วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2563

อาร์เซน่อลคึกคักจัด "โอบาเมย็อง" กระซวกบ๊วยนอริชที่สู้หนีตกชั้น

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อาร์เซน่อล พบ นอริช ซิตี้

"ปืนใหญ่" ผลงานดีต่อเนื่องล่าสุดทะลุเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือก เอฟเอ คัพ ทำให้มีกำลังใจสู้ในลีกต่อไป เกมนี้ มิเกล อาร์เตต้า พร้อมส่ง ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง ที่ไม่ได้เล่นในบอลถ้วยกลับมาสตาร์ทตัวจริงรับมือ นอริช ทีมบ๊วยสุดของตาราง ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 1 กรกฎาคม นี้ 

ปรีวิวพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 
อาร์เซน่อล (9)  - นอริช ซิตี้ (20)
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 
ถ่ายทอดสด TPF HD 1 (600) เวลา : 00.00 น.
สนาม : เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล พาทีมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนเชือดเชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 ในเกมเอฟเอ คัพ ผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ เป็นการคว้าชัย 2 นัดติด

สภาพทีมล่าสุด อาร์เตต้าต้องรอดูอาการของดาวิด ลุยซ์ ที่เจ็บข้อเท้าเพิ่มมาอีก รวมไปถึงเมซุต โอซิล และ เซดริก โซอาเรส ที่ไม่สมบูรณ์

แต่พวกที่เดี้ยงอยู่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นแบร์นด์ เลโน่, ปาโบล มารี, ลูกัส ตอร์เรร่า, กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ และ คาลัม แชมเบอร์ส ยังชวดเหมือนเดิม

ส่วนพวกตัวหลักที่ได้พักในเกมบอลถ้วย อย่างร็อบ โฮลดิ้ง, เอ็คตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง และ เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์ ก็พร้อมคัมแบ็กตามปกติ

ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ กุนซือนอริช ซิตี้ พาทีมแพ้เอฟเวอร์ตัน 0-1 ในเกมลีกล่าสุด ก่อนแพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 หลังต่อเวลาในเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีม เป็นการแพ้ 3 นัดติด

ความพร้อมเกมนี้ ฟาร์เค่จะไม่มีทิม โคลเซ่ ที่ติดโทษแบน หลังโดนไล่ออกในเกมล่าสุด รวมไปถึงราล์ฟ แฟห์รมันน์, คริสโตฟ ซิมเมอร์มันน์, แซม บายแรม และ แกรนท์ แฮนลี่ย์ ที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว

การที่โคลเซ่ติดโทษแบน ทำให้ฟาร์เค่ไม่มีเซนเตอร์ฮาล์ฟที่ฟิตสมบูรณ์เหลือให้ใช้งานแล้ว อาจต้องถอยอเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์ ลงไปยืนคู่กับเบน ก็อดฟรีย์ แก้ขัดไปก่อน

นอกจากนั้นไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แกนหลักขาประจำอย่างเคนนี่ แม็คลีน, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ และ ตีมู ปุ๊คกี้ ยังพร้อมช่วยทีมเหมือนเดิม

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซน่อล (3-4-2-1) : เอมิลิอาโน่ มาร์ติเนซ - ชโคดราน มุสตาฟี่, ร็อบ โฮลดิ้ง, คีแรน เทียร์นี่ย์ - เอ็คตอร์ เบเยริน, ดานี่ เซบายอส, กรานิต ชาคา, บูกาโย่ ซาก้า - นิโกล่าส์ เปเป้, ปิแอร์-เอเมริค โอบาเมย็อง - เอ็ดเวิร์ด เอ็นเคเทียห์

ผู้จัดการทีม : มิเกล อาร์เตต้า

นอริช ซิตี้ (4-1-4-1) : ทิม ครูล - แม็กซ์ แอรอนส์, เบน ก็อดฟรีย์, อเล็กซานเดอร์ เต็ตเตย์, เจมาล ลูอิส - ทอม ทรายบูลล์ - เอมิลิอาโน่ บวนเดีย, ลูคัส รุปป์, เคนนี่ แม็คลีน, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ - ตีมู ปุ๊คกี้

ผู้จัดการทีม : ดาเนี่ยล ฟาร์เค่

ผู้ตัดสิน : ปีเตอร์ แบ็งค์ส

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
01/12/19 พรีเมียร์ลีก นอริช ซิตี้ 2 - 2อาร์เซน่อล
25/10/17 ลีก คัพ อาร์เซน่อล 1 - 1 นอริช ซิตี้
(ต่อเวลา อาร์เซน่อล ชนะ 2-1)
30/04/16 พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 1 - 0นอริช ซิตี้
29/11/15 พรีเมียร์ลีก นอริช ซิตี้ 1 - 1อาร์เซน่อล
11/05/14 พรีเมียร์ลีก นอริช ซิตี้ 0 - 2อาร์เซน่อล
19/10/13 พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 4 - 1นอริช ซิตี้
13/04/13 พรีเมียร์ลีก อาร์เซน่อล 3 - 1นอริช ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
อาร์เซน่อล
28/06/20 ชนะ เชฟฯ ยูไนเต็ด 2-1 (เยือน) เอฟเอ คัพ
26/06/20 ชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 แพ้ ไบรท์ตัน 1-2 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
17/06/20 แพ้ แมนฯ ซิตี้ 0-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
07/03/20 ชนะ เวสต์แฮม 1-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก

นอริช ซิตี้
27/06/20 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (ต่อเวลาแพ้ 1-2)(เหย้า) เอฟเอ คัพ
25/06/20 แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
19/06/20 แพ้ เซาธ์แฮมป์ตัน 0-3 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
07/03/20 แพ้ เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
04/03/20 เสมอ สเปอร์ส 1-1 (ชนะจุดโทษ 3-2)(เยือน) เอฟเอ คัพ



"โซลชา" โคตรแฮปปี้ฟอร์มแข้งแมนยู

โซลชาเผย! มาร์กซิยาล กำลังเรียนรู้การเป็นกองหน้าจาก อิกาโล่ - UFAARENA


โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สำลักความสุขบอกทัพ "ปีศาจแดง" เล่นด้วยคุณภาพคับแก้วในแมตช์บุกสอย ไบรท์ตัน สบายเกือกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมชื่นชม เมสัน กรีนวู้ด และบรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นพิเศษกับผลงานในแมตช์นี้

              
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมไฟแรง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กล่าวชื่นชมคุณภาพของทีมในแมตช์ที่ทัพ "ปีศาจแดง" ไล่ถลุง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-0 ที่สนามเอแม็กซ์ สเตเดี้ยม ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา

ทัพ "ปีศาจแดง" โชว์ฟอร์มสุดยอดโดยได้ประตูจาก เมสัน กรีนวู้ด และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส 2 ประตู ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ยืนสถิติไม่แพ้ใคร 15 เกมติดต่อกัน และเก็บได้ 52 คะแนนจาก 32 แมตช์ ตามหลัง เชลซี ทีมท็อปโฟร์ 2 แต้ม แต่แข่งมากกว่า 1 แมตช์

โซลชา เปิดใจว่า "ผมไม่สนรายงานอะไรทั้งนั้น ผมรู้แค่ว่าเราเป็นทีมที่ดี เราเต็มไปด้วยความมั่นใจ และมีคุณภาพสูง นักเตะทุกคนเล่นได้ยอดเยี่ยมมันเป็นเรื่องยากที่จะต้องสู้กับ ไบรท์ตัน ทีมของเกรแฮม (พอตเตอร์) เก็บบอลได้ดี แต่เราไล่กดดันได้ดีเช่นกัน และเริ่มต้นเกมได้อย่างสุดยอด"

กรีนวู้ด โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในเกมนี้ด้วยการซัดให้ทีมขึ้นนำในนาทีที่ 16 โดยตอนนี้เขาทำไปแล้ว 6 ประตูในเกมลีกซีซั่นนี้ โดย โซลชา กล่าวต่อไปว่า "เราคาดหวังที่จะได้ประตูในช่วงเวลานั้น และ เมสัน ก็ซัดประตูแรกที่สุดยอดมากๆ เขาเล่นได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เขายังเป็นเด็กหนุ่ม และเรารู้ว่าเมื่อไหร่ที่เขาลงเล่นกองหน้า เขาจะอันตรายมากๆ"

"เขาครองบอลได้ดี และสามารถเชื่อมเกมได้ เขามีความสามารถในการยิงประตูทั้งในและนอกกรอบ และยังเล่นได้ดีทั้งสองเท้า เขากำลังพัฒนาเป็นนักเตะชั้นยอด นอกจากนี้เรายังตั้งรับได้ดี เรารู้ว่าเรามีความเร็วในการเล่นสวนกลับ มันเป็นการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมจาก เนมานย่า (มาติช) และการเปิดบอลที่แม่นยำของ เมนัน (กรีนวู้ด) และจบสกอร์ได้คมกริบจาก บรูโน่"

"ผมมีความสุขมากๆ และแฮปปี้กับทุกประตู เรามีสมาธิในเกมนี้ ตอนนี้ต้องรอคอยเกมต่อไปในวันเสาร์ที่จะพบกับ บอร์นมัธ เราต้องรีบฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด มันยอดเยี่ยมมากๆ ที่ชนะ 3-0 ผมตัดสินใจถอด บรูโน่ กับ ลุค (ชอว์) ออก เพราะพวกเขาทำงานหนักมากช่วงสุดสัปดาห์ในการเล่นถึง 120 นาทีเกมเอฟเอ คัพ ดังนั้นนี่เป็นการทำงานที่ยอดเยี่ยมของทีมจริงๆ" โซลชา ร่ายยาว

อินเตอร์ไร้สคริเนียร์ส่ง "ลูกากู-มาร์ติเนซ" กระซวกรองบ๊วยเบรสชา

คาเปลโล่ เตือนอย่าตัดชื่องูใหญ่ ยังได้ลุ้นแชมป์ฟุตบอลกัลโช่ฯ


"งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน เกมนี้จะไร้ มิลาน สคริเนียร์ ที่ติดโทษแบนอีก 2 เกม แนวรุกพร้อมส่งหอกเด็ดอย่าง โรเมลู ลูกากู และ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ในเกมรับมือ เบรสชา ทีมรองจ่าฝูง ที่พร้อมลุ้นซิวชัยแรกในรอบ 14 เกม ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันพุธที่ 1 กรกฎาคม นี้ 

ปรีวิว กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
อินเตอร์ มิลาน (3)  - เบรสชา (19)
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา : 00.30 น.
สนาม : จูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า

ทีม "งูใหญ่" ผลงานใช้ได้เลยกลับมาจากรีสตาร์ทไม่แพ้ใครมา 4 เกมติดทุกรายการล่าสุดบุกไปชนะ ปาร์ม่า 2-1 รั้งอันดับ 3 ในตารางคะแนน

สภาพทีมในเกมนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือ อินเตอร์ มิลาน ต้องไร้ มิลาน สคริเนียร์ ที่ติดโทษแบนอีก 2 นัด อีกทั้ง สเตฟาโน่ เซนซี่ และ มาติอัส เวซิโน่ ก็ยังไม่หายเจ็บ

ดีเอโก้ โกดิน จึงได้ลงตัวจริงด้วยการคุมเกมรับร่วมกับ สเตฟาน เดอ ฟราย และ อเลสซานโดร บาสโตนี่

นิโกโล่ บาเรลล่า ปักหลักกลางสนามกับ บอร์ฆา บาเลโร่ วิงแบ็กเกมนี้จะปรับมาใช้ วิคเตอร์ โมเสส และ แอชลี่ย์ ยัง บ้างโดยวาง คริสเตียน เอริคเซ่น เป็นเพลย์เมกเกอร์หลัง โรเมลู ลูกากู กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

ทีม "เบียงคัซซูร์รี่" ฟอร์มในลีกแย่ต่อเนื่องไม่ชนะใครมา 13 เกมติดล่าสุดเสมอ เจนัว 2-2 จมอยู่รองบ๊วยยังต้องหนีตกชั้นต่อไป

สภาพทีมในเกมนี้ ดีเอโก้ โลเปซ เทรนเนอร์ เบรสชา ยังคงปราศจาก ฌอน ชานเซลเลอร์, ดิมิทรี บิโซลี่, อันเดรีย ชิสตาน่า และ เอ็นริโก้ อัลฟอนโซ่ ที่เจ็บ ส่วน มาริโอ บาโลเตลลี่ ก็มีปัญหากับทีมซะอีก


ทั้งนี้คาดว่าการจัดทัพคงไม่ปรับมากนักจากชุดที่เพิ่งเสมอมา อันเดรีย ปาเป็ตติ ยังคงได้รับโอกาสให้จับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ อเลส มาเตยู ขนาบข้างด้วย สเตฟาโน่ ซาเบลลี่ และ อเลสซานโดร เซมปรินี่

ซานโดร โตนาลี่ เดินเกมตรงกลางกับ บีร์คีร์ บียาร์นาสัน และ ดานิเอเล่ เดสเซน่า วาง ยาโรเมียร์ ซิมราล เป็นเพลย์เมกเกอร์อยู่ข้างหลัง แอร์เนสโต้ ตอร์เรกรอสซ่า กับ อัลเฟรโด้ ดอนนารุมม่า

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม


อินเตอร์ (3-4-1-2) : ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช-ดีเอโก้ โกดิน, สเตฟาน เดอ ฟราย, อเลสซานโดร บาสโตนี่- วิคเตอร์ โมเสส, นิโกโล่ บาเรลล่า, บอร์ฆา บาเลโร่, แอชลี่ย์ ยัง-คริสเตียน เอริคเซ่น-โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ

เบรสชา (4-3-1-2) : เยสเซ่ โยโรเนน - สเตฟาโน่ ซาเบลลี่, อันเดรีย ปาเป็ตติ, อเลส มาเตยู, อเลสซานโดร เซมปรินี่ - บีร์คีร์ บียาร์นาสัน, ซานโดร โตนาลี่, ดานิเอเล่ เดสเซน่า - ยาโรเมียร์ ซิมราล - แอร์เนสโต้ ตอร์เรกรอสซ่า, อัลเฟรโด้ ดอนนารุมม่า

ผลการพบกันที่ผ่านมา
วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
30/10/19 เซเรีย อา เบรสชา 1-2 อินเตอร์ มิลาน
12/03/11 เซเรีย อา เบรสชา 1-1 อินเตอร์ มิลาน
07/11/10 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน1-1 เบรสชา
08/05/05 เซเรีย อา เบรสชา 0-3 อินเตอร์ มิลาน
19/12/04 เซเรีย อา อินเตอร์ มิลาน1-0 เบรสชา

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

อินเตอร์ มิลาน
28/06/20 ชนะ ปาร์ม่า 2-1 (เยือน) เซเรีย อา
25/06/20 เสมอ ซาสซูโอโล่ 3-3 (เหย้า) เซเรีย อา
22/06/20 ชนะ ซามพ์โดเรีย 2-1 (เหย้า) เซเรีย อา
14/06/20 เสมอ นาโปลี 1-1 (เยือน) โคปปา อิตาเลีย
09/03/20 แพ้ ยูเวนตุส 0-2 (เยือน) เซเรีย อา

เบรสชา
27/06/20 เสมอ เจนัว 2-2 (เหย้า) เซเรีย อา
23/06/20 เสมอ ฟิออเรนติน่า 1-1 (เยือน) เซเรีย อา
10/03/20 แพ้ ซาสซูโอโล่ 0-3 (เยือน) เซเรีย อา
22/02/20 แพ้ นาโปลี 1-2 (เหย้า) เซเรีย อา
18/02/20 แพ้ ยูเวนตุส 0-2 (เยือน) เซเรีย อา


จิ้งจอกไม่ง่าย! เลสเตอร์ต้องเน้นส่ง "วาร์ดี้" นำทัพฟัดเอฟเวอร์ตัน

วิเคราะห์บอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เอฟเวอร์ตัน VS เลสเตอร์ ซิตี้


เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ จิ้งจอกสยาม ผลงานช่วงรีสตาร์ตไม่ดีนักแม้ยังรั้งอันดับ 3 แต่โดน เชลซี จี้มาเหลือแต้มเดียวความพร้อมรอเช็คฟิค เจมส์ แมดดิสัน แดนหน้าไว้ใจ เจมี่ วาร์ดี้ บัญชาทัพ ส่วนทาง เอฟเวอร์ตัน ของ คาร์โล อันเชลอตติ ฟอร์มช่วงหลังแข็งแกร่งแถมมีทีเด็ดยามเฝ้ารังมี ริชาร์ลิซอน ลงบู๊ ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันพุธที่ 1 ก.ค. นี้

ปรีวิวฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพุธที่ 1 กรกฎาคม 2563
 เอฟเวอร์ตัน (12) - เลสเตอร์ (3)
ถ่ายทอดสด TPF HD 3  เวลา : 00.00 น.


สนาม : กูดิสัน พาร์ค

คาร์โล อันเชลอตติ พาทีม ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เล่นช่วงรีสตาร์ตได้แข็งแกร่งพวกเขาเปิดบ้านเสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0 ก่อนจะบุกไปเอาชนะ นอริช ซิตี้ ได้ 1-0 อยู่อันดับ 12 มี 41 แต้มสบายๆ

เอฟเวอร์ตัน ยังมีปัญหานักเตะบาดเจ็บเยอะแยะไปหมด ฌิบริล ซิดิเบ้ (เท้า), ธีโอ วัลค็อตต์ (ท้อง) และ ฌอง-ฟิลิปป์ บาแม็ง (เอ็นร้อยหวาย) เหล่านี้ลงเล่นไม่ได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ยังต้องทดสอบความฟิตของ เยร์รี่ มีน่า (ต้นขา) และ ฟาเบียน เดลฟ์ (กล้ามเนื้อขา) อีกด้วย

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ จิ้งจอกสยาม พาทีมเล่นช่วงรีสตาร์ตไม่ดีนักในพรีเมียร์ลีกพวกเขาเสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เยือน) และ เสมอ ไบรท์ตัน 0-0 (เหย้า) แถมแมตช์ล่าสุดยังแพ้ เชลซี 0-1 ตกรอบ 8
ทีมเอฟเอ คัพ อีก

นัดนี้ต้องทดสอบความฟิตของ เจมส์ แมดดิสัน ตัวรุกคนสำคัญก่อน เพราะมีอาการเดี้ยงที่สะโพก

ส่วนนักเตะที่ลงเล่นไม่ได้แน่นอนก็คือ ริคาร์โด้ เปเรยร่า ที่มีอาการบาดเจ็บหัวเข่า

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

เอฟเวอร์ตัน (4-4-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด - เชมัส โคลแมน, ไมเคิ่ล คีน, เมสัน โฮลเกต, ลูก้าส์ ดีญ - อเล็กซ์ อิโวบี้, ทอม เดวิส, อันเดร โกเมส, แบร์นาร์ด - โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

เลสเตอร์ (4-1-4-1) : แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล - เจมส์ จัสติน, จอนนี่ อีแวนส์, คักลาร์ โซยุนชู, เบน ชิลเวลล์ - วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ - อาโยเซ่ เปเรซ, ยูริ ตีเลอมันส์, เจมส์ แมดดิสัน, ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ - เจมี่ วาร์ดี้

ผู้ตัดสิน : เดวิด คูต

ผลการพบกันที่ผ่านมา

วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน

19/12/19 ลีก คัพ เอฟเวอร์ตัน 2 - 2 เลสเตอร์ ซิตี้
01/12/19 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ 2 - 1เอฟเวอร์ตัน
01/01/19 พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน 0 - 1เลสเตอร์ ซิตี้
06/10/18 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ 1 - 2เอฟเวอร์ตัน
01/02/18 พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน 2 - 1เลสเตอร์ ซิตี้
29/10/17 พรีเมียร์ลีก เลสเตอร์ ซิตี้ 2 - 0เอฟเวอร์ตัน
09/04/17 พรีเมียร์ลีก เอฟเวอร์ตัน 4 - 2เลสเตอร์ ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุด

เอฟเวอร์ตัน

25/06/20 ชนะ นอริช ซิตี้ 1-0 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
21/06/20 เสมอ ลิเวอร์พูล 0-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
08/03/20 แพ้ เชลซี 0-4 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
01/03/20 เสมอ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
23/02/20 แพ้ อาร์เซน่อล 2-3 (เยือน) พรีเมียร์ลีก

เลสเตอร์ ซิตี้

28/06/20 แพ้ เชลซี 0-1 (เหย้า) เอฟเอ คัพ
24/06/20 เสมอ ไบรท์ตัน 1-1 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
20/06/20 เสมอ วัตฟอร์ด 1-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก
10/03/20 ชนะ แอสตัน วิลล่า 4-0 (เหย้า) พรีเมียร์ลีก
05/03/20 แพ้ นอริช ซิตี้ 0-1 (เยือน) พรีเมียร์ลีก


บรูโน่ฟอร์มสะเด่า! ตัดเกรดแข้งแมนยูนัดบุกถล่มไบรท์ตัน

ตัดเกรดแข้ง แมนยูฯ เกมบุกทุบ ไบรจ์ตัน ศึกพรีเมียร์ลีก


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานในลีกได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่องหลังบุกกระซวก ไบรท์ตัน ขาดลอยถึง 3 ประตู เก็บสามแต้มสำคัญในการกดดัน เชลซี เพื่อลุ้นโควต้า ชปล. ต่อไป โดยเกมนี้ "ผีแดง" เหนือกว่าเจ้าบ้านค่อนข้างมากและได้หนึ่งแข้งที่โชว์ฟอร์มสุดยอดด้วยการเหมาสองประตู เราไปดูคะแนนนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด กัน


แมนฯ ยูไนเต็ด

ดาบิด เด เคอา 7

ไม่มีงานให้ทำจนกระทั่งนาทีที่ 68 มาโชว์บินปัดลูกยิง คอนนอลลี่ แบบสุดสวย และยังเซฟลูกยิงแฉลบอีกด้วย ถือเป็นการเรียกความมั่นใจของเจ้าตัว

อารอน วาน-บิสซาก้า 7.5

เกมรับยังคงไว้ใจได้เสมอ ส่วนเกมรุกพัฒนาขึ้นมากในช่วงหลัง ทำแอสซิสต์ที่ 2 นับตั้งแต่รีสตาร์ทลีก

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ 7

กัปตันทีมโชว์ฟอร์มเกมรับได้เยี่ยม มีบล็อกลูกยิงจังหวะสำคัญและเคลียร์บอลไป 5 ครั้ง

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ 6.5

ครึ่งแรกถือว่างานสบาย เริ่มมางานชุกในช่วงครึ่งหลัง มีจังหวะโดนหลอกหลังหักอยู่กลางสนาม แต่โดยรวมยังไม่มีผิดพลาดมากนัก ยังช่วยทีมเก็บคลีนชีท

ลุค ชอว์ 7

เติมเกมรุกแต่ละครั้งมีลุ้นตลอด ได้ประสานงานกับ แรชฟอร์ด สวยๆหลายครั้ง มีส่วนสำคัญกับประตูที่สอง

เนมานย่า มาติช 7

ยังคงปิดทองหลังพระ ช่วยทีมคุมแดนกลางได้อย่างอยู่หมัด ประตูที่ 3 ก็เป็นคนผ่านบอลแบบสุดสวยให้ เมสัน กรีนวู้ด สวนกลับ

ปอล ป็อกบา 7.5

ประสานงานแดนกลางอย่างลงตัว ทำทุกอย่างให้ดูง่ายไปหมด ทำแอสซิสต์ให้ บรูโน่ ยิงประตู

เมสัน กรีนวู้ด 8.5

โชว์ฟอร์มสุดเด็ดดวงด้วยการสับขาหลอกและซัดประตูสุดคมปลดล็อกลูกแรกให้กับทีม ก่อนจะมาครอสบอลงามๆให้ บรูโน่ ยิงอีกหนึ่งประตู สร้างอันตรายให้คู่แข่งตลอดเกม เป็นฟอร์มสุดเพอร์เฟคของเจ้าตัว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส 9

เปิดเกมมาก็ส่งสัญญาณเตือนคู่แข่งด้วยการยิงชนเสา ทำเกมรุกกับเพื่อนร่วมทีมไหลลื่นมากๆ เหมาสองประตูทำให้เขายิง 5 ประตูกับ 3 แอสซิสต์แล้วจาก 8 เกมในลีก

มาร์คัส แรชฟอร์ด 6

ยังหาฟอร์มการถล่มตาข่ายของตัวเองไม่เจอตั้งแต่กลับมาแข่งขัน แต่มีส่วนร่วมกับเกมรุกตลอด เป็นคนเริ่มเกมรุกประตูที่ 2

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล 6

เป็นเกมที่ค่อนข้างเงียบสำหรับเจ้าตัว บทบาทส่วนใหญ่เป็นการถอยต่ำหรือออกข้างมาเชื่อมเกมกับเพื่อนร่วมทีมรวมถึงวิ่งเปิดพื้นที่ให้เพื่อนร่วมทีมเล่น

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม


อันเดรียส เปเรยร่า 6 (ลงมาแทน บรูโน่ แฟร์นันด์ส น.64) - ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นมากนัก

สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ 6 (ลงมาแทน ปอล ป็อกบา น.64) - มีโอกาสได้ยิงบอลแฉลบเกือบเข้าประตู

แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ 6.5 (ลงมาแทน ลุค ชอว์ น.64) - สัมผัสแรกคือการโหม่งติดบล็อกเกือบเป็นประตู ครอสบอลให้เพื่อนได้ดี

โอเดียน อิกาโล่ 6 (ลงมาแทน อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.78) - ไม่ได้มีส่วนกับเกมมากนัก

แดเนี่ยล เจมส์ 5
(ลงมาแทน มาร์คัส แรชฟอร์ด น.78) - มีจังหวะยิง 2 ครั้งเน้นๆแต่น่าจบสกอร์ได้ดีกว่านี้



วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563

ปิ๊ปโป้มาแล้ว! เบเนเวนโต้ คัมแบ็กสู่เวทีเซเรียอาเรียบร้อย

ปิ๊ปโป้มาแล้ว! เบเนเวนโต้ คัมแบ็กสู่เวทีเซ


เบเนเวนโต้ คอนเฟิร์มการได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่เวที กัลโช่ เซเรีย อา เรียบร้อย ซึ่งทำให้เราจะได้เห็นการดวลฝีมือกันของกุนซือสองพี่น้อง อินซากี้ ในฤดูกาลหน้า 

   
เบเนเวนโต้ สโมสรจ่าฝูงในศึก กัลโช่ เซเรีย บี อิตาลี ภายใต้การนำทัพของกุนซือ ฟิลิปโป้ อินซากี้ กลายเป็นทีมแรกที่การันตีการได้เลื่อนชั้นขึ้นสู่เวที กัลโช่ เซเรีย อา ฤดูกาลหน้า หลังเปิดบ้านเอาชนะ ยูเว่ สตาเบีย 1-0 เมื่อวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ชัยชนะดังกล่าวทำให้ เบเนเวนโต้ คอนเฟิร์มตำแหน่งแชมป์ เซเรีย บี พร้อมคว้าตั๋วคัมแบ็กสู่เวที เซเรีย อา ทั้งที่เหลือโปรแกรมลงเตะอีกถึง 7 นัด เนื่องจากตอนนี้พวกเขามี 76 แต้ม จากการลงแข่ง 31 นัด ทิ้งห่าง โครโตเน่ และ ซิตตาเดลล่า ทีมอันดับสองและสามถึง 24 แต้ม ซึ่งแน่นอนแล้วว่า ทั้งสองทีมนี้ไม่มีทางไล่ทัน


สำหรับการการันตีเลื่อนชั้นได้ก่อนจบฤดูกาลถึง 7 นัดของ เบเนเวนโต้ ถือเป็นสถิติเลื่อนชั้นเร็วสุดในประวัติศาสตร์เทียบเท่ากับ อัสโคลี่ ที่เคยทำได้ในฤดูกาล 1977/78 นอกจากนี้ ฤดูกาลหน้า "ปิ๊ปโป้" อินซากี้ จะมีโอกาสได้ดวลฝีมือกับน้องชายสุดเลิฟอย่าง ซิโมเน่ อินซากี้ ที่คุม ลาซิโอ ในเวที เซเรีย อา อีกด้วย

ทั้งนี้ เบเนเวนโต้ เคยขึ้นมาลุยในเวที เซเรีย อา มาแล้วครึ่งหนึ่งในฤดูกาล 2017/18 แต่ก็ร่วงลงสู่ เซเรีย บี ทันทีในฤดูกาลต่อมา



















ปัดลิเวอร์พูล! "แวร์เนอร์" เผยเหตุผลเลือกซบเชลซี

สโมสรที่ใช่!แวร์เนอร์ เปิดใจเหตุเลือกร่วมทัพสิงห์ - UFAARENA


ติโม แวร์เนอร์ หัวหอกทีมชาติเยอรมนีของ ไลป์ซิก เผยเหตุผลสำคัญที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ เชลซี หลังจากได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด นายใหญ่ "สิงโตน้ำเงินคราม" พร้อมตั้งความหวังที่จะรักษาฟอร์มฮอตแบบนี้ต่อไปเมื่อไปอยู่กับต้นสังกัดใหม่

               
ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าฟอร์มฮอต แอร์เบ ไลป์ซิก สโมสรในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ออกโรงเปิดใจเหตุผลที่เลือกย้ายไปค้าแข้งกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เพราะรู้สึกสบายใจตอนที่ได้พูดคุยกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีมชาวอังกฤษ

หัวหอกทีมชาติเยอรมนี ทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับ ไลป์ซิก ด้วยการซัดไปถึง 34 ประตูจากการเล่นทุกรายการในซีซั่นนี้ ตัดสินใจโบกมือลาต้นสังกัด เพื่อไปเล่นในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมมเอร์นี้ โดยค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 47.5 ล้านปอนด์ (ราว 1,805 ล้านบาท) พร้อมรับค่าเหนื่อย 150,000 ปอนด์ (ราว 5.7 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์

ก่อนหน้าที่นักเตะจะตกลงไปอยู่กับ เชลซี นั้น "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เคยเกือบที่จะได้เขาไปร่วมทีม โดย แวร์เนอร์ ยอมรับว่าที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับทัพ "สิงห์บลูส์" หลังจากได้พูดคุยกับ แลมพาร์ด และบอร์ดบริหารสโมสร "การพูดคุยกับบอร์ดบริหารเชลซี มีแต่เรื่องดีๆ ซึ่งทำให้ผมได้ใกล้ชิดกับพวกเขา"

"โดยเฉพาะ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่พร้อมหนุนหลังผม และอยากใผ้หมรู้ว่าถ้าผมย้ายไปที่เชลซี ผมจะรู้สึกสบายใจ และผ่อนคลายเหมือนกับที่ผมอยู่กับ ไลป์ซิก ในการพูดคุยกับผม บ่อยครั้งที่โค้ชเน้นย้ำว่าเขาอยากได้ผมมากแค่ไหน เขาเห็นคุณค่าของผมในฐานะคนๆ หนึ่งมากขนาดไหน"

"แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทิ้งสถานที่แห่งความสุขเหมือนที่ผมได้อยู่กับ ไลป์ซิก ช่วงหลายๆ ปี แต่คุณมีโอกาสที่จะก้าวหน้าในอาชีพถ้าคุณพร้อมที่จะก้าวต่อไป ฤดูกาลนี้มันเหมือนกับทางแยก แน่นอนว่าผมอยากอยู่กับ ไลป์ซิก ตลอดไป แต่ผมตัดสินใจในสิ่งใหม่ และผมหวังว่าฟอร์มของผมจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป" แวร์เนอร์ กล่าว

ทวงจ่าฝูงคืน! บาร์ซ่าเน้นชัยจัด "เมสซี่" ลั่นไก-แอตมาดริดมี "คอสต้า" ป่วน

วิเคราะห์บอล [ลา ลีก้า] บาร์เซโลน่า VS แอตเลติโก้ มาดริด - shotongoal

แชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ต้องเน้นคว้าชัยสถานเดียวเพื่อโอกาสแซง เรอัล มาดริด ขึ้นไปนั่งจ่าฝูงอีกหน แต่งานนี้ไม่ง่ายเมื่อต้องทำ "บิ๊กแมตช์" รับมือ แอตเลติโก มาดริด ที่ฟอร์มกำลังยอดเยี่ยม ในศึก ลา ลีกา สเปน ประจำคืนวันอังคารที่ 30 มิถุนายน นี้ เริ่มแข่งขันเวลา 03.00 น. 

ปรีวิว ลา ลีกา สเปน นัดที่ 33
บาร์เซโลน่า (2) - แอต.มาดริด (3)
วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2563 เวลา : 03.00 น.    
สนาม : คัมป์ นู    
 
กีเก้ เซเตียน เทรนเนอร์บาร์เซโลน่า ได้ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ พ้นโทษแบนกลับมาและจะลงสนามเป็นตัวจริงทันที ส่วนอีกสองตำแหน่งในแดนกลาง โอกาสตัวจริงจะตกเป็นของ อีวาน ราคิติช กับ อาร์ตูโร่ วีดัล ทำให้ ริกิ ปุช ต้องหลุดไปนั่งสำรอง

ส่วนแดนหน้า หลุยส์ ซัวเรซ ยืนหน้าเป้า เลโอ เมสซี่ ยืนด้านขวา ส่วนฝั่งซ้ายเป็น อองตวน กริซมันน์ ที่กลับมาเป็นตัวจริงแทน อันซู ฟาติ ในแนวรับ เกลม็อง ล็องเล่ต์ ลงยืนคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟกับ เคราร์ด ปีเก้ ตามเดิม ส่วนแบ็กขวา เนลซอน เซเมโด้ รับหน้าที่ตัวจริงต่อไป ขณะที่แบ็กซ้ายเป็น ยอร์ดี้ อัลบา เนื่องจาก เซร์จี้ โรเบร์โต้ ยังไม่ฟิต เช่นเดียวกับ แฟร้งกี้ เดอ ยองก์ ที่ก็ยังไม่ฟิตสมบูรณ์อีกราย

โชโล่ ซิเมโอเน่ บอสใหญ่ของ แอต.มาดริด มีปัญหาไม่น้อยเลยเมื่อจะขาด โกเก้ กับ สเตฟาน ซาวิช สองแกนหลักที่ติดโทษแบนพร้อมกัน ในแนวรับคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟจะปรับมาใช้ เฟลิเป้ ยืนกับ โฮเซ่ คิมิเนซ ส่วน ซานติอาโก้ อาเรียส จะลงยืนแบ็กขวา ,แบ็กซ้ายเป็นหน้าที่ของ เรนาน โรดี้

แดนกลาง มี ซาอูล ญิเกซ ปั้นเกมร่วมกับ เอคตอร์ เอร์เรร่า วาง มาร์กอส ยอร์เรนเต้,ชูเอา เฟลิกซ์ และ โตมาร์ เลอมาร์ ทำเกมรุกอยู่ข้างหลัง ดีเอโก้ กอสต้า ในรายของ มาริโอ เอร์โมโซ่ มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่าไม่พร้อมลงสนาม

11 นักเตะตามคาด

บาร์เซโลน่า (4-3-3) มาร์ค อังเดร แทร์ ชตีเก้น-เนลซอน เซเมโด้,เคราร์ด ปีเก้,เกลม็อง ล็องเล่ต์,ยอร์ดี้ อัลบา-อาร์ตูโร่ วีดัล,อีวาน ราคิติช,เซร์คิโอ บุสเก็ตส์-ลิโอเนล เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ,อองตวน กริซมันน์

แอต.มาดริด (4-2-3-1) ยาน โอบลัค-ซานติอาโก้ อาเรียส,เฟลิเป้,โฮเซ่ คิมิเนซ,เรนาน โลดี้-ซาอูล ญิเกซ,เอคตอร์ เอร์เรร่า-ชูเอา เฟลิกซ์,มาร์กอส ยอร์เรนเต้,โตมาร์ เลอมาร์-ดีเอโก้ กอสต้า

ผลการพบกันที่ผ่านมา

วัน/เดือน/ปี รายการ ผลการแข่งขัน
10/01/20 ซูเปอร์คัพ บาร์เซโลน่า 2-3 แอต.มาดริด
02/12/19 ลา ลีกา แอต.มาดริด 0-1 บาร์เซโลน่า
07/04/19 ลา ลีกา บาร์เซโลน่า 2-0 แอต.มาดริด
25/11/18 ลา ลีกา แอต.มาดริด 1-1 บาร์เซโลน่า
04/03/18 ลา ลีกา บาร์เซโลน่า 1-0 แอต.มาดริด
15/10/17 ลา ลีกา แอต.มาดริด 1-1 บาร์เซโลน่า
26/02/17 ลา ลีกา แอต.มาดริด 1-2 บาร์เซโลน่า

ผลงาน 5 นัดหลังสุด
บาร์เซโลน่า
27/06/20 เสมอ เซลต้า บีโก้ 2-2 (เยือน) ลา ลีกา
24/06/20 ชนะ แอธ.บิลเบา 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
19/06/20 เสมอ เซบีย่า 0-0 (เยือน) ลา ลีกา
17/06/20 ชนะ เลกาเนส 2-0 (เหย้า) ลา ลีกา
14/06/20 ชนะ เรอัล มายอร์ก้า 4-0 (เยือน) ลา ลีกา

แอต.มาดริด

27/06/20 ชนะ อลาเบส 2-1 (เหย้า) ลา ลีกา
24/06/20 ชนะ เลบันเต้ 1-0 (เยือน) ลา ลีกา
21/06/20 ชนะ เรอัล บายาโดลิด 1-0 (เหย้า) ลา ลีกา
18/06/20 ชนะ โอซาซูน่า 5-0 (เยือน) ลา ลีกา
14/06/20 เสมอ แอธ.บิลเบา 1-1 (เยือน) ลา ลีกา

มาต้าฮีโร่กดเบิ้ล! เคตาเฟ่บดโซเซียดาดท้ายเกม จี้ท็อปโฟร์2แต้ม

มาต้าซัดเบิ้ล!เกตาเฟเชือดโซเซียดัด2-1 – innnews

เคตาเฟ่ เพิ่มโอกาสในการไล่ล่าตั๋วยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกต่อไป หลังบดเอาชนะ เรอัล โซเซียดาด ท้ายเกม 2-1 คว้าสามแต้มรั้งอันดับ 5 มี 52 คะแนนตามหลังท็อปโฟร์แค่สองแต้ม ส่วน เรอัล โซเซียดาด แพ้4เกมติดต่อกัน ยึดอันดับ 7 มี 47 คะแนน ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา

สนาม : โกลีเซี่ยม อัลฟอนโซ่ เปเรซ

เคตาเฟ่ ทีมอันดับ 6 ยังมีลุ้นตั๋วยูโรปาลีก เกมนี้กลับมาเฝ้ารังรับมือ เรอัล โซเซียดาด ทีมอันดับ 7 โดยเจ้าถิ่นวาง ไฆเม่ มาต้า และ อูโก้ ดูโร่ เป็นสองแนวรุก ขณะที่ทีมเยือนส่งทั้ง อั๊ดนาน ยานาไซ, อเล็กซานเดอร์ อิซัค และ มิเกล โอยาซาบัล ล่าตาข่าย

เกมครึ่งแรก นาที 20 เจ้าบ้าน เคตาเฟ่ มาได้ลูกที่จุดโทษ หลัง อเล็กซ์ เรมีโร่ นายด่านโซเซียดาดออกบอลไม่ดีไปติด อูโก้ ดูโร่ ก่อนที่เจ้าตัวจะหลุดเข้าไปแล้วโดน โรแบง เลอ นอร์มังด์ แนวรับทีมเยือนดึงล้มลงไปเขตโทษผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษทันที่ ก่อนที่ ไฆเม่ มาต้า ดาวยิงของทีมจะทำหน้าที่ซัดจุดโทษเข้าไปไม่เหลือให้ เคตาเฟ่ บุกนำ 1-0

แม้ โซเซียดาด จะโหมบุกเพื่อเอาประตูคืน แต่โอกาสเสียวกลายเป็นเจ้าถิ่นที่ทำได้ดีกว่า นาที 30 มีลุ้นเม็ดที่สองหลัง เชม่า โรดริเกซ ได้ซัดนอกกรอบบอลพุ่งไปติดบล็อค มิเกล โอยาซาบัล ออกหลังอย่างน่าเสีย

อีก 7 นาทีถัดมา มาร์ก กูกูเรย่า ไหลบอลต่อให้ ไฆเม่ มาต้า สับไกนอกกรอบแต่บอลก็ยังเหินข้ามคานออกไป

ท้ายครึ่งแรก นาที 42 เนมานย่า มักซิโมวิช ยิงด้วยขวาเน้นๆแต่บอลยังพุ่งไปเข้ามือ อเล็กซ์ เรมีโร่ ทำให้ครึ่งแรกจบลงเป็น เคตาเฟ่ ขึ้นนำ เรอัล โซเซียดาด 1-0

นาที 55 ทีมเยือนชวดโอกาสไล่ตีเสมอหลัง มิเกล โอยาซาบัล จ่ายบอลอย่างสวยให้ อั๊ดนาน ยานาไซ หลุดเข้าไปส่งบอลซุกก้นตาข่าย แต่ผู้ตัดสินเป่าเป็นจังหวะล้ำหน้า

กระนั้นหลัง ผู้ตัดสินได้รับสัญญาณจาก VAR ว่าจังหวะ ยานาไซ หลุดแนวรับเจ้าถิ่นเข้าไปยิงนั้นไม่ล้ำหน้า ทำให้ต้องกลับคำตัดสินแล้วให้ประตูแก่ เรอัล โซเซียดาด ทำให้สกอร์ไล่ตีเสมอเจ้าถิ่น 1-1

นาที 70 เจ้าบ้านได้ลุ้นจากลูกเซ็ตเพลย์ บอลโยนมาเสาสองให้ มาเธียส โอลิเวียร่า ผ่านบอลเข้ากลางไปให้ ไฆเม่ มาต้า โขกบอลหลุดกรอบออกไป

แต่แล้ว นาที 83 เจ้าบ้านมาได้ประตูพลิกขึ้นนำอีกหน 2-1 จากจังหวะที่ ฆอร์เก้ โมลิน่า ตัวสำรองผ่านบอลให้ ไฆเม่ มาต้า หลุดเข้าไปซัดมุมแคบลอดขา อเล็กซ์ เรมีโร่ เข้าไปอย่างใจเย็น เป็นประตูที่สองของเจ้าตัวในเกมนี้

จบเกม เคตาเฟ่ แซงเอาชนะ เรอัล โซเซียดาด 2-1 ทำให้ เคตาเฟ่ แซงขึ้นไปรั้งอันดับ 5 มีเพิ่มเป็น 52 คะแนน ตามหลังอันดับ 4 เซบีย่า แค่สองคะแนนเท่านั้น ส่วน โซเซียดาด รั้งอันดับ 7 มี 47 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เคตาเฟ่ (4-4-2) ดาบิด โซเรีย - ดาเมี่ยน ซัวเรซ, เชม่า โรดริเกซ, ชาเบียร์ เอไชต้า, มาติอัส โอลิเวยร่า - อัลลัน นียอม (ปีเตอร์ เอเตโบ้ น.69), เมาโร อารัมบาร์รี่, เนมานย่า มักซิโมวิช, มาร์ก กูกูเรย่า (เจสัน น.82) - ไฆเม่ มาต้า (ดาบิด ติมอร์ น.90), อูโก้ ดูโร่ (ฆอร์เก้ โมลิน่า น.68)

เทรนเนอร์ : โฆเซ่ บอร์ดาลาส

เรอัล โซเซียดาด (4-4-2) อเล็กซ์ เรมีโร่ - อาริตซ์ เอลูสตอนโด้ (นาอิส ฌูอัวร่า น.89), โรแบง เลอ นอร์มังด์, จอน ปาเชโก้ (มาร์ติน ซูบิเมนดี้ น.78), นาโช่ มอนเรอัล - โยเซบา ซัลดูอา, มิเกล เมรีโน่, อีกอร์ ซูเบลเดีย, อั๊ดนาน ยานาไซ (วิลเลี่ยน โชเซ่ น.78) - อเล็กซานเดอร์ อิซัค (กริสเตียน ปอร์ตู น.67), มิเกล โอยาซาบัล

เทรนเนอร์ : อีมานอล อัลกวาซิล


ไฮไลท์ลาลีกา เคตาเฟ่ 2-1 เรอัล โซเซียดาด

อุกอาจ!อดีตแข้งลิเวอร์พูลโดนโจรแทงปล้นทรัพย์สิน

อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล โดนจี้! คนร้ายแทงถูกหามส่ง รพ.

อันเดร วิสดอม แบ็กขวา ดาร์บี้ ที่เคยเล่นให้ ลิเวอร์พูล มาก่อนนั้น ถูกโจรแทงตอนไปเยี่ยมญาติในเมืองลิเวอร์พูล แถมยังโดนขโมยของบางอย่างไปด้วย โดยตอนนี้เขามีอาการทรงตัว และรับการรักษาอยู่ที่โรงหมอ

    
อันเดร วิสดอม แบ็กขวา ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ โดนคนร้ายแทงรวมถึงถูกปล้นในตอนที่ไปเยี่ยมญาติที่เมืองลิเวอร์พูล เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของพี่สาวของเจ้าตัว

วิสดอม เคยอยู่กับ ลิเวอร์พูล มาตั้งแต่ระดับอะคาเดมี่ รวมถึงขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของ "หงส์แดง" ได้ด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงภายในทีมได้จนโดนปล่อยไปเล่นแบบยืมตัวหลายหน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับ ดาร์บี้ แบบถาวรในปี 2017

ทั้งนี้ วิสดอม มีญาติอาศัยอยู่ในย่านท็อกซ์เท็ธ ซึ่งอยู่ภายในเมืองลิเวอร์พูล และเขาก็ขับรถไปเยี่ยมญาติรายดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา แต่ตอนที่เขาลงจากรถนั้นจู่ๆ ก็มีคนร้ายบุกเข้ามาประชิดตัวโดยที่ถือมีดเอาไว้ด้วย และโจรรายดังกล่าวก็แทงแข้งวัย 27 ปีพร้อมกับขโมยของไปได้ส่วนหนึ่ง ขณะที่ วิสดอม ถูกนำตัวไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเป็นการด่วน

พี่สาวของ วิสดอม ให้สัมภาษณ์กับ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดีว่า "เขาโดนแทงและตอนนี้ก็อยู่ที่โรงพยาบาล อาการของเขาทรงตัวแล้ว และน้องชายอีกคนของฉันกำลังเดินทางไปเยี่ยมเขา มันบ้าบอมากๆ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้"

ด้าน ดาร์บี้ ก็ยืนยันว่า วิสดอม โดนแทงจริงๆ "อันเดร วิสดอม เป็นเหยื่อของการทำร้ายร่างกายทั้งที่ไม่ได้มีการยั่วยุกันก่อน และโดนปล้น เขาได้รับบาดเจ็บจนทำให้ตอนนี้ต้องเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยตอนนี้อาการของเขาอยู่ในขั้นทรงตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำย่านเมอร์ซี่ย์ไซด์กำลังสอบสวนคดีนี้อยู่ สโมสรจะให้ความสำคัญกับการพยายามช่วย อันเดร และครอบคัวของเขา ด้วยเหตุนี้ เราจึงจะไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆ เพิ่มเติมทั้งนั้นในตอนนี้"

สำหรับ วิสดอม นั้น เพิ่งลงเป็นตัวจริงให้ ดาร์บี้ ในเกมลีกนัดที่ชนะ เร้ดดิ้ง 2-1 เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยถ้าหากเจ้าตัวต้องพักเป็นเวลานานมันก็ถือเป็นข่าวร้ายอย่างมากของ "แกะเขาเหล็ก" เพราะตอนนี้ทีมของกุนซือ ฟิลลิป โคคู ครองที่ 8 ของตารางคะแนน และอยู่ห่างจากอันดับ 6 ซึ่งเป็นพื้นที่สุดท้ายสำหรับการได้เล่นรอบเพลย์ออฟหาทีมเลื่อนชั้นเพียงแค่ 3 คะแนนเท่านั้น ในขณะที่ยังเหลือเกมลีกให้เล่นอีก 7 นัด โดยซีซั่นนี้ วิสดอม ได้ลงเล่นในลีกไป 18 เกม

วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2563

เดอบรอยน์-ราฮีมซัด! แมนซิตี้บุกทุบสาลิกา ลิ่วชนปืนตัดเชือกเอฟเอ คัพ

เรือเจ๋งบุกอัดนิวคาสเซิลดับเข้ารอบตัดเชือกเอฟเอ

แชมป์เก่า "เรือใบสีฟ้า" เจองานไม่ยากหลังบุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบตัดเชือกพบกับ อาร์เซน่อล ที่เวมบลี่ย์ช่วงกลางเดือนหน้า ในศึก เอฟเอ คัพ อังกฤษ รอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ศึกลูกหนังน็อคเอาท์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เอฟเอ คัพ อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ปราบ เวสต์บรอมวิช จากรอบที่แล้วมา พบกับแชมป์เก่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เบียดเอาชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ จากรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เกมนี้ สตีฟ บรู๊ซ นายใหญ่ของสาลิกาดงส่ง แอนดี้ แคร์โรลล์ เป็นหน้าเป้า โดยมี ฌอน ลองสตาฟฟ์ และอัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง คอยปั้นเกมรุกสนับสนุน ส่วนทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สามแนวรุกส่ง ริยาด มาห์เรซ, กาเบรียล เชซุส และราฮีม สเตอร์ลิง

ออกสตาร์ทเกมครึ่งแรก มาได้แค่ 2 นาที "เรือใบสีฟ้า" ได้ทักทายก่อนหลัง ริยาด มาห์เรซ เปิดเตะมุมเข้ามาในกรอบ นิโกลัส โอตาเมนดี้ เทกตัวขึ้นโขกบอลหลุดกรอบออกไป

โอกาสส่องเข้ากรอบหนแรกของสาลิกาต้องถึง นาที 14 จากจังหวะที่ คาร์ล ดาร์โลว์ นายด่านเจ้าถิ่นเปิดบอลยาวมาให้ แอนดี้ แคร์โรลล์ เก็บบอลได้นอกกรอบก่อนจะพลิกตัวซัดด้วยขวาแต่บอลเบาไปเข้ามือ เคลาดิโอ บราโว่

อีก 3 นาทีต่อมา แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นขึ้นนำอีกหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์ เปิดกึ่งยิงกึ่งผ่านไปหน้ากรอบ บอลไปโดนเท้า กาเบรียล เชซุส จังหวะสุดท้ายถากเสาสองออกไป

นาที 23 ทีมเยือนชวดได้ประตูอย่างน่าเสียดาย หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยกบอลแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ อีก 3 นาทีต่อมา สเตอร์ลิง ได้โอกาสซัดด้วยซ้ายเสาแรกอีกแต่บอลยังโดนนายด่านเจ้าถิ่นปฎิเสธทุบบอลออกไป ก่อนผู้ตัดสินจะเป่าพักคูลลิ่งเบรค

นาที 36 "สาลิกาดง" มาพลาดเสียจุดโทษ จากจังหวะที่ ไคล์ วอร์คเกอร์ ครอสไปหน้าปากประตู ฟาเบียน ชาร์ ไม่เล่นบอลเจตนาพลัก กาเบรียล เชซุส จนผู้ตัดสินเห็นแล้วเป่าให้จุดโทษฝั่งเรือใบ ก่อนที่ เควิน เดอ บรอยน์ จะซัดเข้าไปไม่เหลือ เป็นประตูที่ 100 ในชีวิตการค้าแข้ง ช่วยให้ แชมป์เก่าบุกมานำ 1-0

จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล ตามหลัง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-1

ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น นาที 53 "เรือใบสีฟ้า" ได้เสียวได้ลุ้นอีก จากจังหวะที่ ริยาด มาห์เรซ กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งแรงเฉียดคานไปนิดเดียว

นาที 66 "สาลิกาดง" พลาดโอกาสตีเสมออย่างน่าเสียดาย หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง หลุดเข้าไปในกรอบแล้วปาดมาหน้ากรอบ 6 หลาให้ ดไวท์ เกย์ล ซัดโล่งๆเหินคานออกไป

กระนั้น นาที 68 แมนฯซิตี้ มาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 บอลขึ้นจากแดนหลังก่อนมาถึง ฟิล โฟเด้น กระชากขึ้นมาแล้วจ่ายต่อให้ ราฮีม สเตอร์ลิง เลี้ยงจี้เข้าหน้ากรอบแล้วยิงด้วยขวาหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบมุมเข้าไป

ลูกทีมของ เป๊ป เล่นกันแบบสบาย ครองบอลได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นาที 76 เกือบได้ลุ้นเม็ดที่สาม หลัง ราฮีม สเตอร์ลิง จ่ายบอลให้ ฟิล โฟเด้น ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งถากเสาไกลออกไปแบบได้เสียว

ช่วงท้ายเกมไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนฯซิตี้ ฟอร์มเฉียบบุกไปทุบเจ้าบ้าน นิวคาสเซิ่ล 2-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ พบกับ อาร์เซน่อล ในช่วงวันที่ 18-19 กรกฎาคม นี้

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : คาร์ล ดาร์โลว์ - ฮาเวียร์ มานกีโย่, ฟาเบียน ชาร์, จามาล ลาสเซลเลส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส (วาเลนติโน่ ลาซาโร่ น.75) - มิเกล อัลมิรอน (โชลินตอน น.65), อิซัค เฮย์เด้น (แมทธิว ลองสตาฟฟ์ น.79), ฌอน ลองสตาฟฟ์, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง (เด อันเดร เยดลิน น.74) - แอนดี้ แคร์โรลล์ (ดไวท์ เกย์ล น.64)

ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรู๊ซ

แมนฯ ซิตี้ (4-3-3) : เอแดร์ซอน โมราเอส - ไคล์ วอล์คเกอร์ (ชูเอา คานเชโล่ น.71), นิโกลัส โอตาเมนดี้, อายเมริค ลาปอร์กต์, เบนฌาแม็ง เมนดี้ - เควิน เดอ บรอยน์ (โรดรี้ น.71), อิลคาย กุนโดกัน, ดาบิด ซิลบา (แบร์นาร์โด ซิลวา น.64) - ริยาด มาห์เรซ (ฟิล โฟเด้น น.64), กาเบรียล เชซุส, ราฮีม สเตอร์ลิง

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
   

ไฮไลท์ เอฟเอ คัพ นิวคาสเซิ่ล 0-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ขอคนเดียว!แกรี่ชี้แมนยูเสริมจุดไหนช่วยมีโอกาสลุ้นแชมป์

เนวิลล์ ชี้ นักเตะแดนหลังของทัพ ปืนโต มีแต่เจ้าอารมณ์และเล่นตามใน ...

แกรี่ เนวิลล์ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด จะแข็งแกร่งขึ้นและมีโอกาสลุ้นแชมป์ลีกมากกว่าเดิมได้ถ้าหากซื้อกองหลังเก่งๆ มาร่วมทีมสัก 1 คน ชี้ ตอนนี้ทีมดูดีขึ้นจนทำให้เสริมแค่คนเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้ว โดยบอกว่าถึงแม้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ จะทำผลงานได้ดี แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้ทีมกลับไปครองความยิ่งใหญ่ได้

แกรี่ เนวิลล์ ตำนานแบ็กขวาของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความเชื่อว่า "ปีศาจแดง" ต้องการเซนเตอร์แบ็กเก่งๆ อีกเพียง 1 คน ก็จะเพียงพอต่อการที่มีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มากขึ้นแล้ว

แม้ว่าช่วงพี่ผ่านมา แมนฯ ยูไนเต็ด จะทำผลงานได้ดีขึ้นจนถึงขนาดไม่แพ้ใครมา 14 นัดติดต่อกันในทุกรายการ แต่หลายคนก็มองว่าพวกเขายังห่างจาก ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เยอะอยู่ดี อย่างในลีกตอนนี้ "ปีศาจแดง" ก็มีแต้มน้อยกว่า "หงส์แดง" ที่การันตีแชมป์ไปแล้วถึง 37 คะแนนด้วยกัน

เนวิลล์ คนพี่เผยว่า "ผมคิดว่าต้องการอีกแค่ 1 คนก็พอ ลองนึกย้อนถึงตอนที่ ลิเวอร์พูล ซื้อ (เฟอร์กิล) ฟาน ไดค์ กับ อลีสซง มาเฝ้าประตูดูสิ พวกเขาต้องเสริมทัพอีกแค่ 1-2 คน หรือไม่ก็รั้ง ป็อกบา เอาไว้ให้ได้แล้วซื้อเพิ่มอีก 1 คน โดยต้องเป็นคนที่กำลังเล่นได้ด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดด้วย ถ้าทำอย่างนั้นได้ผมก็คิดว่า ยูไนเต็ด จะเข้าใกล้ (กับการลุ้นแชมป์) ได้มากขึ้น"

พอโดนถามเพิ่มว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะต้องซื้อในตำแหน่งไหนเป็นพิเศษ เจ้าตัวก็ตอบว่า "เซนเตอร์แบ็ก คุณลองมองถึงผลกระทบที่เกิดจาก ฟาน ไดค์ ดูสิ จริงอยู่ว่า (แฮร์รี่) แม็กไกวร์ มีผลกระทบกับทีมอย่างมาก แต่พวกเขายังต้องการเซนเตอร์แบ็กที่แข็งแกร่งมากๆ อีก 1 คน พวกเขายังจำเป็นต้องมีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่านี้ ขอแค่ได้นักเตะแบบนั้นอีก 1 คน ยูไนเต็ด ก็สามารถลุ้นแชมป์ได้แล้ว"



อินเตอร์ซัดสามนาทีสองเม็ดรัวฉกปาร์ม่ายึดที่3เหนียว

ปาร์มา 10 คนต้านไม่อยู่ อินเตอร์ รัวท้ายเกมดับ 1-2 สรุปผลกัลโช

"งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน กลับมาคว้าสามแต้มได้อย่างเหลือเชื่อ ใช้เวลาเพียง สามนาทีช่วงท้ายเกม หลังตกเป็นฝ่ายตามหลัง ปาร์ม่า ก่อนบุกชนะ 2-1 ทำคะแนนไล่ตาม ลาซิโอ รองจ่าฝูง 6 คะแนน รั้งที่ 3 เหมือนเดิม ในการแข่งขันศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา


สนาม : เอ็นนิโอ ตาร์ดินี่

ศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี คืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ที่แทบหมดลุ้นแชมป์ลีกไปแล้ วแต่วางใจไม่ได้จำเป็นต้องยึดอันดับสามเพื่อเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก หลัง อตาลันต้า เก็บแต้มตามบี้เหลือแค่ หนึ่งแล้ว อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่เนรัซซูรี่ ที่แมตช์นี้อดยืนคุมข้างสนามจากโทษแบน กำชับลูกทีมควักสามคะแนน กลับออกมาให้ได้ ผู้เล่นเกมรุกจัดทั้ง "เอริคเซ่น-ลูกากู-เลาตาโร่" ออกเยือน ปาร์ม่า ของกุนซือ โรแบร์โต้ ดาแวร์ซ่า ยังมีโอกาสไปตะลุยยูโรปาลีก หากกำชัยแมตช์นี้ ตัวอันตรายทีเด็ดพิชิตคู่แข่งอย่าง "ยูราย คุชก้า" พร้อมสร้างความลำบากให้ทีมเยือนในการเป็นผู้ชนะ

งูใหญ่ทักทายก่อนนาทีที่ 3 เลาตาโร่ มาร์ติเนซ รับบอลจากเพื่อนบริเวณกลางสนาม 25 หลา หน้ากรอบเขตโทษ ลากบอลเข้าใกล้เขตโทษแล้วตัดสินใจยิงแต่บอลเรียดและเบา ไหลเข้ามือ ลุยจิ เซเป้ นายทวารปาร์ม่า ย่อตัวรับไว้ได้

อินเตอร์บุกอีกนาทีที่ 6 อันโตนิโอ คันเดรว่า กระชากบอลลุยมาทางสนามด้านขวา มองเห็นเพื่อนร่วมทีมในเขตโทษทางซ้าย ก่อนหยอดบอลโด่งมาที่ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ เช็คกับดักล้ำหน้าตามมาพักบอลลงแต่ยิงไม่ถนัดถุกกองหลังเจ้าบ้านเบียด บอลออกหลังไป

ทีมเยือนเฉียดนำนาทีที่ 7 คริสเตียน เอริคเซ่น โยนลูกเตะมุมฝั่งซ้าย บอลมาที่เสาแรก โรแบร์โต้ กากลิอาร์ดินี่ วิ่งโฉบมาโหม่งเสยบอลผ่านตัว ลุยจิ เซเป้ มือกาวเจ้าถิ่นกำลังจะเลยเส้นเข้าประตู ทว่า คาสตร็อต เดอร์มากู แนวรับปาร์ม่า ถอยไปเคลียร์ออกมาเซฟทีมเอาไว้ได้

แต่กลายเป็นเจ้าถิ่นนำนาทีที่ 15 ยูราย คุชก้า วางบอลยาวจากกลางสนามด้านขวาเกือบ 40 หลา ข้ามฟากขึ้นหน้ามาที่ แชร์วินโญ่ ปรี่มาเก็บบอลในเขตโทษทางซ้าย ลากบอลมาล็อกหนี อันโตนิโอ คันเดรว่า แล้วหวดเต็มเท้าบอลพุ่งหนีมือ ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช นายด่านทีมเยือน เสียบตาข่ายอย่างเฉียบคม

งูใหญ่ชวดตีคืนนาทีที่ 19 คริสเตียโน่ บิรากี เปิดลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้ายของสนาม บอลลอยมาตรงเขตโทษ ดีเอโก้ โกดิน กองหลังตัวเก๋าเทคตัวโหม่งบอลไปโดนแขนผู้เล่นปาร์ม่า กระดอนออกข้างเสาออกไป แต่กรรมการขอเช็ควีเออาร์เพื่อความถูกต้องว่าเป็นแฮนด์บอลหรือไม่ ก่อนตัดสินให้เป็นจังหวะล้ำหน้าของอินเตอร์แทน

ปาร์ม่ายังดุดันนาทีที่ 26 แชร์วินโญ่ เอาบอลลงหลังเพื่อนร่วมทีมโยนทิ้งให้ ทางริมเส้นด้านซ้ายของสนาม กระชากจี้ผู้เล่นงูใหญ่ ก่อนเลี้ยงหลุดมาลากบอลถึงหน้ากรอบเขตโทษด้านเดิม ตบไปให้ อันเดรียส คอร์เนลิอุส ที่วิ่งตีคู่มารอด้านขวาซัดบอลแบบไม่มีใครขวางในเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานแบบน่าเหลือเชื่อ จบ 45 นาทีแรก ปาร์มานำอยู่ 1-0

ทีมเยือนรุกหนักนาทีที่ 51 คริสเตียโน่ บิรากี ครอสบอลจากริมสนามด้านซ้ายใกล้กรอบเขตโทษไปที่ อันโตนิโอ คันเดรว่า ที่แอบเติมมาทางฝั่งขวา ก่อนจับบอลลงแล้วซัดบอลลอยออกหลังแบบไม่ได้ลุ้นมากนัก

เนรัซซูรี่ยังทำไม่ได้นาทีที่ 54 นิโกโล่ บาเรลล่า เก็บตกบอลได้บริเวณวงกลมเขตโทษ แล้วไหลสั้นให้ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ที่ยืนโล่งคนเดียวอยู่ด้านข้างทางซ้าย หวดบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ ทิศทางบอลไซด์ก้อยเกินไปไม่ตรงกรอบ

ปาร์ม่าตอบโต้นาทีที่ 57 แชร์วินโญ่ ลงต่ำไปล้วงบอลสวนกลับเร็ว ลากบอลกินระยะมาถึงกลางสนามประมาณ 25 หลาส่งต่อให้ เดยัน คูลูเซฟสกี้ รับบอลเลี้ยงแต่งจังหวะเข้าเท้าขวายิงตรงเส้นกรอบเขตโทษ บอลเลี้ยวไม่พอชนข้างตาข่ายประตูแทน

อินเตอร์พลาดอีกนาทีที่ 80 นิโกโล่ บาเรลล่า พักอกเอาบอลลงจากเพื่อนที่ส่งให้ริมเส้นฝั่งขวา จ่ายมาที่ อเล็กซิส ซานเชซ จับบอลบริเวณกลางสนามหน้ากรอบเขตโทษระยะ 20 บรรจงส่องไกลแบบไม่มีผู้เล่นเจ้าถิ่นเข้ามาบล็อก บอลพุ่งเป็นเส้นตรงแต่ว่า ลุยจิ เซเป้ ยืนถูกตำแหน่งเหยียดตัวปัดทิ้งพ้นกรอบประตู

งูใหญ่ทำสำเร็จนาทีที่ 84 แอชลี่ย์ ยัง เปิดลุกเตะมุมด้านขวา บอลลอยตกตรงเขตโทษเยื้องมาทางซ้ายเล้กน้อย เลาตาโร่ มาร์ติเนซ โหม่งจังหวะแรกบอลมาเข้าหัว สเตฟาน เดอ ฟราย สะบัดบอลเปลี่ยนทางเข้าซุกก้นตาข่าย และจังหวะต่อเนื่อง ยูราย คุชก้า ถูกใบแดงไล่ออกคาดว่าน่าจะใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมกับเชิ้ตดำ

ทีมเยือนเฮสนั่นนาทีที่ 87 วิคเตอร์ โมเสส เลี้ยงบอลเจาะเข้าเขตโทษทางฝั่งขวา ก่อนบังบอลแล้วล็อกเข้าเท้าซ้าย หยอดบอลย้อยมาที่เสาสองที่มี อเลสซานโดร บาสโตนี่ กองหลังสำรองที่หนีตัวประกอบอย่าง บรูโน่ อัลเวส โขกระยะเผาขนเข้าไปให้ อินเตอร์ มิลาน บุกชนะ ปาร์ม่า 2-1 ทำคะแนนไล่ตาม ลาซิโอ รองจ่าฝูง 6 คะแนน รั้งที่ 3 เหมือนเดิม

ไฮไลท์ฟุตบอล อินเตอร์ มิลาน - ซัสเซาโล่

รายชื่อนักเตะที่ลงสนาม

ปาร์ม่า (4-3-3): ลุยจิ เซเป้,แว็งซ็องต์ โลรินี่ (มัตเตโอ ดาร์เมียน น.86),คาสตร็อต เดอร์มากู (วาสโก เรจินี่ น.77),บรูโน่ อัลเวส,ริคคาร์โด้ กาโยโล่ (จูเซ็ปเป้ เปซเซลล่า น.46),ยูราย คุชก้า,จัสติน คูร์ติช,มัตเตโอ สคอซซาเรลลี่ (แอร์นานี่ น.55),เดยัน คูลูเซฟสกี้,อันเดรียส คอร์เนลิอุส,แชร์วินโญ่ (กัสตอน บูร์แมน น.86)

อินเตอร์ มิลาน (3-4-1-2): ซาเมียร์ ฮันดาโนวิช,ดีเอโก้ โกดิน (อเลสซานโดร บาสโตนี่ น..73),สเตฟาน เดอ ฟราย,ดานิโล่ ดัมโบรซิโอ,อันโตนิโอ คันเดรว่า (วิคเตอร์ โมเสส น.69),นิโกโล่ บาเรลล่า,โรแบร์โต้ กากลิอาร์ดินี่,คริสเตียโน่ บิรากี (แอชลี่ย์ ยัง น.69),คริสเตียน เอริคเซ่น (อเล็กซิส ซานเชซ น.69),โรเมลู ลูกากู, เลาตาโร่ มาร์ติเนซ (บอร์ฆา บาเลโร่ น.89)

ไฮไลท์กัลโช่ เซเรีย อา ปาร์ม่า 1-2 อินเตอร์ มิลาน

เรอัลมาดริดไม่พลาดบุกเฉือนเอสปันญ่อล แซงบาร์ซ่านำจ่าฝูงทิ้ง2แต้ม

คาเซมิโร่” ยิงโทน 1-0 ส่ง “ชุดขาว” แซง “บาร์ซ่า” ขึ้นจ่าฝูง

กาเซมีโร่ กลายเป็นฮีโร่ของ "ราชันชุดขาว" หลังซัดประตูชัยพาทีมบุกไปเอาชนะ เอสปันญ่อล 1-0 ซิวสามแต้มแซง บาร์เซโลน่า สองคะแนนขึ้นไปนำจ่าฝูงมี 71 แต้ม ส่วนไอ้นกแก้วจมบ๊วยก้นตารางเช่นเดิม ในศึกลา ลีกา สเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา


สนาม : อาร์ซีดีอี สเตเดี้ยม

ลา ลีกา สเปน นัดที่ 32 ประจำคืนวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา เอสปันญ่อล ทีมบ๊วยของตารางเปิดบ้านต้อนรับ เรอัล มาดริด ซึ่งเกมนี้หาก "ชุดขาว" บุกมาคว้าชัยได้จะแซง บาร์เซโลน่า ถึงสองคะแนนขึ้นไปนั่งเป็นจ่าฝูงแทน

ออกสตาร์ทครึ่งแรกไม่ถึงนาที เอสปันญ่อล ได้ลุ้นฟรีคิกหน้ากรอบก่อนเลยแต่จังหวะซัดด้วยขวาเต็มแรงของ อาเดรียน เอ็มบาร์บา แต่บอลพุ่งไปเข้าซอง ติโบต์ กูร์กตัวส์

นาที 10 ชุดขาวได้ลุ้นบ้าง โทนี่ โครส เปิดฟรีคิกมาเสาไกลบอลมาตกใส่เท้าของ กาเซมีโร่ หวดด้วยขวากึ่งยิงกึ่งผ่านไปเข้าหัว เซร์คิโอ รามอส โขกเหินคานออกไป

นาที 20 เอสปันญ่อล ได้ลุ้นจากลูกนิ่งอีก เอ็มบาร์บา เปิดแรงเข้าไปให้ มาร์ก โรต้า ซัดตามน้ำแต่บอลยังไม่โดน ติโบต์ กูร์กตัวส์

อีก 5 นาทีต่อมา ไอ้นกแก้วได้ลุ้นบ้าง อาเดรียน เอ็มบาร์บา จ่ายบอลให้ อู่ เล่ย กดด้วยขวาจากนอกรอบ บอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว

นาที 31 โทนี่ ครอส เข้ามาหน้าประตูให้ เซร์คิโอ รามอส ได้โหม่งแต่บอลก็ยังไม่ผ่านมือ ดีเอโก้ โลเปซ และเป็นจังหวะล้ำหน้าของ รามอส ไปอีกด้วย

นาที 36 "ชุดขาว" เกือบแซงขึ้นนำไปก่อน หลัง คาริม เบนเซม่า โยกหลบก่อนตะบันด้วยขวาเน้นๆแต่ยังโดน ดีเอโก้ โลเปซ เหินปัดบอลออกไป

ท้ายเกม นาที 43 เจ้าบ้านเกือบทำพลาดอีก หลัง ดีเอโก้ โลเปซ ปัดไม่พ้นทางมาหล่นใส่ เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่ ซัดด้วยขวาไปติดเซฟของโลเปซ ก่อนจะเลยมาเข้ากลางให้ อาซาร์ ตามซ้ำเข้าไปแต่ โลเปซ นายด่านของไอ้นกแก้วก็ปัดออกไปได้

กระนั้น นาที 45 เรอัล มาดริด ชิงขึ้นนำ 1-0 ได้สำเร็จหลัง คาริม เบนเซม่า หลุดไปทางเสาแรกก่อนจะตอกส้นให้ กาเซมีโร่ วิ่งมายิงด้วยซ้ายเข้าไป

จบครึ่งแรก เอสปันญ่อล ตามหลัง เรอัล มาดริด 0-1

ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันต่อ นาที 49 อู่ เล่ย ได้กดด้วยซ้ายข้างถนัดแต่บอลยังไม่ผ่านมือ ติโบต์ กูร์กตัวส์

ชุดขาวตอบโต้บ้าง อีก 2 นาทีต่อมา อีสโก้ วางบอลยาวไปในกรอบ 6 หลาทางเสาไกล เบนเซม่า กระโดดแปแต่บอลก็ไม่ผ่านมือ ของ ดีเอโก้ โลเปซ รับไว้ติดมือ

เจ้าบ้านไม่อยู่เฉย นาที 74 ได้ลุ้นจากจังหวะ นิโก้ เมลาเหม็ด จ่ายบอลให้ ดาบิด โลเปซ ซัดด้วยขวานอกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือกูร์กตัวส์รับไว้ได้

จบเกม เรอัล มาดริด บุกไปคว้าชัยชนะเหนือ เอสปันญ่อล 1-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 71 คะแนนนำห่าง บาร์เซโลน่า รองจ่าฝูง 2 คะแนน ส่วนทัพ "นกแก้ว" ยังรั้งบ๊วยของตารางมี 24 คะแนน

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอสปันญ่อล (4-4-2) : ดีเอโก้ โลเปซ - บิคตอร์ เปเรีย, เบร์นาโด้ เอสปิโนซ่า, เฟร์นานโด กาเบรอา, ดีดัค บีล่า (อาเดรีย เปโดรซ่า น.46) - มาร์ค โรก้า, ดาบิด โลเปซ (ปอล โลซาโน่ น.84) - อู่ เล่ย (ออสการ์ เมเลนโด้ น.57) ,อาเดรียน เอ็มบาร์บา (โจนาธาน กาเยรี่ น.69) ,เซร์กี้ ดาร์เดร์ (นิโก้ เมลาเหม็ด น.69) - ราอูล เด โทมัส

เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ - ดานี่ การ์บาฆาล, ราฟาแอล วาราน, เซร์คิโอ รามอส, มาร์เซโล่ - เฟเด้ บัลเบร์เด้, เอ็นรีเก้ กาเซมีโร่, โทนี่ โครส - อีสโก้ (โรดรีโก้ น.64), คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (วินิซิอุส จูเนียร์ น.63)

ไฮไลท์ลาลีกา เอสปันญ่อล 0-1 เรอัล มาดริด

ซีอีโอดอร์ทมุนด์มั่นไม่มีใครกล้าทุ่มซื้อซานโช่

ซีอีโอดอร์ทมุนด์มั่นใจไม่มีทีมไหนพร้อมจ่ายค่าตัวมหาศาลของ 'ซานโช่'

ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เค่ ซีอีโอ ดอร์ทมุนด์ เชื่อว่าตอนนี้ไม่มีทีมไหนที่กล้าทุ่มเงินมากพอที่จะสู่ขอ เจดอน ซานโช่ ปีกฟอร์มฮอต พร้อมประกาศชัดว่าให้ตายยังไงก็จะไม่ปล่อย เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ แน่นอน

    
ฮันส์-โยอาคิม วัตซ์เค่ ประธานบริหาร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอดสโมสรแห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน แสดงความมั่นใจว่าไม่มีทีมไหนที่มีเงินมากพอสำหรับการขอซื้อ เจดอน ซานโช่ ปีกตัวเก่งของทีมหลังจบฤดูกาล 2019-20 แน่นอน

ซานโช่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ ดอร์ทมุนด์ มาอย่างต่อเนื่อง อย่างซีซั่นนี้ก็ทำไป 17 ประตูกับ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 32 นัด จนทำให้เขาตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี และ ลิเวอร์พูล เป็นต้น โดยที่ "ปีศาจแดง" เป็นทีมที่มีข่าวกับเจ้าตัวหนักที่สุด แต่ว่ากันว่า ดอร์ทมุนด์ ก็ต้องการเงินอย่างน้อย 100 ล้านยูโร (ประมาณ 3,500 ล้านบาท) เพื่อเป็นค่าตัวของเขาเลย

วัตซ์เค่ ให้สัมภาษณ์กับ สปอร์ต1 สื่อกีฬาของเมืองเบียร์ว่า "ถ้าเกิด เจดอน เข้ามาหาเราแล้วบอกว่าไม่ว่ายังไงก็อยากจะย้ายทีมให้ได้ และสโมสรอื่นอยากจ่ายเงินให้ตามที่เราต้องการแล้วล่ะก็ เราก็ยินดีที่จะพิจารณาข้อเสนอที่ว่า แต่จนถึงตอนนี้ เจดอน ยังไม่เคยเข้ามาบอกกับเราว่าอยากย้ายทีมเลย แถมผมก็ไม่คิดว่าจะมีทีมไหนที่พร้อมจ่ายเงินมากถึงขนาดนั้นไหวด้วย"

"นอกจากนี้เราก็ไม่คิดที่จะลดค่าตัวของเขาเพราะปัญหาจากเชื้อไวรัสโคโรน่าเหมือนกัน เราผ่านช่วงเวลาที่เราต้องเอาแต่ขายนักเตะเพื่อหาเงินเข้าสโมสรแล้ว ผมไม่คิดว่าในช่วงซัมเมอร์นี้มันจะมีการเสริมทัพครั้งใหญ่ ในฤดูกาลหน้าเราจะมีสถานการณ์ที่ต่างไปจากปรกติ นอกจากรายของ อาชราฟ ฮาคิมี่ (แบ็กขวาที่ยืมมาจาก เรอัล มาดริด) แล้วนั้น ทุกคนในทีมจะยังอยู่ด้วยกันต่อไป นั่นจะเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อพัฒนาการเป็นอย่างมาก"

ซีอีโอ ดอร์ทมุนด์ เสริมว่าจะไม่ปล่อย เออร์ลิง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าดาวรุ่งอย่างแน่นอน หลังจากที่ ฮาแลนด์ มีข่าวกับทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด และ เรอัล มาดริด อยู่บ่อยๆ "เรื่องการย้ายทีมของ ฮาแลนด์ น่ะเลิกคุยไปได้เลย"

8สถิติสุดโหดบาเยิร์นซิวแชมป์บุนเดสฯ8สมัยติด

บาเยิร์น มิวนิค ปิดฉากถล่ม โวล์ฟสบวร์

เปิด 8 สถิติที่ บาเยิร์น ทำเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมในซีซั่นนี้ หลังซิวถาดแชมป์ บุนเดสลีกา ได้อีกสมัย

      
ฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน ปิดฉากฤดูกาล 2019/20 ลงไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยที่ บาเยิร์น มิวนิค สามารถคว้าแชมป์ 8 ปีติดต่อกันได้สำเร็จ

ฮันซี่ ฟลิค เข้ามานำทัพ "เสือใต้" โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่คุมแบบชั่วคราวแทนที่ นิโก้ โควัช ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว ส่งผลให้ได้เซ็นสัญญาถาวรไปถึงปี 2023

ฤดูกาลนี้ บาเยิร์น สร้างสถิติขึ้นมาหลายอย่าง และที่น่าสนใจคือ 8 เรื่องนี้

1. ยิงทะลุ 100 ตุง

บาเยิร์น ยิงไปถึง 100 ประตูในซีซั่นนี้ ส่งผลให้เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ที่พวกเขาทำได้ โดยที่ไม่เคยมีสโมสรอื่นทำแบบนี้ได้เลย

หนแรกที่ "เสือใต้" ทำสถิตินี้เกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 1971/72 โดยซัดไป 101 ประตู



2. โกยคะแนนมากสุดช่วงครึ่งหลังของซีซั่น

"เสือใต้" เก็บไปถึง 49 จาก 51 คะแนนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลมากสุดในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา เท่ากับซีซั่น 2012/13 ที่ จุปป์ ไฮย์นเกส คุมทีม แต่ปีนี้เหนือกว่าที่ผลต่างประตูได้เสีย +44 มากกว่าเมื่อ 7 ปีก่อนแค่ลูกเดียวเท่านั้น

3. ปิดฉากซีซั่นสุดโหด
บาเยิร์น ปิดฉากซีซั่นสุดโหดด้วยการเก็บชัย 13 นัดติด ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของ บุนเดสลีกา ทำลายสถิติที่ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ทำไว้ 10 นัดติดเมื่อฤดูกาล 1986/87

4. ไม่แพ้ใครในครึ่งหลังของซีซั่น
บาเยิร์น ไม่แพ้ทีมไหนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลเป็นครั้งที่ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรต่อจากซีซั่น 1986/87 และ 2012/13



5. มุลเลอร์ จอมแอสซิสต์

โธมัส มุลเลอร์ เป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา ที่ทำได้ถึง 21 แอสซิสต์ ภายในฤดูกาลเดียว ทุบสถิติสูงสุดเดิม 20 ครั้ง ที่ เควิน เดอ บรอยน์ จอมทัพทีมชาติเบลเยียม เคยทำเอาไว้ในฤดูกาล 2014/15 สมัยเล่นให้กับ เฟาเอฟแอล โวล์ฟสบวร์ก

6. เกมเยือนแข็งแกร่ง

เกมบุกชนะ โวล์ฟสบวร์ก 4-0 ในนัดสุดท้าย ทำให้ บาเยิร์น เก็บชัยเกมเยือน 10 นัดติด เท่ากับที่พวกเขาเคยทำไว้เมื่อฤดูกาล 2013/14



7. ซัดทะลุ 4 ลูก 13 เกม

นัดถล่ม โวล์ฟสบวร์ก ทำให้ บาเยิร์น ยิง 4 ลูกหรือเกินกว่านั้นในเกมเดียวได้เป็นหนที่ 13 ในฤดูกาลนี้ โดยหนเดียวที่พวกเขาเคยทำแบบนี้ได้เกิดขึ้นในซีซั่น1973/74

8. เลวานดอฟสกี้ จอมซัลโว

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ยอดกองหน้า บาเยิร์น มิวนิว คว้ารางวัลดาวซัลโวสูงสุด บุนเดสลีกา ประจำฤดูกาล 2019/20 ที่จำนวน 34 ประตู



ถือเป็นสมัยที่ 5 แล้ว ที่ เลวานดอฟสกี้ คว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด บุนเดสลีกา (ซีซั่น 2013/14 : 20 ประตู, 2015/16 : 30 ประตู, 2017/18 : 29 ประตู, 2018/19 : 22 ประตู และ 2019/20 : 34 ประตู)




5นักเตะแมนยูจ่อโดนโละเพื่อซานโช่คนเดียว

5นักเตะแมนยูจ่อโดนโละเพื่อซานโช่คนเดียว

สื่ออังกฤษ เปิดชื่อ 5 นักเตะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เตรียมโละเพื่อระดมทุนไปซื้อ จาดอน ซานโช่ ที่ ดอร์ทมุนด์ ต้องการค่าตัวระดับ 4,400 ล้านบาท เลยทีเดียว

    
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นเต็ง 1 ในสายตาบริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ที่จะคว้าตัว จาดอน ซานโช่ ปีกคนเก่ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเสริมทัพในฤดูกาลหน้า ตามรายงานจาก เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดว่า ค่าตัวของ ซานโช่ วัย 20 ปี น่าจะสูงถึง 110 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,400 ล้านบาท) เลยทีเดียว หลังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ โดยทำไป 17 ประตู และ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่น บุนเดสลีกา 28 นัด



เดอะ มิร์เรอร์ รายงานว่า "ปีศาจแดง" คงจะต้องขายนักเตะออกไปเพื่อระดมทุนไปซื้อ ซานโช่ โดย 5 ผู้เล่นที่อยู่ในข่ายโดนโละคือ อเล็กซิส ซานเชซ, เจสซี่ ลินการ์ด, ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง และ อันเดรส เปเรยร่า

สำหรับ อเล็กซิส ที่เวลานี้ไปเล่นให้ อินเตอร์ มิลาน แบบยืมตัว อาจจะหาทีมซื้อได้ยากเพราะค่าเหนื่อยสูงระดับ 400,000 ปอนด์ (ประมาณ 16 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ ส่วน ลินการ์ด หวังขายให้ได้ถึง 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) แม้เจ้าตัวทำผลงานย่ำแย่ในฤดูกาลนี้ก็ตาม

ขณะที่ โจนส์ ซึ่งช่วงหลังโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานตลอดนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด หวังได้ราคาที่ 15 ล้านปอนด์ (ประมาณ 600 ล้านบาท) ด้าน สมอลลิ่ง ตั้งไว้ที่ 20 ล้านปอนด์ หลังไปทำผลงานดีกับ โรม่า แบบยืมตัว ส่วน เปเรยร่า น่าจะขายได้ในราคา 15-20 ล้านปอนด์


ซูโบติชเชื่อคล็อปป์ลาลิเวอร์พูลไปรับงานใหญ่

ซูโบติชเชื่อคล็อปป์ลาลิเวอร์พูลไปรับงานใหญ่

อดีตลูกทีมเก่า ดอร์ทมุนด์ เชื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะลา ลิเวอร์พูล ไปรับงานใหญ่ในอนาคต

    
เนเวน ซูโบติช อดีตปราการหลัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมรับว่า อยากเห็น เจอร์เก้น คล็อปป์ เจ้านายเก่า มารับหน้าที่คุมทีมชาติเยอรมัน หลังเพิ่งพา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019/20 และเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีที่ "หงส์แดง" สามารถกลับมาครองแชมป์ลีกเมืองผู้ดี
แชมป์นี้เพื่อ เคนนี ดัลกลิช, สตีเวน เจอร์ราร์ด และแฟนบอลทุกคน ...

ซูโบติช วัย 31 ปี ที่เวลานี้ไปเล่นให้ อูนิโอน เบอร์ลิน เผยผ่าน เช็ก24 สื่อแดนไส้กรอกว่า "เจอร์เก้น คล็อปป์ คงจะเข้ามาเป็นกุนซือทีมชาติในสักวันหนึ่ง และจากนั้นจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมัน"

ในเวลานี้ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมัน คือ โยอัคคิม เลิฟ ที่มีสัญญาถึงปี 2022 หลังเข้ามาเป็นผู้ช่วยกุนซือทัพ "อินทรีเหล็ก" ตั้งแต่ปี 2004 และเลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นหัวหน้าโค้ชเมื่อปี 2006