วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

กุนโดกันมั่นแมนซิตี้รับมือมาดริดได้แม้ไร้กุน

เอาอยู่ ! กุนโดกัน ลั่น แมนฯ ซิตี้ ผ่าน มาดริด ได้แม้ไม่มี อเกวโร


อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ เชื่อว่าถึงแม้ เซร์คิโอ อเกวโร่ จะอดลงเล่นเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสองกับ มาดริด แต่ทีมของตนก็น่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้ได้ โดยบอกว่านอกจากจะมีกองหน้าอีกคนอย่าง กาเบรียล เชซุส แล้วนั้น "เรือใบสีฟ้า" ยังมีนักเตะอีกหลายคนที่พอจะขึ้นมาเป็นหัวหอกขัดตาทัพได้


อิลคาย กุนโดกัน กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มั่นใจว่าทีมของตนจะรับมือ เรอัล มาดริด ในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ได้ แม้ว่า เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าคนเก่งจะไม่สามารถลงเล่นให้ทีมได้ก็ตาม

แมนฯ ซิตี้ ได้เปรียบอีกฝ่ายจากการบุกไปชนะ 2-1 ถึงสนาม ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในนัดแรก แต่ข่าวร้ายก็คือจะอดใช้งาน อเกวโร่ ที่กำลังอยู่ระหว่างการพักฟื้นจกาการผ่าตัดตรงหัวเข่า โดยเจ้าตัวได้รับอาการเดี้ยงบริเวณดังกล่าวจากเกมลีกที่ "เรือใบสีฟ้า" ถล่ม เบิร์นลี่ย์ 5-0 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา

กุนโดกัน เผยว่า "มันน่าผิดหวังมากๆ ที่จะไม่มี เซร์คิโอ ลงช่วยทีม เราหวังว่าเขาจะฟื้นตัวโดยเร็วและกลับมาลงเล่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะเขาเป็นนักเตะที่สำคัญกับเรามากๆ เราต้องจัดการกับอาการบาดเจ็บต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับทีม เหมือนที่เคยทำในกรณีของ เอมเมอริค (ลาป๊อร์กต์) ตอนนี้เราต้องทำแบบนั้นให้ได้ในกรณีของ เซร์คิโอ ซึ่งผมมั่นใจว่าเราจะสามารถทำอย่างนั้นได้"

"นักเตะคนอื่นๆ จะก้าวขึ้นมาช่วยทีมแทนได้ เรายังมี แก๊บบี้ (กาเบรียล เชซุส) ซึ่งเป็นนักเตะที่เก่งมากๆ อยู่ แถมเรายังมีนักเตะอีกหลายคนที่สามารถรับบทกองหน้าจำเป็นได้ด้วย ผมมั่นใจว่าเราจะรับมือกับมันได้ แต่แน่นอนว่าเราจะคิดถึงเขาสุดๆ"




สื่อสเปนแฉลิเวอร์พูลยื่น10ล.ยูโรสู่ขอแข้งเบติส

ได้รู้ความจริง ได้ยิ่งกว่าฟุตบอล อ่าน soccersuck.com####


โกเป้ สื่อของสเปน ระบุ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจยื่นเงิน 10 ล้านยูโร ให้ เรอัล เบติส พิจารณา เพื่อที่จะขอดึง ไอส์ซา เมนดี้ มาร่วมทัพ โดยแข้งวัย 28 ปี สามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กและฟูลแบ็ก

    
ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ยื่นข้อเสนอเป็นเงิน 10 ล้านยูโร (ประมาณ 370 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อ ไอส์ซา มานดี้ กองหลัง เรอัล เบติส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามรายงานของ โกเป้ สื่อชื่อดังของประเทศสเปน

"หงส์แดง" ตกเป็นข่าวกับเซนเตอร์แบ็กหลายรายตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่พวกเขาขาย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก จนทำให้มีตัวเลือกในตำแหน่งกองหลังน้อยลง ขณะที่ โฌแอล มาติป ก็ไม่รู้ว่าจะพร้อมช่วยทีมแบบต่อเนื่องมากแค่ไหน หลังจากมีปัญหาสภาพร่างกายเป็นระยะๆ

ที่จริงแล้วเชื่อกันว่า เบติส ตั้งค่าฉีกสัญญาของ มานดี้ เอาไว้ที่ 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,110 ล้านบาท) แต่พวกเขาก็อาจจะต้องรีบยอมขายเจ้าตัวด้วยราคาที่ถูกกว่านั้น หลังจากที่แข้งวัย 28 ปีจะหมดสัญญากับทีมในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าแล้ว และจนถึงตอนนี้ เบติส ก็ยังไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้เขาต่อสัญญาได้

สำหรับ มานดี้ มีดีกรีเล่นให้ทีมชาติแอลจีเรียมาแล้ว 55 นัด โดยในฤดูกาล 2019-20 เขาได้ลงเล่นให้ เบติส ในลีก 29 เกม ซึ่งนอกจากจะถนัดในการเป็นเซนเตอร์แบ็กแล้วนั้น เขายังโยกไปเป็นฟูลแบ็กได้ด้วย

เกมรับเชื่อใจได้! เผยตัวเลขผลงานเด่นของ วาน-บิสซาก้า ในลีกกับแมนยู

เกมรับเชื่อใจได้! เผยตัวเลขผลงานเด่นของ วาน-บิสซาก้า ใน


เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน ปีก่อน หลายคนเคยแสดงความกังขาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำถูกหรือไม่ที่ตัดสินใจประเคนเงินสดทันที 45 ล้านปอนด์ เพื่อดึง อารอน วาน-บิสซาก้า แบ็กขวาชาวอังกฤษมาจาก คริสตัล พาเลซ เพราะจำนวนเงินดังกล่าวถือว่าสูงพอตัวสำหรับนักเตะที่เพิ่งเซ็นสัญญาแบบอาชีพกับ พาเลซ เมื่อปี 2016 แถมที่จริงเขายังเพิ่งยึดตำแหน่งตัวจริงของ พาเลซ ได้แบบเต็มตัวเมื่อฤดูกาลก่อนเท่านั้น โดย แมนฯ ยูไนเต็ด ยังมีเงื่อนไขที่จะจ่ายเงินให้ พาเลซ เพิ่มอีก 5 ล้านปอนด์เช่นกัน ถ้าหาก วาน-บิสซาก้า ทำผลงานได้ตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดเอาไว้

  
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า วาน-บิสซาก้า คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จบศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 ด้วยการเป็นอันดับ 3 ของตารางคะแนน พร้อมกับได้สิทธิ์เล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในซีซั่นหน้า หลังจากที่เขาเล่นเกมรับได้แข็งแกร่ง รวมถึงเหยียดขาขัดขวางเกมรุกของคู่แข่งได้ดีสมกับที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแบ็กที่เล่นเกมรับดีเป็นอันดับต้นๆ ของลีก รวมถึงคู่ควรกับฉายา "ไอ้แมงมุม" ซึ่งสื่อถึงการที่เขาสามารถเหยียดขาสกัดบอลได้แทบทุกจุด



แน่นอน ในด้านภาพรวมแล้ว วาน-บิสซาก้า ยังเป็นรอง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แบ็กขวา ลิเวอร์พูล ที่เล่นเกมรุกได้โหดสุดๆ และเล่นเกมรับได้ในระดับที่น่าประทับใจ ถึงกระนั้นผลงานของ วาน-บิสซาก้า ในฤดูกาลแรกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังคู่ควรกับการได้รับคำชมชนิดที่ว่าถ้าจะให้เกรด A ไปเลยก็ยังได้ และวันนี้เราก็มีตัวเลขผลงานเด่นๆ ของเขาใน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลล่าสุดมาให้ได้ชมกัน เพื่อยืนยันไปเลยว่าเขาเชี่ยวชาญศาสตร์เกมรับมากแค่ไหน

- การสกัด



เมื่อฤดูกาลก่อน วาน-บิสซาก้า เป็นนักเตะที่สกัดโดนบอลสูงเป็นอันดับ 3 ของลีก หลังทำได้ 129 หน ในตอนที่อยู่กับ พาเลซ เป็นรอง วิลฟรีด เอ็นดีดี้ กับ อิดริสซ่า กูอาย ที่ทำได้ 143 ครั้ง กับ 142 หน ตามลำดับ ซึ่งในฤดูกาลนี้เขาก็ยังรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้ หลังจากสกัดโดนบอลไป 129 หน แต่ที่ต่างออกไปก็คือคราวนี้เขาได้เป็นนักเตะที่สกัดโดนบอลมากที่สุดของ พรีเมียร์ลีก เฉือนชนะ เอ็นดีดี้ ไป 1 ชอต

นอกจากนี้ การสกัดโดนบอล 129 หนของ วาน-บิสซาก้า ยังมีถึง 82 ครั้งที่เกิดในพื้นที่สุดท้ายของเกมรับ และเขาก็เป็นอันดับ 1 ในชาร์ตนี้เช่นกัน และมันไม่ใช่แค่ว่าเขาสกัดให้บอลมันออกข้างหรือออกหลังเท่านั้น เพราะมันมี 65 ครั้งที่การสกัดของเขาทำให้ทีมได้บอลไปเล่นต่อ และเขาก็เป็นอันดับ 5 ในชาร์ตที่ว่า

- การดวลกับคนที่ลากบอลเข้าหา



ด้วยความที่เป็นแบ็กขวาทำให้หนึ่งในภารกิจหลักของ วาน-บิสซาก้า คือการหยุดพวกตัวริมเส้นที่มีความสามารถในการเลี้ยงบอลสูง ซึ่งถึงแม้ฤดูกาลนี้จะต้องเจอกับปีกโหดๆ หลายราย แต่แข้งวัย 22 ปี ก็ทำได้ดีเกือบทุกครั้ง อย่างเช่นเกมเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เขาสามารถรับมือกับ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งที่ สเตอร์ลิง เป็นตัวริมเส้นที่อันตรายสูงเป็นลำดับต้นๆ ของลีก

ทั้งนี้ วาน-บิสซาก้า สามารถสกัดแย่งบอลจากพวกที่ดวลกับเขาได้ถึง 45 ครั้ง สูงเป็นอันดับ 2 ของลีก แพ้เพียง ริคาร์โด้ เปเรยร่า ดาวเตะ เลสเตอร์ ที่ทำไป 56 เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่ถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ที่แย่งบอลจากพวกปีกแล้วล่ะก็ วาน-บิสซาก้า ถือเป็นอันดับ 4 ของลีก ที่จำนวน 61.6 เปอร์เซ็นต์ เป็นรอง จอนนี่ อีแวนส์ กองหลัง เลสเตอร์ (64.3 เปอร์เซ็นต์), คริสตอฟ ซิมเมอร์มันน์ ดาวเตะ นอริช (64 เปอร์เซ็นต์) และ เชมัส โคลแมน ของ เอฟเวอร์ตัน (62.9 เปอร์เซ็นต์)

- การบล็อก



อย่างที่บอกไปว่าหนึ่งในจุดเด่นของ วาน-บิสซาก้า คือการที่เขาสามารถยืดขาไปสกัดบอลจังหวะต่างๆ ของคู่แข่งได้ดี จากการที่ขายาวพอตัว ซึ่งตลอดทั้งฤดูกาลนี้เขาสามารถบล็อกจังหวะการเล่นของคู่แข่งได้ถึง 101 ครั้ง สูงเป็นอันดับ 1 ของลีก เฉือนชนะ แม็กซ์ อาร่อนส์ ของ นอริช ซิตี้ ไป 1 หน

จากจำนวนการบล็อกทั้งหมดของ วาน-บิสซาก้า นั้น มีทั้งหมด 87 ครั้งที่เป็นการบล็อกจังหวะที่คู่แข่งพยายามผ่านบอล และมันก็ทำให้เขาเป็นที่ 1 ในชาร์ตนี้เช่นกัน เหนือ กว่า ดีเอโก้ ริโก้ แข้งชาวสแปนิชของ บอร์นมัธ ที่เป็นอันดับ 2 ในชาร์ตนี้ 12 ครั้งด้วยกัน

ผลงานเด่นๆ ในด้านเกมรับของ อารอน วาน-บิสซาก้า ใน พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 กับ แมนฯ ยูไนเต็ด
เกมรับเชื่อใจได้! เผยตัวเลขผลงานเด่นของ วาน-บิสซาก้า ในลีกกับแมนยู

เผยผลงานมิลานโหดแค่ไหนเวลาอิบราลงตัวจริง

คนสำคัญ! "ชัลฮาโนกลู" หวัง 'อิบราฮิโมวิช" อยู่โยงมิลาน


ซลาตัน อิบราฮิโมวิช หัวหอกจอมเก๋ามีความสำคัญกับ เอซี มิลาน อย่างมากจนถึงขนาดที่ "รอสโซเนรี่" ชนะในลีกได้ถึง 66.6 เปอร์เซ็นต์ในตอนที่ อิบราฮิโมวิช ลงเป็นตัวจริง ต่างกับตอนที่ อิบราฮิโมวิช ไม่ได้เป็นตัวจริงที่ชนะเพียง 36.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

   
เอซี มิลาน มีผลงานชนะในเกม กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี สูงถึง 66.6 เปอร์เซ็นต์ ถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าชาวสวีดิชได้ลงเล่นเป็นตัวจริงให้ทีม

อิบราฮิโมวิช เซ็นสัญญามาอยู่กับ มิลาน เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเขาได้ลงเล่นในลีกให้ทีมไป 17 นัด ซึ่งในจำนวนนั้นแบ่งเป็นการลงเล่นในฐานะตัวจริง 15 เกม และเขาก็ทำได้ 9 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ จนมีส่วนทำให้ มิลาน มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในตอนนี้จนถึงขั้นไม่แพ้ใครในลีก 11 นัดติดต่อกันแล้ว

ทั้งนี้ ในเกมลีกอีก 22 นัดของ มิลาน ที่ อิบราฮิโมวิช ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงนั้น "รอสโซเนรี่" ชนะเพียงแค่ 36.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้ ในจำนวน 15 เกมที่ อิบราฮิโมวิช ลงเป็นตัวจริงในลีกให้กับ มิลาน ในฤดูกาลนี้ พวกเขาก็ทำประตูได้เฉลี่ย 2.3 ลูกต่อนัด ต่างกับตอนที่ อิบราฮิโมวิช ไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงลิบลับ เพราะตัวเลขของกรณีหลังอยู่ที่ 1.1 ลูกต่อเกมเท่านั้น

ตารางเปรียบเทียบผลงานใน กัลโช่ เซเรีย อา ประจำฤดูกาลนี้ของ เอซี มิลาน ระหว่างตอนที่ อิบราฮิโมวิช ได้เป็นตัวจริงกับไม่ได้เป็นตัวจริง
เวลาที่ อิบราฮิโมวิช เป็นตัวจริง 

เวลาที่ อิบราฮิโมวิช ไม่ได้เป็นตัวจริง (นับรวมตอนก่อนที่ อิบราฮิโมวิช จะเซ็นสัญญากับ มิลาน)


15 จำนวนเกมที่เล่น 22
10 จำนวนเกมที่ชนะ 8
3 จำนวนเกมที่เสมอ 6
2 จำนวนเกมที่แพ้ 8
35 จำนวนประตูที่ทำได้ 25
18 จำนวนประตูที่เสีย 30
66.6% เปอร์เซ็นต์ชนะ 36.4%
2.2 ค่าเฉลี่ยคะแนนที่ทำได้ต่อเกม 1.4
2.3 ค่าเฉลี่ยประตูที่ทำได้ต่อเกม 1.1
1.2 ค่าเฉลี่ยประตูที่เสียต่อเกม 1.4

ทีมพรีเมียร์ฯสูญเงินแค่ไหนไม่มีแฟนเข้าสนาม?

ทีมพรีเมียร์ฯสูญเงินแค่ไหนไม่มีแฟนเข้าสนาม?

เปิดอันดับทีม พรีเมียร์ลีก สูญเงินมากแค่ไหนจากการที่ไม่มีแฟนบอลเข้าสนามตั้งแต่รีสตาร์ตถึงจบซีซั่น โดยเบอร์ 1 หายไปถึงเกือบพันล้านบาทเลยทีเดียว


แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่ต้องสูญเงินมากสุดใน พรีเมียร์ลีก จากการที่ไม่อนุญาตให้แฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนามนับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตามข้อมูลจาก บิสซิเนส เรสคิว เอ็กซ์เพิร์ต บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการเงินแดนผู้ดี เมื่อวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

"เรือใบสีฟ้า" ต้องสูญเงินไปถึง 23.9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 956 ล้านบาท) หลังมีโปรแกรมเล่นที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ถึง 6 นัด นับตั้งแต่ลีกรีสตาร์ตเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามมาเป็นอันดับ 2 สูญเงินไป 17.7 ล้านปอนด์ (ประมาณ 708 ล้านบาท) หลังมีโปรแกรมเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4 นัด



อันดับทีม พรีเมียร์ลีก ที่สูญเงินจากการไม่มีแฟนบอลเข้าสนาม

1. แมนฯ ซิตี้ 23.9 ล้านปอนด์

2. แมนฯ ยูไนเต็ด 17.7 ล้านปอนด์

3. ลิเวอร์พูล 12.8 ล้านปอนด์

4. สเปอร์ส 12.6 ล้านปอนด์

5. นิวคาสเซิ่ล 12.1 ล้านปอนด์

6. อาร์เซน่อล 12 ล้านปอนด์

7. เวสต์แฮม 11.2 ล้านปอนด์

8. เอฟเวอร์ตัน 9 ล้านปอนด์

9. เชลซี 8.6 ล้านปอนด์

10. แอสตัน วิลล่า 7 ล้านปอนด์

11. เชฟฯ ยูไนเต็ด 6.2 ล้านปอนด์

11. เลสเตอร์ 6.2 ล้านปอนด์

13. เซาธ์แฮมป์ตัน 6.1 ล้านปอนด์

14. วูล์ฟส์ 5.7 ล้านปอนด์

15. ไบรท์ตัน 5.6 ล้านปอนด์

16. นอริช 5.5 ล้านปอนด์

17. คริสตัล พาเลซ 5 ล้านปอนด์

18. วัตฟอร์ด 4.4 ล้านปอนด์

19. เบิร์นลี่ย์ 4 ล้านปอนด์

20. บอร์นมัธ 2.2 ล้านปอนด์
  

วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

เดอะค็อปว่าไง?เผยภาพหลุดชุดเหย้าใหม่ลิเวอร์พูล

เดอะค็อปว่าไง?เผยภาพหลุดชุดเหย้าใหม่ลิเวอร์พูล


โลฟเวลล์ ซอคเกอร์ ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลรายหนึ่ง เผลอโพสต์ภาพที่เหมือนจะเป็นชุดเหย้าตัวใหม่ของ ลิเวอร์พูล ก่อนที่จะรีบลบทิ้ง

   
โลฟเวลล์ ซอคเกอร์ ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์กีฬาฟุตบอลรายหนึ่งโพสต์ภาพที่ดูเหมือนเป็นชุดเหย้าตัวใหม่ของ ลิเวอร์พูล ประจำฤดูกาล 2020-21 ทั้งที่ยังไม่มีการเปิดตัวชุดแข่งอย่างเป็นทางการ

"เดอะ ค็อป" หลายคนตั้งตารอที่จะได้เห็นชุดเหย้าตัวใหม่ของทีมอย่างใจจดใจจ่อ เพราะมันจะเป็นครั้งแรกที่ทีมรักของพวกเขาใช้ผลิตภัณฑ์ของ ไนกี้ ภายหลังมีการเซ็นสัญญากันไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งที่จริงถ้าเป็นในสถานการณ์ปกติมันต้องเปิดตัวชุดแข่งไปแล้ว แต่กำหนดการดังกล่าวโดนเลื่อนเพราะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19






เป็นที่เชื่อกันว่า ลิเวอร์พูล จะเปิดตัวชุดเหย้าแบบใหม่อย่างเป็นทางการในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งมันก็ทำให้ตอนนี้มีการส่งภาพของชุดแข่งไปยังผู้จัดจำหน่ายต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อที่ผู้จัดจำหน่ายเหล่านั้นจะได้เตรียมทำการโฆษณาเอาไว้ก่อน

อย่างไรก็ตาม โลฟเวลล์ ซอคเกอร์ ทำให้หลายคนฮือฮาด้วยการโพสต์ภาพที่เหมือนจะเป็นชุดเหย้าแบบใหม่ของ ลิเวอร์พูล ลงบนเว็บไซต์ของพวกเขา โดยตรงลำตัวเป็นสีแดงตามธรรมเนียมของสโมสร ส่วนทั้งตราสโมสร, โลโก้ไนกี้ และโลโก้ สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ สปอนเซอร์บนชุดแข่ง ใช้สีขาวทั้งหมด






นอกจากนี้ โลฟเวลล์ ซ็อคเกอร์ ยังโพสต์ภาพกางเกงสำหรับเวลาที่ ลิเวอร์พูล ลงเล่นเป็นทีมเหย้าด้วย ซึ่งนอกจากจะเป็นสีแดงแล้วตรงด้านข้างก็ใส่เส้นสีขาวลากยาวเอาไว้เช่นกัน

ทั้งนี้ โลฟเวลล์ ซอคเกอร์ รีบลบภาพนี้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังมีคนเซฟภาพเอาไว้ได้ โดยแฟนบอล ลิเวอร์พูล บางคนไม่ชอบเท่าไหร่ อย่างเช่นคนที่พิมพ์ว่า "จืดชืดจัง", "ไม่นะ" และ "หวังว่ามันจะไม่ใช่ของจริงนะ" เป็นต้น


คนแรก!อิบราสร้างประวัติศาสตร์กับ2ทีมเมืองมิลาน

อิบรา" ทำสถิติแข้งคนแรกซัด 50+ ในลีกให้ทั้งสองทีมมิลาน - บ้าบอล ...


ผลงานจากนัดล่าสุดที่ช่วยให้ เอซี มิลาน ชนะ ซามพ์โดเรีย ช่วยทำให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กลายเป็นคนแรกที่ทำประตูในลีกให้ทั้ง เอซี มิลาน และ อินเตอร์ มิลาน แตะหลัก 50 ลูก โดยเจ้าตัวพูดแบบติดตลกว่าตัวเองเป็นหนุ่มอยู่เสมอ

    
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช สร้างประวัติศาสตร์เป็นคนแรกที่สามารถทำประตูในเกมระดับ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ให้กับทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ เอซี มิลาน ได้อย่างน้อย 50 ประตู หลังจากล่าสุดทำ 2 ลูกจนช่วยให้ทีมบุกไปชนะ ซามพ์โดเรีย 4-1 เมื่อวันพุธที่ 29 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

ก่อนลงเล่นเกมนี้ อิบราฮิโมวิช ทำประตูในลีกให้กับ มิลาน ได้ 49 ลูก แบ่งเป็น 42 ประตูในยุคแรกที่อยู่กับ มิลาน และ 7 ลูกในซีซั่นนี้ ซึ่งในเกมเมื่อวันพุธที่ผ่านมาแข้งวัย 38 ปี ทำประตูขึ้นนำให้ทีมได้ตั้งแต่นาทีที่ 4 และส่งผลให้จำนวนประตูในลีกของเขากับ "รอสโซเนรี่" เพิ่มเป็น 50 ลูก ก่อนที่จะทำเพิ่ม 1 ประตูในนาทีที่ 58 จนทำให้ยอดรวมขยับเป็น 51 ประตู โดยจนถึงตอนนี้เขาลงเล่นในลีกให้ มิลาน ไปทั้งหมด 78 เกม

ทั้งนี้ สมัยอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน ดาวเตะชาวสวีดิชทำประตูในลีกได้ 57 ลูก จากการลงเล่น 88 นัด ซึ่งหลังจบเกมนัดล่าสุดเขาก็พูดแบบติดตลกว่าตัวเองเป็นเหมือน เบนจามิน บัตตัน ตัวละครในภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Curious Case of Benjamin Button ที่มีอายุสวนทางกับคนปกติ "ผมเหมือนกับ เบนจามิน บัตตัน ผมเป็นหนุ่มอยู่เสมอ ผมไม่เคยแก่เลย"

ช่วงสำคัญ!!แมนยูเตรียมตัดสินใจเรื่องสัญญาใหม่เฮนเดอร์สัน

ข่าวฟุตบอล : ดาบคู่เล็งประตูบอร์นมัธเสียบแทนเฮนเดอร์สัน - ผลบอล ...


สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของอังกฤษ ระบุ 14 วันต่อจากนี้จะเป็นช่วงสำคัญในการตัดสินเรื่องสัญญาฉบับใหม่ของ ดีน เฮนเดอร์สัน กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากอนาคตของ เฮนเดอร์สัน เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนตลอดช่วงที่ผ่านมา

    
การคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่ของ ดีน เฮนเดอร์สัน กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะเข้าสู่ช่วงสำคัญภายในช่วง 14 วันต่อจากนี้ ตามรายงานของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดี

อนาคตของ เฮนเดอร์สัน กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มไปด้วยความน่ากังขาตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจากเขาเหลือสัญญากับทีมจนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2022 แต่เจ้าตัวก็ยังไม่แสดงท่าทีว่าพร้อมที่จะต่อสัญญา เพราะอยากให้ทีมรับประกันก่อนว่าฤดูกาลหน้าเขาจะได้เป็นมือ 1 ของ "ปีศาจแดง" โดยเขาเชื่อว่าตัวเองพร้อมสำหรับตำแหน่งนั้นแล้วภายหลังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด

กระทั่งล่าสุด สกายสปอร์ตส์ ก็บอกว่าในช่วงปลายสัปดาห์นี้ เอ็ด วู้ดเวิร์ด ผู้บริหารระดับสูงของ แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะหารือเรื่องงบประมาณการทำทีมกับบรรดาเจ้าของสโมสร และเชื่อกันว่าหนึ่งในประเด็นที่จะถูกพูดถึงคือข้อเสนอที่จะมอบให้ เฮนเดอร์สัน นั่นเอง โดย แมนฯ ยูไนเต็ด อยากให้เขาเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับทีมเป็นเวลา 5 ปี เพราะมองว่าเขาจะเป็นตัวเลือกในระยะยาวให้ทีมได้

สื่อเจ้าเดิมเสริมว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ยังชื่นชอบในตัว เฮนเดอร์สัน อยู่ และประทับใจกับพัฒนาการที่เขาทำได้ในฤดูกาลนี้ รวมถึงไม่ปิดโอกาสที่จะให้ เฮนเดอร์สัน ได้แย่งมือ 1 กับ เด เคอา ในฤดูกาลหน้าด้วย อย่างไรก็ตาม มันก็มีข่าวลืออยู่เรื่อยๆ ว่า เชลซี พร้อมที่จะดึง เฮนเดอร์สัน ไปร่วมทัพ และให้โอกาสเขาได้เป็นมือ 1 ทันที หลังจาก เกปา อาร์รีซาบาลาก้า นายด่านชาวสแปนิชของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ทำผลงานได้น่าผิดหวังสุดๆ

ทางเลือกที่ดีที่สุด!ริวัลโด้เชียร์คูตินโญ่คัมแบ็กพรีเมียร์ฯ

ริวัลโด้ชี้! การกลับมาเล่น พรีเมียร์ลีก คือทางเลือกที่ดีที่สุดของ ...


ริวัลโด้ ระบุ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ควรจะบอกลา บาร์เซโลน่า แล้วกลับไปเล่นใน พรีเมียร์ลีก โดยเชื่อว่าเขาเก่งพอเป็นตัวจริงให้ทั้ง อาร์เซน่อล, สเปอร์ส และ เลสเตอร์ ได้ พร้อมบอกว่าฝีเท้าของ คูตินโญ่ เข้ากับสไตล์ของ พรีเมียร์ลีก สุดๆ

    
ริวัลโด้ ตำนานดาวเตะชาวบราซิเลียน แสดงความเชื่อว่า ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กองกลาง บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน ควรจะกลับไปเล่นให้ทีมในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พร้อมบอกว่าเขาสามารถเป็นตัวจริงให้กับ อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้สบายๆ

คูตินโญ่ กำลังอยู่ระหว่างการเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัว แต่สัญญายืมตัวก็กำลังจะหมดลงแล้วโดยที่ บาเยิร์น ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขอใช้งานเขาต่อ ทำให้อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล จะต้องกลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งมันก็ทำให้เขามีข่าวย้ายทีมอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เพราะเชื่อกันว่าต่อให้กลับไปอยู่กับ "อาซูลกราน่า" เขาก็คงไม่ได้เป็นตัวหลักของทีมอยู่ดี

ริวัลโด้ เผยว่า "คูตินโญ่ จะหมดสัญญายืมตัวแล้วต้องย้ายจาก บาเยิร์น กลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในเร็วๆ นี้ แต่ผมไม่มั่นใจว่าเขาจะกลับมามีอาชีพการค้าแข้งที่ดีกับที่นั่นได้ ทางเลือกที่ดีที่สุดของเขาคือกลับไปเล่นในอังกฤษที่เขาเคยทำผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพการค้าแข้งของตัวเอง"

"คุณภาพของเขาดูเหมือนว่าจะเข้ากับการเล่นที่นั่นมากที่สุด เพราะเขาพิสูจน์ให้เห็นในตอนที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้ว ตอนนั้นเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่เก่งที่สุดของ พรีเมียร์ลีก เลยด้วยซ้ำ ในฤดูกาลหน้า คูตินโญ่ สามารถเป็นตัวจริงได้ไม่ว่าจะทั้งกับ อาร์เซน่อล, ท็อตแน่ม หรือ เลสเตอร์ มันจะเป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้หาฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองให้เจออีกครั้ง และแสดงให้เห็นว่าเขายังเป็นนักเตะฝีเท้าดีที่ยังคู่ควรกับการเป็นแข้งชั้นยอดอยู่"


บาร์เซโลน่าเตรียมฟ้องอาร์ตูร์ไม่โผล่รายงานตัว

บาร์ซ่า” จ่อฟ้อง “อาร์ตูร์” กลับบราซิล ไม่มาซ้อมทีม


มาร์ก้า สื่อของสเปน ระบุ บาร์เซโลน่า เตรียมฟ้องร้อง อาร์ตูร์ โทษฐานที่จู่ๆ ก็ไม่ยอมกลับมารายงานตัวซ้อมกับทีม แถมจะไม่ยกเลิกสัญญาของเขาก่อนกำหนดตามที่ดาวเตะชาวบราซิเลียนต้องการด้วย


บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที ลา ลีกา สเปน เตรียมที่จะฟ้องร้อง อาร์ตูร์ กองกลางชาวบราซิเลียนที่ไม่ยอมกลับมาซ้อมและลงเล่นให้ทีม ตามรายงานของ มาร์ก้า สื่อกีฬาชื่อดังของแดนกระทิงดุ

"อาซูลกราน่า" ประกาศขาย อาร์ตูร์ ให้กับ ยูเวนตุส เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งว่ากันว่ามันทำให้ดาวเตะเลือดแซมบ้าไม่พอใจมากๆ เพราะที่จริงเขาอยากอยู่กับทีมต่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ดีลมันจะมีผลหลังจบฤดูกาล 2019-20 ทำให้ อาร์ตูร์ ยังถือเป็นนักเตะของ บาร์เซโลน่า อยู่

ทั้งนี้ อาร์ตูร์ ยังมีชื่อเป็นตัวสำรองให้ บาร์เซโลน่า ในเกมลีก 4 นัด ในช่วงท้ายฤดูกาล แต่ก็ไม่โดนใช้งานเลย และพอศึก ลา ลีกา ปิดฉากไปแล้วนั้น เขาก็กลับไปพักผ่อนที่ บราซิล หลังจากที่ กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า อนุญาตให้ลูกทีมทุกคนได้พักก่อนหน้าที่จะถึงเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง กับ นาโปลี วันที่ 8 สิงหาคมนี้ และเดิมที อาร์ตูร์ ต้องกลับมารายงานตัวซ้อมกับทีมแล้ว แต่เขาแจ้งกับต้นสังกัดไปว่าไม่ขอกลับไปซ้อมหรือเล่นให้ทีมอีก รวมถึงอยากให้ บาร์เซโลน่า ยกเลิกสัญญาของเขาทันทีด้วย เพื่อที่จะได้ไปเริ่มงานกับ ยูเวนตุส ได้ตั้งแต่ก่อนที่ศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2019-20 จะจบลง

กระทั่งล่าสุด มาร์ก้า ก็แฉว่า บาร์เซโลน่า เตรียมที่จะฟ้องร้อง อาร์ตูร์ จากการกระทำในครั้งนี้ และจะไม่ยกเลิกสัญญาของเขาด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุว่าบทลงโทษของเขาจะเป็นในรูปแบบไหน



ฤดูกาลแรกก็วุ่นแล้ว! เกร็ดน่ารู้เรื่องผลงาน วีเออาร์ ใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้

ฤดูกาลแรกก็วุ่นแล้ว! เกร็ดน่ารู้เรื่องผลงาน วีเออาร์ ใน


พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 เป็นซีซั่นแรกที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตัดสินใจใช้เทคโนโลยีและทีมงาน วีเออาร์ หรือการดูคลิปวิดีโอระหว่างการแข่งขันเผื่อว่าจะเปลี่ยนคำตัดสิน ซึ่งตอนแรกหลายคนก็มองว่า วีเออาร์ น่าจะช่วยทำให้เกมฟุตบอลมีความโปร่งใสและมีคำตัดสินที่ถูกต้องมากขึ้น

   
อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาถือว่าน่าผิดหวัง มีหลายจังหวะที่มองกันว่า วีเออาร์ ทำหน้าที่ได้ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะทั้งในตอนที่พวกเขาเปลี่ยนคำตัดสินหรือมองข้ามจนไม่ทำอะไรเลย ซึ่งวันนี้เราก็มีเกร็ดที่น่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับ วีเออาร์ ในศึก พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้มาให้ได้ชมกัน

- จำนวนครั้งการกลับคำตัดสินด้วย วีเออาร์
ตลอดทั้งฤดูกาลนี้ วีเออาร์ ทำการเปลี่ยนคำตัดสินไปทั้งหมดรวม 109 หน โดยกรณีนี้นับรวมทั้งการเปลี่ยนคำตัดสินที่เป็นใจและเป็นผลเสียกับทีมต่างๆ ซึ่งทีมที่เจอกับการเปลี่ยนคำตัดสินเพราะ วีเออาร์ มากที่สุดคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่จำนวน 16 ครั้ง



ทั้งนี้ หากเจาะลึกลงไปแล้วนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน คือทีมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนคำตัดสินเพราะ วีเออาร์ มากที่สุด ด้วยจำนวน 10 ครั้ง ขณะที่ คริสตัล พาเลซ, เลสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เซาธ์แฮมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ตามมาเป็นอันดับ 3 ร่วมกัน ที่จำนวน 8 หน ส่วนทีมใหญ่ทีมอื่นๆ ลิเวอร์พูล กับ เชลซี ได้ประโยชน์จาก วีเออาร์ 5 ครั้งเท่ากัน ขณะที่ อาร์เซน่อล ไปประโยชน์ไป 4 หน



อีกด้านหนึ่ง ทีมที่การเปลี่ยนคำตัดสินของ วีเออาร์ เป็นผลเสียกับพวกเขามากที่สุดคือ เวสต์แฮม ด้วยจำนวนถึง 10 หน ตามมาด้วย นอริช ที่จำนวน 9 ครั้ง ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ครองอันดับ 3 ร่วมกัน ด้วยจำนวน 8 หน

- เกี่ยวกับประตู
จากการกลับคำตัดสินด้วย วีเออาร์ ทั้งหมด 109 ครั้งนั้น มีทั้งหมด 27 หนที่นำไปสู่การทำประตูได้ในท้ายที่สุด ซึ่ง อาร์เซน่อล คือทีมที่สุดท้ายแล้วได้ประตูจากการเปลี่ยนคำตัดสินด้วย วีเออาร์ มากที่สุด ด้วยจำนวน 4 หน รองลงมาคือ แมนฯ ซิตี้ กับ คริสตัล พาเลซ ที่จำนวน 3 ครั้ง



ในทางตรงกันข้าม วีเออาร์ ริบประตูในฤดูกาลนี้ไปทั้งหมด 56 ประตู โดยในจำนวนนั้นมี 34 ครั้งที่มาจากการเปลี่ยนคำตัดสินว่าจังหวะที่ทำประตูได้เป็นจังหวะล้ำหน้ำ ซึ่งตรงจุดนี้คือประเด็นร้อนหลักของ วีเออาร์ ในฤดูกาล 2019-20 เพราะหลายคนมองว่าบางจังหวะมันไม่ควรจะเป็นการล้ำหน้าเลย อย่างเช่นชอตล้ำหน้าด้วยรักแร้ของ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กองหน้า ลิเวอร์พูล ในเกมที่ "หงส์แดง" บุกไปชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1 ถึงสนาม วิลล่า พาร์ค เมื่อวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

- ให้จุดโทษ
ในฤดูกาลนี้มีการเปลี่ยนคำตัดสินด้วย วีเออาร์ จนให้ลูกจุดโทษไป 22 ครั้ง ซึ่งในจำนวนนั้นก็กลายเป็นประตูถึง 13 ครั้งด้วยกัน แถมทีมงาน วีเออาร์ ยังสั่งให้มีการยิงลูกจุดโทษใหมอีก 4 หนด้วย แต่จาก 4 ครั้งที่มีการยิงลูกจุดโทษใหม่มันก็ยังมีคนยิงเข้าเพียงหนเดียวเท่านั้น



ในอีกมุมหนึ่ง มีอยู่ 7 หนที่ตอนแรกกรรมการในสนามเป่าให้เป็นลูกจุดโทษ แต่ทีมงาน วีเออาร์ กลับคำตัดสินเป็นไม่ให้ลูกจุดโทษ โดยในจำนวนนั้นมาจากการล้ำหน้า 1 ครั้ง

- ใบแดง
ชี้แจงก่อนว่า วีเออาร์ จะมีสิทธิ์เปลี่ยนคำตัดสินเรื่องใบแดงก็ต่อเมื่อมันเป็นจังหวะใบแดงโดยตรงเท่านั้น ถ้าใครโดนใบเหลือง 2 ใบ ให้ตายยังไงก็จะไม่มีการเปลี่ยนคำตัดสิน ซึ่งตลอดทั้งฤดูกาลนี้มี 3 ครั้งที่ตอนแรกเชิ้ตดำชักใบแดงไล่นักเตะออกจากสนาม แต่สุดท้ายมีการเปลี่ยนคำตัดสินจนทำให้คนนั้นๆ ได้อยู่ในสนามต่อ



ถึงกระนั้น มันก็มีถึง 9 ครั้งที่ตอนแรกนักเตะนึกว่าจะได้เล่นในสนามต่อ แต่ทีมงาน วีเออาร์ คิดว่ามันเป็นจังหวะฟาวล์ที่ร้ายแรงจนเปลี่ยนคำตัดสินให้นักเตะคนนั้นๆ โดนใบแดงทันที

- ทีมที่มีผลต่างการได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จาก วีเออาร์ มากที่สุด
ข้อนี้เป็นการเอาจังหวะที่ได้ประโยชน์กับเสียประโยชน์เพราะการตัดสินของ วีเออาร์ มาหักลบกัน อารมณ์เหมือนการคำนวณผลต่างประตูได้เสีย ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่จะได้ประโยชน์จาก วีเออาร์ มากที่สุด แต่ที่จริง แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอันดับ 2 ในชาร์ตนี้ ด้วยจำนวน +7



ทีมที่มีผลต่างการได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จาก วีเออาร์ มากที่สุดในฤดูกาล 2019-20 ที่จริงแล้วคือ ไบรท์ตัน ด้วยจำนวน +8 โดยที่ พาเลซ ตามมาเป็นอันดับ 3 ด้วยจำนวน +4 ขณะที่ผลต่างด้านการได้ประโยชน์และเสียประโยชน์จาก วีเออาร์ ของทีมดังทีมอื่นๆ ประกอบด้วย ลิเวอร์พูล +2, สเปอร์ส +1, เลสเตอร์ +1, แมนฯ ซิตี้ +0, อาร์เซน่อล -1 และ เชลซี -2

จบไม่สวย!ลีลาเด็ดของอาร์ตูร์กับบาร์เซโลน่า (มีคลิป)

วุ่น?อาร์ตูร์ไม่กลับไปเล่นให้บาร์เซโลน่า


กลายเป็นว่า อาร์ตูร์ กองกลางชาวบราซิเลียนกับ บาร์เซโลน่า กำลังจะต้องจากลากันแบบไม่สวย หลังจากที่แข้งเลือดแซมบ้าแจ้งกับต้นสังกัดว่าจะไม่กลับไปซ้อมกับทีมและไม่กลับไปช่วยทีมแล้ว แม้ว่าจะยังเหลือโปรแกรม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่ก็ตาม หลังจากที่ บาร์เซโลน่า ตัดสินใจขาย อาร์ตูร์ ให้ ยูเวนตุส ก่อนหน้านี้ ทั้งที่จริงๆ แล้วเจ้าตัวไม่อยากย้ายทีมเลย


แม้ว่าที่ผ่านมาผลงานของ อาร์ตูร์ จะไม่เข้าขั้นระดับโลก แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาเล่นได้ดีจนทำให้แฟนบอล บาร์เซโลน่า คาดหวังว่าเขาจะเป็นความหวังของทีมในอนาคตได้ ดังนั้นวันนี้เราลองย้อนไปดูไฮไลท์ฟอร์มเด็ดๆ ของเจ้าตัวกับ บาร์เซโลน่า อีกครั้งดูดีกว่า




ขอให้หายจากโควิดเร็วๆนะ!ย้อนชมชอตซัดสุดเฉียบคมของดิอาซ (มีคลิป)

มาดริด เฟิร์ม "มาเรียโน ดิอาซ" ติดโควิด-19 ส่อชวดบู๊แมนฯ ซิตี้


เกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดสอง ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีคิวเปิดรัง เอติฮัด สเตเดี้ยม เจอกับ เรอัล มาดริด เจอเรื่องวุ่นแบบที่หลายคนคาดไม่ถึงเมื่อ มาเรียโน่ ดิอาซ ดาวเตะของทีมเยือนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จนทำให้ยังไม่รู้ว่าเกมในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ จะยังฟาดแข้งกันตามเดิมได้รึเปล่า

    
ดิอาซ เคยกลายเป็นที่ฮือฮาของหลายคน หลังจากที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธาน มาดริด มอบเสื้อเบอร์ 7 ให้กับเขา หลังจากที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายออกจากทีมไปแล้ว น่าเศร้าที่เจ้าตัวไม่สามารถโชว์ฟอร์มสมกับเสื้อเบอร์นั้นได้จนซีซั่นนี้ถูกเปลี่ยนไปใส่เบอร์ 24 และกลายเป็นเพียงอะไหล่ของทีมเท่านั้น โดยเบอร์ 7 ของเขาโดนยกไปให้ เอแด็น อาซาร์ แทน
ทั้งนี้ ในตอนที่สวมเสื้อเบอร์ 7 ของทีมนั้น ดิอาซ เคยทำประตูสุดเฉียบขาดในเกมอุ่นเครื่องกับ เฟเนร์บาห์เช่ มาแล้ว ลองไปดูประตูนั้นอีกครั้งกันดีกว่า











ตัวแสบ!ชมชอตมาร์ติเนซซัดใส่นาโปลีในเกมแรกที่เจอกัน (มีคลิป)

เลาตาโร" ลงสำรองมีสกอร์ อินเตอร์อัดนาโปลี 2-0 นัดหน้าดวลอตาลันตา ...


เมื่อวันอังคารที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ของ อินเตอร์ มิลาน สามารถทำประตูใส่ นาโปลี ได้ ด้วยการพาบอลขึ้นมาจากจุดเกือบกลางสนามแล้วยิงไกลจากระยะราว 25 หลา จนทำให้ทีมชนะไป 2-0

นี่นับเป็นอีกครั้งที่ มาร์ติเนซ ทำแสบใส่ นาโปลี ในฤดูกาล 2019-20 เพราะในเกมลีกเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาเขาก็ทำประตูช่วยให้ อินเตอร์ ชนะ นาโปลี 3-1 เช่นกัน ลองไปดูประตูนั้นกันอีกรอบดีกว่า



 

แมนยูให้ไว!ดอร์ทมุนด์แจ้งดีลซานโช่เส้นตายตามเดิม

เผยเสือเหลืองให้เวลาผี 13 วันปิดดีล 'ซานโช' - บ้าบอล - baahball.com


เดลี่ เมล สื่อของอังกฤษ ระบุ ดอร์ทมุนด์ แจ้งกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่าจำเป็นต้องปิดดีลของ เจดอน ซานโช่ ให้ได้ภายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้สถานเดียว ไม่อย่างนั้นก็เลิกหวังเรื่องที่พวกเขาจะปล่อย ซานโช่ ได้เลย หลังจากวันดังกล่าวเป็นวันที่ "เสือเหลือง" ต้องเดินทางไปเข้าแคมป์เก็บตัว


โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรดังของศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน กำหนดเส้นตายกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าถ้าอยากได้ เจดอน ซานโช่ ปีกชาวอังกฤษไปร่วมทัพแล้วนั้น พวกเขาก็จำเป็นต้องทำให้มันเสร็จสิ้นภายในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ ตามรายงานของ เดลี่ เมล สื่อชั้นนำของเมืองผู้ดี

แมนฯ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวกับ ซานโช่ อย่างหนักตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากที่ปีกทีมชาติอังกฤษทำผลงานได้ยอดเยี่ยมสุดๆ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เก่งที่สุดคนหนึ่งของยุค อย่างไรก็ตาม "ปีศาจแดง" ไม่พร้อมที่จะให้ค่าตัวแข้งวัย 20 ปีตามที่ ดอร์ทมุนด์ ตั้งเอาไว้ หลังจาก "เสือเหลือง" ต้องการเงินสูงถึง 110 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,400 ล้านบาท)

สำหรับวันที่ 10 สิงหาคมนั้น เป็นวันที่ ดอร์ทมุนด์ มีคิวเดินทางไปเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ ซานโช่ เตรียมจะกลับไปรายงานตัวกับต้นสังกัดในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคมนี้เพื่อเริ่มซ้อมในช่วงปรี-ซีซั่น หลังจากที่ บุนเดสลีกา จะกลับมาเตะกันในช่วงกลางเดือนกันยายน

สำหรับตลาดการเสริมทัพรอบแรกของฤดูกาล 2020-21 เปิดทำการจนถึงวันที่ 5 ตุลาคมนี้ ขณะที่ศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่นหน้าก็จะเริ่มเตะในช่วงกลางเดือนกันยายนเช่นกัน



วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2563

น้ำตาแทบริน! "ซาลาห์" อวยพรลอฟเรนหลังลาลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์: ความหิวกระหายของเราสามารถผลักดันให้เราชนะมากยิ่ง ...


โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์ดัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เปิดใจหลัง เดยัน ลอฟเรน แนวรับเพื่อนซี้เตรียมย้ายไปเล่นกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ระบุคงคิดถึงเพื่อนคนนี้ แต่ก็ขออวยพรให้โชคดี และประสบความสำเร็จกับต้นสังกัดใหม่


โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกจอมถล่มประตูของ ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาลล่าสุด กล่าวยกย่อง เดยัน ลอฟเรน เซนเตอร์แบ็กมากประสบการณ์ หลังจากที่กองหลังเพื่อนซี้กำลังจะอำลาถิ่นแอนฟิลด์ ไปเล่นให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ในช่วงซัมเมอร์นี้

ลอฟเรน เตรียมโบกมือลา "เดอะ เร้ดส์" เพื่อไปทำหน้าที่คุมแนวรับให้กับ สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลีกประเทศรัสเซีย ด้วยค่าตัว 11 ล้านปอนด์ (ราว 418 ล้านบาท) หลังจากที่เจ้าตัวเพิ่งมีส่วนช่วยต้นสังกัดยุติ 30 ปีแห่งการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดดินแดนผู้ดี

ซาลาห์ เปิดใจว่า "ผมไม่รูว่าจะพูดยังไงดีกับเพื่อนของผมคนนี้ ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ผมรู้สึกยังไง แต่เราจะคิดถึงนาย โดยเฉพาะผม นายเป็นนักเตะที่น่าเหลือเชื่อ และก็เป็นเพื่อนที่ดีเยี่ยมของผม เราจะคิดถึงนายมาก ๆ ผมก็จะคิดถึงนาย ผมรักนายมากที่สุด และนายมักจะทำเรื่องที่ดีเยี่ยมทั้งในและนอกสนาม"

"ขอบคุณสำหรับทุกๆ อย่างที่นายทำให้กับสโมสร และทุกๆ อย่างที่นายทำเพื่อผม ผมขออวยพรให้นายพบกับสิ่งที่ดีที่สุดในอนาคต และอวยพรให้นายมีอาชีพที่สุดยอดด้วย รวมทั้งของให้มีความสุขกับสโมสรใหม่ร่วมกับครอบครัวของนาย ขอบคุณมากๆ และพบกันเร็วๆ นี้" ซาลาห์ ระบุ



ป๋าร่วมยินดีคล็อปป์ เผยกุนซือหงส์โทรหาตี3แจ้งลิเวอร์พูลเป็นแชมป์!

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เผย คล็อปป์ โทรปลุกตอนตี 3 หลัง ...


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าวยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ที่ทำผลงานได้ดีจนคู่ควรกับการได้รางวัลกุนซือยอดเยี่ยมของ แอลเอ็มเอ แถมยังแฉแบบเอาฮาว่า คล็อปป์ โทรศัพท์มาบอกเรื่องได้แชมป์กับตนตอนตี 3 ครึ่งด้วย

   
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวยกย่อง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ว่าทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ในฤดูกาลนี้ หลังจากที่ คล็อปป์ ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ของสมาคมผู้จัดการทีมลีกในประเทศอังกฤษ (แอลเอ็มเอ)

ซีซั่นนี้ คล็อปป์ พาทีมทำผลงานในลีกได้อย่างยอดเยี่ยมจนทำให้ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี แถมยังมีแต้มมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นอันดับ 2 ถึง 18 คะแนน ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ไปเชยชม

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวตัดสินจากการโหวตของกุนซือด้วยกัน โดยไม่ว่าจะเป็นกุนซือจาก พรีเมียร์ลีก, เดอะ แชมเปี้ยนชิพ, ลีก วัน และ ลีก ทู ต่างก็มีโอกาสได้รางวัลนี้ทั้งนั้น ซึ่งมันก็มีการตั้งชื่อถ้วยรางวัลว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โทรฟี่ เพื่อเป็นเกียรติแก่ เฟอร์กูสัน ที่ประสบความสำเร็จในวงการฟุตบอลอังกฤษอย่างมาก และเคยได้รางวัลนี้ 5 สมัย

เฟอร์กูสัน กล่าวว่า "และแน่นอน คนที่ได้รางวัลนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ เจอร์เก้น คุณทำได้ยอดเยี่ยมมากๆ ผมกำลังพูดถึง ลีดส์ ที่ต้องเล่นใน แชมเปี้ยนชิพ 16 ปี ส่วน ลิเวอร์พูล ต้องรอ 30 ปีนับตั้งแต่ที่ได้แชมป์ลีกครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ ยอดเยี่ยมมากๆ คุณคู่ควรกับางวัลนี้อย่างแท้จริง"

"ฟอร์มการเล่นที่ทีมของคุณทำได้มันวิเศษมากๆ ขณะเดียวกันคุณก็สามารถถ่ายทอดบุคลิกของตัวเองไปทั่วทั้งสโมสรได้ด้วย ผมคิดว่ามันเป็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยมสุดๆ"

"ผมให้อภัยที่คุณโทรปลุกผมตอนตีสามครึ่งเพื่อบอกว่าคุณได้แชมป์ลีกแล้ว ขอบคุณจริงๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณสมควรได้รับมันแล้ว คุณทำได้ดีจริงๆ!"



เป๊ปชี้ชัดๆ แมนซิตี้ชวดแชมป์เพราะด้อยกว่าลิเวอร์พูลตรงไหน?

โจเซป กวาร์ดิโอล่า ระบุ ไม่ให้ความเคารพกับการกระทำเรื่องนอกสนาม อา ...

โจเซป กวาร์ดิโอล่า กุนซือ แมนฯ ซิตี้ ระบุ จุดแตกต่างอย่างมากระหว่างทีมของตนกับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาลนี้คืออีกฝ่ายมีความมุ่งมั่นในการเล่นเกมลีกที่สูงมากๆ ชี้ ที่จริงแนวทางการเล่นมันไม่ได้แย่เลย

   
โจเซป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมรับว่าฤดูกาลนี้ทีมของตนไม่ได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยความมุ่งมั่นมากเท่าที่ควร ซึ่งต่างกับ ลิเวอร์พูล อย่างมาก

2 ฤดูกาลก่อน แมนฯ ซิตี้ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนได้แชมป์ลีกไปครองทั้ง 2 หน รวมถึงเก็บคะแนนรวมได้ 198 คะแนน อย่างไรก็ตาม ซีซั่นนี้พวกเขาทำแต้มหล่นเองหลายนัด สวนทางกับ ลิเวอร์พูล ที่เล่นในลีกได้ดุดันตลอดทั้งซีซั่น จนทำให้ "หงส์แดง" ได้แชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

กวาร์ดิโอล่า เผยว่า "ผมคิดว่าฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม และผมก็อยากจะแสดงความยินดีกับพวกเขา เราไม่มีความคงเส้นคงวาเหมือนเมื่อฤดูกาลก่อนๆ ที่เราเล่นเหมือนเครื่องจักรได้ในทุกวัน ซีซั่นนี้เราแพ้หลายเกม และเมื่อคุณแพ้หลายนัดในการลุ้นแชมป์แข่งกับคู่ต่อสู้แบบนี้แล้วน่ะ มันก็เป็นไปไม่ได้เลย (ที่จะได้แชมป์) แต่ที่จริงถ้าดูเฉพาะแนวทางการเล่นก็ถือว่าเราทำได้ดีแล้ว ผมไม่นึกเสียใจกับแนวทางการเล่นที่เราทำได้เลย"

"ลิเวอร์พูล ลงเล่นทุกนัดจนเหมือนกับว่ามันเป็นเกมสุดท้ายของพวกเขา ในขณะที่เราไม่ได้ลงเล่นด้วยความมุ่งมั่นแบบว่า -ถ้าเราไม่ชนะเกมนี้แล้วล่ะก็ เราก็จะเสียแชมป์ลีก- พวกเขา (ลิเวอร์พูล) ลงเล่นทุกเกมในสภาพที่เหมือนกับว่าพวกเขาไม่สามารถแพ้ได้แม้กระทั่งเกมเดียว ส่วนเราไม่ได้ทำอย่างนั้น"