซดริก โซอาเรส เปิดบอลริมกรอบเขตโทษทางขวาเข้าหัว ดีโอโก้ โชต้า ปรี่มาโหม่งบอลประมาณ 7 หลาตรงกลางผ่านตัว มาร์โก้ ดมิโตรวิช นายทวารเซอร์เบียเป็นลูกที่สองของหัวหอกหงส์แดง

เจ้าบ้านตามมานาทีที่ 46 เนมานย่า ราดอนยิช ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาหลุดมาทางขวา ก่อนหยอดบอลในเขตโทษมากลาง อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช พยายามเข้ามาโหม่งบอล แต่กลายเป็น ดานิโล่ กองกลางฝอยทองแหย่ขาสกัดพลาดเข้าประตูตนเอง

เจ้าถิ่นหวิดทำได้นาทีที่ 55 ดูซาน ทาดิช เก็บตกบอลหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวเอี่ยวตัววอลเลย์เข้าหาประตู แต่เจอ แอนโธนี่ โลเปส มืกาวทีมเยือนปัดออกหลัง จังหวะต่อเนื่อง เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช โฉบมาโหม่งลูกเตะมุมด้านขวาเสาแรก ทว่าบอลออกข้างเสาอีกฝั่งแบบมีลุ้น

แต่แล้วนาทีที่ 60 เนมานย่า ราดอนยิช ลากบอลลุยมาแตะหลบผู้เล่นทีมเยือน ก่อนแทงเข้าเขตโทษให้ ฟิลิป คอสติช บรรจงซัดผ่านมือนายด่านฝอยทองเข้าประตูให้เซอร์เบียตีเสมอ

ต่อมานาทีที่ 74 บรูโน่ แฟร์นันด์ส โยนบอลจากกลางสนามมาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปรี่มาตั้งหน้าเท้าแปแต่โดนไม่ดี แถมสตาร์ยูเว่ล้ำหน้าไปก่อนหน้านั้นแล้ว

โดยช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+2 นิโกล่า มิเลนโควิช ทำฟาวล์แรงเสียบใส่ ดานิโล่ กรรมการชูใบแดงไล่ออกจากสนาม แถมอีกนาทีถัดมา คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซัดบอลกลิ้งเลยเส้นประตูไปแล้วแต่ถูกแนวรับเจ้าบ้านสไลด์ออกมา เชิ้ตดำเป่าไม่ให้ประตูแก่ทีมเยือน จบเกม โปรตุเกส บุกเสมอ เซอร์เบีย 2-2 แบ่งคะแนนกันไป

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

เซอร์เบีย (3-4-1-2) : มาร์โก้ ดมิโตรวิช,นิโกล่า มิเลนโควิช,สเตฟ่าน มิโตรวิช,สตราฮินยา ปาฟโลวิช,ดาร์โก้ ลาโซวิช (เนมานย่า มัคซิโมวิช น.46),เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช,เนมานย่า กูเดลจ์,ฟิลิป คอสติช (มิไฮโล ริสติช น.72),ดูซาน ทาดิช (ฟิลิป ดูริซิซ น.82),ดูซาน วลาโฮวิช (เนมานย่า ราดอนยิช น.46),อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (ลูก้า โยวิช น.87)

โปรตุเกส (4-3-3):
แอนโธนี่ โลเปส,ชูเอา กานเซโล่ (นูโน่ เมนเดส น.72),รูเบน ดิอาส,โฆเซ่ ฟอนเต้,เซดริก โซอาเรส,บรูโน่ แฟร์นันด์ส (ชูเอา ปาลินญ่า น.90+1),เซร์คิโอ โอลิเวร่า (เรนาโต้ ซานเชส น.72),ดานิโล่,ดีโอโก้ โชต้า (ชูเอา เฟลิกซ์ น.86),คริสเตียโน่ โรนัลโด้,แบร์นาร์โด้ ซิลวา




อังกฤษขอโหดต่อ! "เคน" นำยิง "ลินการ์ด" หนุดซัดนัดปะแอลเบเนียคัดบอลโลก


 "สิงโตคำราม" อังกฤษ หวังระเบิดฟอร์มโหดต่อเนื่องโดย แฮร์รี่ เคน นำล่าตาข่ายและ เจสซี่ ลินการ์ด ลงหนุนขุดสกอร์เกมพบ แอลเบเนีย ในศึกฟุตบอลโลก  2022 (รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม ดี) วันอาทิตย์ที่ 28 มี.ค. ศกนี้  ( เวลา : 23.00 น.) 

ปรีวิวฟุตบอลโลก 2022 (รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มไอ)
วันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคม 2564 ( เวลา : 23.00 น.)
แอลเบเนีย   -   อังกฤษ


สนาม : แอร์ แอลเบเนีย สเตเดี้ยม, ติราน่า

เอโดอาร์โด้ เรย่า เทรนเนอร์ทีมชาติแอลเบเนีย พาทีมเฉือน อันดอร์ร่า 1-0 ในเกมคัดบอลโลกล่าสุด ทำให้ทีมมี 3 คะแนน เท่ากับทีมชาติอังกฤษ

เกมนี้เจ้าบ้านพร้อมทุกตำแหน่ง ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บจากเกมแรก และคาดว่านัดนี้จะยึด 11 ตัวจริงจากเกมที่แล้วลงสนามต่อไป

นำโดยแกนหลักขาประจำอย่าง เอทริต เบริชา นายด่านกัปตันทีม, เบรัต ฌิมซิติ, เคล้าส์ กาซูล่า, โซโกล ซิคัลเลชี่ และ เรย์ มานาจ์

ส่วนฝั่งสิงโตคำราม ของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต นัดแรกพาทีมถล่ม ซาน มาริโน่ ไปแบบสบายๆ 5-0 นำเป็นอันดับ1ของกลุ่มอยู่

สภาพความพร้อมเกมนี้จะไม่มี มาร์คัส แรชฟอร์ด และ บูคาโย่ ซาก้า ที่บาดเจ็บทั้งคู่ ทำให้ต้องส่งตัวกลับต้นสังกัดไปแล้ว และ เซาธ์เกตก็ไม่ได้เรียกแข้งใหม่มาเพิ่มแต่อย่างใด ในรายของ ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ็กขวาจากแมนฯซิตี้ ยังต้องรอทดสอบความฟิต

คาดว่าเกมนี้การจัดทัพของอังกฤษจะเน้นมากกว่าเกมที่แล้ว ซึ่งเกมที่แล้วตัวหลักๆได้พักกันเพียบ ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ แม็กไกวร์, เดแคลน ไรซ์ หรือ แฮร์รี่ เคน ซึ่งเกมนี้จะได้ลงเป็นตัวจริงทั้งหมด

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

แอลเบเนีย (3-5-2) :
เอทริต เบริชา - อาร์เดียน อิสมาจ์ลี่, มาราช คุมบูลล่า, เบรัต ฌิมซิติ - เอลเซอิด ฮีซาย, เคดี บาเร่, เคล้าส์ กาซูล่า, เลเดียน เมมูชาจ์, เออร์เมียร์ เลนยานี่ - โซโกล ซิคัลเลชี่, เรย์ มานาจ์

อังกฤษ (4-2-3-1) : นิค โพ๊พ - รีซ เจมส์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ - เดแคลน ไรซ์, เจมส์ วอร์ด-เพร้าส์ - เจสซี่ ลินการ์ด, เมสัน เม้าน์ท, ราฮีม สเตอร์ลิง - แฮร์รี่ เคน

ผู้ตัดสิน : โอเรล กรินเฟลด์ (อิสราเอล)

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
06/09/01 คัดบอลโลกอังกฤษ2 - 0แอลเบเนีย
29/03/01 คัดบอลโลกแอลเบเนีย1 - 3อังกฤษ
26/04/89 คัดบอลโลกอังกฤษ5 - 0แอลเบเนีย
08/03/89 คัดบอลโลกแอลเบเนีย0 - 2อังกฤษ

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

แอลเบเนีย
25/03/21 ชนะ อันดอร์ร่า 1-0 (เยือน) คัดบอลโลก
18/11/20 ชนะ เบลารุส 3-2 (เหยัา) เนชั่นส์ ลีก
15/11/20 ชนะ คาซัคสถาน 3-1 (เหย้า) เนชั่นส์ ลีก
11/11/20 ชนะ โคโซโว 2-1 (เหย้า) กระชับมิตร
14/10/20 เสมอ ลิทัวเนีย 0-0 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก

อังกฤษ
25/03/21 ชนะ ซาน มาริโน่ 5-0 (เหย้า) คัดบอลโลก
18/11/20 ชนะ ไอซ์แลนด์ 4-0 (เหย้า) เนชั่นส์ ลีก
15/11/20 แพ้ เบลเยียม 0-2 (เยือน) เนชั่นส์ ลีก
12/11/20 ชนะ ไอร์แลนด์ 3-0 (เหย้า) กระชับมิตร
14/10/20 แพ้ เดนมาร์ก 0-1 (เหย้า) เนชั่นส์ ลีก




ชัดเจน!ซานโตสเผยเปามาขอโทษที่ไม่ให้ประตูโปรตุเกส

 


แฟร์นานโด ซานโตส กุนซือทีมชาติโปรตุเกส ระบุ ผู้ตัดสินมาขอโทษกับตนเรียบร้อย สำหรับเหตุการณ์สุดดราม่าช่วงท้ายเกมคัดบอลโลก ที่ทัพ "ฝอยทอง" บุกเจ๊า เซอร์เบีย 2-2 พร้อมลั่นเกมระดับนี้ต้องมี VAR 

   
แฟร์นานโด ซานโตส เฮดโค้ชทีมชาติโปรตุเกส เผยว่า แดนนี่ มัคเคลี่ ผู้ตัดสินชาวดัตช์ ได้มากล่าวขอโทษกับตน สำหรับพลาดผิดพลาดที่ไม่ให้ โปรตุเกส ได้ประตูช่วงท้ายเกม ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม เอ นัดที่ทัพ "ฝอยทอง" บุกไปเสมอ เซอร์เบีย 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มีนาคม ที่ผ่านมา

เกมนี้ โปรตุเกส น่าจะเก็บชัยชนะได้ไม่ยาก เมื่อขึ้นนำก่อน 2-0 ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก จากการทำคนเดียวทั้งสองตุงของ ดิโอโก้ โชต้า ดาวเตะ ลิเวอร์พูล ในนาทีที่ 11 และ 36 ทว่าช่วงครึ่งหลัง เซอร์เบีย กลับตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้ จากการโขกของ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช นาทีที่ 46 และลูกยิงของ ฟิลิป คอสติช นาทีที่ 60



อย่างไรก็ตาม ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ (90+3) ดันมีดราม่าเกิดขึ้น เมื่อ โรนัลโด้ ได้โอกาสยิง ส่งบอลผ่านตัว มาร์โค ดมิโตรวิช นายทวารทีมชาติเซอร์เบีย ซึ่งลูกบอลกำลังค่อยๆ ไหลเข้าประตู แต่ สเตฟาน มิโตรวิช วิ่งตามไปสกัดบอลออกมาจากประตูได้สำเร็จ กระนั้นจากทั้งภาพช้าและภาพถ่ายชี้ให้เห็นว่า ลูกบอลวิ่งผ่านเส้นประตูเข้าไปแล้วทั้งลูก ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ โรนัลโด้ หัวเสียสุดๆ ถึงขั้นปาปลอกแขนกัปตันทีมลงพื้นเลยทีเดียว

"ผู้ตัดสินได้มากล่าวขอโทษกับผม และผมเองก็เคารพเขา แต่มันยอมรับไม่ได้เลยจริงๆ ที่การแข่งขันระดับนี้ไม่มี VAR หรือโกลไลน์เทคโนโลยี (ใช้ดูว่าบอลข้ามหรือไม่ข้ามเส้นประตู)" ซานโตส กล่าว "บอลมันเลยผ่านเส้นประตูเข้าไปเป็นครึ่งเมตร คือมันชัดเจนมาก ไม่มีอะไรขวางกั้นสายตาเลยระหว่างตัวผู้รักษาประตูกับเส้นประตู เขามาขอโทษผม แต่นี่มันไม่ใช่การแก้ไขปัญหา ผู้ตัดสินทุกคนผิดพลาดกันได้ พวกเขาต่างก็เป็นมนุษย์ แต่นี่แหละ ที่ว่าทำไม VAR ถึงต้องมี"





ดีขึ้นจริงหรือ ? เทียบผลงานในลีก แมนฯ ยูไนเต็ด

 จนถึงตอนนี้ผลงานการคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถือว่ามีทั้งด้านดีและด้านที่เลวร้าย ด้านดีก็คือทีมดูเล่นกันแบบมีสปิริตมากขึ้นจนดูมีความสามัคคีเหมือนในอดีต รวมถึงทำอันดับในลีกได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ในทางกลับกันเขายังไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์มาครองได้แม้แต่รายการเดียว

  
ทั้งนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา โซลชา มักจะแก้ต่างให้ตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่าแชมป์ฟุตบอลถ้วยเพียงไม่กี่รายการมันอาจจะเป็นสิ่งที่สวยงาม แต่มันก็ไม่ได้ดูดีเท่ากับการที่ทีม "พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ" และอยู่ในกลุ่มหัวแถวของตารางคะแนนอย่างต่อเนื่อง จนเหมือนเป็นการสื่อว่าตอนนี้เขาทำผลงานได้ดีแล้วและสมควรได้อยู่ในตำแหน่งต่อ

ด้วยเหตุนี้ วันนี้เราเลยจะมาลองดูกันว่าหากเทียบผลงานในลีกด้านหลักๆ ระหว่างฤดูกาลก่อนกับซีซั่นนี้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของ โซลชา มีความก้าวหน้าที่ดีเหมือนที่เขาบอกหรือไม่ โดยสถิติเหล่านี้จะอ้างอิงจาก fbref สื่อด้านบันทึกสถิติรายหนึ่ง

- การผ่านบอล
ซีซั่นที่แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ผ่านบอลเข้าเป้าในลีกไป 82.9 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับทำไป 43 แอสซิสต์ ซึ่งในฤดูกาลนี้พวกเขามีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลเข้าเป้าดีขึ้นนิดหน่อยที่จำนวน 84 เปอร์เซ็นต์ เพียงแต่ถ้าเทียบเฉพาะการแอสซิสต์ก็ถือว่าแย่ลงเพราะทำได้ 37 ครั้ง




นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดฤดูกาล 2020-21 ยังมีเปอร์เซ็นต์ผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้าดีกว่าชุดซีซั่นก่อนด้วย เพราะฤดูกาลนี้พวกเขาแทงบอลไกลเข้าเป้า 66.1 เปอร์เซ็นต์ ส่วนชุดที่ได้อันดับ 3 เมื่อซีซั่นก่อนทำไป 63.5 ครั้ง ถึงกระนั้น เมื่อซีซั่นก่อนก็ถือว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีจังหวะผ่านบอลที่สร้างความอันตรายได้บ่อยกว่า เพราะพวกเขาผ่านบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายไปถึงเป้าหมายได้ 1,362 ครั้ง ส่วนในฤดูกาลนี้เพิ่งทำไป 1,066 หน

- เกมรับ
จนถึงตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีเปอร์เซ็นต์สกัดโดนนักเตะของคู่แข่งที่เลี้ยงบอลอยู่ในฤดูกาลปัจจุบันอยู่ที่ 31.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหลายคนมองว่านั่นมีส่วนทำให้พวกเขาเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดเป็นอันดับ 5 ของลีกในซีซั่นนี้ จากการที่เสียไป 32 เกม อย่างไรก็ตาม เชื่อหรือไม่ว่าซีซั่นก่อน แมนฯ ยูไนเต็ด สกัดจนแย่งบอลมาจากนักเตะของคู่แข่งที่กำลังเลี้ยงบอลอยู่ได้มากกว่าอีก เพราะทำไปได้ 33.1 เปอร์เซ็นต์



ถึงกระนั้น โดยรวมแล้วในด้านอื่นๆ เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ทำได้ดีกว่าของซีซั่นก่อน อย่างเช่นการที่ชุดปัจจุบันตัดบอลแบบไม่ต้องพุ่งเสียบได้ 301 ครั้ง มากกว่าซีซั่นก่อน 1 หนทั้งที่ฤดูกาลนี้ยังเตะกันไม่จบ และการโดนเลี้ยงบอลผ่าน 285 ครั้ง ต่างกับฤดูกาลที่แล้วที่โดนไป 419 หนแบบฟ้ากับเหว

นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดซีซั่นนี้ยังกดดันคู่แข่งได้ดีจนทำให้อีกฝ่ายเสียบอลไป 29.4 เปอร์เซ็นต์ด้วย ขณะที่ฤดูกาลก่อนทำไป 28.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะเดียวกัน ซีซั่นที่แล้วก็มีจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นพลาดเองจนนำไปสู่การเสียประตูถึง 7 ลูก ขณะที่ฤดูกาลนี้พวกเขาแก้ปัญหาได้ดีพอตัวจนเพิ่งมีจัหวะแบบนั้นแค่ 2 ครั้ง

- การยิง
ในฤดูกาลนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสลุ้นทำประตูในลีกไป 397 ครั้ง ก่อนที่จะเปลี่ยนให้เป็นประตูได้ 53 ลูก ซึ่งส่วนหนึ่งมันเป็นเพราะพวกเขายิงตรงกรอบ 38.5 เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน และตรงการยิงตรงกรอบก็ถือว่าพวกเขาทำได้ดีขึ้นจริงๆ เพราะซีซั่นก่อนตัวเลขด้านนี้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 37.9 เปอร์เซ็นต์



ทั้งนี้ ในซีซั่นนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีค่าเฉลี่ยการได้ประตูจากจังหวะที่ยิงตรงกรอบดีขึ้นนิดหน่อยด้วย เพราะอยู่ที่ 0.29 ประตูต่อการยิงตรงกรอบ 1 ครั้ง ส่วนของฤดูกาลก่อนอยู่ที่ 0.28 ประตูต่อชอตยิงตรงกรอบ 1 หน






วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2564

ประหยัดเงินได้เยอะ! 5 แข้งค่าตัวฟรีที่แมนยูน่าดึงตัวร่วมทัพซัมเมอร์นี้


 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องเสริมทัพนักเตะหลายตำแหน่งทีเดียวในซัมเมอร์นี้หากจะขึ้นไปต่อกรกับ แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็วางลิสต์แข้งเป้าหมายไว้แล้วโดยเชื่อว่าเซนเตอร์แบ็กและกองหน้าจะเป็นตำแหน่งที่ให้ความสำคัญก่อน แต่เนื่องด้วยวิกฤตโควิด-19ส่งผลกระทบต่อการเงินของสโมสรพอสมควร ดังนั้นแมนฯ ยูไนเต็ดจำเป็นต้องใช้เงินให้คุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งนักเตะค่าตัวฟรีอาจจะตอบโจทย์กับสถานการณ์ในตอนนี้ และนี่คือ 5 นักเตะฟรีที่ “ผีแดง” น่าสอยมาร่วมทัพในตลาดซัมเมอร์


1.ดาวิด อลาบา (เซนเตอร์แบ็ก, แบ็กซ้าย)



สโมสรใดที่ได้ตัวของ ดาวิด อลาบา นอกจากจะได้กองหลังที่เก่งกาจแล้วยังได้ผู้นำในแผงเกมรับรับอีกด้วย เมื่อตอนที่ อัลฟอนโซ่ เดวิส ฉายแสงในตำแหน่งแบ็กซ้าย อลาบา ถูกโยกมาเล่นเป็นเซนเตอร์แบ็กแทน แต่เขาก็ยังทำผลงานน่าประทับใจ นั่นความหมายว่าเขายังสามารถเล่นได้หลายตำแหน่งอีกด้วย

มีข่าวว่าดาวเตะวัย 28 ปีปฏิเสธข้อเสนอของทาง ปารีส แซงต์-แชร์แมง เรียบร้อย และสื่อเยอรมันรายงานว่าเขาอยากจะย้ายไปค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า หรือ เรอัล มาดริด ในฤดูกาลหน้า

แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะมีข่าวพัวผันกับ อลาบา อยู่บ้าง แต่จากการที่สโมสรไร้ถ้วยมานับตั้งแต่ปี 2017 เลยทำให้ไม่ดึงดูดสตาร์ระดับท็อปของยุโรปมากเหมือนเดิม แต่อย่าลืมว่าสองยักษ์ของสเปนยังไม่มีความคืบหน้าเรื่องการยื่นข้อเสนอเท่าไหร่ เป็นโอกาสที่ดีหาก “ผีแดง” ลองเชิงยื่นข้อเสนอค่าเหนื่อยงามๆไป ไม่แน่ว่า อลาบา ที่ยังหาสโมสรใหม่ไม่ได้อาจจะตอบตกลงก็เป็นได้

2.เมมฟิส เดอปาย (กองหน้า, ปีกซ้าย)



ความล้มเหลวในการค้าแข้งกับ แมนฯ​ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015-17 น่าจะเป็นปมในใจของ เมมฟิส เดอปาย ที่ค้างคาอยู่ซึ่งเขาพัฒนาขึ้นมามากเมื่อย้ายกลับมาที่ ลีกเอิง กับทีม โอลิมปิก ลียง โดยฤดูกาลนี้เขายิง 15 ประตูกับอีก 9 แอสซิสต์รวมทุกรายการ

ด้วยวัยกำลังพีค 27 ปี เดอปาย ควรจะอยู่ได้กับทีมระดับท็อปของยุโรปซึ่ง บาร์เซโลน่า เคยเป็นตัวเต็งที่จะคว้าตัวมาเนื่องจากเป็นคนโปรดของ โรนัลด์ คูมัน แต่ด้วยปัญหาทางการเงินของสโมสรเลยทำให้ชวดคว้าตัว และในตอนนี้สถานการณ์ของตัวกุนซือเองยังดูไม่แน่นอน

แมนฯ ยูไนเต็ด เคยใส่เงื่อนไขซื้อกลับในสัญญาของ เดอปาย ตอนที่ย้ายไปฝรั่งเศสปี 2017 แต่เงื่อนไขนี้คงไม่มีความหมายเมื่อสัญญาหมดลงในซัมเมอร์นี้ “ผีแดง” สามารถคว้าตัวมาแบบไม่เสียเงิน อย่างไรก็ตามในตอนนี้ยังไม่รายงาจากสำนักข่าวไหนเลยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สนใจดีลนี้

3.ฟลอรีย็อง โตแว็ง (ปีกขวา, กองหน้า)

ประหยัดเงินได้เยอะ! 5 แข้งค่าตัวฟรีที่แมนยูน่าดึงตัวร่วมทัพซัมเมอร์นี้

ฟลอรีย็อง โตแว็ง เคยค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก นิวคาสเซิ่ล มาแล้วแต่ยิงประตูและแอสซิสต์ในลีกไม่ได้เลยจากการลงเล่นแค่ 13 นัดเมื่อฤดูกาล 2015/16 ก่อนจะต้องย้ายกลับไปอยู่กับ โอลิมปิก มาร์กเซย เหมือนเดิม ทว่านับตั้งแต่รีเทิร์นกลับมาที่ฝรั่งเศส แนวรุกวัย 28 โชว์ฟอร์มน่าประทับใจและกลายเป็นปีกสุดอันตรายคนหนึ่งของลีกเอิง

เขาลงเล่นแค่ 2 นัดเมื่อฤดูกาลที่แล้วเนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บข้อเท้าแต่เขากลับมาฟิตในฤดูกาลนี้พร้อมยิง 8 ประตูกับทำ 9 แอสซิสต์รวมทุกรายการ และยังพลาดลงเล่นแค่นัดเดียวในลีก น่าเสียดายที่ มาร์กเซย ผลงานไม่ค่อยดีนักและมีสิทธิ์จะพลาดตั๋วยุโรปแม้กระทั่งยูโรปาลีกด้วยซ้ำ แต่ฟอร์มของ โตแว็ง ก็ยังเฉิดฉายท่ามกลางหมอกดำมืด

เขาอาจจะไม่ใช่ปีกขวาระดับเวิลด์คลาสที่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด รอคอยกันอยู่ แต่ถ้าเขาท็อปฟอร์มเมื่อไหร่การเลี้ยง, การจ่าย และการจบสกอร์ถือว่าน่ากลัวทีเดียว คนนี้อาจจะทำให้ แมนฯ​ ยูไนเต็ด ประหยัดตังค์และมีเงินเหลือไปทุ่มซื้อ เออร์ลิง ฮาแลนด์ ได้ด้วย

4.ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ (มิดฟิลด์ตัวรุก, มิดฟิลด์ตัวกลาง)

ประหยัดเงินได้เยอะ! 5 แข้งค่าตัวฟรีที่แมนยูน่าดึงตัวร่วมทัพซัมเมอร์นี้

  ดูเหมือนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่ต้องการกองกลางตัวรุกคนใหม่แล้วเพราะ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยึดเป็นตัวหลักอยู่ แต่เครื่องหมายคำถามยังเกิดขึ้นกับอนาคตของ ปอล ป็อกบา รวมถึงการที่ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ยังทำผลงานไม่ได้ดั่งใจ นี่หมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะกังวลกับตำแหน่งนี้ด้วยแม้จะไม่ได้มีความสำคัญลำดับแรกๆก็ตาม

ยูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์ ใกล้ที่จะออกจาก เปแอสเช ในซัมเมอร์นี้หลังหมดสัญญา ชีวิตในปารีสไม่ได้ราบรื่นสำหรับเขามากนักเพราะเจอทั้งกับอาการบาดเจ็บเล่นงานและยังเข้าๆออกๆผู้เล่นตัวจริงหลายครั้ง แต่แข้งเยอรมันรายนี้เพิ่งจะอายุ 27 ปีเท่านั้นและเขายังเป็นมิดฟิลด์ตัวสร้างสรรค์เกมที่ดีคนหนึ่งของยุโรป

ดรักซ์เลอร์สามารถเล่นได้ทั้งมิดฟิลด์ตัวกลางและมิดฟิลด์ตัวรุก เขาจะช่วยให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไม่ต้องถือถังอ็อกซิเจนลงเล่นทุกนัด และยังช่วยเพิ่มตัวสร้างสรรค์เกมจากแดนกลางที่ โซลชา ขาดอยู่ด้วย

5.ลีโอเนล เมสซี่ (ทุกตำแหน่งในแนวรุก)

ประหยัดเงินได้เยอะ! 5 แข้งค่าตัวฟรีที่แมนยูน่าดึงตัวร่วมทัพซัมเมอร์นี้

   คนสุดท้ายนี้อาจจะดูแฟนซีและเพ้อเจ้อไปหน่อย แต่อนาคตของ เมสซี่ ยังไม่มีความแน่นอนแม้ว่าเขาจะมีความสุขมากขึ้นหลังจากที่มีประธานสโมสรบาร์เซโลน่าคนใหม่

สตาร์วัย 33 ปียื่นเรื่องขอย้ายทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา หลายสโมสรจึงจับตามองว่าเขาจะอยู่กับบาร์เซโลน่าต่อหรือไม่ โดย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็นตัวเต็งเนื่องจากมีเจ้านายเก่าอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทัพอยู่แต่ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีมที่สามารถจ่ายค่าเหนื่อยเมสซี่ได้ เขาจะยกระดับแนวรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีปัญหาในตอนนี้และยังสามารถเป็นติวเตอร์ให้กับนักเตะเยาวชนหลายคนด้วย




รูนี่ย์-เจอร์ราร์ด-โอเว่นหลุด!แฟนโหวตทีมชาติอังกฤษยอดเยี่ยมตลอดกาล


 เปิดผลโหวต 11 นักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษ โดยแต่ละตำแหน่งล้วนเป็นระดับสุดยอดทั้งนั้น

  
ซันสปอร์ต สื่ออังกฤษ จัดทำแบบสำรวจแฟนบอลชาวเมืองผู้ดีว่าจะเลือกให้ใครบ้างเข้ามาติด 11 ตัวจริงทีมชาติอังกฤษตลอดกาล โดยมีดาวดังหลุดไปหลายรายอาทิ เวย์น รูนี่ย์, ไมเคิ่ล โอเว่น, สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เป็นต้น

ผลโหวตเริ่มจากตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็น กอร์ดอน แบงค์ส นายทวารชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1966 ที่บ้านเกิด โดยเจ้าตัวรับใช้ชาติไปทั้งหมด 73 นัด และชอตที่ยังสร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้คือการเซฟลูกโหม่งของ เปเล่ ตำนานกองหน้าทีมชาติบราซิลได้อย่างเหลือเชื่อ

ส่วนแบ็กขวาแฟนบอลโหวตให้ แกรี่ เนวิลล์ อดีตนักเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ติดทัพ "สิงโตคำราม" 85 เกม ขณะที่เซนเตอร์แบ็กเป็น บ็อบบี้ มัวร์ กัปตันชุดแชมป์โลก 1966 กับ จอห์น เทอร์รี่ ตำนาน เชลซี ด้านแบ็กซ้ายเป็น แอชลี่ย์ โคล อดีตแข้ง อาร์เซน่อล และ เชลซี



ขณะที่ปีกขวาแฟนบอลเทใจให้ เดวิด เบ็คแฮม อดีตสตาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยชอตที่ทุกคนจำไม่ลืมคือยิงฟรีคิกในนาทีสุดท้ายเกมพบ กรีซ ช่วยให้อังกฤษ เข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2002 ส่วนกองกลางเป็น พอล สโคลส์ เพื่อนร่วมทีม "ปีศาจแดง" กับ พอล แกสคอยน์ ด้านปีกซ้ายเป็น จอห์น บาร์นส์ ขวัญใจแฟนบอล "หงส์แดง"

ส่วนกองหน้าคู่แฟนบอลโหวตให้ อลัน เชียเรอร์ ตำนานดาวยิง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เล่นร่วมกับ แกรี่ ลินิเกอร์ เจ้าของดาวซัลโวฟุตบอลโลก 1986

นอกจากนั้นแฟนบอลยังโหวตให้ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน เป็นกุนซือยอดเยี่ยมตลอดกาล หลังคุมทัพ "สิงโตคำราม" ไปทั้งหมด 95 นัด ชนะ 47 เกม และแพ้ไปแค่ 18 นัดเท่านั้น