วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2563

"ตอร์เรสยิง-สเตอร์ลิงเบิ้ล! แมนซิตี้กู้หน้ายำเบิร์นลี่ย์ลิ่ว8ทีมคาราบาว คัพ


 "เรือใบสีฟ้า" ของนายใหญ่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เรียกความมั่นใจคืนสู่ทีมหลังบุกยำ "เดอะ คลาเร็ตส์" 3-0 จากฟอร์มสุดฮอตของ ราฮีม สเตอร์ลิง เหมาคนเดียวสองตุงก่อน เฟร์ราน ตอร์เรส เปิดซิงประตูแรกพาทีมลอยลำผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป ในศึกฟุตบอล คาราบาว คัพ รอบ 4 คืนวันพุธที่ผ่านมา


สนาม : เทิร์ฟ มัวร์

ฌอน ไดช์ กุนซือ เบิร์นลี่ย์ พาทีมเปิดบ้านพ่ายให้กับ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 ในเกมลีกนัดล่าสุด ส่วนในลีก คัพ ผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยการบุกไปเอาชนะ มิลล์วอลล์ 2-0

ทางด้าน แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โดน เลสเตอร์ ซิตี้ บุกมายัดเยียดตวามปราชัยถึงถิ่น 5-2 และในรายการนี้ฝ่าด่านของบอร์นมัธ มาได้ด้วยสกอร์ 2-1

5 นาทีผ่านโอกาสยิงครั้งแรกของทัพ "เรือใบสีฟ้า" จากจังหวะลูกเตะมุมเล่นสั้นทางขวาจ่ายย้อนมาหน้าหัวกะโหลกให้ โคล พัลเมอร์ ไอ้หนูวัย 18 ปีตั้งป้อมหวดด้วยซ้ายข้ามคานออกไปไกล

3 นาทีต่อมา แมนฯ ซิตี้ พลาดโอกาสทอง เควิน เดอ บรอยน์ แทงบอลออกขวาให้ เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดขึ้นมาจ่ายเข้าเขตโทษถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ชาร์จง่ายๆระยะไม่ถึง 5 หลาหลุดกรอบเหลือเชื่อ

นาทีที่ 10 คราวนี้ เควิน เดอ บรอยน์ หลุดเข้ากรอบเขตโทษแต่งบอลดึงแนวรับ เบิร์นลี่ย์ ทั้งแผงก่อนจ่ายย้อนให้ โรดรี้ ตะบันด้วยขวาบอลพุ่งเรียดเฉียดเสาแรกออกไปนิดเดียว

2 นาทีต่อมาโอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรกของ "เรือใบสีฟ้า" เป็นบอลทางซ้ายของ เบนฌาแม็ง เมนดี้ จ่ายเข้าในให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แหวกแนวรับ เบิร์นลี่ย์ ทั้งแผงก่อนตวัดด้วยซ้ายติดเซฟ ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์

นาทีที่ 18 แมนฯ ซิตี้ หวิดแย่จากความผิดพลาดของ แฟร์นานดินโญ่ ไปเข้าบอลพรวดใส่ ชาร์ลี เทย์เลอร์ ร่วงลงไปในเขตโทษโชคดี ผู้ตัดสินยังใจแข็งปล่อยให้เกมเดินต่อ

และจากจังหวะต่อเนื่อง ทีมเยือน พาบอลลุยสวนขึ้นมา เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายเร็วทะลุช่องให้ ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปซัดด้วยขวาติดมือ ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์ ล้มตัวปัดเอาไว้ได้สุดสวย

นาทีที่ 21 "เดอะ คลาเร็ตส์" ตอบโตบ้างเป็นบอลยาวจากกลางสนามวางให้ มาเตจ วีดร้า หลุดขึ้นมาทางซ้ายแต่งหาช่องหลบ แฟร์นานดินโญ่ ปั่นด้วยขวาผ่านมือ แซค สเตฟเฟ่น หลุดเสาไกลออกไป

4 นาทีต่อมา การจบสกอร์กลายเป็นปัญหาของ แมนฯ ซิตี้ เควิน เดอ บรอยน์ ตักบอลข้ามแนวรับ เบิร์นลี่ย์ มาตกใส่เท้า เฟร์ราน ตอร์เรส หลุดเข้ามาตวัดตูมเดียวเหินข้ามคานเหมือนเดิม

30 นาทีผ่าน "เรือใบสีฟ้า" โหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว โคล พัลเมอร์ ได้โอกาสซัดอีกครั้งคราวนี้ตรงกรอบแต่ยังไม่ผ่านมือ ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์ ที่เกมนี้เหนียวหนึบเหลือเกิน

สุดท้ายนาทีที่ 35 ทีมเยือน ทะยานออกนำจนได้ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ แทงช่องให้ เบนฌาแม็ง เมนดี้ หลุดขึ้นมาครอสเข้าในถึง ราฮีม สเตอร์ลิง ตวัดตามน้ำด้วยซ้ายเสียบเสาแรกไม่มีเหลือ

ช่วงท้าย แมนฯ ซิตี้ เกือบบวกสกอร์เพิ่มทั้งจากลูกปั่นด้วยขวาของ ราฮีม สเตอร์ลิง และจังหวะทิ้งตัวชาร์จในกรอบเขตโทษของ เฟร์ราน ตอร์เรส แต่ก็พลาดไปหมด

หมดครึ่งเวลาแรก เบิร์นลี่ย์ 0 แมนฯ ซิตี้ 1

ครึ่งหลังเริ่มมา 5 นาที แมนฯ ซิตี้ บวกประตูเพิ่มจากจังหวะจ่ายของ เควิน เดอ บรอยน์ ป้ายออกซ้ายให้ เฟร์ราน ตอร์เรส สอดมาเก็บบอลตบต่อเข้าในให้ ราฮีม สเตอร์ลิง จับหนึ่งทีก่อนซัดด้วยขวาง่ายๆเข้าไป

ต่อมานาทีที่ 62 "เรือใบสีฟ้า" มาได้เสียวอีกครั้งจากบอลสวนกลับของ เควิน เดอ บรอยน์ ดีดออกขวาให้ โคล พัลเมอร์ หลุดเข้าไปดึงจังหวะหลอก ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์ ก่อนเปิดเข้าในเลยมาเข้าทาง เฟร์ราน ตอร์เรส ปั่นด้วยขวาไปติดบล็อค เอริค ปีเตอร์ส

3 นาทีต่อมา แมนฯ ซิตี้ มาได้ประตูปิดกล่อง ริยาด มาห์เรซ จ่ายยาวให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ยกบอลไปแฉลบ เควิน ลอง ไหลมาเข้าทาง เฟร์ราน ตอร์เรส สอดมาเอียงตัวยิงสวน ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์ ตุงตาข่าย

20 นาทีสุดท้าย ริยาด มาห์เรซ แทงบอลลึกให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ใช้ความเร็วเอาชนะ เควิน ลอง หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทาแต่จังหวะแปด้วยขวาไปติดเท้า ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์ เซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 75 แนวรับ เบิร์นลี่ย์ พลาดโดนฉกบอลหน้าเขตโทษก่อนเป็น โคล พัลเมอร์ ลากหนี เควิน ลอง ได้ช่องหักเข้าในเกือบถึง ราฮีม สเตอร์ลิง แต่ต้องชม แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด ตามมาช่วยเคลียร์หวุดหวิด

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม เบิร์นลี่ย์ 0 แมนฯ ซิตี้ 3 ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลอยลำผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายโดยจะมีการจับสลากประกบคู่หลังเกม ลิเวอร์พูล ดวล อาร์เซน่อล ในคืนวันพฤหัสบดีนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

เบิร์นลี่ย์ (4-4-2) : ไบลี่ย์ พีค็อค-ฟาร์เรลล์ - แม็ทธิว ลอว์ตัน (ฟิล บาร์ดสลีย์ น.79), เควิน ลอง, เจมส์ ทาร์คอฟสกี้, ชาร์ลี เทย์เลอร์ - ดไวท์ แม็คนีล, แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด, จอช บราวน์ฮิลล์, เอริค ปีเตอร์ส - มาเตจ วีดร้า (คริส วู้ด น.46), แอชลี่ย์ บาร์นส์ (จอร์ช เบนสัน น.69)

ผู้จัดการทีม : ฌอน ไดช์

แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : แซค สเตฟเฟ่น - ไคล์ วอล์คเกอร์ (เทย์เลอร์ ฮาร์วูด-เบลลิส น.66), แฟร์นานดินโญ่, เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ - โรดรี้ (นาธาน อาเก้ น.74), เควิน เดอ บรอยน์ (แบร์นาร์โด้ ซิลวา น.64) - ราฮีม สเตอร์ลิง, ริยาด มาห์เรซ, เฟร์ราน ตอร์เรส -โคล พัลเมอร์

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า

ผู้ตัดสิน : แอนดี้ แมดลีย์








นักข่าวดังยันเองแมนยูคุยบาร์เซโลน่าหวังยืมเดมเบเล่




ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดังบอกเอง แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดฉากคุยกับ บาร์เซโลน่า ถึงความเป็นไปได้ที่จะขอยืม อุสมาน เดมเบเล่ มาร่วมทัพเหมือนที่ลือกันจริง โดย "ปีศาจแดง" คุยกับเอเยนต์ของแข้งชาวฝรั่งเศสแล้วด้วย

    
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดการเจรจากับ บาร์เซโลน่า ถึงความเป็นไปได้ที่จะขอคว้าตัว อุสมาน เดมเบเล่ แนวรุกตัวริมเส้นของ "อาซูลกราน่า" มาร่วมทัพด้วยสัญญายืมตัวแล้ว ตามการเปิดเผยของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวที่มีความน่าเชื่อถือสูง


"ปีศาจแดง" กำหนดให้ปีกขวาเป็นหนึ่งในตำแหน่งหลักที่จำเป็นต้องเสริมทัพในตลาดรอบนี้ ซึ่งตอนแรกพวกเขาเล็ง เจดอน ซานโช่ ดาวเตะ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เอาไว้เป็นเป้าหมายเบอร์ 1 แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถโน้มน้าวใจให้ "เสือเหลือง" ยอมขาย ซานโช่ ได้เลย ทำให้พวกเขาต้องมองหาทางเลือกอื่น และไม่นานมานี้ทั้ง อาส สื่อของสเปน กับ เดลี่ เมล สื่ออังกฤษก็ตีข่าวว่า เดมเบเล่ คือคนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ให้ความสนใจมากที่สุด โดยเดิมทีพวกเขาก็เคยอยากได้แข้งชาวฝรั่งเศสมาตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ ปีก่อนแล้ว



กระทั่งล่าสุด โรมาโน่ ก็บอกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งโต๊ะคุยกับ บาร์เซโล่า ถึงความเป็นไปได้ที่จะขอยืม เดมเบเล่ แล้ว โดยพวกเขาพร้อมที่จะให้มีอ็อปชั่นซื้อขาดด้วย แถมทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ก็ถึงขั้นเจรจากับเอเยนต์ของอดีตแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เป็นที่เชื่อกันว่า บาร์เซโลน่า อยากขายขาดเขาตั้งแต่ซัมเมอร์นี้เลยมากกว่า







ฟานเดอเบ็คชมมาต้ายอดแข้ง-แฮปปี้ได้ร่วมเล่นด้วย



ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวยกย่อง ฆวน มาต้า ว่าเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ โดยบอกว่าตนมีความสุขสุดๆ ที่ได้เล่นร่วมกับดาวเตะชาวสแปนิช แถมยังบอกว่า มาต้า เข้าขั้นเป็นตำนานด้วย

    
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวชม ฆวน มาต้า มิดฟิลด์จอมเก๋าว่าเป็นนักเตะชั้นยอด หลังจากทั้งคู่เพิ่งมีส่วนร่วมในการทำประตูจนช่วยให้ "ปีศาจแดง" บุกไปชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-0 ในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ถึงสนาม เอแม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา

ในนัดดังกล่าว ฟาน เดอ เบ็ค เป็นคนผ่านบอลให้ มาต้า ทำประตูที่สองให้ทีมเยือน โดยมิดฟิลด์ชาวดัตช์ตอกส้นแบบเหนือชั้นให้กับ มาต้า ก่อนที่อดีตกองกลาง เชลซี จะจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด โดยนี่นับเป็นการแอสซิสต์ครั้งแรกในสีเสื้อ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ ฟาน เดอ เบ็ค ด้วย

อดีตแข้ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เผยว่า "เฟร็ด ผ่านบอลมาให้ผมได้ดี มันเป็นลูกผ่านที่ดี ผมผ่านบอลต่อทันทีแบบไม่ต้องจับบอลก็เพราะผมเห็นว่าเขา (มาต้า) เคลื่อนที่ไปก่อนแล้ว ผมคิดว่ามันเป็นการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมและเป็นประตูที่ดีของเรา ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้เล่นร่วมกับนักเตะอย่าง ฆวน เขามีความสร้างสรรค์ในการเล่นสูง และเป็นคนที่ผ่านบอลได้ยอดเยี่ยม เขาสามารถเล่นบอลจังหวะเดียวได้ และนั่นก็เป็นสิ่งที่ผมชอบมากๆ ผมคิดว่าเราเข้าขากันได้ดีในสนาม และแน่นอนว่าผมดีใจที่ได้เล่นร่วมกับตำนานอย่าง ฆวน"






ซีดานไม่ชัวร์อาซาร์จะได้คืนสนามเมื่อไหร่



ซีเนดีน ซีดาน กุนซือ เรอัล มาดริด ระบุ ไม่ชัวร์เหมือนกันว่า เอแด็น อาซาร์ จะต้องพักนานแค่ไหน พร้อมบอกว่าไม่กลุ้มกับการที่ฟอร์มโดยรวมของทีมไม่ดีเท่าไหร่ในนัดล่าสุดที่เฉือนหวิว บายาโดลิด

  
ซีเนดีน ซีดาน เทรนเนอร์ เรอัล มาดริด ยอมรับว่าตนยังไม่รู้เหมือนกันว่า เอแด็น อาซาร์ ปีกชาวเบลเยียมจะกลับมาลงสนามได้เมื่อไหร่ หลังจากที่ล่าสุดเขามีอาการบาดเจ็บด้านกล้ามเนื้อตรงขาข้างขวาในระหว่างการซ้อมจนทำให้อดลงเล่นในเกม ลา ลีกา สเปน นัดที่ "ราชันชุดขาว" เปิดรัง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว เฉือนชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา

อาการบาดเจ็บครั้งล่าสุดทำให้ อาซาร์ ยังไม่ได้ลงเล่นให้ทีมในฤดูกาลนี้เลย ทั้งที่ตอนแรกมีการคาดกันว่าเขาใกล้ที่จะกลับมาช่วยทีมได้แล้ว และมันก็มีรายงานระบุว่าเขาอาจจะถึงขั้นอดลงเล่นในเกม "เอล กลาซิโก้" ที่ต้นสังกัดต้องไปเยือน บาร์เซโลน่า ในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ด้วย

ซีดาน เผยว่า "ผมบอกไม่ได้หรอกว่าเขาต้องพักนานแค่ไหน เขามีอาการบาดเจ็บนิดหน่อยตอนซ้อมในช่วงก่อนถึงเกมการแข่งขัน ตอนแรกมันดูเหมือนเป็นแค่อาการชักกระตุกของกล้ามเนื้อ แต่สุดท้ายแล้วมันกลับรุนแรงมากกว่านั้นนิดหน่อย มันเป็นปัญหาตรงกล้ามเนื้อโดยตรง มันไม่เกี่ยวกับอาการบาดเจ็บครั้งก่อนหน้านี้ของเขา และเรื่องอย่างนี้ก็เกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา ก่อนหน้านี้เขาต้องพักเป็นเวลานาน ผมไม่คิดว่าหนนี้เขาจะต้องพักนานหรอกนะ แต่ผมก็ระบุวันเวลาที่แน่นอนไม่ได้เหมือนกันว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่"

กุนซือชาวฝรั่งเศสเสริมว่าไม่เครียดเท่าไหร่กับการที่ฟอร์มโดยรวมของทีมไม่ดีเท่าที่ควรในนัดล่าสุด โดยบอกว่าตอนนี้ยังเป็นแค่ช่วงต้นซีซั่นเท่านั้น "วันนี้เราเจอกับทีมที่แข็งแกร่งมากๆ พวกเขาเล่นเกมรับกันได้ดีด้วยการใช้แนวรับ 2 แถวที่ประกอบไปด้วยแถวละ 4 คน และเราก็รู้ตั้งแต่ก่อนลงเล่นแล้วว่ามันจะออกมาแนวนี้ เรารู้อยู่แล้วว่าเราจะเจองานหนัก มันเป็นเกมที่ยากลำบากสำหรับเรา แต่สุดท้ายเราก็ได้ 3 คะแนนอีกครั้ง เราเพิ่งเริ่มต้นศึก ลา ลีกา เท่านั้น วันนี้เราเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควร เราต้องยอมรับในเรื่องนั้น แต่เราก็จำเป็นต้องอดทนและใจเย็นๆ เอาไว้เหมืนกัน สิ่งสำคัญในวันนี้คือการต้องเก็บ 3 คะแนนให้ได้ และหลังจากนี้เราก็จะเริ่มปรับปรุงเรื่องต่างๆ ให้ดีขึ้น ผมมั่นใจว่าเราจะทำอย่างนั้นได้"






ส่อแววกรุ๊ปออฟเดธ!เปิดลิสต์แบ่งโถจับติ้วรอบแบ่งกลุ่มชปล.2020-21



ตอนนี้ได้บทสรุปแล้วว่าโถการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก จะเป็นยังไงบ้าง โดยทีมจากสเปนอยู่ในโถ 1 กับ โถ 2 ถึงโถละ 2 ทีมเลย ส่วนของอังกฤษนอกจาก ลิเวอร์พูล ที่จองโถแรกเอาไว้แล้วนั้น ที่เหลือก็อยู่ในโถ 2 ทั้งหมด ขณะที่โถ 3 มีทีมจาก อิตาลี ถึง 3 ทีมด้วยกัน

    
หลังจากศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบเพลย์ออฟ ได้บทสรุปไปครบถ้วนเมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มันก็ทำให้ตอนนี้สามารถจัดแจงโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มได้เป็นที่เรียบร้อย โดยการจับสลากจะมีขึ้นที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้

ทั้งนี้ โถ 1 จะมีทีมจากสเปนถึง 2 ทีม นั่นคือ เรอัล มาดริด กับ เซบีย่า เพราะโถนี้จะเว้นให้เฉพาะทีมแชมป์เก่าของ แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก และแชมป์ลีกของชาติที่มีค่าสัมประสิทธิ์สูงเป็นลำดับต้นๆ ของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เท่านั้น ซึ่ง เซบีย่า เป็นแชมป์เก่าของ ยูโรปา ลีก ทำให้พวกเขาได้ขึ้นมาอยู่โถ 1 โดยอัตโนมัติ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ได้อยู่ในโถนี้เช่นกันหลังจากซีซั่นก่อนคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครอง

สำหรับโถ 2 นั้นเต็มไปด้วยทีมหินๆ อย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ซึ่งเป็นตัวแทนจากอังกฤษ, 2 ทีมจาก สเปน อย่าง บาร์เซโลน่า กับ แอตเลติโก มาดริด รวมถึง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมดังของเยอรมนี ในขณะที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ก็อยู่โถนี้เช่นกัน

ส่วนในโถ 3 ที่เด่นๆ คงจะหนีไม่พ้น 3 ทีมจากอิตาลีที่อยู่ในโถนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ และ อตาลันต้า นอกจากนี้ แอร์เบ ไลป์ซิก กับ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ก็อยู่ในโถนี้ด้วย ขณะที่ในโถสุดท้ายนั้นมีทีมอย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค และ โอลิมปิก มาร์กเซย รวมทั้ง แรนส์ ที่ประมาทไม่ได้

ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่ กราสโนดาร์, มิดทิลแลนด์, อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ และ แรนส์ จะได้เล่นรอบแบ่งกลุ่มของ แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยพิธีจับสลากจะเริ่มขึ้นตอนราว 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานยุโรปตอนกลาง หรือก็คือประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

สรุปโถสำหรับการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2020-21

โถ 1 : บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมนี), เซบีย่า (สเปน), เรอัล มาดริด (สเปน), ลิเวอร์พูล (อังกฤษ), ยูเวนตุส (อิตาลี), ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (ฝรั่งเศส), เซนิต เซนต์ ปีเตอร์ส เบิร์ก (รัสเซีย), เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)

โถ 2 : บาร์เซโลน่า (สเปน), แอตเลติโก มาดริด (สเปน), แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ), แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (อังกฤษ), ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค (ยูเครน), โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (เยอรมนี), เชลซี (อังกฤษ), อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม (ฮอลแลนด์)

โถ 3 : ดินาโม เคียฟ (ยูเครน), เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย), แอร์เบ ไลป์ซิก (เยอรมนี), อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี), โอลิมเปียกอส (กรีซ), ลาซิโอ (อิตาลี), กราสโนดาร์ (รัสเซีย), อตาลันต้า (อิตาลี)

โถ 4 : โลโคโมทีฟ มอสโก (รัสเซีย), โอลิมปิก มาร์กเซย (ฝรั่งเศส), คลับ บรูช (เบลเยียม), โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี), อิสตันบูล บาซัคเซเฮียร์ (ตุรกี), มิดทิลแลนด์ (เดนมาร์ก), แรนส์ (ฝรั่งเศส), เฟเรนช์วารอส (ฮังการี)

*เงื่อนไขการแบ่งกลุ่ม
- ทีมจากโถเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
- ทีมจากชาติเดียวกันไม่สามารถอยู่ในกลุ่มเดียวกันได้
- ทีมจากรัสเซียและยูเครนจะไม่ถูกจับให้อยู่ในกลุ่มเดียวกันเนื่องจากปัญหาด้านการเมือง ตามการตัดสินของคณะกรรมการฉุกเฉินของ ยูฟ่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 2014 โดยกฎนี้จะยกเลิกก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าในทางที่ดี







จริงหรือไม่?!สื่อสเปนแฉเดมเบเล่จ่อซบแมนยู



อาส สื่อของสเปน ตีข่าว อุสมาน เดมเบเล่ ดาวเตะ บาร์เซโลน่า จ่อย้ายไปอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยที่ บาร์เซโลน่า จะเอาเงินที่ได้จากการขายเขาไปซื้อ เมมฟิส เดอปาย ต่อทันที

    
อุสมาน เดมเบเล่ แนวรุกตัวริมเส้นของ บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ใกล้ที่จะย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว ตามรายงานของ อาส สื่อชื่อก้องของแดนกระทิงดุ

อนาคตของ เดมเบเล่ กับ บาร์เซโลน่า เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่เขาย้ายมาอยู่กับทีมเมื่อช่วงซัมเมอร์ ปี 2017 ด้วยค่าตัวรวม 145 ล้านยูโร (ประมาณ 5,365 ล้านบาท) แต่กลับยังไม่สามารถทำผลงานได้คุ้มกับเงินจำนวนดังกล่าว แถมยังมีปัญหาเรื่องสภาพความฟิตกับเรื่องวินัยบ่อยๆ โดยกรณีหลังมีอย่างเช่นการมาซ้อมสายหลายครั้ง เป็นต้น

ทั้งนี้ อาส ระบุว่า บาร์เซโลย่า ยินดีที่จะปล่อย เดมเบเล่ ด้วยค่าตัวราว 50-60 ล้านยูโร (ประมาณ 1,850-2,220 ล้านบาท) โดยที่จริง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ให้ความสนใจในตัวดาวเตะชาวฝรั่งเศสมานานแล้ว แถมยังเคยยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาเมื่อ 1 ปีก่อนด้วย และตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็กำลังต้องการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งริมเส้นอยู่พอดี โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา "ปีศาจแดง" พยายามจะดึง เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่สมหวัง

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า บาร์เซโลน่า ตั้งใจจะเอาเงินที่ได้จากการขาย เดมเบเล่ ไปขอซื้อ เมมฟิส เดอปาย ปีก โอลิมปิก ลียง มาร่วมทัพ หลังจากที่ โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ของ "อาซูลกราน่า" อยากได้ เดอปาย มาร่วมทัพมากๆ และการโละ เดมเบเล่ ก็จะช่วยลดภาระค่าเหนื่อยได้เยอะด้วย เพราะเชื่อกันว่าปัจจุบัน เดมเบเล่ ได้ค่าเหนื่อยกับ บาร์เซโลน่า ฤดูกาลละ 10 ล้านปอนด์ (ประมาณ 400 ล้านบาท)

ขณะที่ เดลี่ เมล สื่อชื่อดังของอังกฤษก็รายงานข่าวระหว่าง แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เดมเบเล่ เหมือนกัน แต่เป็นในรูปแบบที่ต่างออกไปเพราะพวกเขาบอกว่าการย้ายทีมของ เดมเบเล่ อาจจะเป็นเพียงในรูปแบบยืมตัวเท่านั้น ซึ่งก็อาจจะเป็นเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งเป้าที่จะหวนล่า ซานโช่ อีกครั้งในปีหน้า






ซานโตสเชื่อโรนัลโด้เล่นได้จนถึงอายุเท่าไหร่?



แฟร์นานโด ซานโตส ระบุ แม้ว่าตอนนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะมีอายุ 35 ปีเข้าไปแล้ว แต่ก็เชื่อว่า โรนัลโด้ สามารถเล่นไปได้จนอายุ 40 ปี อย่างไรก็ตาม เขาก็เสริมด้วยว่า โรนัลโด้ อาจจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดก่อนหน้านั้นถ้าหากรู้สึกว่าไม่สามารถเล่นให้โดดเด่นเหมือนเดิมได้


แฟร์นานโด ซานโตส เทรนเนอร์ทีมชาติโปรตุเกสแสดงความเชื่อว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิงกัปตันทีมสามารถเล่นฟุตบอลอาชีพได้จนถึงอายุ 40 ปี

แม้ว่าปัจจุบันจะมีอายุ 35 ปีเข้าไปแล้ว แต่ โรนัลโด้ ก็ยังทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยฤดูกาลนี้เขาก็ทำไปแล้ว 3 ประตูจากการลงเล่นให้ ยูเวนตุส 2 นัด ขณะที่ในระดับทีมชาตินั้นหากนับรวมผลงานเมื่อปีก่อนเข้าไปด้วยเขาก็ทำประตูให้กับทีมชาติโปรตุเกสได้ถึง 16 ลูกจากการลงเล่น 11 เกม

ซานโตส เผยว่า "คริสเตียโน่ สามารถเล่นได้จนถึงอายุ 40 ปี แต่เขาเองก็ยังไม่รู้หรอกว่ามันจะเป็นอย่างนั้นได้รึเปล่า พอถึงช่วงหนึ่งแล้วเขาอาจจะรู้สึกว่าเขาไม่มีสภาพร่างกายที่ดีแบบเดิมแล้วก็ได้ เขาไม่ใช่นักเตะที่จะยอมลดระดับของตัวเอง ถ้าเขารู้สึกว่าเขาไม่สามารถเป็น โรนัลโด้ คนเดิมได้แล้วล่ะก็ เขาก็จะไม่ฝืนเล่นต่อแน่นอน"







เมสซี่ลั่นทุกอย่างที่ทำเพื่อผลดีต่อทีม


 ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิง บาร์เซโลน่า ระบุ ทุกสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นทำโดยคิดถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของทีม หลังจากเจ้าตัวเคยจุดดราม่าด้วยการยื่นเรื่องขอย้ายทีม อย่างเช่นการอยากให้ บาร์เซโลน่า เป็นทีมที่ดีขึ้น



ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้ากัปตันทีม บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ยืนกรานว่าที่ตนเคยยื่นเรื่องขอย้ายออกจากทีมนั้นตนไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้เหล่าแฟนบอลรู้สึกแย่เลย พร้อมบอกว่าทุกสิ่งที่ตนทำนั้นตนทำไปโดยที่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของสโมสรอยู่เสมอ

ก่อนที่ฤดูกาล 2020-21 จะเริ่มขึ้นนั้น เมสซี่ จุดประเด็นร้อนให้โลกลูกหนังด้วยการยื่นเรื่องขอย้ายทีมกับทางต้นสังกัดด้วยความตั้งใจที่จะใช้เงื่อนไขการย้ายทีมแบบไร้ค่าตัวได้ในทุกๆ ซัมเมอร์ หลังจากที่เขาไม่พอใจกับการบริหารทีมของ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานคนปัจจุบัน แต่สุดท้ายเขาก็ยอมอยู่กับทีมต่อเพราะ บาร์เซโลน่า บอกว่าเงื่อนไขดังกล่าวของปีนี้มันหมดอายุไปแล้ว และถ้าเขาจะย้ายทีมก็ต้องมีคนยอมจ่ายเท่ากับค่าฉีกสัญญาที่ 700 ล้านยูโร (ประมาณ 25,900 ล้านบาท) เท่านั้น ซึ่งมันไม่มีทีมไหนที่มีเงินมากพอจะทำอย่างนั้น

เมสซี่ ให้สัมภาษณ์กับ สปอร์ต สื่อกีฬาชื่อดังของแคว้นกาตาลุนย่าว่า "ผมยินดีที่จะรับผิดชอบถ้าผมทำอะไรพลาดไป และถ้าเกิดมันมีความผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้นแล้วล่ะก็ มันก็เป็นการทำเพื่อให้ เอฟซี บาร์เซโลน่า เป็นทีมที่ดีขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ผมอยากส่งข้อความถึงพันธมิตรและแฟนบอลทุกคนของเรา ถ้าเกิดพวกเขารู้สึกไม่พอใจกับบางอย่างที่ผมพูดหรือไม่พอใจกับการกระทำบางอย่างของผมแล้วล่ะก็ ผมก็ขอให้พวกเขามั่นใจได้ว่าทุกสิ่งที่ผมทำลงไปน่ะผมทำโดยที่คิดถึงผลประโยชน์ที่ดีที่สุดของสโมสรอยู่เสมอ"






พีพีทีวี ยิงสด! ศึกยึดจ่าฝูง เลสเตอร์ ชน เวสต์แฮม อาทิตย์ที่ 4 ต.ค. นี้



พีพีทีวี เอชดี ช่อง 36 ชวนแฟนบอลร่วมลุ้น และติดตามความมันส์ของการแข่งขันฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก” สัปดาห์ที่ 4 กับศึกยึดจ่าฝูงของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด วันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. นี้ เวลา 18.00 น.


สรุปสถานการณ์ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกล่าสุด ทีมที่ยังคงรักษาสถิติไร้พ่าย และชนะรวดทั้ง 3 แมตช์ติดต่อกัน ได้แก่ เลสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เอฟเวอร์ตัน ตามลำดับ ซึ่ง “จิ้งจิ้งสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ “เบรนดัน ร็อดเจอส์” สามารถยึดอันดับหัวสุดของตาราง ด้วยผลต่างประตูได้เสียดีที่สุด (ได้ 12 เสีย 4) และกลายเป็นทีมที่ถูกจับตามองอีกครั้งในฐานะผู้ท้าชิงแชมป์ฤดูกาลนี้ โดย 3 แมตช์ที่ผ่านมา จิ้งจอกสยาม โชว์เกมรุกได้ยอดเยี่ยม ด้วยการทำประตูคู่แข่งไม่ต่ำกว่า 3 ลูกต่อแมตช์ และผลงานล่าสุดยังเป็นการบุกไปถลุงรองแชมป์เก่าอย่าง แมนฯ ซิตี้ ของ “เป๊ป กวาร์ดิโอล่า” คาถิ่น 2 – 5 จากการเรียก 4 จุดโทษในแมตช์เดียวอีกด้วย ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับดาวยิงตัวเก่งของทีมอย่าง “เจมี วาร์ดี้” เจ้าของรางวัลดาวซัลโวสูงสุดฤดูกาลก่อน ซึ่งในปีนี้ทำไปแล้วถึง 5 ประตู จาก 5 จุดโทษ ครองอันดับหนึ่งดาวยิงร่วมกับ “โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน” กองหน้าของเอฟเวอร์ตัน ซึ่งทำไปแล้ว 5 ประตูเช่นกันในขณะนี้

สัปดาห์นี้ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ จะลงสนามช้ากว่าเพื่อนร่วมจ่าฝูงอย่าง เอฟเวอร์ตัน โดยศึกยึดจ่าฝูงนี้ พวกเขาจะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่พึ่งคว้าชัยชนะแมตช์แรกด้วยการชนะ วูล์ฟแฮมตัน 4 – 0 เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง นี่จึงไม่ใช่งานง่ายของทัพจิ้งจอกสยาม หากต้องการคว้า 3 แต้มสำคัญในภารกิจครั้งนี้ แม้จะได้ลงเล่นในบ้านของตัวเองก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเอฟเวอร์ตันสามารถเอาชนะไปได้ก่อนในวันเสาร์ และขึ้นไปรอในตำแหน่งจ่าฝูง จะยิ่งเป็นการสร้างความกดดันให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ อีกด้วย

แฟนบอลสามารถรับชมความมันส์ของศึกยึดจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก “เลสเตอร์ ซิตี้” พบ “เวสต์แฮม ยูไนเต็ด” ในวันอาทิตย์ที่ 4 ต.ค. นี้ เวลา 18.00 น. ถ่ายทอดสดผ่านหน้าจอฟรีทีวี ทางพีพีทีวี เอชดี ช่อง36 (รับสัญญาณผ่านกล่องทีวีดิจิทัล หรือโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณในตัวเครื่องเท่านั้น) รวมทั้งชมสดออนไลน์ได้ทาง https://www.pptvhd36.com







เรื่องอะไร?ฟอร์ลันเล่าอดีตป๋าทำอะไรให้โมโหแบบสุดๆ


 ดีเอโก้ ฟอร์ลัน อดีตหัวหอกชาวอุรุกวัย เปิดอก ตนเคยโมโหสุดขีดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ส่งตนเป็นตัวจริงในเกมกับ วิลล่า เมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2003 ก่อนที่สุดท้ายจะใช้ความเดือดดาลนั้นเป็นแรงผลักดันทำ 2 ประตูในนัดดังกล่าว

   
ดีเอโก้ ฟอร์ลัน อดีตกองหน้าคนดัง เปิดเผยว่าตนเคยโมโหที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ส่งตนลงเล่นเป็นตัวจริงในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "ปีศาจแดง" เปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ปี 2003

ในช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีดังกล่าว ฟอร์ลัน มีผลงานที่โดดเด่นพอตัวด้วยการทำได้ 3 ประตู จากการลงเล่นในทุกรายการ แต่ในเกมกับ วิลล่า เขาต้องออกสตาร์ตบนม้านั่งสำรอง โดยเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน รุด ฟาน นิสเตลรอย ในนาทีที่ 72 ซึ่งตอนนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด นำไปแล้ว 2 ลูกจากการเหมาของ ฟาน นิสเตลรอย และสุดท้าย ฟอร์ลัน ก็ทำได้ 2 ประตูในนาทีที่ 90 กับช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

อดีตหัวหอกวัย 41 ปี เปิดเผยระหว่างให้สัมภาษณ์กับรายการพ็อดแคสต์ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า "วันนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เข้ามาหาผมแล้วบอกว่า รุด (ฟาน นิสเตลรอย) อยากยืนเป็นกองหน้าคนเดียวมากกว่า ดังนั้นผมเลยต้องเป็นตัวสำรอง ผมไม่พอใจมากๆ ผมโกรธสุดๆ และพอผมได้ลงสนามแล้วน่ะผมก็จำได้เลยว่า รอย คีน เดินเข้ามาหาผมโดยที่เขารู้ว่าผมโกรธจัด"

"เจ้านายส่งผมลงเล่นในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกม ผมโกรธมากจนพยายามที่จะยิงให้ได้ในตอนที่ได้สัมผัสกับบอล ผมล้มลงไปแต่ก็ลุกขึ้นมาเพื่อพยายายามหาช่องที่จะยิง และสุดท้ายผมก็ยิงเสียบสามเหลี่ยมบนแบบสุดสวย ส่วนลูกที่สองที่ผมทำได้เป็นการยิงแบบเยื้องไปทางเสาหน่อยๆ และมันก็เป็นประตูที่สวยมากๆ"






วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2563

คล็อปป์เผยติอาโก้ต้องพลาดลงสนามนานแค่ไหน


 เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เปิดเผยก่อนเกมทุบ อาร์เซน่อล ว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า น่าจะอดลงเล่นจนกว่าจะจบโปรแกรมเกมทีมชาติ ทำให้เขาต้องรอถึงเกม เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ในช่วงกลางเดือนหน้าถึงจะกลับมาช่วยทีมได้


เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งวงการ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์คนใหม่ของทีมน่าจะต้องพักจนกว่าจะสิ้นสุดโปรแกรมเกมทีมชาติครั้งที่จะถึงนี้

หลายวันก่อนมีการคาดกันว่า ติอาโก้ จะได้ลงเล่นในเกมลีกที่ ลิเวอร์พูล เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา แต่ไม่นานมานี้เขามีปัญหาบางอย่างจนทำให้ไม่แน่นอนว่าจะลงเล่นนัดสำคัญได้หรือไม่ และสุดท้ายเขาก็ไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรอง

คล็อปป์ ให้สัมภาษณ์ในช่วงไม่นานก่อนที่ทีมของเขาจะชนะ อาร์เซน่อล ว่า "หลังจากจบโปรแกรมเกมทีมชาติแล้วน่ะเขาก็จะโอเคดีแน่นอน นั่นคือสถานการณ์ในตอนนี้ ตอนนี้เขายังฟิตไม่พอที่จะลงเล่นในวันนี้ ก็แค่นั้นแหละ"

จากเรื่องดังกล่าว ทำให้ ติอาโก้ จะพลาดช่วยทีมในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ ลิเวอร์พูล มีคิวเปิดบ้านเจอกับ อาร์เซน่อล อีกครั้ง ในวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมนี้ และเกมลีกที่ "หงส์แดง" ต้องไปเยือน แอสตัน วิลล่า วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยเขาจะพร้อมช่วยทีมในเกมลีกนัด เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่ ลิเวอร์พูล มีคิวยกพลไปดวลกับ เอฟเวอร์ตัน วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้







เรื่องอะไร?แฉ1แข้งเชลซีทำแลมพาร์ดเดือดจัด



ดิ แอธเลติก สื่อกีฬารายหนึ่งเปิดเผยว่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี โมโห มาร์กอส อลอนโซ่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิชสุดขีดที่ไปดูเกมบนรถบัสหลังจากโดนเปลี่ยนตัวไปแล้ว จนด่าอีกฝ่ายตอนที่เตรียมจะเดินทางกลับ โดยที่จริง แลมพาร์ด มองว่านักเตะที่โดนเปลี่ยนตัวไปแล้วก็ควรจะมาอยู่ให้กำลังใจทีมที่ข้างสนามด้วย


แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี ด่า มาร์กอส อลอนโซ่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิชอย่างรุนแรงหลังจบเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่พวกเขาออกไปเสมอกับ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-3 ถึงสนาม เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา เพราะไม่พอใจทัศนคติของ อลอนโซ่ ที่ไม่ยอมอยู่เชียร์เพื่อนร่วมทีมในสนามต่อ ตามการเปิดเผยของ ดิ แอธเลติก สื่อกีฬาชั้นนำ

นัดดังกล่าว อลอนโซ่ มีจังหวะเล่นพลาดจนทำให้ทีมเสียประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 4 แถมเขายังมาโดนใบเหลืองในอีกเพียง 4 นาทีต่อมาเท่านั้นด้วย และพอถึงช่วงพักครึ่งแล้ว แลมพาร์ด ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเอา เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ลงไปแทนเขา

อย่างไรก็ตาม ดิ แอธเลติก แฉว่าพอรู้ว่าตัวเองจะไม่ได้เล่นในช่วงครึ่งหลังนั้น อลอนโซ่ ก็ตัดสินใจเดินไปขึ้นรถบัสของทีมที่จอดรออยู่ใกล้กับทางออกของสนาม ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาควรจะต้องมานั่งเชียร์เพื่อนร่วมทีมต่อ โดยขนาด มาเตโอ โควาซิช ที่โดนเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงพักครึ่งเหมือนกันก็ยังตามมาเชียร์ทีมต่อที่ข้างสนามเลย

เรื่องดังกล่าวทำให้ แลมพาร์ด โมโหมากๆ และพอทุกคนของ เชลซี ขึ้นรถบัสเพื่อเตรียมจะเดินทางกลับนั้น กุนซือชาวอังกฤษก็ตวาดใส่ อลอนโซ่ อย่างหนักต่อหน้าบรรดานักเตะคนอื่นๆ ของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ซึ่งมันก็ทำให้เหล่าพ่อค้าแข้งของ เชลซี อึ้งไปเหมือนกัน โดยแหล่งข่าวรายหนึ่งเผยว่าบรรดานักเตะต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเห็น แลมพาร์ด โมโหมากถึงขนาดนี้มาก่อน และพวกเขาก็จะแปลกใจด้วยซ้ำถ้าหาก อลอนโซ่ ได้กลับมาลงเล่นให้ทีมอีก







แมนยูติดต่อวัตฟอร์ดหวังซิวซาร์ร่วมทัพ



เดอะ เทเลกราฟ สื่อของอังกฤษ ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด สอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการดึง อิสไมล่า ซาร์ ไปร่วมก๊วนกับทาง วัตฟอร์ด แล้ว โดยเชื่อว่า "แตนอาละวาด" ตั้งค่าหัวของเขาเอาไว้ที่ 40 ล้านปอนด์



แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ติดต่อไปหา วัตฟอร์ด ทีมในระดับ เดอะ แชมเปี้ยนชิพ เพื่อสอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขอคว้าตัว อิสไมล่า ซาร์ ปีกชาวเซเนกัลมาร่วมทัพ ตามรายงานของ เดอะ เทเลกราฟ สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

ตลอดช่วงที่ผ่านมา ซาร์ ตกเป็นข่าวกับหลายทีมชั้นนำ อย่างเช่น แมนฯ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล เป็นต้น หลังจากที่เขาทำผลงานได้ดีพอตัวกับ วัตฟอร์ด เมื่อฤดูกาลก่อน แต่กลับต้องตกชั้นมาพร้อมกับ "แตนอาละวาด" อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวระหว่างเขากับ ลิเวอร์พูล ก็เงียบลงไปในพักหลัง ส่วนในกรณีของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั้น พวกเขาคิดว่า ซาร์ คือหนึ่งในตัวเลือกสำรองที่เหมาะสมในกรณีที่ไม่ได้ตัว เจดอน ซานโช่ ปีกคนดังของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ไปเสริมแกร่ง

เป็นที่เชื่อกันว่า วัตฟอร์ด ต้องการเงิน 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของ ซาร์ โดยมันจะทำให้พวกเขาได้กำไรไปเยอะพอตัวหลังจากเสียเงินไป 25 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,000 ล้านบาท) ในตอนที่ดึงแข้งวัย 22 ปีมาจาก แรนส์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ ปีก่อน






หน้ามืด!แฉแมนยูเคยคิดทุ่มบ้าเลือดเพื่อฟาติ



กาตาลุนย่า เรดิโอ สื่อของแคว้นกาตาลุนย่า ตีข่าว แมนฯ ยูไนเต็ด เคยยอมจะจ่ายเงิน 170 ล้านยูโร ซึ่งเป็นค่าฉีกสัญญาอันเดิมของ อันซู ฟาติ กับ บาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายก็ต้องแห้ว โดยที่ค่าฉีกสัญญาของ ฟาติ เพิ่มไปเป็น 400 ล้านยูโรแล้ว


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เคยยินดีที่จะจ่ายเงินสูงถึง 170 ล้านยูโร (ประมาณ 6,290 ล้านบาท) เพื่อที่จะคว้าตัว อันซู ฟาติ ปีก บาร์เซโลน่า ไปร่วมทัพ หลังจากเงินจำนวนดังกล่าวเท่ากับค่าฉีกสัญญาในข้อตกลงฉบับเดิมของแข้งวัย 17 ปีกับ "อาซูลกราน่า" จากการรายของของ กาตาลุนย่า เรดิโอ สื่อของแคว้นกาตาลุนย่า

แมนฯ ยูไนเต็ด เคยตกเป็นข่าวกับ ฟาติ หนักพอตัวในช่วงหนึ่ง หลังจากที่พวกเขาต้องการเสริมความแข็งแกร่งในตำแหน่งริมเส้นมานานแล้ว และมองว่า ฟาติ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่น่าสนใจเพราะเขายังมีอายุน้อยอยู่ แต่ บาร์เซโลน่า ก็ยืนกรานเสียงแข็งมาโดยตลอดว่าต้องการให้ ฟาติ อยู่ช่วยทีมต่อไป จนเมื่อวันพุธที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาก็จับเขาต่อสัญญายาวกับทีมไปจนถึงปี 2024 เลย

ทั้งนี้ กาตาลุนย่า เรดิโอ แฉว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จริงจังกับการล่าตัว ฟาติ มากๆ จนเคยยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาในตอนแรกด้วยเงิน 150 ล้านยูโร (ประมาณ 5,550 ล้านบาท) ในช่วงก่อนที่จะมีการประกาศถึงการต่อสัญญาของ ฟาติ แต่ก็โดน บาร์เซโลน่า ปฏิเสธไป และหลังจากนั้น "ปีศาจแดง" ก็ยังไม่ยอมแพ้จนถึงขั้นพร้อมทุ่มเงินให้เท่ากับค่าฉีกสัญญาอันเดิมของเขา แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวังอีกรอบเมื่อ บาร์เซโลน่า แจ้งว่าค่าฉีกสัญญาของ ฟาติ พุ่งไปเป็น 400 ล้านยูโร (ประมาณ 14,800 ล้านบาท) แล้ว







ภาพมันฟ้อง!แกรี่จวกซาลาห์เห็นแก่ตัวแย่งโชต้ายิง


 แกรี่ เนวิลล์ อดีตยอดแบ็กขวาของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เห็นแก่ตัวที่ไปแย่งบอลตัดหน้า ดีโอโก้ โชต้า ทั้งที่ โชต้า มีลุ้นทำประตู พร้อมเชื่อว่า ซาลาห์ ก็รู้ตัวดีว่ามันไม่ใช่การกระทำที่ถูกต้อง

   
แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตำหนิ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ว่าเห็นแก่ตัวเกินไปในจังหวะที่ไปตัดหน้า ดีโอโก้ โชต้า กองหน้าเพื่อนร่วมทีมเพื่อพยายามจะเล่นบอลเองทั้งที่จังหวะนั้น โชต้า มีโอกาสดีที่จะทำประตูได้ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" เปิดรัง แอนฟิลด์ เอาชนะ อาร์เซน่อล 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา


เกมนี้ โชต้า ถูกเปลี่ยนตัวลงสนามในนาทีที่ 80 ซึ่งในราว 2 นาทีหลังจากนั้น ซาลาห์ พยายามจะช่วยให้ โชต้า ทำประตูให้ได้ หลังจากตัดเข้ากลางแล้วแทงบอลสุดสวยให้อดีตแข้ง วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แต่ โชต้า กลับยิงไม่เข้า


ขณะที่พอถึงนาทีที่ 85 จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม ก็ตักบอลไปทาง โชต้า ในตอนที่ทั้งคู่อยู่ในกรอบเขตโทษ โดยที่ตอนนั้นดาวเตะชาวโปรตุกีสยืนอยู่คนเดียวโล่งๆ และรอสับไกแล้ว แต่ ซาลาห์ กลับวิ่งมาตัดหน้าแล้วพยายามจะเอาบอลไปยิงเอง ซึ่งสุดท้ายแข้งชาวอียิปต์ก็จับบอลพลาดจนกลายเป็นการทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทำประตูไปอย่างน่าเสียดาย




เนวิลล์ คนพี่ เผยระหว่างทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่า "นั่นคือการเล่นแบบเห็นแก่ตัวของเขา เขาคงคิดประมาณว่า -นายเพิ่งทิ้งโอกาสทำประตูไปดื้อๆ- แล้วจากนั้นก็แย่งบอลมาจากเขา ทั้งที่จริงๆ แล้วมันควรจะเป็นชอตที่ โชต้า ได้ลุ้นยิงแท้ๆ"

"แน่นอน ความเห็นแก่ตัวเป็นหนึ่งในจุดแกร่งของเขา แต่จังหวะนี้เขาควรจะปล่อยให้เพื่อนของเขาได้เล่น ยังไงซะเขา (ซาลาห์) ก็ไม่มีทางจับบอลได้อยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะ ซาลาห์ แล้วล่ะก็เขา (โชต้า) ก็คงจะทำประตูในจังหวะนั้นได้แล้ว คุณไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ แม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมแต่เขาก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่การกระทำที่ดีเลย"







วันจันทร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2563

อาจชวดบู๊แมนยู!มูรินโญ่เผยซนเจ็บอดช่วยทีมพักหนึ่ง



โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส ระบุ ซน ฮึง-มิน หนึ่งในแนวรุกตัวหลักของทีมต้องพักนานระดับหนึ่ง เพราะเจ้าตัวเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าในเกมที่เจ๊ากับ นิวคาสเซิ่ล โดยเขาน่าจะอดลงเล่นในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4 กับ เชลซี วันอังคารนี้แน่นอนแล้ว และถ้าอาการร้ายแรงจัดก็อาจจะลามไปถึงเกมกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันที่ 4 ต.ค. นี้ด้วย

    
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เปิดเผยว่า ซน ฮึง-มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ต้องพักรักษาตัวนานในระดับหนึ่ง หลังจากที่ได้รับการยืนยันแล้วว่าอาการบาดเจ็บของเขาในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เสมอกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา เป็นอาการเดี้ยงตรงเอ็นหลังหัวเข่า

ในนัดดังกล่าว ซน มีโอกาสทำประตูสวยๆ ให้ทีมในช่วงครึ่งแรกอยู่บ้าง อย่างเช่นจังหวะที่ยิงชนเสากับคานอย่างละ 1 ครั้ง แต่ดาวเตะชาวเกาหลีใต้ก็โดนเปลี่ยนตัวกับ สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์น ในช่วงพักครึ่ง จนทำให้หลายคนกังวลว่าเกิดเรื่องร้ายแรงกับเขาหรือไม่

"มันเป็นเพราะอาการบาดเจ็บน่ะ เราจะอดใช้งานเขาไปพักหนึ่ง มันเป็นอาการบาดเจ็บตรงเอ็นหลังหัวเข่าของเขา" มูรินโญ่ ระบุ โดยเรื่องในครั้งนี้ทำให้ ซน น่าจะอดช่วยทีมในเกม คาราบาว คัพ รอบ 4 ที่ สเปอร์ส ต้องเปิดรัง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เจอกับ เชลซี ในวันอังคารที่ 29 กันยายนนี้แน่นอน แถมอาจจะรวมถึงเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก รอบเพลย์ออฟ กับ มัคคาบี้ ไฮฟา วันที่ 1 ตุลาคมนี้ รวมถึงเกมลีกที่ต้องไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ด้วย






คล็อปป์ตอบชัดลิเวอร์พูลจำเป็นต้องซื้อกองหลังเพิ่มหรือไม่?



ในขณะที่หลายคนมองว่าตำแหน่งแนวรับของ ลิเวอร์พูล ดูน่าเป็นห่วง แต่ล่าสุด เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของทีมก็บอกเองว่าตนไม่น่าจะเสริมทัพในตำแหน่งดังกล่าว โดยบอกด้วยว่าสถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ได้รุนแรงมากนัก


เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่าทีมขงตนไม่น่าจะทำการเสริมทัพใดๆ เพิ่มอีกแล้วในตลาดการซื้อ-ขายนักเตะรอบนี้ แม้ว่าหลายคนจะมองว่าแผงหลังของพวกเขาดูน่าเป็นห่วงก็ตาม

โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป 2 เซนเตอร์แบ็กอาชีพของ ลิเวอร์พูล โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานจนทำให้พวกเขาลงเล่นไม่ไหว และหลายคนก็มองว่ามันอาจจะส่งผลเสียกับเกมรับของทีมได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ คล็อปป์ ก็จำเป็นต้องถอย ฟาบินโญ่ มิดฟิลด์ชาวบราซิเลียนมายืนเป็นกองหลังคู่กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ในเกมที่เจอกับ เชลซี เหมือนกัน แต่ ฟาบินโญ่ ก็ทำผลงานได้โดดเด่นเหนือความคาดหมายของหลายคนจนทำให้ทีมชนะไป 2-0

คล็อปป์ เผยว่า "พูดกันตามตรงนะ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักหรอก ในตำแหน่งเซนเตอร์-ฮาล์ฟน่ะเรามีตัวเลือกดีพออยู่แล้วจากการที่มีทั้ง 3 เซนเตอร์-ฮาล์ฟ ชั้นยอดให้ใช้งาน, มีดาวรุ่งเป็นแบ็กอัพและยังมี ฟาบินโญ่ ที่พอจะช่วยทีมได้ด้วยถ้าเราต้องการจะพึ่งพาเขา"

"วันหนึ่งจู่ๆ 3 แนวรับของเราก็ได้รับบาดเจ็บและต้องพักแป๊บหนึ่ง แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่เราไม่สามารถแก้ไขเรื่องนั้นผ่านทางตลาดการเสริมทัพได้ มันทำอย่างนั้นไม่ได้ และเราจะไม่พยายามทำอย่างนั้นด้วย ถ้ามันไม่เกิดสถานการณ์ที่ร้ายแรงกว่านี้แล้วล่ะก็ เราก็จะไม่แม้แต่พยายามที่จะซื้อกองหลังด้วยซ้ำ ถ้าเกิดสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ต่อไปแล้วล่ะก็ มันก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าขุมกำลังของเรามีสภาพดีอยู่แล้ว และเราจะมารอดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น"







วาร์ดี้สร้างประวัติศาสตร์หลังดับแมนซิตี้




 ผลงานจากเกมที่ชนะ แมนฯ ซิตี้ 5-2 ทำให้ เจมี่ วาร์ดี้ หัวหอก เลสเตอร์ เป็นนักเตะคนแรกที่สามารถทำแฮตทริกได้ในการไปเยือนทีมที่มี โจเซป กวาร์ดิโอล่า เป็นกุนซือ และยังเป็นครั้งที่ 2 ที่เขาทำแฮตทริกใส่ "เรือใบสีฟ้า" ของ กวาร์ดิโอล่า ได้ด้วย

    
เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าคนเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นนักเตะคนแรกที่สามารถทำแฮตทริกในเกมที่ต้องไปเยือนทีมที่มี โจเซป กวาร์ดิโอล่า เป็นกุนซือได้ หลังจากล่าสุดทำ 3 ลูกจนช่วยให้ "สุนัขจิ้งจอก" บุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ 5-2 ถึงสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา

ตลอดเวลาที่ผ่านมา กวาร์ดิโอล่า เป็นกุนซือที่ขึ้นชื่อว่ามักจะพาทีมทำผลงานได้ดีถ้าหากได้เล่นในบ้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นตอนคุมทีมไหนก็ตาม อย่างเช่นฤดูกาล 2018-19 ที่พา แมนฯ ซิตี้ เก็บชัยชนะในลีกที่บ้านของตัวเองได้ถึง 18 เกมจากทั้งหมด 19 นัด เป็นต้น

นอกจากนี้ นี่ยังเป็นครั้งที่ 2 ที่ วาร์ดี้ สามารถทำแฮตทริกได้ในเกมที่เจอกับ แมนฯ ซิตี้ ในยุคของ กวาร์ดิโอล่า ด้วย โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2016 ที่ เลสเตอร์ ชนะในลีกไป 4-2 ขณะเดียวกันนี่ก็ยังเป็นครั้งที่ 2 ตลอดอาชีพการคุมทีมของ กวาร์ดิโอล่า ที่เขาแพ้เกมเหย้าในลีกนัดแรกของฤดูกาลด้วย โดยหนเดียวก่อนหน้านี้คือตอนที่เขาพา บาร์เซโลน่า พ่าย เอร์กูเลส 0-2 คารัง คัมป์ นู เมื่อปี 2010






ฝีเท้าดีสุดๆ!โอบาฯเผยอยากให้อาร์เซน่อลปิดดีลอาอูอาร์ให้ได้


 ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง ดาวยิง อาร์เซน่อล เปิดอก อยากให้ต้นสังกัดปิดดีลกับ อุสเซม อาอูอาร์ มิดฟิลด์ ลียง ให้ได้ โดยบอกว่าแข้งวัย 22 ปีเป็นคนที่มีฝีเท้าดีสุดๆ

ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าคนเก่งของ อาร์เซน่อล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความหวังว่าต้นสังกัดของตนจะสามารถคว้าตัว อุสเซม อาอูอาร์ กองกลาง โอลิมปิก ลียง มาร่วมทัพได้

อาอูอาร์ ตกเป็นข่าวกับ อาร์เซน่อล อย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา โดยทีมของกุนซือ มิเกล อาร์เตต้า ยื่นข้อเสนอขอซื้อเขาอย่างเป็นทางการไปแล้วด้วย หลังจากเสนอที่จะจ่ายค่าตัวราว 32 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,280 ล้านบาท) แต่ก็โดน ลียง ปฏิเสธทันควันเพราะ "โอแอล" ตั้งค่าหัวแข้งวัย 22 ปีเอาไว้ที่ 55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท)

"เขาเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ ผมหวังว่าเราจะโชคดีมากพอที่จะได้นักเตะแบบนี้มาอยู่กับสโมสร ผมมั่นใจว่าเขาจะช่วยเราได้เป็นอย่างดี ผมหวังว่าเขาจะย้ายมาอยู่กับเราแม้ว่าเขาจะเป็น ลียงเนส ก็ตาม (โอบาเมยอง เคยอยู่ แซงต์-เอเตียน ทีมร่วมลีกของ ลียง)" ดาวเตะชาวกาบอง ระบุ






ยิงมาครบ! เจมี่ วาร์ดี้ กับผลงานในการดวลท็อป 6



เรียกได้ว่าโชว์ฟอร์มสุดโหดให้เห็นอีกครั้งสำหรับ เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าคนเก่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากล่าสุดเขาทำแฮตทริกได้จนช่วยให้ทีมบุกไปชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-2 ถึงสนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา พร้อมกับทำให้ เลสเตอร์ เก็บได้ 9 คะแนนเต็มจากการลงเล่น 3 นัด

    
ทั้งนี้ วาร์ดี้ เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีสกอร์ตลอดในการเจอกันทีมในกลุ่มท็อปซิกซ์ของ พรีเมียร์ลีก อันประกอบไปด้วย ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, แมนฯ ยูไนเต็ด, เชลซี, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล ซึ่งวันนี้เราก็มีผลงานและเกร็ดบางอย่างของเขาในการเจอกับทีมใหญ่มาให้ได้ชมกัน

vs เชลซี
นี่คือทีมในกลุ่มท็อปซิกซ์ที่เสียประตูให้กับ วาร์ดี้ น้อยที่สุด โดยดาวเตะชาวอังกฤษสามารถทำประตูใส่ เชลซี ได้เพียง ลูกจากการลงเล่น 14 นัดในทุกรายการ แบ่งเป็น 3 ลูกในลีก และ 1 ประตูในเกม เอฟเอ คัพ แถมเขายังทำได้เพียง 1 แอสซิสต์เท่านั้นด้วย



จากเรื่องดังกล่าวทำให้มันไม่แปลกเลยที่ วาร์ดี้ จะแพ้ถึง 7 หนในการเจอกับ เชลซี และชนะเพียงแค่ 2 ครั้ง ถึงกระนั้น ในทั้ง 2 ครั้งที่เขาชนะ เชลซี นั้น เจ้าตัวก็ทำระประตูได้ทั้ง 2 เกมด้วย แบ่งเป็นเกมลีกที่ เลสเตอร์ ชนะ 2-1 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ปี 2015 และเกมลีกที่เขาช่วยให้ทีมเฉือน เชลซี 1-0 เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ปี 2018

vs แมนฯ ยูไนเต็ด
5 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ คือผลงานที่ วาร์ดี้ ทำได้ในการลงดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการเจอกันในทุกรายการ 12 ครั้ง และหนึ่งในนั้นคือเกมลีกที่เขาทำไป 1 ประตู กับ 4 แอสซิสต์จนช่วยให้ เลสเตอร์ ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 5-3 เมื่อวันที่ 21 กันยายน ปี 2014 ซึ่งนั่นถือเป็นการได้ดวลกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครั้งแรกของเขาด้วย



น่าเศร้าที่นั่นเป็นพียงครั้งเดียวที่ วาร์ดี้ ได้ลิ้มรสชัยชนะในการเจอกับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยอีก 11 ครั้งต่อมา วาร์ดี้ แพ้ถึง 9 ครั้ง และเสมอ 2 หน แถมตอนนี้เขายังทำประตูใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้มา 3 นัดติดต่อกันแล้วด้วย

vs สเปอร์ส
ตลอดอาชีพการเล่นของ วาร์ดี้ เขาได้ลงดวลกับ สเปอร์ส ไปทั้งหมด 13 นัดในทุกรายการ ซึ่งในจำนวนนั้นเขาก็ทำได้ 5 ประตู กับ 3 แอสซิสต์ แต่มันก็เป็นผลงานที่เกิดขึ้นเฉพาะในเกมลีกทั้งหมด ขณะเดียวกันเขาก็แพ้ สเปอร์ส ไปทั้งหมด 7 ครั้งด้วยกัน และชนะได้ 4 หน



ทั้งนี้ วาร์ดี้ เคยทำประตูใส่ สเปอร์ส ได้ 3 นัดติดต่อกันด้วย นั่นคือเกมลีกทั้ง 2 นัดในฤดูกาล 2017-18 และเกมลีกอีกเกมหนึ่งในซีซั่น 2018-19 โดยหนึ่งในนั้นคือการทำ 2 ประตู ก่อนที่ เลสเตอร์ จะแพ้ไปแบบเจ็บปวด 4-5 เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ปี 2018

vs ลิเวอร์พูล
7 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ ในการดวลกับ ลิเวอร์พูล 11 หน ถือเป็นตัวเลขที่เข้าข่ายนักเตะชั้นยอด แถมช่วงหนึ่ง วาร์ดี้ ก็เคยยิงใส่ ลิเวอร์พูล ได้ถึง 5 เกมติดต่อกัน นั่นก็คือตั้งแต่ฤดูกาล 2015-16 ไปจนถึงซีซั่น 2017-18 ด้วย



น่าเศร้าที่ผลงานของทีมกลับสวนทางกับผลงานส่วนตัว วาร์ดี้ แพ้ในเกมที่เจอกับ ลิเวอร์พูล ถึง 7 หน รวมถึงชนะได้เพียง 2 ครั้ง และมันก็เหมือนกับกรณีของ แมนฯ ยูไนเต็ด นั่นก็คือเขายิงใส่ ลิเวอร์พูล ไม่ได้มา 3 นัดติดต่อกันเข้าไปแล้ว

vs แมนฯ ซิตี้
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่า แมนฯ ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมเงินถุงเงินถังคือทีมที่เป็นเหยื่ออันโอชะอันดับ 2 ของ วาร์ดี้ เพราะเขาทำได้ถึง 9 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ จากการดวลกับ "เรือใบสีฟ้า" ทั้งหมด 15 เกม โดยในจำนวนประตูทั้งหมดที่เขาทำได้ในเกมดวลกับ แมนฯ ซิตี้ นั้น มันเกิดขึ้นในลีก 8 ลูกด้วย



อย่างไรก็ตาม ถ้าวัดกันจริงๆ แล้วเขาทำประตูใส่ แมนฯ ซิตี้ ได้เพียง 5 นัดเท่านั้นจากการลงเล่นในทุกรายการ ส่วนที่จำนวนประตูมันสูงลิบเป็นเพราะมี 2 เกมที่เขาทำแฮตทริกใส่ แมนฯ ซิตี้ ได้ นั่นคือนัดล่าสุดที่พา เลสเตอร์ บุกไปชนะทีมของ โจเซป กวาร์ดิโอล่า 5-2 และนัดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2016 ที่เขาช่วยให้ทีมชนะ แมนฯ ซิตี้ 4-2

vs อาร์เซน่อล
นี่คือทีมที่ วาร์ดี้ ถูกโฉลกด้วยมากที่สุด จากการเจอกัน 11 ครั้งนั้น วาร์ดี้ ทำได้ถึง 10 ประตู แถมยังมีแอสซิสต์อีก 1 หนด้วย เรียกได้ว่าเขาจะมีส่วนร่วมกับประตูเฉลี่ยนัดละ 1 หนเวลาที่ได้เผชิญหน้ากับ "ไอ้ปืนใหญ่" เลย



ทั้งนี้ มีถึง 3 เกมที่ วาร์ดี้ ทำได้ 2 ประตูในการเจอกับ อาร์เซน่อล และถ้านับเฉพาะการเจอกัน 6 นัดหลังสุดนั้น เขาก็สามารถเจาะตาข่ายยอดทีมแห่งถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ได้ถึง 5 เกมเลยทีเดียว ในขณะเดียวกัน เขาก็ชนะในเกมที่เจอกับ อาร์เซน่อล 3 ครั้ง และแพ้ไป 5 หน เรียกได้ว่าไม่แย่มากนักเมื่อเทียบกับตอนเจอทีมอื่นๆ






เผยเจมส์แจ้งโซลชาแล้วอยู่สู้ต่อหรือย้ายหนีแมนยู



สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชื่อดังของอังกฤษ ระบุ แดเนี่ล เจมส์ ปีก แมนฯ ยูไนเต็ด บอกกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เองว่าอยากอยู่แย่งตำแหน่งในทีม ต่อให้ ลีดส์ จะอยากยืมเขาไปเสริมทัพก็ตาม ซึ่ง "ปีศาจแดง" ก็ยังไม่ต้องการปล่อยแข้งชาวเวลส์เหมือนกัน

   
แดเนี่ยล เจมส์ ปีกชาวเวลส์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แจ้งกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์แล้วว่าต้องการอยู่กับทีมเพื่อแย่งตำแหน่งตัวจริงต่อไป แม้ว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด จะอยากยืมเขาไปร่วมทีมก็ตาม จากการรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี

หลังจากทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงต้นฤดูกาลก่อน ฟอร์มของ เจมส์ ก็ค่อยๆ ดร็อปลงไป และถึงแม้จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดเปิดสนามของฤดูกาลนี้ที่แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 แต่พอถึงนัดล่าสุดที่ทีมชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2 นั้น เขากลับไม่มีชื่อแม้กระทั่งเป็นตัวสำรองด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ ลีดส์ ตามดูสถานการณ์ของ เจมส์ มาโดยตลอด หลังจากเดิมทีพวกเขาเคยอยากได้แข้งวัย 22 ปีไปร่วมทัพตั้งแต่ตอนที่เจ้าตัวยังอยู่กับ สวอนซี ซิตี้ แล้ว อย่างไรก็ตาม เจมส์ ก็แสดงเจตนารมณ์เองว่าต้องการอยู่กับทีมต่อไป

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่าในตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ต้องการปล่อย เจมส์ ออกไปเช่นกัน แต่พวกเขาก็อาจจะพิจารณาสถานการณ์ของดาวเตะดีกรีทีมชาติเวลส์อีกครั้งถ้าหากได้แข้งแนวรุกมาร่วมทีมก่อนปิดตลาดในวันที่ 5 ตุลาคมนี้




วันเสาร์ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2563

บิลิชเดือดจังหวะฮาแวร์ทซ์ยังไงก็แฮนด์บอล



สลาเวน บิลิช กุนซือเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน โมโหสุดขีดที่ลูกทีมเสียประตูให้แก่ เชลซี ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เนื่องจากจังหวะก่อนที่มีประตูเกิดขึ้น มันน่าจะเป็นการแฮนด์บอลของ ไค ฮาแวร์ทซ์

    
เกมพรีเมียร์ลีก ที่สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์น เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จบลงด้วยผลเสมอกันระหว่าง เวสต์บรอมวิช กับ เชลซี 3-3 โดยทางทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ แทมมี่ อบราฮัม ซึ่งเป็นผู้ทำประตูตีเสมอ มีจังหวะที่ลูกฟุตบอลไปโดนบริเวณแขนของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่แนวรับของ 'เดอะ แบ็กกี้ส์' จะสกัดไปเข้าทางของ เมาท์ จากนั้นมิดฟิลด์'สิงห์บลูส์' ก็ซัดด้วยขวา แต่ แซม จอห์นสตัน ปัดบอลมาเข้าทาง อบราฮัม แล้วซัดจ่อๆ แบบง่ายๆ

โดยในเรื่องนี้เอง สลาเวน บิลิช กุนซือของ เวสต์บรอมฯ ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เนื่องจากตัวเองคิดว่ามันควรเป็นลูกแฮนด์บอลของ ฮาแวร์ตซ์ "ประตูที่สามมันยากที่จะยอมรับเพราะเห็นเลยว่าเป็นการแฮนด์บอลชัดเจน"

"ผมไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องนี้เลย เพราะมันไม่ใช่จังหวะที่ 'อาจจะ' หรือ 'เป็นไปได้' เลย มันคือการแฮนด์บอล"

"จบแค่นั้นแหละ ผู้คนพูดว่าไม่ใช่แฮนด์บอลได้อย่างไรกัน แบบนี้มันก็เกินไป"

"ผมภูมิใจในผู้เล่นของผม พวกเขาควรได้รับความรู้สึกถึงความสุขในห้องแต่งตัว แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น"

"ทุกคนล้วนผิดหวังเพราะพวกเขาไม่ได้ 3 คะแนนที่พวกเขาคู่ควร"

"ในฐานะผู้จัดการทีม ผมเดินเข้าห้องแต่งตัวแล้วเห็นใบหน้าอันหน้าผิดหวัง เพราะ 2 คะแนนถูกริบไปจากพวกเราเพราะลูกแฮนด์บอล"