วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563

ดื้อเหรอ!เมสซี่มีสิทธิ์โดนลงโทษหนักปรับเงินอาน

วาระแห่งชาติ!! “บาร์โตเมว” ประชุมด่วนเจรจา “พ่อเมสซี่” : PPTVHD36


มาร์ก้า สื่อดังในสเปน ระบุ ลิโอเนล เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะโดนลงโทษรุนแรงจากการกระทำที่ไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อม และตรวจเชื้อโควิด-19 กับ บาร์เซโลน่า หลังนักเตะพยายามที่จะประท้วงเงียบเพราะไม่ต้องการเล่นให้กับ "เจ้าบุญทุ่ม" อีกต่อไป และอยากย้ายหนีถิ่นคัมป์ นู แบบไม่มีค่าตัว

            
ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ มีสิทธิที่จะโดนสั่งแบน และปรับเงินจำนวน 1.1 ล้านปอนด์ (ราว 41.8 ล้านบาท) หลังจากนักเตะไม่ยอมเดินทางไปร่วมฝึกซ้อมกับ บาร์เซโลน่า ต้นสังกัด โดยมีเป้าหมายที่จะเล่นสงครามเย็นเพื่อให้ทีมปล่อยตัวออกไปแบบฟรีเอเจนต์

หัวหอกทีมชาติอาร์เจนตินาปฏิเสธที่จะมารายงานตัวกับต้นสังกัดในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมทั้งไม่ยอมเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอาทิตย์ โดย มาร์ก้า สื่อดังในดินแดนกระทิงดุ ระบุว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ เมสซี่ ต้องโดนบทลงโทษอย่างรุนแรง

เมสซี่ ที่คาดหวังจะไม่ได้เล่นกับ บาร์ซ่า อีกต่อไป แต่กระนั้น "เจ้าบุญทุ่ม" ยืนยันชัดเจนว่าเขายังคงเป็นนักเตะของยอดทีมแห่งถิ่นคัมป์ นู เนื่องจาก ลา ลีกา และ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของลีกสเปน ยืนยันชัดเจน สัญญาของนักเตะกับสโมสรยังมีผลอยู่ และจะย้ายสังกัดได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายค่าฉีกสัญญามูลค่า 700 ล้านยูโร (ประมาณ 24,500 ล้านบาท) เท่านั้น

ขณะเดียวกับ มาร์ก้า ระบุว่า เมสซี่ มีสิทธิ์ที่จะถูกตัดสินว่ากระทำผิดอย่างรุนแรงจากการละทิ้งหน้าที่ของตัวเองถึง 2 ครั้งโดยที่ไม่มีสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิเสธที่จะเดินทางมาตรวจทดสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-19 และไม่ยอมเดินทางมาร่วมฝึกซ้อมกับต้นสังกัด

ในกรณีที่ สตาร์ดังเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 6 สมัย ยังคงดื้อแพ่งยังไม่ยอมมาร่วมทีมเป็นครั้งที่สาม จะมีผลทำให้นักเตะโดนริบรายได้เป็นเวลา 11 วัน หรือถูกปรับเงินจำนวน 25 เปอร์เซนต์ของเงินเดือนที่ได้รรับ และยังมีสิทธิ์ที่จะถูกสั่งลงโทษแบนชั่วคราว

ทั้งนี้ เมสซี่ ได้รับเงินจำนวน 54 ล้านปอนด์ (ราว 2,052 ล้านบาท) ต่อปี จาก บาร์เซโลน่า ดังนั้นจำนวนเงินหนึ่งในสี่ของรายได้ที่เขาได้รับต่อเนื่องจะอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านปอนด์ ขณะเดียวกันหากคำนวณรายได้ต่อวันเจ้าตัวรับทรัพย์ประมาณ 148,000 ปอนด์ (ราว 5.62 ล้านบาท) ต่อวัน ดังนั้นเงินค่าปรับ 11 วันก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.6 ล้านปอนด์ (ราว 60.8 ล้านบาท) 



แมนยูจ่อปิดดีล! "ฟานเดอเบ็ค" ผ่านตรวจร่างกายแล้ว

ยืนตรงไหนได้บ้าง จัด 3 ผังการเล่น "แมนยูฯ" หลังจ่อได้ "เดอ เบค"


 ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มิดฟิลด์ดาวดัง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม จ่อเต็มทีกับการเป็นสมาชิกใหม่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะล่าสุดเจ้าตัวผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายเรียบร้อยแล้ว 

  
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางตัวเก่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ได้ผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นที่เรียบร้อย ตามรายงานจาก ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวกีฬาชื่อดังแห่ง สกาย สปอร์ตส์ เมื่อวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ฟาน เดอ เบ็ค มีข่าวเกี่ยวโยงกับ "ปีศาจแดง" อย่างหนักตลอดช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา และล่าสุดเจ้าตัวเขยิบเข้าใกล้กับการเป็นสมาชิกใหม่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เต็มที หลังผ่านการตรวจร่างกายเรียบร้อย ที่ประเทศฮอลแลนด์ โดยคาดกันว่า ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์วัย 23 ปี จะย้ายร่วมก๊วน แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยสัญญายาวถึงปี 2025

สำหรับค่าตัวของ ฟาน เดอ เบ็ค ตามรายงานข่าวระบุว่า เบื้องต้นน่าจะอยู่ที่ 40 ล้านยูโร (ประมาณ 1,480 ล้านบาท) บวกโบนัสอีก 5 ล้านยูโร (ประมาณ 185 ล้านบาท)


"Here We Go" วลีเด็ด โรมาโน่ ที่แฟนบอลเฝ้ารอ

Main Stand ] กว่าจะเป็น "ฟาบริซิโอ โรมาโน" ราชาข่าวซื้อขายนักเตะ "TIER 1"  ขวัญใจมหาชน


ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน กลายเป็นชื่อที่ได้รับการโจษจันอย่างมากในวงการฟุตบอล หลังจากที่เขามักจะออกมาเปิดเผยเกี่ยวกับข่าววงในการย้ายทีมของนักเตะชั้นนำ และส่วนใหญ่แล้วข่าวที่ออกจากแป้นพิมพ์ในสื่อสังคมออนไลน์ของเขามักจะถูกต้องและแม่นยำอย่างมาก


ไอ้หนุ่มเลือดมะกะโรนี ทำงานให้กับสื่อดังๆ มากมายรวมทั้ง สกายสปอร์ต และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเขาเป็นหนึ่งในสายข่าววงการตลาดพ่อค้าแข้งที่เชื่อถือได้ และมักจะรายงานความเคลื่อนไหวเรื่องการย้ายทีมผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ได้อย่างเที่ยงตรง

โรมาโน่ มีจุดเด่นในการนำเสนอข่าวการซื้อขายนักเตะที่ว่องไวแมนยำ อย่างไรก็ตามทุกๆ ข่าวที่เขาได้รับต้องมีการกลั่นกรองอย่างละเอียดจนกระทั่งมั่นใจแล้วว่าเรื่องดังกล่าวเป็นความจริง เจ้าตัวถึงจะกล้าใช้ข้อความเด็ดประจำตัวว่า "Here We Go" หรือ" ย้ายชัวร์" ลงไปในรายงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์



ดังนั้นหากแฟนบอลได้เห็น โรมาโน่ ทวิตข้อความว่า "Here We Go" หรือ" ย้ายชัวร์" แน่นอนว่าพวกเขาเตรียมกล่องเสียงรอต้อนรับนักเตะคนนั้นมาสู่สโมสรได้เลย เช่นเดียวกันในกรณีที่นักเตะจะย้ายทีมหากนักข่าวหนุ่มจากดินแดนมะกะโรนีทวิตข้อความ โอกาสที่แข้งรายนั้นจะโบกมือลาสโมสรมีความเป็นไปได้เกือบ 100 เปอร์เซนต์

โรมาโน่ ไม่ใช่นักข่าวที่จะโพสต์ข้อความพวกข่าวลือหรือเรื่องการย้ายทีมแบบไร้สาระ โดยแฟนบอลส่วนใหญ่มักจะแวะเข้าไปดูทวิตเตอร์ หรือ อินสตาแกรม ของเขาเพื่อจะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารวงในเกี่ยวกับการย้ายทีม ซึ่งต้องยอมรับว่าเจ้าตัวมักจะให้ข้อมูลที่แม่นยำน่าเชื่อถือได้ จนตอนนี้กลายเป็นเหยี่ยวข่าวที่ทุกๆ คนคอยจับตามองอย่างใกล้ชิด



ในปัจจุบัน โรมาโน่ เป็นนักข่าวที่แฟนฟุตบอลเชื่อถือได้มากที่สุดในโลก โดยหนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้เขาได้รับการยกย่องจากคอลูกหนังมากๆ ก็คือการที่เจ้าตัวไม่เคยโพสต์เรื่องการย้ายทีม ยกเว้นว่าเขาจะมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซนต์ว่าจะมีการย้ายทีมเกิดขึ้นจริงๆ

การจะเป็นเหยี่ยวข่าวที่น่าเชื่อถือไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ เพราะ โรมาโน่ จะต้องรับสายโทรศัพท์อย่างน้อย 50 สายในแต่ละวัน รวมไปถึงการเดินทางไปยังโรงแรมยอดนิยม และสำนักงานใหญ่ของสโมสรฟุตบอลมากมาย ที่เอเจนต์นักเตะ หรือบอร์ดบริหารที่มักจะไปปรากฎตัว เพื่อที่จะได้ข่าวที่ชัดเจนที่สุด



แน่นอนว่าชื่อเสียงของ โรมาโน่ โด่งดังอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องตลาดซื้อขายนักเตะโดยเฉพาะเหตุการณ์ในเดือนมกราคม 2020 เมื่อเจ้าตัวใช้เวลาทุกๆ วันยุ่งอยู่กับการหาข่าว และเขาก็เป็นเจ้าแรกที่ประกาศข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมของ คริสเตียน อีริคส์เซ่น, แอชลี่ย์ ยัง, เปเป้ เรน่า, เจดสัน แฟร์นันด์ส, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และอีกหลายๆ คน

โรมาโน่ มีผู้ติดตามทวิตเตอร์มากกว่า 1.4 ล้านฟอลโลว์ และ อินสตาแกรม กว่า 1 ล้านฟอลโลว์ โดยความแม่นยำในเรื่องข่าวทำให้ยอดผู้กดติดตามของเขาในสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง "ผมไม่ได้มีแผนที่จะทำให้คำว่า - เฮียร์ วี โก ! (here we go!)- กลายเป็นแบรนด์ของผม ผมไม่ได้มีแผนอะไรแบบนั้นเลย!"



"ด้วยความสัตย์จริง ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มต้นเมื่อไหร่ แต่มันเกิดขึ้นจากเรื่องที่เกี่ยวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะช่วงย้ายทีมของ ปอล ป็อกบา และมันก็เกิดขึ้นอีก 2 เดือนหลังจากนั้น มีหลายคนถามผมเกี่ยวกับข่าวสารใหม่ๆ และเมื่อไหร่ที่ผมจะระบุว่า -เฮียร์ วี โก (ย้ายชัวร์)-"


"มีหลายคนที่ชื่นชอบ และเริ่มที่จะสอบถามผมเกี่ยวกับเรื่องข่าวลือการย้ายทีม พวกเขาอยากที่จะได้ยินคำว่า -เฮียร์ วี โก!- ที่เกี่ยวข้องกับสโมสรที่พวกเขาตามเชียร์ ผมตื่นเต้นเมื่อผมมีข่าวใหญ่ สำหรับผมมันก็เหมือนกับการยิงประตูสำคัญในกมใหญ่"



"ผมยังจำตอนที่ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ย้ายมาเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นเป็นอีกหนึ่งเรื่องดีเยี่ยมสำหรับผม เวลาที่ผมได้ข่าวและสุดท้ายมันเกิดขึ้นจริง แน่นอนว่าผมย่อมตื่นเต้นมากๆ ผู้คนมักจะสอบถามผมว่าผมเชียร์ทีมไหน แต่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย ผมตื่นเต้นเพราะการเซ็นสัญญาทำให้แฟนบอลรู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน" โรมาโน่ กล่าว


เหยี่ยวข่าวชาวอิตาเลียน ยังทำงานให้กับ เดอะ การ์เดี้ยน สื่อดังในอังกฤษ โดยเขาได้ชื่อว่าเป็นคนข่าวที่มักจะได้ข้อมูลเด็ดและรวดเร็วกว่าสื่อหลายๆ สำนักด้วยซ้ำ "การเป็นนักข่าวไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะเมื่อมีคนถามเรื่องข่าวหรือเรื่องจริงซักอย่าง ผมต้องให้ความเคารพกับนักข่าวคนอื่นๆ ดังนั้นผมจะพูดแค่สิ่งที่ผมรู้ ผมไม่อยากพูดว่า -นี่เป็นข่าวลวง-"



"ตลาดซื้อขายนักเตะเปลี่ยนไปแล้วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บ่อยครั้งที่จะมีการนัดพบกันระหว่างบอร์ดบริหารกับเอเจนต์ผ่านทางโทรศัพท์ แต่ตอนนี้คุณสามารถสอบถามผ่านสื่อสังคมออนไลน์ได้ด้วย ผมต้องมีการเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้เสมอ" โรมาโน่ ระบุ

ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตอนนี้แฟนบอลมักจะเฝ้าติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวในตลาดพ่อค้าแข้งผ่านทางแพลตฟอร์ม โซเชียลมีเดีย ของ โรมาโน่ เพราะข้อมูลที่ได้รับแถบเชื่อขนมกินได้ว่ามีความแม่นยำอย่างมาก



อย่างไรก็ตามแม้การนำเสนอข่าวจะเน้นความรวดเร็วก็ตาม แต่หากขาดความแม่นยำและชัดเจน สุดท้ายแล้วสื่อหรือนักข่าวเหล่านั้นก็จะไม่ได้รับความน่าเชื่อถือ ซึ่งในกรณีนี้ โรมาโน่ ให้ความสำคัญมากๆ ฉะนั้นในบางครั้งข่าวสารของเขาอาจจะช้ากว่าเหยี่ยวข่าวบางคน แต่ที่เป็นแบบนั้นเพราะเจ้าตัวต้องการที่จะให้ข่าวที่ได้มามีความถูกต้อง และเที่ยงตรงที่สุด



แมนยูจ่อซิวฟานเดอเบ็ค,ลิเวอร์พูลส่อขายมาเน่?อัพเดตข่าวเด่นตลาดนักเตะลีกดังยุโรป

ไค ฮาแวร์ตซ์" ปัดเช็คร่างกายกับเลเวอร์คูเซ่น คาดเตรียมย้าย : PPTVHD36


 ช่วงนี้ตลาดซื้อ-ขายนักเตะเริ่มทวีความเข้มข้น เพราะล่าสุดมีหลายดีลเลยทีเดียว ที่ใกล้ได้บทสรุป แถมส่วนใหญ่เป็นดีลที่กำลังถูกจับตามองด้วย ไม่น่าจะเป็นในกรณีของ ไค ฮาแวร์ตซ์, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค, ดานี่ เซบายอส รวมถึง ฮาเมส โรดริเกซ ขณะที่ ลิเวอร์พูล มีข่าวที่ทำให้สาวก "เดอะ ค็อป" ไม่ค่อยสบายใจนัก ส่วน บาร์เซโลน่า ก็มีแต่เรื่องแย่ๆ เพราะล่าสุดมีแข้งดังอีกสองรายที่จ่ออำลาถิ่น คัมป์ นู แต่จะเป็นใครบ้างนั้น เรามาหาคำตอบกัน 


- (Official) อาร์เซน่อล ประกาศยกเลิกสัญญากับ เฮนริค มคิทาร์ยาน กองกลางจอมเทคนิค เรียบร้อย เพื่อเปิดทางให้ ดาวเตะทีมชาติอาร์เมเนียวัย 31 ปี ย้ายซบ อาแอส โรม่า แบบถาวร

- (Official) เรอัล เบติส จัดการคว้าตัว เคลาดิโอ บราโว่ ผู้รักษาประตูจอมเก๋าทีมชาติชิลี มาร่วมก๊วนแบบไร้ค่าตัว ภายใต้สัญญา 1 ปี หลังจากที่ อดีตนายด่าน บาร์เซโลน่า วัย 37 ปี หมดสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้



- (Official) โอลิมปิก มาร์กเซย ปิดดีลคว้าตัว ยูโตะ นางาโตโมะ แบ็กซ้ายจอมเก๋าชาวญี่ปุ่น แบบฟรีๆ เรียบร้อย หลังนักเตะหมดสัญญากับ กาลาตาซาราย โดย ดาวเตะเลือดซามูไรวัย 33 ปี จะได้สวมเสื้อหมายเลข 25 ให้กับ "โอแอ็ม"

- เชลซี บรรลุข้อตกลงคว้าตัว ไค ฮาแวร์ตซ์ กองกลางดาวรุ่งคนเก่ง ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น มาร่วมก๊วนเรียบร้อย ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 72 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,952 ล้านบาท) ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่สโมสร นอกจากนี้ค่าตัวยังมีออปชั่นบวกเพิ่มอีก 18 ล้านปอนด์ (ประมาณ 738 ล้านบาท) โดยขึ้นอยู่กับฟอร์มการเล่นด้วย (Guardian)

- แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขยิบเข้าใกล้เต็มทีกับการได้ตัว ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางคนเก่ง อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาร่วมทัพ หลังล่าสุดตัวนักเตะผ่านขั้นตอนการตรวจร่างกายที่ประเทศฮอลแลนด์เรียบร้อย (Fabrizio Romano)



- นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด เล็งที่จะออกล่าตัว ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กเนื้อหอม แอร์เบ ไลป์ซิก เป็นรายต่อไป ทันทีที่ปิดดีลคว้าตัว ฟาน เดอ เบ็ค ได้สำเร็จ (ESPN)

- พร้อมกันนั้น "ปีศาจแดง" มีความมุ่งมั่นที่จะทำเงินจากการขาย เจสซี่ ลินการ์ด และ อันเดรียส เปเรยร่า สองมิดฟิลด์ดาวดัง ให้ได้โดยเร็วที่สุด (Daily Mail)

- ขณะที่ เจดอน ซานโช ปีกดาวรุ่งคนเก่งของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงต้องการที่จะย้ายซบ "ปีศาจแดง" ภายในซัมเมอร์นี้ แต่จะไม่มีการกดดันต้นสังกัดด้วยการขอขึ้นบัญชีย้ายทีม (Bild)

- ลิเวอร์พูล พร้อมยื่นข้อเสนอเงินจำนวน 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,640 ล้านบาท) ไปให้ วัตฟอร์ด พิจารณา เพื่้อขอซื้อตัว อิสไมล่า ซาร์ ปีกความเร็วสูง มาร่วมทีม ซึ่งถือเป็นเรตค่าตัวที่ "แตนอาละวาด" ตั้งเอาไว้ (Daily Mirror)



- ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูล ยินดีพิจารณาขาย ซาดิโอ มาเน่ ปีกจอมถล่มประตูชาวเซเนกัล ในซัมเมอร์นี้ หากได้รับข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 90 ล้านปอนด์ (ประมาณ 3,690 ล้านบาท) โดยพวกเขาได้แจ้งจุดยืนเรื่องนี้ให้กับทาง บาร์เซโลน่า ที่อยากได้ตัว มาเน่ รับทราบเรียบร้อย (Mundo Deportivo)

- อาร์เซน่อล กำลังจะได้ตัว ดานี่ เซบายอส กองกลางเลือดกระทิงดุของ เรอัล มาดริด มาใช้งานภายใต้สัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล อีกรอบ หลังจากที่การเจรจาระหว่างสองสโมสรมีความคืบหน้าไปมาก (Fabrizio Romano)

- แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกลงสัญญาส่วนตัวกับ คาลิดู คูลิบาลี่ เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่งของ นาโปลี ได้เรียบร้อย โดยตอนนี้เหลือแค่สองสโมสรคุยเรื่องค่าตัวกัน (France Football)



- เอฟเวอร์ตัน มีแนวโน้มที่จะปิดดีลคว้าตัว ฮาเมส โรดริเกซ กองกลางดาวดัง เรอัล มาดริด ได้ภายในวันพุธนี้ โดยคาดว่า ฮาเมส จะเซ็นสัญญาค้าแข้งในถิ่น กูดิสัน พาร์ค เป็นเวลา 3 ปี (Sky Sports)

- เลสเตอร์ ซิตี้ มีข่าวคืบหน้าไปมากในการเจรจากับ อตาลันต้า เพื่อขอซื้อตัว ทิโมธี กาสตาญ แบ็กขวาทีมชาติเบลเยียม มาเสริมทัพ ซึ่งคาดว่าค่าตัวน่าจะอยู่ที่ 25 ล้านยูโร (ประมาณ 925 ล้านบาท) (Fabrizio Romano)

- ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังเจรจาอยู่กับ บอร์นมัธ เกี่ยวกับเรื่องขอซื้อตัว โจชัว คิง หัวหอกทีมชาตินอร์เวย์ นอกจากนี้ "ไก่เดือยทอง" ยังเล็งอีกหนึ่งกองหน้า "เดอะ เชอร์รี่ส์" อย่าง คัลลั่ม วิลสัน เช่นกัน (Talksport)



- อีวาน ราคิติช กองกลางชาวโครแอตของ บาร์เซโลน่า กำลังจะย้ายกลับไปเล่นให้ต้นสังกัดเก่าอย่าง เซบีย่า ด้วยสัญญา 3 ปี โดยเตรียมที่จะเข้ารับการตรวจร่างกายกับทีมดังแห่งแคว้นอันดาลูเซียในเร็วๆ นี้ (Fabrizio Romano)

- นอกจากนี้ อาร์ตูโร่ วิดัล กองกลางจอมเก๋าชาวชิลี กำลังเจรจาขอยกเลิกสัญญากับ บาร์เซโลน่า โดยคาดว่า ดาวเตะวัย 33 ปี เตรียมตัวไปร่วมงานกับกุนซือ อันโตนิโอ คอนเต้ อีกครั้งที่ อินเตอร์ มิลาน (Fabrizio Romano)

- อินเตอร์ มิลาน กำลังพิจารณาโละ คริสเตียน อีริคเซ่น เพลย์เมกเกอร์เลือดโคนม พ้นทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้เพิ่งคว้าตัวนักเตะมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อ 8 เดือนก่อน (Corriere dello Sport)

- ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น จ่อปิดดีลคว้าตัว พาทริค ชิค กองหน้าเลือดเช็กของ อาแอส โรม่า มาร่วมทีม ด้วยค่าตัว 27 ล้านยูโร (ประมาณ 999 ล้านบาท) + โบนัสเงินจำนวนหนึ่ง (Fabrizio Romano)

- ชาลเก้ 04 กำลังให้ความสนใจที่จะคว้าตัว เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ผู้รักษาประตูฝีมือดีของ อาร์เซน่อล มาร่วมทีม (Sky Sports)


ตราโอเร่ถอนทัพสเปนหลังตรวจติดเชื้อโควิด-19

ตั้งแล้วค่าตัว!วูล์ฟพร้อมปล่อยตัวหลักซบทีมร่วมลีก - Rakball |  รวบรวมไฮไลท์ฟุตบอล ไฮไลท์บอล คลิปฟุตบอล ดูบอลย้อนหลัง


มาร์ก้า สื่อของสเปน ระบุ อดาม่า ตราโอเร่ ปีกคนสำคัญของ วูล์ฟส์ ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้เขาต้องถอนตัวจากทีมชาติสเปนชุดลงเล่นเกม ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ทันที

   
อดาม่า ตราโอเร่ ปีกตัวเก่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรแกร่งแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามรายงานของ มาร์ก้า สื่อชื่อดังของประเทศสเปน

เดิมที ตราโอเร่ มีคิวช่วยทีมชาติสเปนทำศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ลีก เอ รอบแบ่งกลุ่ม นัดที่ทีมของกุนซือ หลุยส์ เอ็นรีเก้ มีคิวไปเยือน เยอรมนี และเปิดบ้านเจอ ยูเครน ในวันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน กับวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ ตามลำดับ ซึ่งทัพ "ลา โรฆา" ก็ให้ทุกคนเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามมาตรการป้องกันเชื้อร้ายด้วย

หากเรื่องนี้เป็นความจริงมันก็หมายความว่า ตราโอเร่ ต้องถอนตัวจากทีมชาติสเปนชุดนี้ทันที และมันก็จะทำให้เขาเป็นนักเตะ สเปน คนที่ 2 ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนต้องถอนตัวจากทีมชุดปัจจุบัน โดยคนแรกคือ มิเกล โอยาร์ซาบัล แนวรุกจาก เรอัล โซเซียดาด

นอกจากนี้ มันก็จะทำให้ ตราโอเร่ ยังอดลงเล่นให้กับทีมแชมป์โลก 1 สมัยต่อไปด้วย หลังจากจนถึงตอนนี้เขายังไม่เคยเล่นให้ทีมชาติสเปนชุดใหญ่เลย โดยที่จริงเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีก่อน แข้งวัย 24 ปีเคยถูกเรียกติดทีมชาติสเปนชุดลงเล่นเกม ยูโร 2020 รอบคัดเลือกเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ต้องถอนตัวไปเพราะมีอาการบาดเจ็บ


วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2563

คำพูดคุ้นหู! "มาติช" ลั่นแมนยูมีลุ้นแชมป์ลีกซีซั่นใหม่

ให้โอกาสรุ่นน้อง! "มาติช" เลิกเล่นทีมชาติเซอร์เบียแล้ว


เนมานย่า มาติช มิดฟิลด์จอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ลั่นฤดูกาลหน้าต้นสังกัดต้องการที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์ลีกอย่างเต็มตัว ระบุนักเตะทัพ "ปีศาจแดง" กระหายที่จะประสบความสำเร็จให้ได้ และจะไม่ยอมปล่อยให้เหตุการณ์เหมือนที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์แบบแต้มทิ้งห่างไม่เห็นฝุ่นอีกต่อไป

   
เนมานย่า มาติช กองกลางมากประสบการณ์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศก้องให้โลกรู้ทัพ "ปีศาจแดง" พร้อมที่จะก้าวขึ้นมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2020/2021 แถมเตือนบรรดาทีมคู่แข่งตอนนี้ต้นสังกัดมีขุมกำลังที่ลงตัวมากๆ

"เร้ด เดวิลส์" ทำผลงานได้อย่างสุดยอดนับตั้งแต่ที่เกมลูกหนังกลับมาแข่งขันกันต่อ หลังต้องหยุดพักเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในลีก และเก็บแต้มเป็นว่าเล่นจนคว้าอันดับ 3 ได้ตั๋วไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

ด้วยผลงานที่สุดยอดของทีมในช่วงท้ายซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้ มาติช มั่นใจว่าพวกเขาพร้อมที่จะท้าทายการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลใหม่นี้ "ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าไม่มีข้ออ้างอะไรอีกต่อไปแล้ว เราต้องทุ่มเทอย่างเต็มที่ เราต้องสู้เพื่อคว้าแชมป์ เพราะผมรู้สึกว่าปีนี้เราทำแต้มหลุดมือง่ายๆ เยอะมาก"

แมนฯ ยูไนเต็ด มีแต้มตามหลัง ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก ถึง 33 คะแนน และห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 ถึง 15 แต้ม เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา "เราปล่อยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีก ผมไม่รู้นะ อาจจะ 10 เกมก่อนซีซั่นปิด พวกเขาคว้าแชมป์ลีก ดังนั้นเราต้องไม่ปล่อยให้เป็นแบบนี้อีก"

"เราต้องสู้จนกระทั่งจบซีซั่น เราต้องเล่นด้วยความมั่นใจมากยิ่งขึ้น พร้อมกับเล่นด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ เป้าหมายส่วนตัวของผมก็คือการคว้าแชมป์ลีก และผมมั่นใจว่าทุกคนก็ต้องการทำให้ได้เหมือนกัน เราต้องสัญญากับแฟนบอลของเราว่าจะทำผลงานให้ดีที่สุด เราทำได้มาแล้วหลังจากล็อกดาวน์เมื่อเราเริ่มกลับมาแข่งอีกครั้ง นั่นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด" มาติช ระบุ


แฉสนั่น!ติอาโก้เฝ้ารอลิเวอร์พูลอยากทำงานกับ "คล็อปป์"

ธิอาโก้" วอนท์ย้ายซัมเมอร์นี้ - พี่เสือยืนกราน "หงส์" ต้องจ่าย 30 ลย. -  BAAHBALL.COM


ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์ตัวเก่ง บาเยิร์น มิวนิค ยังคงเฝ้าคอยให้ ลิเวอร์พูล มากระชากตัวไปร่วมทีม เพราะอยากที่จะร่วมงานกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ตอนนี้ติดแค่เรื่องการเซ็นสัญญา เพราะ "เสือใต้" ต้องการค่าตัว 27 ล้านปอนด์ ซึ่ง "หงส์แดง" ยังไม่ยอมจ่าย

   
ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางประสบการณ์สูงชาวสแปนิช ยังคงเฝ้ารอที่จะได้ย้ายไปเล่นกับ ลิเวอร์พูล ในช่วงซัมเมอร์นี้ แม้ว่าในเวลานี้ "หงส์แดง" ยังไม่สามารถตกลงค่าตัวกับ บาเยิร์น มิวนิค ต้นสังกัดของนักเตะที่อยากได้เม็ดเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,026 ล้านบาท) ถึงจะยอมปล่อยตัวออกไป

"เดอะ เร้ดส์" หมายตา ติอาโก้ ซึ่งเหลือสัญญาอยู่กับ "เสือใต้" เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ทำให้ บาเยิร์น ต้องการเงินจำนวน 27 ล้านปอนด์ หากสโมสรไหนก็ตามที่อยากได้ มิดฟิลด์ทีมชาติสเปน ไปร่วมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบด้านการเงินกับ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีรายงานว่าสโมสรได้ยื่นข้อเสนอในราคาที่ต่ำกว่าที่ยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียต้องการ แต่มีเงื่อนไขพิเศษ และโบนัสที่เกี่ยวพันกับฟอร์มการเล่น กระนั้น บาเยิร์น ได้ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี

กระนั้น ติอาโก้ ซึ่งลงเล่นให้ บาเยิร์น 235 เกมนับตั้งแต่ที่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 และช่วยทีมคว้าทริปเบิ้ลแชมป์ในซีซั่นนี้ ยังรอคอยที่จะได้ย้ายไปร่วมงานกับกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ โดยเรื่องนี้ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง เผยว่า "ติอาโก้ อัลกันตาร่า ยังคงรอคอยเพราะเขาอยากย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีกในช่วงซัมเมอร์นี้มากๆ"

"ลิเวอร์พูล ยังคงติดต่อกับเขา แต่ บาเยิร์น ย้ำชัดเมื่อ 2 วันก่อนว่าพวกเขาจะขายติอาโก้ ในราคา 30 ล้านยูโร (27 ล้านปอนด์)เท่านั้น เจอร์เก้น คล็อปป์ อยากได้ ติอาโก้ มากๆ ฉะนั้นทั้งหมดนี้มันขึ้นอยู่กับทั้งสองสโมสรในการตกลงกัน" โรมาโน่ ระบุทิ้งท้ายในเว็บไซต์ทวิตเตอร์


กลางสารพัดประโยชน์! จัดแผนการเล่นหลังแมนยูจ่อซิวฟาน เดอ เบค

อาแจ๊กซ์ โอเค! แมนยู ยื่นซื้อ ฟาน เดอ เบค 45 ล้านยูโร


หลังจากปล่อยให้บรรดาสาวก “เร้ด อาร์มี่” รอคอยมานาน ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค มิดฟิลด์วัย 23 ปีของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เตรียมจะเป็นนักเตะรายแรกที่จะตบเท้าเข้ามาสวมเสื้อ “ปีศาจแดง” ในซัมเมอร์นี้หลังจากสื่อชั้นนำต่างรายงานว่าทั้งสองทีมบรรลุข้อตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยราคา 40 ล้านปอนด์ และเพื่อเป็นการต้อนรับ ฟาน เดอ เบค เราลองมาจัดแผนการเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด กัน

   
ฟาน เดอ เบค ถือเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์ในแดนกลาง เขาเคยได้รับบทบาทในทัพอาแจ็กซ์มาหลายตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น มิดฟิลด บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์, มิดฟิลด์ตัวรุก หรือแม้กระทั่งยืนสูงเป็น กองหน้าแบบฟอลส์ 9 ก็เคยมีมาแล้ว

ใน 37 นัดที่ลงเล่นฤดูกาลที่ผ่านมามี 19 ครั้งที่ลงเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกและ 18 ครั้งที่เป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง

ด้วยความหลากหลายนี้เอง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สามารถปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อเรียกศักยภาพของเขาออกมาให้ได้มากที่สุด แต่ตำแหน่งเขาในทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องมีการถกเถียงกันเล็กน้อย มาดูกันเขาจะลงตัวในแผนการเล่นใดบ้าง

ระบบ 4-2-3-1

แผนการเล่นนี้ถือเป็นแผนที่ โซลชา ใช้เป็นหลักในฤดูกาลที่ผ่านมา การมี ฟาน เดอ เบค ในระบบนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพเกมบุกของ “ปีศาจแดง” ได้มากขึ้นทีเดียว

มิดฟิลด์ชาวฮอลแลนด์จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในบทบาท บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ เขามีประสบการณ์ในการป้องกันแผงแบ็กโฟร์จึงน่าจะลงต่ำมาคอยช่วยคัฟเวอร์พื้นที่แดนกลางและคอยแบ่งเบาภาระ ปอล ป็อกบา ในการสร้างเกมรุก



ฟาน เดอ เบค เคยถอยลงไปเล่นในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรับ 6 เกมในฤดูกาลที่ผ่านมาและเขามีค่าเฉลี่ยเข้าสกัดคู่แข่ง 2 ครั้งต่อเกม สูงเป็นอันดับ 4 ในทีม อาแจ็กซ์ ดังนั้นเขามีศักยภาพพอที่จะแทนที่ของ เนมานย่า มาติช ได้

อย่างไรก็ตาม มาติช ยังเป็นผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในตำแหน่งนี้มากกว่า จึงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ไว้ใจได้กับบทบาทตัวโฮลดิ้งรวมถึงการปัดกวาดเรื่องเกมรับ มันจึงเป็นคำถามว่าการจับ ฟาน เดอ เบค ลงเป็นมิดฟิลด์ตัวทำเกมหน้าแผงแบ็กโฟร์อาจจะเป็นการทำเสียของหรือเปล่า?

ระบบ 4-3-3

แผนการเล่นนี้เป็นระบบหลักที่ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ใช้งานอยู่ โซลชา อาจจะปรับมาใช้แผนนี้เพื่อต้องการเกมบุกมากขึ้น ฟาน เดอ เบค จะได้ลงเล่นขนาบข้างด้วย ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ในแผงกองกลาง โดยมิดฟิลด์ชาวดัตช์จะมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากกว่าแผนแรก แต่ ปอล ป็อกบา และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ต้องคอยคัฟเวอร์พื้นที่ให้เขา



ระบบ 4-4-2 (ไดอาม่อน)

โซลชา เคยใช้แผนการเล่นนี้อยู่บ้างแต่ต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้มักจะได้ไม่ได้ผลสักเท่าไหร่ แต่เมื่อมี ฟาน เดอ เบค เข้ามาในทีมเขาน่าจะมาเพิ่มมิติในการเล่นของแผงมิดฟิลด์ “ปีศาจแดง” ได้

โดยในแผนนี้เขาจะรับบทบาทเป็น บ็อกซ์-ทู-บ็อกซ์ ขนานแท้ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถนัดที่สุด พร้อมจะประสานงานเกมรุกกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ ปอล ป็อกบา โดย สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ หรือ เนมานย่า มาติช คอยคุ้มกันแดนหลัง



ฟาน เดอ เบค ยิงทั้งหมด 8 ประตูและ 6 แอสซิสต์ ในลีกฤดูกาลที่แล้วเขามีศักยภาพพอที่จะขยับขึ้นไปเล่นแทนที่ตำแหน่งของ บรูโน่ ถ้ากองกลางชาวโปรตุเกสบาดเจ็บหรือจำเป็นต้องพัก

ทว่าการที่ โซลชา จะเปลี่ยนแผนการเล่นที่ใช้มาตลอดก็ดูจะเป็นการเสี่ยงพอสมควร มันคงแปลกที่ศักยภาพแบบเขาอาจจะไม่ได้การันตีตัวจริงในทัพแมนฯ ยูไนเต็ดแต่ต้องยอมรับว่าแผงมิดฟิลด์ บรูโน่-ป็อกบา-มาติช ถือว่ากำลังลงตัวทีเดียว

อย่างไรก็ตาม โซลชา มักจะบ่นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีตัวหมุนเวียนค่อนข้างน้อยและตัวสำรองไม่สามารถแทนที่ตัวจริงได้เมื่อต้องมีการหมุนเวียนหรือมีผู้เล่นบาดเจ็บ ซึ่งฤดูกาลที่จะถึงนี้หากจะให้มิดฟิลด์ทั้งสามคนดังกล่าวลงเล่นทั้งในรายการหลักๆอย่างพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็คงเป็นไปไม่ได้

ดังนั้นหลักๆแล้ว การคว้า ฟาน เดอ เบ็ก คือการเพิ่มขนาดของทีมให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะในตำแหน่งม้านั่งสำรอง เขาสามารถไว้วางใจได้ได้มากกว่าการจะส่ง อันเดรียส เปรเยร่า หรือ เจสซี่ ลินการ์ด ลงเล่น


เรียบร้อย!เบติสประกาศสอย "บราโว่" ร่วมทัพแล้ว

เรียบร้อย!เบติสประกาศสอย "บราโว่" ร่วมทัพแล้ว


เรอัล เบติส ประกาศคว้าตัว เคลาดิโอ บราโว่ โกลจอมเก๋ามาร่วมทีมเรียบร้อยแล้ว โดยเป็นแข้งรายที่ 2 ที่ย้ายมาอยู่กับต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์นี้ 

   
เรอัล เบติส สโมสรในศึกลา ลีกา สเปน ยืนยันจัดการคว้าตัว เคลาดิโอ บราโว่ ผู้รักษาประตูมากประสบการณ์มาร่วมทัพเรียบร้อยแล้วด้วยสัญญา 1 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังนักเตะแยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อจบฤดูกาลที่ผ่านมา

ทัพ "เรือใบสีฟ้า" กับ บราโว่ แยกทางกันเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากนั้นนักเตะมีโอกาสได้เจรจากับ เบติส ก่อนที่ทุกอย่างจะลงตัว และทำให้เขาได้หวนกลับมาเล่นในลีกสูงสุดเมืองกระทิงดุอีกครั้ง หลังจากที่เคยค้าแข้งที่นี่มาแล้วกับ เรอัล โซเซียดาด และ บาร์เซโลน่า

นายทาวรวัย 37 ปีซึ่งเคยมีข่าวกับ นิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซี สโมสรในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (เอ็มแอลเอส) สหรัฐฯ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สลัดน้ำหมึกเซ็นสัญญากับทีมของกุนซือมานูเอล เปเยกรีนี่ 1 ปี พร้อมกับออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มได้อีก 1 ปี

ทั้งนี้ เปเยกรินี่ จัดการเซ็นสัญญา บราโว่ เป็นแข้งรายที่ 2 เข้ามาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ต่อจาก มาร์ติน มอนโตย่า ที่ย้ายมาจาก ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และคาดว่าโกลชาวชิลีจะเข้ามาเพื่อแย่งมือ 1 กับ โฆเอล โรเบลส นายด่านชาวสแปนิช ในฤดูกาล 2020/2021
 เรียบร้อย!เบติสประกาศสอย "บราโว่" ร่วมทัพแล้ว


บอกเลยผีโหดแน่! 5 เหตุผลที่ แมนยู ควรเซ็นสัญญา ฟาน เดอ เบค

เผย!แมนฯยูคุยเบื้องต้นฟานเดอเบ็คได้แล้ว - Rakball | รวบรวมไฮไลท์ฟุตบอล  ไฮไลท์บอล คลิปฟุตบอล ดูบอลย้อนหลัง


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้จะได้นักเตะตัวใหม่และเป็นผู้เล่นคนแรกในการเสริมทัพของพวกเขาช่วงซัมเมอร์นี้ นั่นก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค กองกลางชาวดัตช์ ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และเป็นผู้เล่นที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม "ผีแดง" อยากได้มาร่วมทีมมากๆ

     
ต้องบอกเลยว่า ฟาน เดอ เบค เป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในแผงมิดฟิลด์ "เร้ด เดวิลส์" ได้อย่างลงตัว เพราะ โซลชา พยายามที่จะหาผู้เล่นที่สามารถมีอิทธิพลกับทีม, ทำงานหนัก และยังสามารถเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง รวมทั้งช่วยเติมเกมรุกของทีมให้อันตรายมากยิ่งขึ้น

ความสามารถในการปรับตัวเล่นได้หลากตำแหน่งในแผงกองกลางช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด นอกจากนี้นักเตะยังมีดีในเรื่องการยิงประตู และแอสซิสต์ รวมทั้งอีกหลายๆ เรื่อง ฉะนั้นนี่เป็น 5 เหตุผลสำคัญที่ว่าทำไม "ปีศาจแดง" จึงควรเซ็นสัญญากับ ฟาน เดอ เบค มาร่วมทัพ

1. สามารถปรับตัวในการเล่นตำแหน่งที่แตกต่างได้เร็ว


โดยปกติแล้ว ฟาน เดอ เบค มักจะถูกจับไปเล่นในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์ และบ็อกซ์ ทู บ็อกซ์ แต่เขายังสามารถปรับเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งอื่นๆ บริเวณแผงมิดฟิลด์ได้ด้วยหากจำเป็นต้องถูกจับไปเล่น นอกจากนี้เขายังสามารถขยับขึ้นไปเล่นในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ก็ได้ และยังเคยทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกให้กับ อาแจ็กซ์ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

ต้องยอมรับว่านักเตะเป็นผู้เล่นที่มีทักษะที่หลากหลาย ด้วยเหตุนี้ทำให้ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะปรับการเล่นของตัวเองให้เหมาะสมกับเกมที่แตกต่างกันตามที่โค้ชสั่งได้อย่างดีเยี่ยม และผลงานของเขาก็โดดเด่นไม่ว่าจะเล่นในตำแหน่งไหนก็ตามในแนวรุก



อย่างไรก็ตามนักเตะยังมีความสามารถในการเล่นเกมรับที่ดีเยี่ยมเช่นกัน, เล่นลูกกลางอากาศก็ใช้ได้ หรือจะขยับดันเกมบุกเพื่อสร้างสรรค์โอกาสให้กับทีมก็ดีไม่มีที่ติ แน่นอนว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังขาดกองกลางที่มีคุณสมบัติชั้นยอดแบบนี้ ดังนั้นการมาของ ฟาน เดอ เบค สามารถที่จะยกระดับพลังขับเคลื่อนในแผงกองกลางของ "ผีแดง" ได้เป็นอย่างดี

2. คู่แข่งรับมือยาก



สตาร์ลูกหนังชาวดัตช์กำลังจะเดินตามรอยเพื่อนร่วมรุ่นที่ออกไปดังกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แฟรงกี้ เดอ ยอง (บาร์เซโลน่า) และ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ (ยูเวนตุส) รวมไปถึง ฮาคิม ซิเย็ค ที่เพิ่งจะไปเป็นสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการกับสโมสร "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ช่วงซัมเมอร์นี้

ก่อนหน้านี้ ฟาน เดอ เบค ต้องตกอยู่ภายใต้ร่มเงาของเพื่อนๆ เหล่านี้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะทำให้เขาสามารถที่จะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะชั้นยอดเหมือนกับเพื่อนๆ ที่ย้ายไปได้ดีบได้ดีกับทีมชั้นยอด ฉะนั้นนี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่เขาจะได้ทำผลงานให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก



การได้ย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องขอบคุณความสามารถที่หลากหลายของเขาในการเล่นได้หลายตำแหน่งในเกมรุก โดยศักยภาพของเขาสามารถช่วยในเรื่องการครองบอล, ขยับขึ้นไปเล่นเกมรุก หรือยืนเป็นหน้าต่ำ แน่นอนว่านี่คือกองกลางที่แนวรับคู่แข่งยากจะคาดเดา และรับมือได้ยากลำบากจริงๆ

3. อยู่ในช่วงก้าวสู่จุดพีค



ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ประสบความสำเร็จกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เขาได้ครอบครองโทรฟี่แชมป์ร่วมกับทีมหลายรายการ และยังมีโอกาสได้เป็นหนึ่งในแข้งสำคัญนำสโมสรทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาล 2018/2019

อย่างไรก็ตามฟอร์มที่ทุกๆ คนได้เห็นยังไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดของเขา ด้วยวัยเพียงแค่ 23 ปี นักเตะยังมีโอกาสที่จะพัฒนาศักยภาพก้าวขึ้นไปสู่จุดพีคในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์อย่างสูงจากการที่ได้เขาไปร่วมทีมในช่วงเวลานี้



ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ ทำผลงานในเกมรุกได้อย่างโดดเด่น และยังมีไหวพริบเฉียบคมกับการเล่นบริเวณพื้นที่สุด โดยเขาสามารถขยับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรุกที่เก่งที่สุดในยุโรปในเร็วๆ นี้ ที่สำคัญ "ผีแดง" ในยุคเน้นผู้เล่นพลังหนุ่ม มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะรีดศักยภาพของ ฟาน เดอ เบค ออกมา

แน่นอนว่า กองกลางวัย 23 ปี จะเป็นผู้เล่นที่สร้างเกมรุกให้กับทีมของกุนซือโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ให้อันตรายมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ยิ่งหากได้ประสางานกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ 3 ประสานความเร็วสูงได้แก่ อองโตนี่ มาร์กซิยาล, มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด บอกเลยว่ากองหลังคู่แข่งได้ขาสั่นชัวร์

4. ยิงประตูได้ดีเยี่ยม



หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดไปในฤดูกาลล่าสุดก็คือการยิงประตูจากแผงกองกลาง แน่นอนว่าพวกเขาทำผลงานได้อย่างสยดสยองจาก 3 แนวรุกความเร็วสูง มาร์กซิยาล, แรชฟอร์ด และ กรีนวู้ด ที่ตะบันตาข่ายคู่แข่งรวมกันแล้วได้ 61 ประตูตลอดการแข่งขันทุกรายการ

สำหรับในแผงกองกลาง บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีโอกาสได้ยิงประตูให้กับทีมพอสมควรนับตั้งแต่ที่ย้ายมาเล่นในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, ปอล ป็อกบา (เจ็บหนักในซีซั่นล่าสุด), เนมานย่า มาติช และ เฟร็ด ก็มีโอกาสทำประตูบ้างประปราย



ฉะนั้นหาก "ปีศาจแดง" ได้ ฟาน เดอ เบค มาเสริมแกร่ง จะทำให้ทีมสามารถขู่คู่แข่งจากการยิงประตูบริเวณแผงกองกลางได้มากยิ่งขึ้น โดยนักเตะเป็นผู้เล่นประเภทชอบขึ้นไปช่วยเกมรุกเสมอ และพยายามไล่บี้กดดันกองหลังคู่แข่ง รวมทั้งยังวิ่งเข้าไปหาพื้นที่เพื่อทำประตู

กองกลางชาวดัตช์ มีทั้งความคล่องแคล้วว่องไว และยังยิงประตูได้ดีซะด้วย ซึ่งนี่คือสิ่งที่จะช่วยกำจัดจุดอ่อนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขาดหายไป โดย ฟาน เดอ เบค ซัดไป 10 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่น 2019/2020 และนักเตะน่าจะทำได้แบบเดียวกันเมื่อมาเล่นให้ "เร้ด เดวิลส์"

5. เล่นเกมใหญ่ได้ดีเสมอ



ฟาน เดอ เบค เป็นนักเตะที่มักจะทำผลงานได้ดีมากๆ เมื่อเวลาลงเล่นกับทีมใหญ่ๆ โดยเขาพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วจากการช่วย อาแจ็กซ์ ในการเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรป เมื่อซีซั่น 2018/2019 เมื่อเขาสวมบทฮีโร่ด้วยการซัดประตูในเกมพบ ยูเวนตุส และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์

ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ ฟาน เดอ เบค ยังมีส่วนในการแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมในแมตช์ปะทะ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด โดยรวมแล้วผลงานของเขาโดดเด่นมากๆ ในการเล่นกับทีมใหญ่ ที่สำคัญนักเตะยังเปรียบเสมือนหัวใจในแดนกลาง และพร้อมที่จะทำหน้าที่ขับเคลื่อนเกมรุกให้กับทีมอยู่เสมอ



หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็คือการเล่นที่หลากหลายซึ่งกองหลังคู่แข่งยากจะคาดเดาได้ นอกจากนี้นักเตะยังเป็นพวกที่กระหายความสำเร็จอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้ประโยชน์จากจุดนี้ของ ฟาน เดอ เบค มากๆ

ทั้งความสามารถในการขับเคลื่อนเกม, การยิงประตู และสไตล์การเล่นที่ไม่เคยยอมแพ้จนกว่าเสียงนกหวีดยาวหมดเวลาของผู้ตัดสินจะดังขึ้นมา ต้องบอกเลยนี่คือคุณสมบัติที่เข้ากับปรัชญาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้อย่างเหมาะสมลงตัวที่สุด


เมสซี่ กำลังจะหมดลุ้น! 3 แข้งทีมใหญ่ที่เข้าใกล้ วัน แมน คลับ มากที่สุด

เมสซี" ปัดลงซ้อม-ตรวจโควิด เดินเกมบีบ "บาร์ซ่า" ปล่อยให้ย้ายทีม


เดิมทีหลายคนคิดว่า ลิโอเนล เมสซี่ คงจะอยู่กับ บาร์เซโลน่า ไปตลอดอาชีพการค้าแข้ง หลังจากที่เขาเป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดจนดูแล้วไม่มีวี่แววเลยว่า บาร์เซโลน่า จะยอมขายเขา แถมหลายปีก่อน เมสซี่ ก็ดูมีความสุขสุดๆ จนน่าจะเข้าก๊วน "วัน แมน คลับ" หรือนักเตะที่อยู่กับทีมเดียวตลอดอาชีพการเล่นได้ไม่ยาก

    
ที่จริงปัจจุบัน เมสซี่ ก็เป็นนักเตะที่อยู่กับทีมเดิมนานที่สุด ถ้าหากนับเฉพาะ 5 ลีกใหญ่ของทวีปยุโรป (พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน, บุนเดสลีกา เยอรมัน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ ลีก เอิง ฝรั่งเศส) หลังจากเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า มาตั้งแต่ปี 2004 หรือก็คือยู่กับ บาร์เซโลน่า แค่ทีมเดียวมา 16 ปีเข้าไปแล้ว โดย "วัน แมน คลับ" จะไม่นับรวมคนที่เคยโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวกับทีมอื่น ซึ่ง เมสซี่ ก็ไม่เคยไปเล่นให้ทีมไหนในสัญญาเช่าด้วย

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เมสซี่ กำลังจะอดได้เป็น "วัน แมน คลับ" แล้ว หลังจากที่เจ้าตัวยื่นเรื่องขอย้ายทีมกับต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์นี้ แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าใจสำหรับเจ้าตัวเท่าไหร่ถ้าหากพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าการย้ายไปเล่นที่อื่นน่าจะทำให้เขามีความสุข แต่สำหรับแฟนบอลบางส่วนแล้วมันคงน่าเสียดายไม่น้อยที่จะอดเห็น เมสซี่ ได้เป็นคนที่อยู่กับทีมเดียวไปตลอดอาชีพการเล่นซึ่งเป็นประโยคที่ฟังดูเท่พอตัว



ถ้าว่ากันตามตรงแล้วพักหลังๆ ก็ไม่ค่อยมีนักเตะระดับโลกที่อยู่กับทีมเดียวไปตลอดอาชีพการเล่นมากเท่าไหร่นัก อย่างคนล่าสุดใน 5 ลีกใหญ่ที่ทำอย่างนั้นได้ก็คือ โรแม็ง ด็องเซ่ ที่แขวนสตั๊ดกับ แร็งส์ ไปเมื่อปี 2018 หรือถ้าจะดูเฉพาะกรณีของนักเตะระดับโลกก็ต้องย้อนไปในปี 2017 ที่ ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ เลิกเล่นฟุตบอลอาชีพกับ อาแอส โรม่า

ทั้งนี้ วันนี้เราจะมาดูกันว่าถ้าไม่นับ เมสซี่ แล้วนั้น นักเตะ 3 คนไหนในทีมใหญ่ของทวีปยุโรปที่ยังค้าแข้งอยู่ และเข้าใกล้กับการเป็น "วัน แมน คลับ" มากที่สุด โดยการเข้าใกล้กับการเป็น "วัน แมน คลับ" มากที่สุดนั้น จะวัดจากเรื่องที่ว่านักเตะคนนั้นๆ อยู่กับทีมมานานกี่ปีถ้านับตั้งแต่วันที่ประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของต้นสังกัด

- มาร์เซล ชเมลเซอร์ : โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, อยู่กับทีมมา 12 ปี
หลังจากอยู่ในอะคาเดมี่ของ ฟอร์ทูน่า มั๊กเดอบวร์ก และ เอฟเซ มั๊กเดอบวร์ก ระหว่างปี 1997-2001 และ 2001-2005 ตามลำดับแล้วนั้น ชเมลเซอร์ ก็มาเข้าอะคาเดมี่ของ ดอร์ทมุนด์ ในปี 2005 และได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในเกม เดเอฟเบ-โพคาล นัดที่ ดอร์ทมุนด์ เจอกับ ร็อต-ไวส์ เอสเซ่น เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ปี 2008



แม้ว่าหลังจากนั้นจะยังต้องลงเล่นให้กับทีมสำรองของ ดอร์ทมุนด์ อยู่บ้าง แต่เขาก็ยังโดนเรียกใช้งานในเกมระดับทีมชุดใหญ่อยู่เรื่อยๆ และอยู่กับทีมมาจนถึงปัจจุบัน เรื่องดังกล่าวทำให้แบ็กซ้ายวัย 32 ปี ได้สัมผัสแชมป์หลายรายการร่วมกับทีม ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีก 2 สมัย, แชมป์ เดเอฟเบ-โพคาล 2 ครั้ง และแชมป์ เดเอฟแอล-ซูเปอร์คัพ 3 หน



จนถึงตอนนี้ ชเมลเซอร์ ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ ดอร์ทมุนด์ ไปแล้วถึง 367 นัดในทุกรายการ พร้อมกับทำได้ 7 ประตู กับอีก 34 แอสซิสต์ โดยแข้งวัย 32 ปี ยังเหลือสัญญากับทีมถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าหลังจากนี้เจ้าตัวจะได้ต่อสัญญาแล้วอยู่กับทีมไปจนแขวนสตั๊ดหรือไม่ เพราะพักหลังเขาก็ได้ลงเล่นน้อยลง อย่างซีซั่นก่อนก็ได้ลงเล่นไปเพียง 8 นัดในทุกรายการเท่านั้น

- โธมัส มุลเลอร์ : บาเยิร์น มิวนิค, อยู่กับทีมมา 12 ปี
หลังบอกลา ทีเอสเฟา ปาห์ล มาเข้าอะคาเดมี่ของ บาเยิร์น ในปี 2000 แล้วนั้น มุลเลอร์ ก็มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมจนทำให้เขาได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ "เสือใต้" เป็นครั้งแรก ในเกมลีกนัดที่เจอกับ ฮัมบูร์ก เอสเฟา เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ปี 2008 โดยวันนั้นเขาถูกเปลี่ยนตัวลงไปแทน มิโรสลาฟ โคลเซ่



ในฤดูกาล 2008-09 มุลเลอร์ ยังได้ลงเล่นอีก 4 นัดในทุกรายการ โดยเขาทำประตูในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ชนะ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 7-1 ได้ด้วย และหลังจากนั้นเป็นต้นมา มุลเลอร์ ก็เป็นกำลังสำคัญของยอดทีมแห่งแคว้นบาวาเรียแทบจะตลอด

ที่จริงก่อนหน้านี้ มุลเลอร์ สุ่มเสี่ยงที่จะหมดโอกาสเป็น "วัน แมน คลับ" เหมือนกัน หลังจากเขาเคยตกเป็นข่าวย้ายทีอย่างหนาหูในช่วงที่ นิโก้ โควัช เป็นกุนซือ บาเยิร์น เพราะตอนนั้น โควัช มองว่า มุลเลอร์ ไม่น่าจะมีประโยชน์กับทีมมากเหมือนสมัยก่อนแล้วและไม่ค่อยใช้งานเขามากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม สุดท้าย โควัช ก็คิดผิด เพราะนอกจากเขาจะโดนปลดออกจากตำแหน่งโทษฐานที่พาทีมทำผลงานได้แย่แล้วนั้น ดาวเตะวัย 30 ปี ยังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นสุดๆ จนมีส่วนช่วยให้ บาเยิร์น ได้ทั้งแชมป์ลีก, เดเอฟเบ-โพคาล และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2019-20 ด้วย



ทั้งนี้ มุลเลอร์ เพิ่งต่อสัญญากับทีมไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และถ้าไม่เกิดเรื่องแบบตอนที่มี โควัช เป็นกุนซือแล้วล่ะก็ เขาก็น่าจะได้เข้าแก๊ง "วัน แมน คลับ" ได้แบบสบายๆ รวมถึงน่าจะได้แชมป์เพิ่มอีกหลายรายการ โดยปัจจุบันแชมป์ที่เขาได้ร่วมกับทีมมีอย่างเช่นแชมป์ บุนเดสลีกา 9 สมัย, เดเอฟเบ-โพคาล 6 ครั้ง และ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 หน

- เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ : บาร์เซโลน่า, อยู่กับทีมมา 12 ปี
หลังจากฝึกปรือฝีเท้าอยู่ใน ลา มาเซีย อะคาเดมี่อันเลื่องชื่อของ บาร์เซโลน่า อยู่พักหนึ่ง บุสเก็ตส์ ก็ได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ในเกมแบบเป็นทางครั้งครั้งแรกในเกมลีกที่เจอกับ ราซิ่ง ซานตานเดร์ เมื่อวันที่ 13 กันยายน ปี 2008 ซึ่งสุดท้ายแล้วในฤดูกาล 2008-09 หนุ่มน้อย บุสเก็ตส์ ในตอนนั้นก็ได้ลงเล่นในลีกไป 24 เกม



ความโดดเด่นของ บุสเก็ตส์ ทำให้เขาเป็นกำลังหลักของ บาร์เซโลน่า มาโดยตลอด หนึ่งในตัวอย่างที่สื่อถึงเรื่องนั้นได้อย่างชัดเจนก็คือจนถึงตอนนี้มันมีเพียง 2 ฤดูกาลที่เขาได้ลงเล่นในลีกไม่ถึง 30 นัด ประกอบด้วยซีซั่นแรกตามที่บอกไปในเบื้องต้น และฤดูกาล 2010-11 ที่ได้ลงสนามไป 28 เกม โดยฤดูกาลก่อนเขาก็ยังได้ลงเล่นในลีกถึง 33 เกมด้วยกัน



ที่จริงก่อนหน้านี้มีการคาดกันว่า บุสเก็ตส์ จะเป็นหนึ่งในแข้งรุ่นเก๋าของ บาร์เซโลน่า ที่โดน โรนัลด์ คูมัน เทรนเนอร์คนใหม่ปล่อยออกจากทีม แต่ไม่นานมานี้มีข่าวลือว่า คูมัน พร้อมที่จะเก็บเขาเอาไว้ใช้งานต่อ เพียงแต่อาจจะให้เขาได้ลงเล่นน้อยลง ทำให้แข้งวัย 32 ปี ยังพอมีหวังที่จะได้เข้าก๊วน "วัน แมน คลับ" โดยสัญญาของเขากับทีมก็ยังมีผลจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023 ด้วย