วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เอเยนต์ยันเอง อนาคตอิกาโล่กับแมนยู อยู่ต่อหรือขอลาหลังสัญญาหมด

ใกล้ความจริง! เอเย่นต์เผยอิกาโล่จ่อตกลงอยู่แมนฯยูถึงมกราคมปีหน้า ...

อัตต้า อเนเก้ นายหน้าของ โอเดียน อิกาโล่ ระบุ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ใกล้ตกลงกันถึงเรื่องที่จะให้ อิกาโล่ อยู่กับ "ปีศาจแดง" ไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2021 ตามที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้จริง หลังจากเดิมทีสัญญาการยืมตัวของเขามีผลถึงตอนจบเดือนพฤษภาคมเท่านั้น

   
อัตต้า อเนเก้ เอเยนต์ของ โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าชาวไนจีเรีย เปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดสโมสรของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ เซี่ยงไฮ้ กรีนแลนด์ เสิ่นหัว ถึงเรื่องการขยายระยะเวลาสัญญาการยืมตัวของ อิกาโล่ ได้แล้ว

แมนฯ ยูไนเต็ด ยืม อิกาโล่ มาร่วมทัพในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากการที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าคนเก่งของพวกเขาเจ็บตรงแผ่นหลังจนต้องพักเป็นเวลานาน แต่กลายเป็นว่าแข้งวัย 30 ปี ทำผลงานได้น่าประทับใจพอตัว ด้วยการทำได้ 4 ประตู จากการลงเล่น 8 นัดในทุกรายการ

ทั้งนี้ เดิมทีสัญญายืมตัวของ อิกาโล่ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลจนถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพราะตอนแรกที่ทำสัญญากันนั้น พรีเมียร์ลีก ยังไม่เลื่อนการแข่งขัน และการที่ พรีเมียร์ลีก โดนเลื่อนจนทำให้ซีซั่น 2019-20 ยังเตะกันไม่จบ ก็ส่งผลให้มีการตั้งข้อสงสัยกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะยังใช้งาน อิกาโล่ ต่อไปได้รึเปล่า โดยเมื่อไม่นานมานี้ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาของเกาะอังกฤษเปิดเผยว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ใกล้ที่จะให้ อิกาโล่ อยู่กับทีมต่อได้แล้ว และล่าสุด อเนเก้ ก็บอกว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

นายหน้าของ อิกาโล่ เผยว่า "เราใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเรื่องการขยายระยะเวลาของการยืมตัวได้แล้ว ข้อตกลงในครั้งนี้จะทำให้ อิกาโล่ ได้อยู่กับพวกเขาไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2021"

อุ่นเครื่องก่อนกลับมาเตะ!ช่วงเวลาน่าประทับใจของบาร์เซโลน่าในซีซั่น2019/20 (มีคลิป)

คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ผงาดขึ้นแท่นคว้ารางวัลบัลลงดอร์สูงสุด 5 สมัย

ถึงคิว ลาลีกา กันบ้างที่จะกลับมาเตะอีกครั้ง ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ โดย บาร์เซโลน่า มีโปรแกรมลงเล่นในวันที่ 13 มิถุนายน เจอกับ เรอัล มายอร์ก้า

     
ปัจจุบัน 'เจ้าบุญทุ่ม' รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง โดยมี 58 คะแนนจากการลงสนาม 27 นัด มีแต้มห่างจากรองจ่าฝูง อย่าง เรอัล มาดริด อยู่ 2 คะแนน

ในช่วงซีซั่น 2019/20 มีหลายโมเมนต์น่าประทับใจที่เกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า ทั้งการที่ ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัล บัลลง ดอร์ สมัยที่ 6, การเปิดตัวคว้าสตาร์ดาวรุ่ง อย่าง เฟรงกี้ เดอ ยอง รวมถึงประตูสวย ๆ ที่พวกเขาทำได้



มีตัวเลือกที่ดีกว่า?อดีตแข้งนิวคาสเซิ่ลชี้ไม่ควรเอาโปเช็ตติโน่คุมทีม

โปเช็ตติโน่” ชี้ทีมเล่นดีกว่าแต่กลับแพ้ - คมชัดลึกออนไลน์

ไมเคิ่ล โชปรา อดีตหัวหอก นิวคาสเซิ่ล ระบุ "สาลิกาดง" ไม่ควรจะเอา เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ มาคุมทีม เพราะมีตัวเลือกที่ดีกว่าอย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ชี้ ข้อเสียของ โปเช็ตติโน่ คือเขาไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย ต่างกับ เบนิเตซ ที่จะมีแชมป์ติดมือกับเกือบทุกทีมที่ไปรับงานด้วย

    
ไมเคิ่ล โชปรา อดีตกองหน้า นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กล่าวว่า "สาลิกาดง" ควรจะเมิน เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ แล้วไปเอา ราฟาเอล เบนิเตซ มาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่จะดีกว่า ถ้าหากพวกเขาอยากเปลี่ยนตัวกุนซือจริงๆ

นิวคาสเซิ่ล ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนเจ้าของทีมตลอดช่วงที่ผ่านมา ภายหลังกลุ่มทุนจากซาอุดิอาระเบียซึ่งนำโดยเจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งประเทศซาอุดีอาระเบีย เล็งที่จะเทคโอเวอร์ทีมด้วยข้อเสนอสูงระดับ 300 ล้านปอนด์ (ประมาณ 12,000 ล้านบาท) และมันก็มีข่าวตามมาด้วยว่าพวกเขาจะเอากุนซือคนใหม่มาคุมทีมแทน สตีฟ บรูซ ซึ่ง โปเช็ตติโน่ ถูกยกให้เป็นเต็ง 1 สำหรับเรื่องดังกล่าว

โชปรา เผยว่า "ส่วนตัวแล้วผมอยากได้ เบนิเตซ มากกว่า โปเช็ตติโน่ จริงอยู่ว่า โปเช็ตติโน่ สร้าง ท็อตแน่ม ขึ้นมาได้ทั้งที่ตอนแรกทีมแทบจะไม่มีอะไรเลย, พาทีมไปถึงนัดชิงชนะเลิศของ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้ และเคยเกือบที่จะได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ด้วย แต่ปัญหาเดียวเกี่ยวกับตัวเขาก็คือเขาไม่เคยได้แชมป์อะไรเลย มันทำให้ผมลังเลนิดหน่อย"

"ขณะที่ เบนิเตซ ยังถือว่ามีงานค้างคาอยู่ เขาทำได้ดีในตอนที่ยังอยู่กับทีม และมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับแฟนบอลด้วย เขาก็แค่ต้องการเงินมากขึ้นเพื่อที่จะพยายามทำให้ทีมไปติด 10 อันดับแรกของตารางคะแนนให้ได้เท่านั้น เบนิเตซ มีแผนสำหรับสโมสรอยู่แล้ว และเขาก็มักจะได้แชมป์กับเกือบทุกทีมที่เขาไปรับงานให้ด้วย"

สำหรับ เบนิเตซ นั้น เคยถูกแต่งตั้งเข้าไปคุม นิวคาสเซิ่ล เมื่อช่วงเดือนมีนาคม ปี 2016 โดยที่ตอนนั้นทีมอยู่ในกลุ่มลุ้นหนีตกชั้น ซึ่งถึงแม้สุดท้ายแล้ว นิวคาสเซิ่ล จะต้องตกชั้นหลังจบฤดูกาล 2015-16 แต่กุนซือชาวสแปนิชก็ยังอยู่กับทีมต่อ และพาทีมเลื่อนชั้นกลับมาได้อย่างรวดเร็วภายในซีซั่นเดียว อย่างไรก็ตาม พอถึงเดือนมิถุนายน ปี 2019 เบนิเตซ ก็ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีม และไปรับงานกับ ต้าเหลียน โปร ทีมในลีกสูงสุดของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

เช็กฟอร์มกันหน่อย!อาร์เซน่อลสนซิวมิลิคเสริมหอก(มีคลิป)

ปธ.นาโปลีปัดขายมีลิคให้ยูเว่-หวังส่งไปพรีเมียร์ | thsport.com

La Repubblica สื่อจากประเทศอิตาลี รายงานข่าวว่า อาร์เซน่อล สนใจคว้าตัว อาร์คาดิอุซ มิลิค กองหน้าของ นาโปลี เข้ามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท

   
เดิมที ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ตกเป็นข่าวให้ความสนใจ อาร์คาดิอุซ มิลิค กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ จากสโมสร นาโปลี เข้ามาร่วมทีม โดยล่าสุด สื่อดังกล่าวจากประเทศอิตาลี ระบุเพิ่มเติมว่า อาร์เซน่อล ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่จะดึงตัวไปร่วมงานเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นตัวแทนของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ที่มีแววย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

อย่างไรก็ตาม ยูเวนตุส ก็เป็นอีกทีมที่จ้องคว้าหัวหอกรายนี้ ทว่า ออเรลิโอ เดอ ลอเรนติส ประธานสโมสรของ นาโปลี ต้องการขายให้ทีมจาก พรีเมียร์ลีก มากกว่าที่จะปล่อยตัวให้คู่แข่งรวมลีก

สำหรับ มิลิค ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาอยู่กับ นาโปลี ด้วยค่าตัว 35 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยผลงานในซีซั่นนี้ทำได้ 9 ประตูจากการลงสนาม 16 นัดในศึก เซเรีย อา




หลีกทาง!มิลล์สชี้1ใน3แนวรุกใครหลุดตัวจริงถ้าแวร์เนอร์ซบลิเวอร์พูล

มิลส์" ชี้ "ฟีร์มิโน่" อาจหลุดตัวจริงหงส์ หาก "แวร์เนอร์" ย้ายมา ...

แดนนี่ มิลล์ส ชี้ ถ้าเกิด ลิเวอร์พูล ได้ตัว ติโม แวร์เนอร์ มาร่วมทัพแล้วนั้น คนที่อาจจะต้องหลุดจากการเป็นตัวจริงมากที่สุดคือ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ พร้อมระบุ "หงส์แดง" ต้องมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ เพื่อที่จะได้ขับเคี่ยวลุ้นแชมป์ทุกรายการได้

   
แดนนี่ มิลล์ส อดีตแบ็กขวาชาวอังกฤษ แสดงความเชื่อว่า โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ คีอคนที่ต้องหลุดจากตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถ้าหาก "หงส์แดง" คว้าตัว ติโม แวร์เนอร์ ดาวยิง แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทัพ

แวร์เนอร์ ตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่อง หลังจากทำผลงานได้โดดเด่นกับ ไลป์ซิก มาโดยตลอด อย่างเช่นซีซั่นนี้ที่ทำไป 20 ประตู กับอีก 12 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 39 นัดในทุกรายการ ซึ่งทีมที่มีข่าวกับเขามากที่สุดในช่วงที่ผ่านมาคือ ลิเวอร์พูล โดยที่แข้งวัย 24 ปี ก็มักจะให้สัมภาษณ์เชิงยกย่องทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ อยู่บ่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนก็ตั้งข้อสงสัยว่าถ้าเกิด แวร์เนอร์ มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล แล้วใครจะต้องเป็นตัวสำรอง หลังจากที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ ฟีร์มีโน่ 3 แนวรุกตัวจริงชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ก็เล่นกันได้ดีอยู่แล้ว

หลังจากโดนถามว่าใน 3 แนวรุกชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล นั้น ใครที่อาจจะต้องหลีกทางให้ถ้าเกิด แวร์เนอร์ ย้ายมายู่กับทีม มิลล์ส ก็ตอบว่า "ต้องบอกว่าคนๆ นั้นคือ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ติโม แวร์เนอร์ เป็นกองหน้าตัวเป้าที่ครบเครื่อง เขาเป็นนักเตะแบบหมายเลข 9 ที่สมบูรณ์แบบ เขาเป็นนักเตะแบบนั้น และสามารถเล่นในบทบาทแบบนั้นได้ดี"

"มันจะเกิดการแย่งตำแหน่งกัน และเขาก็เป็นกองหน้าชั้นยอดที่ยังอายุน้อยอยู่ รวมถึงยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเรียนรู้ คุณอยากทำให้ทีมของตัวเองมีคุณภาพดีขึ้นเป็นธรรมดาอยู่แล้ว มันจะมีช่วงที่ ลิเวอร์พูล อาจจะโดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน หรือนักเตะอาจจะติดภารกิจรับใช้ทีมชาติ ซึ่งการมีขุมกำลังที่มีคุณภาพดีทำให้เกมการเล่นอาจจะยังไหลลื่นต่อไปได้ มันจะทำให้พวกเขาไม่ต้องกังวลมากนัก ลองดูขุมกำลังของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นตัวอย่างดูก็ได้ว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน ลิเวอร์พูล เองก็จำเป็นต้องมีขุมกำลังแบบนั้นเพื่อที่จะได้มีลุ้นแชมป์ทั้งใน 3 รายการ (พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ เอฟเอ คัพ)"


วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

มาห์เรซรายล่า!ตีนแมวฉกนาฬิกาหรูมูลค่าเกือบ20ล้าน

มาห์เรซ” ถูกขโมยขึ้นบ้าน กวาดทรัพย์ 5 แสนปอนด์ เสียนาฬิกาหรู 3 เรือน

ริยาด มาห์เรซ กลายเป็นนักฟุตบอลระดับเวที พรีเมียร์ลีก รายล่าสุดที่โดนหัวขโมยโกยทรัพย์สินสุดหรู หลังก่อนหน้านี้ เดเล่ อัลลี ก็เคยโดนกระทำแบบนี้เช่นกันเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

   มาห์เรซ”มั่นใจเรือใบสีฟ้ามีดีคว้าแชมป์UCLได้ – innnews

ริยาด มาห์เรซ ปีกตัวพลิ้วของสโมสร แมนฯ ซิตี้ ถูกกลุ่มโจรเข้ามาขโมยทรัพย์สินสุดหรูถึงเพนท์เฮาส์ส่วนตัว รวมมูลค่าแล้วกว่า 500,000 ปอนด์ หรือประมาณ 19.6 ล้านบาท อีกทั้งยังฉกเงินสดไปได้อีก 50,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1.9 ล้านบาท และเสื้อฟุตบอลหายากที่มีราคาอยู่ที่ประมาณ 150,000 ปอนด์ หรือประมาณ 5.8 ล้านบาท

สำหรับ รายชื่อนาฬิกาหรู มีทั้ง แบรนด์ดังอย่าง Mille ที่มีราคา 230,000 ปอนด์, Rolex Daytona ราคา 40,000 ปอนด์ และ Rolex Day Date มูลค่า 35,000 ปอนด์ ซึ่งในแบรนด์ Mille นั้นถูกตีราคาไว้ถึง 1.6 ล้านปอนด์ เนื่องจากเป็นที่นิยมของนักสะสมในหมู่คนมีสตางค์ระดับนักกีฬาชั้นนำของโลก ซึ่งทำมาจากอัญมณีล้ำค่าและวัสดุเป็นแบบเดียวกันกับกระสวยอวกาศและรถแข่ง ฟอร์มูล่า วัน

นอกเหนือจาก มาห์เรซ แล้ว ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2020 นักฟุตบอลชื่อดังในเวที พรีเมียร์ลีก ต่างโดนหัวขโมยกวาดทรัพย์สินไปแล้วหลายคน ทั้ง มามาดู ซาโก้, ฮัมซ่า ชูดูรี่, แจ็ก กรีลิช และ เดเล่ อัลลี ที่เพิ่งโดนไปเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

นือเบลช่วยไม่ไหว! ชาลเก้โคม่าโดนเบรเมนบุกสอยคาถิ่น พ่าย4นัดรวด

เบรเมน บุกคว้าชัย - ชาลเก้ บู่ต่อเนื่องแพ้ 4 นัดรวด บุนเดสลีกา

ผลงานของ ชาลเก้ ยังกู่ไม่กลับหลังเปิดรังแพ้ แวร์เดอร์ เบรเมน 0-1 ทำให้ "ราชันสีน้ำเงิน" ปราชัยเป็นเกมที่ 4 ติดต่อกัน พร้อมกับสะกดคำว่าชนะไม่เป็น 11 นัดรวด หล่นมารั้งที่ 10 ของตาราง แม้เกมนี้จะให้โอกาส อเล็กซานเดอร์ นือเบล ผู้รักษาประตูตัวเก่งกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้ง ส่วนขุนพล "นกนางนวล" ยังรั้งที่รองบ๊วยมีแต้มตามโซนปลอดภัยอยู่ 3 คะแนน

   
การแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมัน ประจำวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 ที่สนาม เฟลตินส์ อารีน่า ระหว่าง ชาลเก้ 04 อันดับ 9 ของตาราง พบ แวร์เดอร์ เบรเมน ทีมอันดับ 17 ของตาราง

"ราชันสีน้ำเงิน" ของกุนซือ เดวิด ว้ากเนอร์ ผลงานแย่หนักสะกดคำว่าชนะไม่เป็น 10 นัดรวดในลีก เกมนี้ตัดสินใจส่ง อเล็กซานเดอร์ นือเบล ผู้รักษาประตูตัวเก่งกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริงอีกครั้งแทนที่ มาร์คุส ชูแบร์ท ที่โชว์ฟอร์มย่ำแย่หนัก โดยบรรดาแนวรุกยังนำมาโดย แร็บบี้ มาตอนโด้, มิชาเอล เกรกอริทส์ช และ ดาเนียล คาลิจิวรี่ 

ส่วน "นกนางนวล" ของกุนซือ โฟลเรียน โคห์เฟลด์ ได้ เควิน โฟ้กท์ ฟิตกลับมาลงเป็นตัวจริงอีกครั้ง ส่วนแนวรุกนำมาโดย มิลอต ราชิชา



ครึ่งแรกเริ่มมาเป็น เบรเมน ที่ครองเกมได้เหนือกว่าบุกพับสนามอยู่ฝ่ายเดียวในช่วง 10 นาทีแรก แต่ยังไม่มีจังหวะจบสกอร์

เบรเมน เริ่มเร่งเครื่องมากขึ้นเรื่อยๆ นาที 13 ได้โอกาสส่องครั้งแรกจาก ดาวี่ คลาสเซ่น วิ่งมาซัดด้วยขวาบริเวณกรอบเขตโทษแต่บอลไปแฉลบ ซาลิฟ ซาเน่ บอลลอยเข้ามือ อเล็กซานเดอร์ นือเบล รับสบาย

หลังจากนั้นยังเป็น "นกนางนวล" ที่ครองเกมได้เหนือกว่า และมาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ เมื่อ ฌอง-แคลร์ โตดิโบ พลาดขึ้นไปเสียบอลกลางสนาม ก่อนจะโดน มิลอต ราชิช่า ฉกบอลไปแล้วไหลต่อให้ เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท ปั่นด้วยซ้ายบอลเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม



ชาลเก้ มีโอกาสตอบโต้กลับมาบ้าง และได้โอกาสจบสกอร์ครั้งแรก ใน นาที 37 จากจังหวะฟรีคิก ฆวน มิรันด้า เปิดจากริมเส้นฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษให้ เวสตัน แม็คเคนนี่ ขึ้นมาโหม่งบอลหลุดกรอบออกไปนิดเดียว

ช่วงที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เบรเมน นำ ชาลเก้ 1-0

ครึ่งหลังเริ่มต้นมาไม่ถึงนาที ชาลเก้ ทักทายก่อนทันที เวสตัน แม็คเคนนี่ กระชากโซโล่เดี่ยวขึ้นมาหน้าเขตโทษแล้วตัดสินใจซัดด้วยขวาแต่บอลไม่ตรงกรอบ



เจ้าถิ่นดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าครึ่งแรก และเกือบได้ประตูตามตีเสมอ ใน นาที 53 แนวรับ เบรเมน สกัดไม่ขาดบอลไปเข้าทาง เบนิโต้ รามัน ตัวสำรองหลุดไปพยายามยิงยัดเสาแรกแต่ยังติดเซฟของ ยิรี่ พาฟเลนก้า พุ่งปัดออกหลังไปได้

นาที 57 "ราชันสีน้ำเงิน" ได้ลุ้นต่อเนื่อง ซาลิฟ ซาเน่ โหม่งตั้งให้ มิชาเอล เกรกอริทส์ช ตวัดยิงเร็วด้วยซ้ายในเขตโทษบอลเหินข้ามคานออกไปอีก

หลังจากนั้นยังเป็น ชาลเก้ ที่คุมเกมได้ทั้งหมดบุกใส่อยู่ฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายเจาะแนวรับ เบรเมน ไม่ได้ จบเกม ชาลเก้ เปิดบ้านแพ้ เบรเมน 0-1

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ชาลเก้ 04 (3-4-2-1) : อเล็กซานเดอร์ นือเบล - โอซาน คาบัค, ซาลิฟ ซาเน่, ฌอง-แคลร์ โตดิโบ (บาสเตียน ออคซิพก้า น.46) - จอนโจ เคนนี่, เวสตัน แม็คเคนนี่ (นัสซิม บูเยลับ น.55), อเลสซานโดร เชิพ์ฟ, ฆวน มิรันด้า (กีโด้ เบิร์กสตอลเลอร์ น.80) - แร็บบี้ มาตอนโด้ (เบนิโต้ รามัน น.46), มิชาเอล เกรกอริทส์ช (อาห์เหม็ด คูตูซู น.58), ดาเนียล คาลิจิวรี่

เทรนเนอร์ : เดวิด ว้ากเนอร์

เบรเมน (4-1-2-1-2) : ยิรี่ พาฟเลนก้า - เซบาสเตียน แลงก์แคมป์, เควิน โฟ้กท์, นิคลาส มอยซานเดอร์ - ธีโอดอร์ เกเบร เซลาสซี่, มักซิมิเลี่ยน เอ็กเกสไตน์, ดาวี่ คลาสเซ่น, มาร์โค ฟรีเดิล - เลโอนาร์โด้ บิทเท่นคอร์ท (ยูยะ โอซาโกะ น.46 - คริสเตียน โกรส น.90), ดาวี่ เซลเค่, มิลอต ราชิชา (ดาวีย์ เซลเค่ น.58)

เทรนเนอร์ : โฟลเรียน โคห์เฟลด์

มิลานทำช็อกจ้องเซ็นฟรีแข้งเบิร์นลี่ย์ซัมเมอร์นี้

มิลานสนใจเซ็นแข้งเบิร์นลีย์ | เดลินิวส์

เอซี มิลาน ให้ความสนใจเซ็นสัญญากับ เจฟฟ์ เฮนดริค มิดฟิลด์ของ เบิร์นลี่์ย์ ที่กำลังจะหมดสัญญากับต้นสังกัดในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก สกายสปอร์ต สื่อชื่อดังจากแดนผู้ดี

  
เจฟฟ์ เฮนดริค มิดฟิลด์ทีมชาติไอร์แลนด์ของสโมสรเบิร์นลี่ย์ กำลังจะหมดสัญญากับทีมดังจากถิ่น เทิร์ฟ มัวร์ ในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งจนถึงตอนนี้เจ้าตัวก็ยังไม่ได้จรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมต่อไป

โดยทาง สกายสปอร์ต รายงานว่า เอซี มิลาน บิ๊กทีมแห่ง กัลโช่ เซเรีย อา สนใจในตัว เฮนดริค ตั้งแต่ก่อนช่วงวิกฤติโคโรน่าไวรัสและกำลังพิจารณาคว้าตัวเข้าร่วมทีมหากเจ้าตัวไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดเดิม

สำหรับ เฮนดริค วัย 28 ปีเป็นกำลังหลักของ เบิร์นลี่ย์ มาโดยตลอดนับตั้งแต่ย้ายเข้าร่วมทีมเมื่อปี 2016 และติดทีมชาติไอร์แลนด์ไปแล้ว 54 นัด โดยผลงานในฤดูกาลนี้ทำได้ 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 24 เกม

บาร์ซ่ากางเงื่อนไข ทีมพรีเมียร์ฯยืมคูตินโญ่ จ่ายมาไม่แพง

ขายยาก... 'ต่างดาว' ตั้งราคาเช่า "คูตี้" 9 ลป. สำหรับทีมผู้ดี ...

มุนโด เดปอร์ติโบ สื่อดังจากคาตาลัน รายงานว่า บาร์เซโลน่า ต้องการเงินจำนวน 9 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 350 ล้านบาท จากสโมสรในเวที พรีเมียร์ลีก เพื่อเป็นค่ายืมตัวของ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ หลังจากไม่มีสโมสรไหนยอมทุ่มเงินตามที่ทีมตั้งค่าตัวเอาไว้

    
ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติบราซิล ถูกปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลนี้พร้อมออปชั่นซื้อขาด 107 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,200 ล้านบาท อย่างไรก็ตามทาง 'เสือใต้' ไม่เลือกใช้ออปชั่นดังกล่าว ทำให้เจ้าตัวต้องกลับถิ่น คัมป์ นู ในซีซั่นหน้า

ล่าสุดทาง สื่อเจ้าใหญ่แห่งคาตาลัน ระบุว่า บาร์เซโลน่า ต้องการที่จะถอนเงินคืนจากการที่ซื้อ คูตินโญ่ มาจาก ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ แต่กลับทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ โดยทาง 'เจ้าบุญทุ่ม' หวังจะปล่อยให้ทีมจาก พรีเมียร์ลีก ที่ให้ความสนใจในตัวแข้งรายนี้ ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซน่อล, แมนฯ ยูไนเต็ด หรือ เชลซี ยืมตัวไปใช้งาน

โดยทางสื่อดังกล่าว เผยว่า บาร์ซ่า มีความยินดีที่จะปล่อยให้ยืมตัว โดยเพียงแค่ต้องการค่ายืมตัวอยู่ที่ 8.97 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 350 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากไม่มีสโมสรไหนที่จะยอมจ่ายเงิน 71 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,800 ล้านบาทที่ทีมตั้งค่าหัวของ คูตินโญ่ เอาไว้

วิบากกรรมชีวิตอดีตเจ้าของฉายา "คาฟูแห่งลิเวอร์พูล"

วิบากกรรมชีวิตอดีตเจ้าของฉายา "คาฟูแห่งลิเวอร์พูล"

สำหรับผู้เล่นที่เคยติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตอนวัยแค่ 21 ปี และเคยเกือบได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล สมควรเหลือเกินที่เขาควรจะอยู่ในช่วงพีคสุด ๆ กับปัจจุบันที่มีอายุ 27 ปี

    
อย่างไรก็ตาม หลังวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป ดาวเตะผู้นี้จะกลายเป็นผู้เล่นไร้สังกัด ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์กลับถอยหลัง กราฟชีวิตที่เคยพุ่งสูงชิฟท์ลงเหมือนกลับมาเริ่มต้นใหม่

จอน ฟลาเนแกน โด่งดังเอามาก ๆ ตอนที่ก้าวขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เล่นแบ็กขวาก็ทำได้ดี โยกไปฝั่งซ้ายก็ไม่เคอะเขิน



ครั้งหนึ่งฟอร์มจัดจ้านจนเดอะ ค็อป เรียกติดปาก "สเกาส์ คาฟู" (Scouse Cafu) แถม คาฟู ตัวจริงยังออกมายกย่องด้วยตัวเอง, ก้าวไปติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ตอนอายุ 21 ปี และเกือบได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ตอนฤดูกาล 2013/14



ปัจจุบันด้วยวัย 27 ปี ฟลาเนแกน สมควรจะต้องเข้าสู่ช่วงพีคที่สุดของอาชีพนักฟุตบอล ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ได้เป็นแบบนั้น หลังวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป เขาจะกลายเป็นนักเตะไร้สังกัด และยังไม่รู้เลยว่าอนาคตจะยังมีโอกาสได้เล่นฟุตบอลในลีกระดับสูงอีกหรือเปล่า

คำถามคือทำไมกราฟชีวิตของ ฟลาเนแกน ถึงได้ร่วงเร็วขนาดนี้ มันใช่เพราะเรื่องอาการเจ็บหรือเปล่า? คำตอบทั้งหมดมีอยู่ด้านล่างนี้ครับ

จอน ฟลาเนแกน เป็นเข้าสู่รั้วอคาเดมี่ ลิเวอร์พูล ตั้งแต่อายุ 11 ขวบ เติบโตมาโดยมี สตีเว่น เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ เป็นไอดอล

เคนนี่ ดัลกลิช คือผู้เปิดโอกาสให้ ฟลาเนแกน ในวัย 18 ปี ประเดิมสนามทีมชุดใหญ่ 'หงส์แดง' ในเกมเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ตอนเดือนเมษายน ปี 2011



ใครจำได้เกมนั้น ไฮไลท์เด็ด ๆ ของ ฟลาเนแกน มีหลายช็อต โดยเฉพาะจังหวะเข้าสกัดใส่ แกเร็ธ แบร์รี่ จน เดอะ ค็อป ใน แอนฟิลด์ ส่งเสียงเชียร์กันดังลั่น ขณะที่ คิง เคนนี่ พูดหลังจบเกมพร้อมรอยยิ้มว่า "เจ้าเด็กคนนี้ทำได้ไม่เลวเลย"

หลังวันนั้น ฟลาเนแกน ลงสนามภายใต้ทีมของ ดัลกลิช อีก 14 นัด และก้าวเป็นตัวหลักเต็มตัวในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือคนต่อมา

ฤดูกาล 2013/14 นอกจากผลงานโดยรวมของ ลิเวอร์พูล ที่เกือบไปถึงฝั่งฝันบัลลังก์ พรีเมียร์ ลีก โดยส่วนตัว ฟอร์มของ ฟลาเนแกน ถือว่าทำได้เหนือความคาดหมายของทุก ๆ คน

หนึ่งในเกมที่ดีที่สุดของเขาคือ เกมที่ ลิเวอร์พูล บุกเสมอ เอฟเวอร์ตัน 3-3 ตอนช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2013 บรรดารุ่นพี่ในทีมปรบมือยกย่องในตอนที่เจ้าตัวเดินกลับเข้าห้องแต่งตัว โดย เจอร์ราร์ด เป็นหนึ่งในนั้น

"นั่นเป็นหนึ่งในฟอร์มการเล่นของเกมดาร์บี้แมตช์ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาในช่วงหลายปีมานี้ เขาเป็นดาวเด่นของเราในวันนี้อย่างเห็นได้ชัด" กัปตันทีมหงส์แดง กล่าวถึงแข้งรุ่นน้อง



1 เดือนให้หลัง ฟลาเนแกน ซัดลูกยิงสุดสวยจากจังหวะที่ หลุยส์ ซัวเรซ ครอสบอลมาให้ แล้วเขา ฮาล์ฟ-วอลเล่ย์ บอลพุ่งเสียบคานเข้าประตู ซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในประตูที่พา ลิเวอร์พูล ถล่ม ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ถึง ไวท์ ฮาร์ท เลน 5-0 และจนถึงตอนนั้นมันก็เป็นประตูเดียวในอาชีพการค้าแข้งของตัวเขาเอง

"ผมจะไม่มีวันลืมความรู้สึกของการทำประตูในวันนั้น, ได้ฉลองต่อหน้าแฟนบอลตรงอัฒจันทร์ของฝั่งทีมเยือน รวมถึงการที่ได้เห็นคุณพ่อของผมอยู่ในกลุ่มแฟนบอล" ฟลาเกแกน เปิดใจ

"นั่นเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดของผม ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าเราจะก้าวขึ้นมามีลุ้นแชมปืในซีซั่นนั้น แต่ในครึ่งหลังของฤดูกาลเราเล่นได้ดีอย่างต่อเนื่อง เราเล่นได้เยี่ยมมากๆ"

ฟอร์มโดดเด่นในฤดูกาลนั้น ทำให้ ฟลาเนแกน รับฉายา สเกาส์ คาฟู หรือประมาณว่า "คาฟู เวอร์ชั่นชาวสเกาส์" และน่าปลื้มใจสุด ๆ ขึ้นไปอีกเมื่อกัปตันทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์โลก ปี 2002 เคยเข้ามาดูฟอร์มและได้เห็นกับตาตัวเองเพื่อยืนยันว่าเด็กคนนี้คือของจริง

"เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการเป็นหนึ่งในฟูลแบ็กที่เก่งที่สุดของโลก" คาฟู กล่าวยืนยันกับ ฟลาเนแกน หลังทั้งคู่เจอกันในช่วงเกมท้ายฤดูกาล



"เราได้คุยกัน และ คาฟู ก็มอบชุดแข่งตัวหนึ่งของเขาให้กับผม ซึ่งตอนนี้ผมก็เอามันไปเก็บในที่ที่ปลอดภัยสุด ๆ มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากๆ ฉายา -สเกาส์ คาฟู- มันถูกพูดถึงเป็นครั้งแรกบน ทวิตเตอร์ และตอนแรกผมนึกว่ามันเป็นการแกล้งกัน ผมนึกว่ามันเป็นมุขขำๆ นิดหน่อย"

"อย่างไรก็ตาม มันก็เริ่มมีการพูดถึงฉายานั้นเรื่อย ๆ และจู่ ๆ ผมก็ได้นั่งร่วมกับ คาฟู ส่วนเขาก็ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่ว่าเขาคิดว่าผมมีดีแค่ไหน เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่ก็เป็นเรื่องเยี่ยมที่ได้เจอกับตำนานแบบเขา" ฟลาเนแกน กล่าว

แน่นอนว่าฟอร์มการเล่นแบบนี้ ย่อมส่งผลถึงการติดทีมชาติ ฟลาเนแกน มีชื่อติดทีมชาติอังกฤษ ในเกมอุ่นเครื่องกับ เอกวาดอร์ ก่อนทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2014 จะเริ่มขึ้น

นั่นคือช่วงเวลาเหมือนฝันของชีวิตนักฟุตบอลดาวรุ่งคนหนึ่งจะคนึงได้



"คุณพ่อของผม ท่านเก็บเสื้อกับหมวกจากการติดทีมชาติอังกฤษของผมเอาไว้ ผมรู้ดีว่าผมได้ลงเล่นไปจริง ๆ แค่นัดเดียว แต่ผมก็รู้สึกภูมิใจมาก ๆ กับเรื่องนั้น ไม่มีใครที่จะพรากความรู้สึกแบบนั้นไปจากผมได้"

"การได้เล่นให้ทั้ง ลิเวอร์พูล และ อังกฤษ ถือเป็นจุดสูงสุดของผม มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านั้นแล้ว"

อย่างไรก็ตาม ฟลาเนแกน เจออุปสรรคครั้งใหญ่ที่ไม่สามารถต่อยอดจากจุดที่ยืนอยู่ ฤดูกาล 2014/15 อาการบาดเจ็บตรงเข่าซ้ายทำให้เขาต้องเข้าผ่าตัด 2 ครั้ง เพื่อรักษาปัญหาตรงกระดูกอ่อน

ช่วงเวลาพักฟื้นและหายหน้าไปจากทีมราว 619 วัน เป็นช่วงรอยต่อของยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เข้ามาทำทีมแทน ร็อดเจอร์ส แต่ ฟลาเนแกน ก็ยังได้รับโอกาสจาก คล็อปป์ ได้กลับมาลงเล่นทีมชุดใหญ่ ในเกม เอฟเอ คัพ ที่เจอกับ เอ็กเซเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2016

วันนั้น ฟลาเนแกน ลงมาเป็นตัวสำรอง และได้รับเสียงปรบมือดังกึกก้องจาก เดอะ ค็อป ใน แอนฟิลด์

"การต้อนรับที่ผมได้รับในคืนนั้นมันมีความหมายมาก ๆ ผมเคยมีช่วงเวลาที่เลวร้ายกับการที่พยายามจะกลับมาจากการที่ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกายเป็นเวลานานถึง 2 ครั้ง การที่แฟนบอลให้กำลังใจผมแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ พวกเขารู้ดีว่าการได้เล่นให้ ลิเวอร์พูล มันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน"

คล็อปป์ รู้ดีว่า ฟลาเนแกน ยังไม่สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เขาใช้งานลูกทีมคนนี้อย่างระมัดระวัง แต่พอได้เห็นฟอร์มที่ ฟลาเนแกน จัดการกับ ราฮีม สเตอร์ลิง อดีตเด็กเก่า 'หงส์แดง' ได้อย่างอยู่หมัด และอีก 2 เดือนต่อมา คล็อปป์ มั่นใจมากว่า ฟลานาแกน คู่ควรกับการได้สัญญาฉบับใหม่

ฟลาเนแกน ฉลองการต่อสัญญาฉบับใหม่ ด้วยการรับบทบาทเป็นกัปตันทีม หลังจากที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่ได้ลงเล่นในเกม พรีเมียร์ลีก นัดที่ ลิเวอร์พูล ไปเยือน เซาธ์แฮมป์ตัน

อย่างไรก็ตาม เกมวันนั้น ฟลาเนแกน ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าไหร่ ซึ่งคนที่ทำให้เขาเจอปัญหาก็คือผู้เล่นที่เข้ามาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในเวลาต่อมา



"มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ ที่ เจอร์เก้น ให้เกียรตินั้นกับผม น่าเสียดายที่เกมการเล่นมันไม่เป็นไปตามที่เราวางแผนกันเอาไว้ ที่จริงวันนั้น ซาดิโอ มาเน่ เล่นงานผมอย่างหนักจนกลายเป็นการทำให้วันที่น่าจดจำของผมต้องพังทลายเลย"

"ตอนแรกเรานำอยู่ 2-0 และกำลังจะเก็บชัยชนะได้ แต่แล้วเขา (มาเน่) ก็ลงมาพร้อมกับทำได้ 2 ประตู ผมคิดว่าวันนั้นเหมือนกับว่าผมช่วยทำให้เขาได้ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ ซาดิโอ ควรจะต้องขอบคุณผมนะ!"

ซัมเมอร์ ปี 2016 ฟลาเนแกน โดนปล่อยยืมตัวไปอยู่กับ เบิร์นลี่ย์ ทว่าเขาไม่สามารถยึดตัวจริงที่ เทิร์ฟ มัวร์ ได้ แล้วจากนั้นก็กลับมาที่ แอนฟิลด์ ตามเดิม

อย่างไรก็ดี การแจ้งเกิดของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และการย้ายเข้ามาของ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ทำให้ ฟลานาแกน กลายเป็นตัวเลือกลำดับท้าย ๆ ของทีม



ขณะเดียวกัน ตอนที่เขาย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ โบลตัน ในตลาดช่วงเดือนมกราคม มีประเด็นร้ายแรงเกิดขึ้นเกี่ยวกับ ฟลาเนแกน เขาถูกสั่งให้บำเพ็ญประโยชน์เป็นเวลา 12 เดือน และต้องทำงานอาสาสมัคร หรือประมาณว่าทำงานแบบไม่ได้รับค่าจ้างใด ๆ เป็นเวลา 40 ชั่วโมง

สาเหตุเพราะเขาโดนคดีทำร้ายร่างกาย ราเชล แฟนสาวของตัวเอง

ฟลาเนแกน ในสภาพที่เมาจัด ก่อเรื่องใส่แฟนสาวตรงใจกลางเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งกล้องวงจรปิดที่ ดุ๊ค สตรีท จับภาพเอาไว้ได้ชัดเจนว่าตอนช่วงเวลา 03.20 น. ของวันที่ 22 ธันวาคม ฟลานาแกน ผลักแฟนสาวใส่กำแพง 2 ครั้ง ก่อนจะพยายามเตะใส่ ซึ่งคลิปนั้นก็ถูกนำไปใช้พิจารณาคดีในชั้นศาล

ลิเวอร์พูล ออกมาประณามการกระทำของ ฟลาเนแกน ในแนวทางที่รุนแรงที่สดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ทำถึงขั้นไล่ออกจากทีมเพราะเจ้าตัวก็ให้การยอมรับผิดในข้อหาไปแล้ว

สโมสรเข้าใจดีว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งเอาจริง ๆ ก็ไม่ใช่นิสัยตามปกติของเขา โดยผู้หลักผู้ใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เลือกที่จะให้การเยียวยาและเลือกจะไม่ฉีกสัญญาของ ฟลาเนแกน ทิ้งไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ฟลาเนแกน ก็ไม่ได้ลงสนามให้กับทีมรักตั้งแต่วัยเด็กของตัวเองอีกเลย นัดสุดท้ายของเขากับ ลิเวอร์พูล คือเกมลีก คัพ ที่ ลิเวอร์พูล แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงเดือนกันยายน ปี 2017



"คล็อปป์ ปฏิบัติกับผมได้ดีมาก ๆ มีบางคนที่เรียกร้องให้ ลิเวอร์พูล ยกเลิกสัญญาของผมซะ แต่สโมสรอยู่เคียงข้างผม ซึ่งผมก็รู้สึกซาบซึ้งกับเรื่องนั้น"

"พวกเขารู้ดีว่าผมเป็นคนยังไง, รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และรู้ว่าผมเสียใจมากแค่ไหน ผมไม่อยากบอกลา ลิเวอร์พูล ในรูปแบบนี้เลย ผมไม่เคยได้ลาทีมแบบเหมาะสม ผมย้ายไปอยู่กับ โบลตัน ด้วยสัญญายืมตัวโดยที่รู้ดีว่านั่นแทบจะเป็นจุดจบของผมกับ ลิเวอร์พูล ก็ว่าได้ มันเป็นตอนจบที่น่าเศร้าสุด ๆ"

หลังจากหมดสัญญายืมตัวกับ โบลตัน ฟลาเนแกน ก็ย้ายไปร่วมทีม เรนเจอร์ส แบบไร้ค่าตัว ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2018 ซึ่งที่นั่นมี เจอร์ราร์ด รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีม



"ผมรู้สึกสำนึกผิดกับทุกเรื่องในประเด็นนั้น" ฟลาเนแกน ก้มหน้ายอมรับเรื่องที่ผิดพลาด

"เราทะเลาะกันในสภาพที่เมาจัดหลังออกมาเที่ยวกันตอนกลางคืน เราต่างก็ดื่มเหล้ากันมากเกินไป และก็บานปลายจนถึงขั้นมีการผลักกัน มันไม่ควรจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเลย ผมไม่มีข้อแก้ตัวใด ๆ ทั้งนั้น"

"นั่นคือช่วงเวลาที่เลวร้ายทั้งสำหรับผม ครอบครัว และสำหรับแฟนสาวของผมเอง มันไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นมาก่อนเลย และหลังจากนั้นมันก็ไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นอีกแม้แต่ครั้งเดียว ผมรู้ดีว่าตัวเองเป็นคนยังไง ส่วนคนที่ใกล้ชิดกับผม ไม่ว่าจะทั้งเพื่อน ๆ และครอบครัวของผมก็รู้ดีเหมือนกันว่าผมเป็นคนยังไง"

"ผมทำงานอาสาสมัครที่ธนาคารอาหาร โดยผมรับหน้าที่ช่วยส่งของ มันช่วยทำให้ผมได้รู้ว่าผู้คนต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากแค่ไหน ราเชล กับผมยังคบกันอยู่ เราปรับความเข้าใจกันได้แล้ว และมีความสุขกันดี แน่นอนว่าผมหวังว่าตัวเองจะย้อนเวลากลับไปเปลี่ยนเรื่องต่าง ๆ ได้ แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ สิ่งเดียวที่ผมทำได้คือคิดเกี่ยวกับอนาคต"

ถึงตอนนี้ ฟลาเนแกน ยอมรับว่าตัวเองตอนนี้มีร่างกายที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อนเยอะ เขาดูแลตัวเองมากขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีดีพอที่จะเล่นระดับอาชีพ และ



"ทุกวันนี้ผมออกมาวิ่งอยู่ตลอด สิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้คือการทำให้ตัวเองมีสภาพร่างกายดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อที่ผมจะได้พร้อมแสดงให้เห็นว่าผมสามารถทำอะไรได้ในตอนที่มีคนติดต่อมาหาผม

"จริงอยู่ว่าผมเคยต้องรับการผ่าตัดตรงหัวเข่า 2 ครั้งในตอนที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล แต่มันไม่ได้สร้างปัญหาให้กับผมอีกต่อไปแล้ว ความจริงก็คือผมฟิตเต็มที่ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่"



"ผมอายุ 27 ปีแล้ว และผมเชื่อว่าผมยังเหลือช่วงเวลาที่จะเล่นได้ดีที่สุดในอาชีพการเล่นของตัวเองอยู่"

"ผมพร้อมรับฟังทุกข้อเสนอ ผมก็แค่อยากกลับไปเล่นในระดับที่ผมรู้ดีว่าตัวเองมีดีพอที่จะเล่นในระดับนั้นได้" ฟลาเนแกน กล่าวปิดท้าย

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

เมสซี่ตกบัลลังก์ โรนัลโด้แซง แต่ไม่ใช่เบอร์1!เผยนักกีฬาทำรายได้มากสุดประจำปี2020

เปิด 10 อันดับนักกีฬารายได้สูงสุด 2020 โด้-เมสซี โดนแซงแล้ว

ฟอร์บส์ สื่อด้านการเงินระดับโลก จัดอันดับเรื่องรายได้ของนักกีฬาชายประจำปี 2020 โดยที่ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ พุ่งมาเป็นอันดับ 1 ขณะที่แชมป์เก่าอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หล่นไปเป็นที่ 3

   
โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสคนดัง กลายเป็นนักกีฬาชายที่ทำรายได้สูงสุดของโลกตามการจัดอันดับประจำปี 2020 ของ ฟอร์บส์ สื่อด้านการเงินชื่อดัง หลังจากที่เขาทำรายได้ตลอดช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาได้ 106.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,401.6 ล้านบาท)

ที่จริงปีก่อน เฟเดอเรอร์ เป็นเพียงอันดับ 5 ในชาร์ตนี้ จากการมีรายได้ 93.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,988.8 ล้านบาท) โดยในจำนวนรายได้ 106.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่เขาทำได้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมานั้น มีถึง 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,200 ล้านบาท) ที่มาจากสัญญากับบรรดาสปอนเซอร์

สำหรับ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนดังของ บาร์เซโลน่า ที่เป็นแชมป์เมื่อปีก่อน ตกไปเป็นอันดับ 3 หลังจากทำรายได้ไป 104 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,328 ล้านบาท) ส่วนอันดับ 2 ตกเป็นของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวยิง ยูเวนตุส ที่ทำเงินไป 105 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,360 ล้านบาท)

ทั้งนี้ เนย์มาร์ ศูนย์หน้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ครองที่ 4 ด้วยรายได้ 95.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,056 ล้านบาท) ขณะที่ เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอลคนดังของ ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส ได้ที่ 5 จากรายได้ 88.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,822.4 ล้านบาท)

สรุปนักกีฬาที่ทำรายได้มากที่สุด 10 อันดับแรก ตามการจัดอันดับประจำปี 2020 ของ ฟอร์บส์
1. โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (เทนนิส) 106.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,401.6 ล้านบาท)
2. คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ฟุตบอล) 105 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,360 ล้านบาท)
3. ลิโอเนล เมสซี่ (ฟุตบอล) 104 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,328 ล้านบาท)
4. เนย์มาร์ (ฟุตบอล) 95.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,056 ล้านบาท)
5. เลบรอน เจมส์ (บาสเกตบอล) 88.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,822.4 ล้านบาท)
6. สตีเฟ่น เคอร์รี่ (บาสเกตบอล) 74.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,380.8 ล้านบาท)
7. เควิน ดูแรนท์ (บาสเกตบอล) 63.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 2,044.8 ล้านบาท)
8. ไทเกอร์ วู้ดส์ (กอล์ฟ) 62.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,993.6 ล้านบาท)
9. เคิร์ค เคาซิ่่นส์ (อเมริกันฟุตบอล) 60.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,936 ล้านบาท)
10. คาร์สัน เวนท์ซ (อเมริกันฟุตบอล) 59.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1,891.2 ล้านบาท)




อยากกลับหรือไม่?กรูยิชตอบชัดหลังมีกระแสเรียกร้องคืนทัพลิเวอร์พูล

เจาะผลงาน มาร์โก กรูยิช : ดีพอหวนสวมเสื้อ ลิเวอร์พูล จริงๆ

หลังจากที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล บางคนอยากให้ มาร์โก กรูยิช กลับมาเล่นกับทีมนั้น ล่าสุดเจ้าตัวก็เปิดใจเองว่าอยากจะกลับไปเล่นกับ "หงส์แดง" และเป็นกำลังหลักกับที่นั่นเหมือนกัน พร้อมบอกว่าได้คุยกับ จูเลียน วอร์ด เจ้าหน้าที่ของทีมอย่างต่อเนื่องด้วย

    
มาร์โก กรูยิช กองกลางที่ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปล่อยให้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ยืมตัวไปใช้งานนั้น กล่าวว่าตนยังมีความฝันที่จะได้ลงเล่นและเป็นกำลังหลักของ "หงส์แดง" อยู่

กรูยิช ย้ายจาก เซอร์เวน่า ซเวซด้า (เร้ด สตาร์ เบลเกรด) มาอยู่กับ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2016 แต่เขาก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมายึดเตำแหน่งตัวจริงให้ทีมกับได้ ซึ่งเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 เขาก็ต้องไปเล่นแบบยืมตัวกับ แฮร์ธ่า และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้ดีจนทีมของเยอรมนียืดสัญญายืมตัวกับเขาให้มีผลในฤดูกาลนี้ต่อ โดยเมื่อไม่นานมานี้ก็มีแฟนบอล ลิเวอร์พูล บางส่วนที่แสดงความต้องการให้เขากลับมาเล่นกับทีมด้วย

ทั้งนี้ ไม่นานมานี้ กรูยิช ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ ลิเวอร์พูล และพอโดนถรามว่าเขายังติดต่อกับคนของ ลิเวอร์พูล อยู่บ้างหรีอไม่ เจ้าตัวก็ตอบว่า "หลักๆ แล้วผมติดต่อกับ จูเลียน (วอร์ด ผู้จัดการฝ่ายพันธมิตรด้านการยืมตัวและด้านฟุตบอลของ ลิเวอร์พูล) เขาคุยกับผมเกี่ยวกับการซ้อม, การออกกำลังกายที่บ้านอยู่ตลอด ส่วนช่วงนี้เราก็มักจะพูดกันทั้งในช่วงก่อนและหลังเกมอยู่เสมอในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าเราสามารถปรับปรุงด้านไหนกันได้บ้าง"

"แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่มีความหมายมากๆ ผมยังเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล และสักวันหนึ่งผมก็อยากจะเป็นคนที่ได้ลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง สำหรับผมแล้วการได้เล่นให้สโมสรยังเป็นความฝันของผมอยู่ ดังนั้นเราเลยยังติดต่อกันอยู่บ้าง"

ไร้ประโยชน์!เบอร์บาตอฟชี้ชัดแมนยูไม่มีที่ว่างสำหรับคูตินโญ่

อย่าไปสน!! เบิร์บแนะ ผีแดงเลี่ยงแจมล่าคูตี้ แค่บรูโน่ก็เพียงพอแล้ว

หลังจากที่ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ตลอดช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ก็มองว่า "ปีศาจแดง" ไม่จำเป็นต้องเอาอดีตดาวเตะ ลิเวอร์พูล มาร่วมทัพเลย โดยถึงขั้นมองว่ามันจะเป็นการเสริมทัพที่ไร้ประโยชน์ เพราะพวกเขามีแผงมิดฟิลด์ที่ดีพอตัวอยู่แล้ว

    
ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ อดีตยอดกองหน้าชาวบัลแกเรีย แสดงความเห็นว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนึ่งในอดีตต้นสังกัดของตนในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไม่จำเป็นต้องคว้าตัว ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ บาร์เซโลน่า มาร่วมทีมแต่อย่างใด

แมนฯ ยูไนเต็ด คือหนึ่งในทีมที่มีข่าวกับ คูตินโญ่ ตลอดช่วงที่ผ่านมา หลังจาก บาเยิร์น มิวนิค ทีมที่ตอนนี้ยืมดาวเตะชาวบราซิเลียนไปใช้งานนั้น ทำท่าว่าจะไม่ซื้อขาดเขา และต่อให้ คูตินโญ่ จะกลับไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า หลังจบซีซั่นนี้ แต่เขาก็มีโอกาสน้อยที่จะพลิกสถานการณ์จนกลายเป็นตัวจริงของที่นั่นได้

เบอร์บาตอฟ เผยว่า "มีหลายสโมสรใน พรีเมียร์ลีก ที่มีข่าวกับเขา ไม่ว่าจะเป็น อาร์เซน่อล, เชลซี, นิวคาสเซิ่ล และแม้กระทั่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่บางครั้งตัวเลือกที่ชัดเจนที่สุดก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกต้องเสมอไป ทุกคนเคยคิดกันว่าเขาจะไปได้สวยในตอนที่ย้ายไป บาร์เซโลน่า แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นอย่างนั้น บางครั้งคุณต้องยอมถอยหลังบ้าง"

"แน่นอนว่าเขาจะได้ย้ายไปเล่นกับทีมที่ดี แต่เขาต้องการความเชื่อใจจากผู้จัดการทีมด้วย เขาต้องการคนที่เชื่อมั่นใจตัวเขา และคนที่จะทำให้เขาเป็นกำลังหลักของทีม เพื่อที่เขาจะสามารถเล่นอย่างใจเย็นได้ และสามารถทำเรื่องต่างๆ ได้อย่างเป็นอิสระ"

"คนอื่นๆ จะมองถึงการที่เขามีข่าวกับ ยูไนเต็ด, มองถึงการที่เขามีความสัมพันธ์กับ ลิเวอร์พูล และการที่เขาจะไม่มีวันได้รับการยกโทษถ้าย้ายไปเล่นที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ว่ากันตามตรงเลยนะ ตอนนี้ ยูไนเต็ด ไม่ต้องการนักเตะสไตล์เขาหรอก บรูโน่ แฟร์นันด์ส ก็มีสไตล์คล้ายกับเขามากๆ อยู่แล้ว เขาทำผลงานกับทีมได้ดีทันที และดูเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นผมเลยคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ ยูไนเต็ด จะเซ็นสัญญากับเขา ตอนนี้ ป็อกบา กำลังจะกลับมาแล้ว นอกจากนี้พวกเขาก็ยังมี แฟร์นันด์ส อยู่ แถม (สกอตต์) แม็คโทมิเนย์ ก็กำลังเล่นได้ยอดเยี่ยมเหมือนกันด้วย พวกเขามีนักเตะที่มีคุณภาพมากพออยู่แล้ว ดังนั้นการเซ็นสัญญากับ คูตินโญ่ เลยเป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์"

จริงหรือไม่? "ฮันซี่ ฟลิค" พา "เสือใต้" ทำสถิติเหนือ "จุ๊ปป์ ไฮย์เกส" และ "เป๊ป กวาร์ดิโอล่า"

เสือใต้ยุค'ฮันซี่ ฟลิค' - Tintin Park | Champions league, Bayern ...

จุ๊ปป์ ไฮย์เกส เคยพาบาเยิร์น มิวนิค คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ในฤดูกาล 2012/13 ได้อย่างยิ่งใหญ่ จากนั้นในฤดูกาลต่อมาเป๊ป กวาดิโอล่า ก็ก้าวเข้ามากุมบังเหียนทีม "เสือใต้" และพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ในทันที แน่นอนว่าผลงานการคุมทีมของเฮดโค้ชทั้งสองคนนี้ยังคงตรึงใจสาวกบาเยิร์นมาจนถึงปัจจุบัน

  
แต่สำหรับในฤดูกาลล่าสุด ฮันซี่ ฟลิค ที่มี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อัลฟอนโซ่ เดวีส์ และพลพรรคเสือใต้คนอื่นๆ กำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ของทีมบาเยิร์น มิวนิคให้สูงขึ้นยิ่งกว่าเดิม

หลังฟิลิปป์ ลาห์ม ชูถ้วยแชมป์ "บิ๊กเอียร์" หรือแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่สนามเวมบลีย์กรุงลอนดอนเมื่อปี 2013 บาเยิร์นก็กลายเป็นทีมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งในประเทศและทวีปยุโรป แม้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ก้าวเข้ามารับหน้าที่แทนไฮน์เกสจะไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้เท่าเดิม แต่เขาก็ยังรักษาบัลลังก์แชมป์บุนเดสลีกาของบาเยิร์นไว้ได้ตั้งแต่จบแมตช์เดย์ที่ 28

ขณะที่บาเยิร์นในยุคของฮันซี่ ฟลิคก็เพิ่งจะจบเกม "แดร์คลาสสิกเคอร์" ซึ่งเป็นแมตช์เดย์ที่ 28 ของฤดูกาลไปสดๆ ร้อนๆ โดยบุกไปเฉือนชนะทีม "เสือเหลือง" ได้ถึงถิ่นซิกนัล อิดูน่าพาร์ค พร้อมทำแต้มทิ้งห่างรองจ่าฝูง 7 คะแนน โอกาสในการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 8 ติดต่อกันนั้นสดใสสุดๆ

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ฟลิค เข้ามารับตำแหน่งกุนซือแทน นิโก้ โควัช โดยที่บาเยิร์นหล่นไปอยู่ในอันดับที่ 4 ของตาราง และกระทั่งถึงตอนนี้ ฟลิคก็ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของบุนเดสลีกาในเชิงสถิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เขาพาทีมคว้าชัยชนะถึง 14 จาก 17 เกมบุนเดสลีกา คิดเป็นอัตราการชนะถึง 82% ทำคะแนนเฉลี่ย 2.5 แต้มต่อเกม ซึ่งแม้จะยังตามสถิติของเป๊ปที่ 2.6 คะแนนและของไฮน์เกสที่ 2.7 คะแนน แต่นั่นก็เพียงพอให้ฟลิคได้รับสัญญาจากสโมสรให้คุมทีมยาวไปถึงปี 2023



สำหรับกุนซือวัย 55 ปีนั้นเคยเป็นผู้เล่นทีมเสือใต้ในช่วงปลายยุค 80 ฟลิคกล่าวถึงบาเยิร์นในยุคนั้นว่า "ในยุคที่ผมเป็นนักเตะ เราสนใจแค่ความสำเร็จเท่านั้น คุณจะชนะ 1-0 ก็ได้ ไม่สนว่าจะต้องทำอย่างไร ทุกวันนี้แค่ชนะยังไม่พอ แน่นอนล่ะในตอนจบคุณจะต้องคว้าแชมป์ได้ด้วย แต่ผมก็เข้าใจอย่างเต็มอกว่าบาเยิร์นนั้นมีความทะเยอทะยานที่จะให้อะไรแฟนบอลมากกว่าชัยชนะ 1-0"

ฮันซี่เข้าใจและทำให้เห็นได้ด้วย ตั้งแต่คุมทีมมา มีเพียงนัดเดียวที่เสมอกับไลป์ซิกเท่านั้นที่บาเยิร์นไม่สามารถทำประตูได้ ส่วนที่ชนะ 1-0 ก็มีแค่นัดเดียวเท่านั้น นอกนั้นทีมเสือใต้ยิงระเบิดอย่างที่เห็น

ในเกมที่พลพรรคเสือใต้เอาชนะอูนิโอน เบอร์ลิน 2-0 นับเป็นการคุมทีมบาเยิร์นนัดที่ 16 ของฟลิค ซึ่งนำบาเยิร์นยิงครบ 50 ประตูในลีกจากการลงแข่ง 16 นัดเท่านั้น ต่อด้วยชัยชนะเหนือไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต 5-2 ทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาที่ยิงครบ 80 ประตูหลังจบแมตช์เดย์ 27

สถิติการยิงประตูนี่แหละที่ฟลิคทำได้ดีกว่าเป๊ปและไฮน์เคสอย่างชัดเจน บาเยิร์นภายใต้การคุมทีมของฟลิคเจาะต่าข่ายคู่แข่งเฉลี่ย 3.2 ประตูต่อนัด และนี่คือสถิติที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบุนเดสลีกาทีเดียว ยังไม่นับอัตราเฉลี่ยที่บาเยิร์นยิงในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกที่ทำได้ถึง 3.5 ประตูต่อนัด

แน่นอนว่าเมื่อมีเลวานดอฟสกี้เป็นหัวหอกประจำทีม การทำประตูมันก็กลายเป็นเรื่องง่ายไปหมด เลวานยิงไปแล้ว 27 ประตูในฤดูกาลนี้ เหลือเวลาให้ทำลายสถิติยิงฤดูกาลเดียว 40 ประตูของแกร์ด มุลเลอร์ ที่ทำไว้ในฤดูกาล 1971/72 อีก 6 เกม แม้จะไม่ง่าย แต่ฟลิคก็ยังเชื่อว่าถ้าจะมีใครทำได้ ก็คงต้องเป็นหัวหอกชาวโปแลนด์คนนี้แหละ



ไม่ใช่แค่เด่นเรื่องยิงประตู แต่ฟลิคยังทำได้ดีในเรื่องป้องกันประตูด้วยเช่นกัน เขาคุมทีมบาเยิร์นโดยมีสถิติเสียประตูเพียง 0.69 ประตูต่อเกมและเก็บคลีนชีทไปแล้วถึง 11 ครั้ง ฟลิคสร้างทีมบาเยิร์นโดยให้นักเตะใช้หยาดเหงื่อควบคู่ไปกับฝีเท้า ทีมบาเยิร์นของเขาวิ่งเฉลี่ยรวมแต่ละนัดมากกว่าทีมบาเยิร์นในยุคของไฮน์เกสถึง 1.8 ไมล์และมากกว่ายุคของเป๊ป 1.2 ไมล์ แถมยังสั่งให้ลูกทีมวิ่งสู้ฟัดอย่างเข้มข้น วิ่งสปริ้นท์เฉลี่ยรวมถึง 261 ครั้งต่อเกม เทียบกับตัวเลขของบาเยิร์นในยุคไฮน์เคสที่ 165 ครั้งต่อเกม และของเป๊ปที่ 214 ครั้งต่อเกม

แต่ความสุดยอดของบาเยิร์นจะยังไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน อัลฟอนโซ เดวีส์ แข้งดาวรุ่งชาวแคนาดาของบาเยิร์นออกมากล่าวหลังจบเกมกับอูนิโอนว่า "แน่นอนว่ายังมีที่ว่างที่จะพัฒนาได้อีก ทุกอย่างที่คุณทำ คุณสามารถพัฒนามันได้ทั้งนั้น เรายังเล่นได้ไม่ดีที่สุดในเกมนี้ แต่เราจะกลับไปทบทวนมันในตอนฝึกซ้อมและปรับปรุงมันใหม่"

หากฟลิคยังรักษาสถิติอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ไว้ได้ บาเยิร์นในยุคของไฮน์เกสหรือเป๊บก็คงกลายเป็นฝุ่นไปในไม่ช้าแน่ๆ...


นำไปใช้ตาม!กิ๊กส์เผยคำพูดของป๋าที่บอกกับนักเตะก่อนแข่ง

กิกส์” เลือก 3 แข้งรุ่นใหม่เจ๋งสุด เป้าหมายแมนยูฯ ติดโผ

ไรอัน กิ๊กส์ ระบุ เซอร์ อเล์กซ์ เฟอร์กูสัน มักจะบอกนักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่บ่อยๆ ว่าให้สนุกกับตัวเองในช่วงก่อนที่จะลงเล่น ซึ่งตนก็เห็นด้วยจนทำอย่างนั้นกับนักเตะทีมชาติเวลส์ในทุกครั้งที่นำทีมลงเล่น

    
ไรอัน กิ๊กส์ ตำนานปีกซ้ายของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือ "ปีศาจแดง" มักจะบอกให้นักเตะสนุกกับตัวเองในตอนก่อนลงสนาม

กิ๊กส์ ได้ร่วมงานกับ เฟอร์กูสัน เป็นเวลาหลายปีในตอนที่ทั้งคู่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และต่างก็เป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำให้ทีมประสบความสำเร็จอย่างเป็นกอบเป็นกำจนทำให้พวกเขาต่างก็ได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานของวงการฟุตบอล ซึ่งตอนนี้ กิ๊กส์ ก็หันมาทำงานกุนซือเหมือนกัน ด้วยการเป็นผู้จัดการทีมชาติเวลส์

อดีตแข้งคนดัง เผยว่า "ผมคิดว่าหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คนมักจะลืมกันคือคุณต้องสนุกกับตัวเอง นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ผมมักจะพูดกับลูกทีมในตอนที่พวกเขาลงไปเล่น และที่จริงแล้วนั่นก็เป็นสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ มักจะพูดกับนักเตะในช่วงก่อนที่เราจะลงไปเล่น เขามักจะบอกให้คุณสนุกกับตัวเอง การทำอย่างนั้นจะช่วยทำให้คุณแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมาได้ นั่นเป็นช่วงที่คุณจะเล่นด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดของตัวเองได้"

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM

บอลเดนมาร์คใช้แอพฯ "ซูม"ดึงกองเชียร์เข้าสนาม

ท่ามกลางกระแสการเตะแบบปิดสนามในลีกต่างๆ ทั่วโลกนั้น ทีมในลีกเดนมาร์กถือว่าสร้างความแหวกแนวสุดๆ ด้วยการให้แฟนบอลชมเกมผ่านโปรแกรม Zoom ผ่านทางจอขนาดใหญ่ที่ตั้งตรงหลังป้ายโฆษณา

     
เอจีเอฟ อาร์ฮุส ทีมในศึกแดนิช ซูเปอร์ลีกา หรือลีกสูงสุดของประเทศเดนมาร์ก สร้างความฮือฮาด้วยการให้แฟนบอลได้ชมเกมการแข่งขันผ่านทางโปรแกรม Zoom ซึ่งเป็นโปรแกรมแบบห้องแชทสดที่ได้รับความนิยมสูงในช่วงที่ผ่านมา

ลีกสูงสุดของเดนมาร์กเพิ่งกลับมาแข่งกันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังจากพักการแข่งไปตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคมของปีนี้จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งคู่ที่เตะกันในวันดังกล่าวคือเกมที่ อาร์ฮุส เปิดบ้านเจอ แรนเดอร์ส

ทั้งนี้ หนึ่งในเงื่อนไขของการกลับมาเตะกันคือการห้ามแฟนบอลเข้ามาชมเกมในสนาม เหมือนกับที่ใน บุนเดสลีกา เยอรมัน ใช้ไปแล้ว แต่ อาร์ฮุส ก็แก้ปัญหาการไร้แฟนบอลบนอัฒจันทร์ด้วยการให้คนได้ดูผ่าน Zoom กันแทน โดยพวกเขาเอาจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่มาตั้งตรงด้านหลังป้ายโฆษณาเพื่อให้แฟนบอลได้เห็นการแข่งขันกันชัดๆ ด้วย ซึ่งมันก็มีคนล็อกอินเข้ามาดูหลายพันรายด้วยกัน

ในช่วงก่อนเกมการแข่งขันนั้น เอจีเอฟ ถึงขั้นบอกเลยว่านี่เป็นครั้งแรกที่มีการชมเกมแบบเสมือนจริง ขณะที่ มิดทิลแลนด์ ทีมจ่าฝูงซึ่งเตรียมจะเปิดบ้านเจอกับ เอซี ฮอร์เซ่นส์ นั้น วางแผนที่จะให้แฟนบอลชมเกมการแข่งขันจากในรถ โดยพวกเขาจะตั้งจอขนาดใหญ่เอาไว้หน้าสนาม
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM
ทีมเดนมาร์กไอเดียบรรเจิด เปิดให้แฟนบอลชมเกมผ่านZOOM