วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2563

เงินไม่ใช่สิ่งสำคัญ! ย้อนดูดาวดังผู้กล้าปฏิเสธทีมใหญ่

จัดอันดับ! แข้งจอมทำ แฮตทริก แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

สิ่งหนึ่งที่เป็นความฝันสูงสุดของบรรดานักฟุตบอลหลายคน แน่นอนว่าล้วนต้องการจะได้ย้ายไปเล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปทั้งต้องการประสบความสำเร็จ และชื่อเสียงเงินทองที่จะตามเข้ามา

  
อย่างไรก็ตามก็มีแข้งอีกหลายคนเช่นกันที่ยังเลือกเล่นให้ต้นสังกัดเดิมทั้งที่มีโอกาสย้ายไปหาความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต แต่กลับปฏิเสธโอกาสที่อยู่ตรงหน้าด้วยเหตุผลต่างๆมากมาย และนี่คือ 5 แข้งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเงินทองชื่อเสียงไม่ได้สำคัญไปกว่าการได้เล่นฟุตบอลกับทีมที่ตัวเองรักอีกแล้ว

1.สตีเว่น เจอร์ราร์ด 
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจว่าทำไมอดีตกัปตันทีม "หงส์แดง" ถึงยังเป็นขวัญใจตลอดกาลของสาวก "เดอะ ค็อป" ด้วยความทุ่มเท และผลงานในสนามช่วยทีมครองความสำเร็จมาแล้วมากมายในฟุตบอลถ้วยหลายรายการ แต่สิ่งที่เจ้าตัวยังไม่เคยได้สัมผัสคือการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนั้นไม่ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับตัวเขาได้เลย



อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษเคยมีโอกาสใกล้เคียงที่จะย้ายออกจากถิ่นแอนฟิดล์ในช่วงซัมเมอร์ปี 2005 ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เขานำทีมผงาดคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการเอาชนะ เอซี มิลาน ที่อิสตันบลู โดยในตอนนั้นเป็น เชลซี ที่จัดการยื่นข้อเสนอ 32 ล้านปอนด์ให้ ลิเวอร์พูล พิจารณาซึ่งเป็นค่าตัวสถิติแพงสุดของนักเตะอังกฤษ พร้อมมี เรอัล มาดริด มาร่วมแจม แต่ดูเหมือนว่าดีลกับ "สิงห์บลูส์" จะเป็นไปได้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามสุดท้ายเขาเลือกที่จะจรดปากกาต่อสัญญาฉบับใหม่กับสโมสรต่อไปทั้งที่ได้รับค่าเหนื่อยน้อยกว่าทั้ง เชลซี และ เรอัล มาดริด ที่เสนอมาล่อใจ พร้อมกับปิดโอกาสที่จะออกไปรับเงินที่มากกว่า และแน่นอนทิ้งโอกาสที่จะสัมผัสกับการคว้าแชมป์ลีกที่เจ้าตัวรอคอยมานาน แน่นอนว่าการตัดสินใจของ เจอร์ราร์ด ครั้งนี้มันเป็นการตอกย้ำว่าเขามีความจงรักภักดีกับ ลิเวอร์พูล และกลายเป็นแข้งขวัญใจตลอดกาลของแฟนๆจนถึงปัจจุบัน

2.ฟรานเชสโก้ ต็อตติ 
"เจ้าชายหมาป่า" คือฉายาที่ ต็อตติ ได้รับต่อจาก จูเซ็ปเป้ จานนินี่ หลังจากถวายชีวิตในเส้นทางอาชีพให้กับทีม "หมาป่าแห่งกรุงโรม" ตลอด 25 ปีเพียงทีมเดียวเท่านั้น หลังจากเจ้าตัวก้าวจากชุดเยาวชนขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่ปี 1992 ก่อนปิดตำนานลงในปี 2017



หลังจากขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีก็เริ่มฉายแววเด่นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกในช่วงเวลานั้น จนได้รับความสนใจจากหลายทีมชั้นนำในยุโรปโดยเฉพาะ เรอัล มาดริด ที่เดินหน้าสร้างทีมใหม่ในยุคกาลาติกอส ในปี 2001 แต่สุดท้าย ต็อตติ กลับทำสิ่งที่หลายคนไม่คาดคิดคือการปฏิเสธโอกาสดังกล่าวไป เพราะความรักที่ตัวเขามีกับโรม่า ซึ่งเป็นสโมสรในวัยเด็ก

หลายปีต่อมา ต็อตติ ได้ออกมายอมรับว่า "ผมเคยเกือบที่จะย้ายไป เรอัล แต่นั่นมันเป็นสิ่งที่ไม่ให้ความเคารพต่อแฟนบอลของโร่มา ซึ่งท้ายที่สุดผมได้ตัดสินใจอย่างถูกต้องแล้ว"

ต๊อตติ แขวนสตั๊ด ในปี 2017 หลังอยู่กับโรม่า 25 ปี ลงสนามไป 786 เกมรวมทุกรายการ ทำได้ 309 ประตู และคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้กับ โรม่า เพียงครั้งเดียวในปี 2001 แต่นั่นก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เจ้าตัวรู้สึกพอใจและตัดสินใจถูกต้องที่ได้ปิดฉากกับการเล่นให้ โรม่า เพียงสโมสรเดียว

3.แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์
เจ้าของฉายา "เลอ ก็อด" เริ่มต้นชีวิตนักเตะอาชีพในปี 1986 กับ เซาธ์แฮมป์ตัน โดยทำสถิติลงเล่นเกินกว่า 500 นัดและทำประตูกว่า 200 ประตูให้กับสโมสร พร้อมกลายเป็นนักเตะที่ทำประตูสูงสุดเป็นอันดับสองของสโมสร และเป็นนักเตะตำแหน่งกองกลางคนแรกของพรีเมียร์ลีกที่ทำประตูได้เกินกว่า 100 ประตู



แน่นอนว่าความยอดเยี่ยมของ เลอ ทิสซิเอร์ สามารถย้ายไปประสบความสำเร็จกับทีมใหญ่ได้สบายๆ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะยุติเส้นทางอาชีพกับทีม "นักบุญ" ไว้เพียงทีมเดียวเท่านั้น โดยเจ้าตัวเคยยอมรับว่าเกือบที่จะได้ย้ายไปอยู่กับ สเปอร์ส ในปี 1990 แต่สุท้ายเลือกที่จะต่อสัญญากับต้นสังกัดออกไป แม้จะมีการตกลงกับ เทอร์รี่ เวนาเบิ้ล กุนซือ "ไก่เดือยทอง" ในเวลานั้น

4.อลัน เชียร์เรอร์ 
ตำนานกองหน้านิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ถือเป็นหนึ่งในกองหน้าดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ทีมชาติ อังกฤษ เคยมีมาก็ว่าได้ หลังจากเขาทำได้ถึง 260 ประตูในลีกสูงสุดของอังกฤษ จากการลงเล่นให้ทัพ "สาลกิาดง" และ แบล็กเบิร์น พร้อมกลายเป็นเจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลพรีเมียร์ลีกจนถึงทุกวันนี้ที่ยากจะหาใครมาทำลายได้



ดาวยิง "ฮอตชอต" เป็นหนึ่งในนักเตะที่ตกเป็นเป้าหมายของทีมชั้นนำมาแล้ว โดยเฉพาะ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เจ้าตัวปฏิเสธย้ายมาเล่นให้ "ปีศาจแดง" ในยุคของบรมกุนซืออย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในปี 1996 ทั้งที่ตกลงค่าตัวกับ แบล็คเบิร์น ต้นสังกัดในเวลานั้นของเจ้าตัวได้แล้วในราคา 15 บ้านปอนด์ แต่สุดท้าย เชียร์เรอร์ กลับย้ายไปอยู่กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ทีมบ้านเกิดของตัวเองแทน และไปสร้างตำนานบทใหม่ในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค จากผลงาน 206 ประตู จาก 405 เกม แต่ก็ไม่ได้สัมผัสคว้าแชมป์รายการใดเลย

5.เจมี่ วาร์ดี้
หลังจาก เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เป็นครั้งแรก ในฤดูกาล 2015-16 ก็ทำให้ผู้เล่นหลายคนกลายเป็นแข้งเนื้อหอมทันที และย้ายไปหาความท้าทายครั้งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นทั้ง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ย้ายไปอยู่กับ เชลซี และ ริยาด มาห์เรซ ที่ไปลงเอยกับ แมนฯ ซิตี้



ขณะที่ วาร์ดี้ ก็เป็นนักเตะของทีมอีกรายที่เนื้อหอมสุดๆไม่แพ้กันในเวลานั้นโดยใกล้เคียงที่จะย้ายไปร่วมทีม อาร์เซน่อล โดยยอดทีมแห่งลอนดอนได้มีการตกลงในเรื่องข้อเสนอสำหรับดาวยิงดีกรีทีมชาติอังกฤษไปแล้ว แต่สุดท้าย วาร์ดี้ กลับปฏิเสธที่จะย้ายไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2016

หลังจากนั้น วาร์ดี้ เคยเผยว่าตนไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจอยู่กับ เลสเตอร์ ต่อไป "ผมตัดสินใจไปแล้วและไม่เคยมองย้อนกลับไปเลย ผมต้องก้าวเดินต่อไปกับการเล่นฟุตบอลของผม และทำผลงานให้ดีกับต้นสังกัด"

ปธ.ด้วย!สเปอร์สหั่นเงินเดือนพนักงานช่วงโควิด-19ทำพิษ

แดเนียล เลวี ประธานไก่เดือยทอง สั่งหั่นค่าจ้างตัวเอง-พนักงานเพื่อ ...

สเปอร์ส ตัดสินใจหั่นเงินเดือนพนักงานของสโมสร 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึง แดเนียล เลวี่ ประธานด้วย เพื่อช่วยกันฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปให้ได้

   
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ทีมชั้นนำแห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใช้มาตรการลดเงินเดือน 550 พนักงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเล่นในสนาม เพื่อพยุงฐานะทางการเงินของสโมสรหลังจากขาดรายได้ในช่วงที่การแข่งขันต้องระงับเพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

"ไก่เดือยทอง" จำเป็นต้องพักงานชั่วคราวเป็นเวลา 2 เดือน (เมษายน และพฤษภาคม) กับบุคลากรจำนวนดังกล่าว ซึ่งรวมถึง แดเนียล เลวี่ ประธานสโมสร และบรรดาผู้อำนวยการด้วย โดยจะจ่ายเงินเดือนให้ 80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อช่วยกันฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้

ทั้งนี้ สเปอร์ส เป็นทีมที่สองใน พรีเมียร์ลีก ต่อจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่ต้องพักงานชั่วคราวกับบุคลากรในองค์กร เพื่อพยายามลดค่าใช้จ่ายของสโมสรเท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ตาม ทั้ง สเปอร์ส และ นิวคาสเซิ่ล ยังไม่ได้หั่นเงินค่าจ้างนักเตะเหมือนกับทีมใหญ่ๆ ในยุโรปอย่าง บาร์เซโลน่า และ ยูเวนตุส ที่ออกมาตรการตัดค่าเหนื่อยไปแล้ว

กวาดให้หมด! ริโอแนะแมนยูรีบคว้าสตาร์แอต.มาดริด-ชี้เป็นนักเตะที่ตนชอบ

ริโอ” เร้าแมนยูคว้า 2 สตาร์ดัง ค่าตัวรวม 250 ล้านปอนด์

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงสนับสนุนให้ "ปีศาจแดง" คว้าแข้งใหม่มาร่วมทีมอย่างต่อเนื่อง โดยล่สุดออกมาสนับสนุนให้อดีตต้นสังกัดจัดการคว้าตัว ซาอูล ญีเกซ มิดฟิลด์ แอตเลติโก มาดริด มาร่วมทีมให้ได้ โดยระบุเป็นสุดยอดมิดฟิลด์ในเวลานี้

ซาอูล วัย 25 ปี เพิ่งตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยมีรายงานว่าพวกเขาเตรียมทุ่มค่าฉีกสัญญาสูงถึง 135 ล้านปอนด์ (ประมาณ 5,300 ล้านบาท) กระชากตัวนักเตะมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ หากต้องเสีย ปอล ป็อกบา มิดฟิลด์เลือดน้ำหอมออกไป

ล่าสุด เฟอร์ดินานด์ ได้ออกมาสนับสนุนให้อดีตต้นสังกัดดึงตัวมิดฟิลด์ชาวสแปนิชมาร่วมทีม พร้อมกับชื่นชมว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดมิดฟิลด์ "เขา (ซาอูล) เป็นนักเตะอีกหนึ่งคนที่ผมพูดถึงมาตลอดสองถึงสามปีแล้ว"

"เขาเป็นผู้เล่นที่มีทั้งความนิ่ง, เท้าซ้ายที่ฉมัง, คุมเกมยอดเยี่ยม และสามารถสอดขึ้นไปทำประตูได้ด้วย แน่นอนคุณสามารถเห็นการจัดแผนของ ซิเมโอเน่, เขาคอยคุมเกมในแดนกลาง และคอยสั่งการไปด้วย"

"ซาอูล เป็นนักเตะที่สุดยอด และมีข่าวออกมาในสัปดาห์นี้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด แสดงความสนใจเขา แต่ก็ต้องรอดู อย่างที่ทุกคนทราบกันดี แมนยู ก็ตกเป็นข่าวกับทุกคนนั่นแหละ"

ก่อนหน้านี้ เฟอร์ดินานด์ เพิ่งออกมาสนับสนุนให้ แมนฯ ยูไนเต็ด คว้าตัว แฮร์รี่ เคน กับ เจดอน ซานโช่ มาร่วมทัพให้ได้ หลังตกเป็นข่าวกับ "ปีศาจแดง"




วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2563

10 สุดยอดเกมบุนเดสลีกาแห่งซีซั่น 2019/20

10 สุดยอดเกมบุนเดสลีกาแห่งซีซั่น 2019/20

อย่างที่รู้กันดีว่าบุนเดสลีกามีอันต้องระงับการแข่งขันไว้ชั่วคราวจากพิษของโคโรน่าไวรัส ว่างๆ แบบนี้จึงอยากลองเฟ้นหา 10 เกมสุดมันส์ประจำฤดูกาลนี้มาพูดถึงกันสักหน่อยว่ามีอะไรที่น่าจดจำอีกบ้างนอกเหนือไปจากผลงานสุดร้อนแรงของเหล่าสตาร์อย่างโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ หรือลีออน เบลีย์ มาดูกันเลย


บาเยิร์น มิวนิค 4-0 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (แมตช์เดย์ 11)

เป็นเกมที่ฮันซี่ ฟลิค ได้ประเดิมคุมทีมบาเยิร์นในฐานะเฮ้ดโค้ชเป็นครั้งแรก และขุนพลนักเตะ “เสือใต้” ก็ไม่ทำให้ฟลิคผิดหวัง เมื่อเลวานดอฟสกี้ อดีตแข้ง “เสือเหลือง” กดประตูทีมเก่าของตัวเองได้ 2 ตุง ทำสถิติเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์บุนเดสลีกาที่ยิงได้ครบทั้ง 11 แมตช์เดย์แรก เป็นคนแรกที่ยิงได้ถึง 11 นัดติดต่อกัน แถมยังเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้ถึง 16 ประตูหลังจบ 11 นัดแรกของฤดูกาลอีกด้วย



เอาก์สบวร์ก 3-5 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (แมตช์เดย์ 18)

การประเดิมสนามครั้งแรกของฟลิคกับบาเยิร์นก็ว่ายอดเยี่ยมแล้ว แต่คนนี้สิเยี่ยมกว่า เจ้าหนูเออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ วัย 19 ปีประเดิมสนามด้วยการถูกเปลี่ยนลงมาจากม้านั่งสำรองก่อนใช้เวลาเพียง 17 นาทีซัดแฮตทริกแรกให้ดอร์ทมุนด์ได้ทันที พยายามยิง 3 ครั้ง เข้าทั้ง 3 ลูก จารึกสถิติบุนเดสลีกาด้วยการเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ที่ทำแฮตทริกได้ และยังเป็นนักเตะคนแรกที่ประเดิมสนามในฐานะผู้เล่นสำรองแล้วทำแฮตทริกได้อีกด้วย



ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 4-3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (แมตช์เดย์ 21)

ถึงแม้เจ้าหนูฮาแลนด์จะไม่ได้ยิงในนัดนี้ แต่ที่สนามเบย์อารีน่า ทีม “ห้างขายยา” กับ “เสือเหลือง” ก็ยิงกันระเบิดรวมถึง 7 ลูก โดยเอ็มเร่ ชาน

อดีตนักเตะเลเวอร์คูเซนยิงให้ดอร์ทมุนด์พลิกกลับมานำทีมเก่า 1-2 ก่อนที่เควิน โฟลลันด์ จะบวกประตูที่สองให้ทีม “ห้างขายยา” ตามตีเสมอ จากนั้นลูกยิงของราฟาเอล เกร์เรโร่ น่าจะเป็นประตูชัยให้ทัพ “เสือเหลือง” ชนะไปแล้ว แต่เจ้าถิ่นกลับทำสองประตูรวดจากเบลีย์ และลาร์ส เบนเดอร์ พลิกขย้ำ “เสือเหลือง” ไปอย่างสุดมันส์



โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-3 แอร์เบ ไลป์ซิก (แมตช์เดย์ 16)

ดอร์ทมุนด์เป็นฝ่ายออกนำไปก่อนถึงสองประตูจากยูเลียน ไวเกิล และยูเลียน บรันด์ท แต่ไลป์ซิกที่นำจ่าฝูงอยู่ในตอนนั้นไม่ยอมง่ายๆ มาได้ 2 ประตูจากทิโม แวร์เนอร์ ในช่วงครึ่งหลังตีเสมอได้สำเร็จ จากนั้นจาดอน ซานโช ยิงให้ทีม “เสือเหลือง” ออกนำอีกครั้ง แต่ทว่าไลป์ซิกมาได้พาทริค ชิค เปลี่ยนตัวลงมาเป็นซูเปอร์ซับยิงตีเสมอช่วยชีวิตพลพรรค “กระทิงแดง” ไว้ได้



ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 5-1 บาเยิร์น มิวนิค (แมตช์เดย์ 10)

นิโก้ โควัช พาทีม “เสือใต้” กลับไปเยือนถิ่นเก่า เริ่มเกมได้ไม่นาน เชโรม บัวเต็ง ดันพลาดท่าโดนใบแดงตั้งแต่นาทีที่ 9 ของการแข่งขัน จากนั้นทีม “อินทรีแดง-ดำ” ก็พากันกระหน่ำแชมป์เก่าแบบสนุกเท้า แม้เลวานดอฟสกี้จะยิงกู้หน้ามาได้ 1 ลูก แต่นั่นก็เป็นความพ่ายแพ้ที่ยับเยินที่สุดของโควัชที่ต้องแลกด้วยตำแหน่งโค้ชในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า เลยทีเดียว



บาเยิร์น มิวนิค 6-1 แวร์เดอร์ เบรเมน (แมตช์เดย์ 15)

ก่อนเกมนี้บาเยิร์น มิวนิคอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังไล่ล่าตำแหน่งจ่าฝูงช่วงวินเทอร์เบรค แต่เป็นเบรเมนที่ออกนำแชมป์เก่าไปได้ก่อนจากไมล็อต ราซิตซา ในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ซึ่งนั่นกลับเป็นการกระตุกหนวดเสือใต้ให้ตื่นขึ้นมาล่าเหยื่ออย่างเมามันส์ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์ที่ยืมตัวมาจากบาร์เซโลน่า กลายเป็นผู้ขับเคลื่อนเกมรุกของบาเยิร์นด้วยการยิงแฮตทริกรวมทั้งจ่ายสองแอสซิสต์พาทีมเก็บสามแต้มด้วยสกอร์ท้วมท้น และยังเป็นผลงานที่ดีที่สุดของเจ้าตัวในการลงสนาม 90 นาทีอีกด้วย



แอร์เบ ไลป์ซิก 1-3 ชาลเก้ (แมตช์เดย์ 6)

นับเป็นจุดสูงสุดของนักเตะอย่างอามีน ฮาริต แข้งทีมชาติโมร็อคโคที่โชว์ฟอร์มยิงหนึ่งจ่ายหนึ่งช่วยให้ชาลเค่อสอนมวยเกมสวนกลับให้กับไลป์ซิก นอกจากนี้ยังมีนักเตะดาวรุ่งอย่าง แร๊บบี้ มาทอนโด้ ที่เบิกประตูแรกในบุนเดสลีกาให้ตัวเองได้สำเร็จ ยัดเยียดความปราชัยหนแรกให้กับยูเลียน นาเกลส์มันน์ ในฐานะโค้ชของทีมไลป์ซิก



อูนิโอน เบอร์ลิน 3-1 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (แมตช์เดย์ 3)

เกมสุดช็อกที่ใครก็คาดไม่ถึงว่าผลสกอร์จะออกมาเป็นแบบนี้ เมื่อน้องใหม่บุนเดสลีกาอย่างอูนิโอน นั้นสามารถจัดการทีมเสือเหลืองได้อยู่หมัด สองประตูจากมาริอุส บึลเทอร์ และลูกยิงปิดกล่องจากเซบาสเตียน อันเดอร์สสัน ช่วยให้ทีมจากเบอร์ลินตะวันออกเก็บชัยชนะนัดแรกในประวัติศาสตร์การลงแข่งในลีกสูงสุดของเยอรมนีได้สำเร็จ



บาเยิร์น มิวนิค 1-2 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน (แมตช์เดย์ 13)

ฮันซี่ ฟลิค ออกสตาร์ทกับตำแหน่งเฮ้ดโค้ชทีมบาเยิร์นได้อย่างสวยหรู เก็บชัยชนะได้ทั้ง 4 เกมใน 4 เกมแรก แถมยิงได้ 16 ลูกและไม่เสียประตูเลย แต่ฟุตบอลลูกกลมๆ นั้นไม่มีอะไรแน่นอน ลูคัส ราเด็ดกี้ ผู้รักษาประตูทีมชาติฟินแลนด์ออกแรงเซฟลูกยิงไปถึง 10 หน ส่วนลีออน เบลีย์ กองหน้าตัวเก่งของทีม “ห้างขายยา” เหมาคนเดียว 2 ประตูพาทีมเก็บ 3 แต้มสำเร็จทั้งๆ ที่ทำคอนแทคเลนส์หล่นหาย 1 ข้างก่อนการแข่งขัน!



แอร์เบ ไลป์ซิก 8-0 ไมนซ์ (แมตช์เดย์ 10)

ยูเลียน นาเกลส์มันน์ พาลูกทีมเก็บชัยชนะที่ถล่มทลายที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสรด้วยการกระหน่ำยิงใส่ไมนซ์ในครึ่งแรกถึง 5 ประตู ตามด้วยอีก 3 ประตูในครึ่งหลัง นัดนี้ทิโม แวร์เนอร์

ยังสามารถระเบิดฟอร์มสุดยอด ทำแฮตทริกทั้งในการยิงประตูและการจ่ายแอสซิสต์ ส่งผลให้เขาเป็นนักเตะคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่มีส่วนกับ 6 ประตูในเกมเดียวนับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติเมื่อฤดูกาล 1992/93




หล่อสุดๆ! เมสซี่แถลงการณ์แข้งบาร์ซ่ายินดีลดค่าเหนื่อย 70%

เมสซี' นำทัพนักเตะบาร์ซาประกาศลดค่าเหนื่อย 70% – THE STANDARD

ลิโอเนล เมสซี่ ดาวเตะซูเปอร์สตาร์ทีมชาติอาร์เจนติน่า ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ยืนยันตนเองและเพื่อนนักเตะ บาร์เซโลน่า ยินดีหั่นค่าเหนื่อยตัวเองลง 70% ในช่วงวิกฤตโควิด-19

"มีการพูดและเขียนเถึงทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า เกี่ยวกับเรื่องเงินเดือนตลอดช่วงเวลาที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน

"ก่อนอื่น, พวกเราขอชี้แจงให้ชัดเจนว่าเราสมัครใจที่จะลดเงินเดือนของตัวเองลงตามที่ได้รับแจ้ง เพราะเราเข้าใจเป็นอย่างดีถึงสถานการณ์พิเศษนี้

"และพวกเราคือกลุ่มแรกที่ช่วยเหลือสโมสรเสมอมาในทุกครั้งที่ถูกร้องขอ รวมถึงช่วงเวลาอื่นๆที่พวกเขาเป็นฝ่ายริเริ่มด้วยตัวเอง ในช่วงเวลาอื่นๆที่พวกเราคิดว่าจำเป็นและสำคัญ

"ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่แปลกใจเลยที่ตั้งแต่ภายในสโมสรจะมีบุคคลที่พยายามที่จะจับจ้องและกดดันให้พวหกเราต้องทำบางอย่างที่พวกเราแน่ใจเสมอมาว่าจะทำมัน

"ในความเป็นจริง การที่ข้อตกลงบรรลุช้าไปหลายวันนั้นเป็นเพราะพวกเรากำลังมองหาวิธการที่จะช่วยเหลือสโมสรและเจ้าหน้าที่ทุกๆคนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้อย่างเหมาะสม

"ในส่วนของพวกเรา มันถึงเวลาที่จะประกาศให้ได้รับทราบแล้วว่าเราจะลดเงินเดือนของพวกเราลง 70% ตลอดช่วงภาวะฉุกเฉิน และเราจะหาวิธีที่จะช่วยให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกคนของสโมสรได้รับเงินเดือนเต็ม 100% ในช่วงเวลาดังกล่าวอีกด้วย

"ที่ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ออกมาพูด เนื่องจากเราต้องการที่จะหาทางออกที่สามารถช่วยเหลือสโมสรให้ได้จริงๆเสียก่อน

"ท้ายนี้ เราไม่ต้องการที่จะจบเรื่องนี้โดยที่ไม่ได้กล่าวทักทายและมอบความรักต่อกูเล่ส์ทุกๆคนที่กำลังผ่านช่วงเวลาที่หนักหนานี้

"เช่นเดียวกับทุกคนที่อดทนรอจุดจบของวิกฤตครั้งนี้ในบ้าน , เราจะผ่านพ้นเรื่องนี้ในเร็ววัน และ เราจะทำมันด้วยกัน

— เลโอ เมสซี่-

 

ลิเวอร์พูลติด2! เปิดโผทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์แข้งอายุไม่เกิน23ปี

RANKING] เด็กระเบิด ! TOP 5 แข้งจากอะคาเดมีที่เจ๋งสุดของ หงส์แดง ...

ฤดูกาล 2019/20 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษนั้นแต่ละทีมมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันมากมาย แต่มีสิ่งหนึ่งทีเห็นได้อย่างชัดเจนคือการใช้ผู้เล่นอายุน้อยที่หลายทีมหันมาใช้ผู้เล่นที่มีความสดเป็นแกนหลักให้กับทีมซะมากกว่า

    
เมื่อกวาดสายตามองผู้เล่นที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีนั้นมีหลายคนที่ทำผลงานได้น่าประทับใจจนบางรายถึงขั้นไปเทียบชั้นบรรดาแข้งรุ่นพี่ได้เลย ด้วยเหตุนี้เราจัดทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกที่มีอายุไม่เกิน 23 ปีจะมีใครบ้างไปดูกัน

ผู้รักษาประตู : ดีน เฮนเดอร์สัน



ฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 23 ปี มีผลงานพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนสำคัญพาทีม "ดาบคู่" มีลุ้นคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลยุโรปอย่างเต็มตัว โดยซีซั่นนี้ช่วยทีมเก็บคลีนชีตใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 10 นัด มากสุดอันดับสองร่วมกับ อลีสซง เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล) และ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (เลสเตอร์ ซิตี้) โดยเป็นรองแค่ นิค โป๊ป ของ เบิร์นลี่ย์ คนเดียวเท่านั้น

แบ็กขวา : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์



ฤดูกาลนี้ทั้ง อาร์รอน วาน-บิสซาก้า จาก แมนฯ ยูไนเต็ด และ รีช เจมส์ ของ เชลซี ต่างก้าวขึ้นมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งคู่ แต่ชั่วโมงนี้คงจะตัดชื่อของเจ้าหนูเทรนท์ออกไปไม่ได้เลย ที่พัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นหนึ่งในแบ็กขวาที่ดีที่สุดในยุโรปเวลานี้แล้ว

ผลงาน 2 ประตูกับ 12 แอสซิสต์ในลีก โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ มิดฟิลด์ แมนฯ ซิตี้ เท่านั้นที่สามารถทำแอสซิสต์ได้มากกว่าเขา เป็นการตอกย้ำประสิทธิภาพให้กับเกมริมเส้นทางขวาของ "หงส์แดง" กลายเป็นส่วนสำคัญทั้งเกมรุกและเกมรับช่วยทีมมีผลงานสุดยอดในฤดูกาลนี้

เซ็นเตอร์ : โจ โกเมซ



ดาวเตะวัย 22 ปี เคยเป็นคู่หูสุดแกร่งของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เมื่อซีซั่นที่แล้ว ก่อนที่ต้นฤดูกาลนี้จะฟอร์มตกลงจนทำให้เสียตำแหน่งตัวจริงไปพักหนึ่ง และสามารถเรียกฟอร์มเก่งและกลับมายึดตัวจริงได้ในช่วงหลัง โดยมีสถิติลงเล่น 19 นัดในลีก ซึ่งทีมเสียไปเพียง 5 ประตูเท่านั้นเมื่อเขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริง

เซ็นเตอร์ : ชักลาร์ โซยุนชู



หลังจาก เลสเตอร์ ซิตี้ จัดการขาย แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสถิติโลกในตำแหน่งกองหลัง 80 ล้านปอนด์ นั่นจึงทำให้ดาวเตะชาวตุรกีกลายเป็นตัวตายตัวแทนที่ขึ้นมาทดแทนได้แบบไร้ข้อกังขา

ดาวเตะวัย 23 ปีจับคู่กับ จอห์นนี่ อีแวนส์ ได้อย่างแข็งแกร่ง มีสถิติลงเล่น 28 นัด เป็นส่วนสำคัญให้ทัพ "จิ้งจอก" เสียเพียง 28 ประตูเท่านั้น ซึ่งจากฟอร์มดังกล่าวทำให้แฟนๆของ เลสเตอร์ แทบจะลืมชื่อของ แม็กไกวร์ ที่สร้างมาตรฐานไว้สูงไปได้เลย แถมยังเคยตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับ แมนฯ ซิตี้ มาแล้วด้วย

แบ็กซ้าย : บูกาโย่ ซาก้า



ฤดูกาลนี้ อาร์เซน่อล มีแข้งดาวรุ่งติดทีมหลายรายทั้ง บูกาโย่ ซาก้า, เอ็ดดี้ เอ็นเคเทียห์, รีส เนลสัน, โจ วิลล็อค และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นจนได้รับการจับตามอง

อย่างไรก็ตาม หากจะพูดถึงดาวรุ่งฟอร์มแรงที่สุดในเวลานี้ของ "ปืนใหญ่" คงต้องยกให้กับแข้งสารพัดประโยชน์ชาวอังกฤษอย่างแท้จริง หลังการบาดเจ็บของ เซอัด โคลาซินัช แบ็กซ็ายตัวหลักบาดเจ็บต้องพักยาว ทำให้ ซาก้า ต้องถอยไปยืนเป็นแบ็กซ้ายจำเป็น ก่อนจะโชว์ฟอร์มสุดยอด จากผลงาน 3 แอสซิสต์ ในลีกจนยึดตัวจริงในตำแหน่งนี้ได้สำเร็จ

มิดฟิลด์ : วิลเฟร็ด เอ็นดีดี้



หากจะพูดถึงตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับนอกจาก เดแคลน ไรซ์ ของ เวสต์แฮม ที่ทำผลงานได้โดดเด่นแล้ว คงต้องยกความดีความชอบให้กับ เอ็นดีดี้ หลังเจ้าตัวกลายเป็นหัวใจสำคัญในแดนกลางของ เลสเตอร์ ตลอดหลายปีหลังสุดนับตั้งแต่ถูกดึงมาแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ โดยฤดูกาลนี้มีสถิติลงเล่น 23 นัดทำได้ 2 ประตู

มิดฟิลด์ : รูเบน เนเวส



มิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสเป็นกำลังสำคัญให้กับทีม "หมาป่า" มาหลายฤดูกาลนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เอฟซี ปอร์โต้ ในปี 2017 เป็นนักเตะที่เล่นได้เด่นทั้งเกมรุกเกมรับ และยังมีทีเด็ดจากลูกยิงฟรีคิก, ลูกยิงไกล ที่เล่นงานคู่แข่งมาแล้วนักต่อนัก โดยฤดูกาลนี้ทำไป 2 ประตู เป็นส่วนสำคัญช่วยทีมทำผลงานยอดเยี่ยมจากการรั้งที่ 6 ของตาราง

มิดฟิลด์ : เจมส์ แมดดิสัน



ฤดูกาลนี้เราได้เห็นมิดฟิลด์ดาวรุ่งก้าวขึ้นมาแจ้งเกิดได้หลายคนซึ่งล้วนแล้วต่างเป็นแข้งทีมชาติอังกฤษทั้งสิ้้นไม่ว่าจะเป็น แจ็ค กรีลิช หรือ ฟิล โฟเด้น แต่คนที่ทำผลงานได้เด่นที่สุดคงต้องยกให้กับมิดฟิลด์จาก เลสเตอร์ ซิตี้ โดยฤดูกาลนี้มีสถิติลงเล่นไป 25 นัดยิง 6 กับ 3 แอสซิสต์ เป็นส่วนสำคัญช่วยให้ทัพ "จิ้งจอก" ขึ้นมารั้งที่ 3 ของตารางมีลุ้นกลับไปเล่นในถ้วยบิ๊กเอียร์ของยุโรปอีกครั้ง

กองหน้า : ริชาร์ลิซอน



ดาวเตะชาวบราซิเลียนกำลังมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมกับทีม "ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน" กระหน่ำไปแล้ว 10 ประตู กับ 3 แอสซิสต์จาก 27 เกมในลีก โดยเจ้าตัวสามารถเล่นในทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า และถ่างออกมาเล่นเป็นตัวริมเส้น ซึ่งจากผลงานอันร้อนแรงเป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธว่าเขาคือหนึ่งในกองหน้าดาวรุ่งที่ดีที่สุดในลีกด้วยวัย 22 ปี

กองหน้า : มาคัส แรชฟอร์ด



แม้ดาวยิงทีมชาติอังกฤษจะมีอาการเจ็บต้องร้างสนามไปหลายสัปดาห์ แต่ผลงานก่อนหน้านี้กำลังอยู่ในช่วงที่ยอดเยี่ยมจากผลงาน 14 ประตูในลีกกลายเป็นผู้เล่นที่มีความสำคัญของ "ปีศาจแดง" มากที่สุดในฤดูกาลนี้แล้ว พร้อมมีอัตราค่าเฉลี่ยทำประตูทุกๆ 104 นาที

กองหน้า : แทมมี่ อับราฮัม



ใครจะเชื่อว่าดาวเตะวัย 22 ปี จะสามารถงัดฟอร์มสุดยอดหลังถูก เชลซี เรียกตัวกลับมาใช้งานอีกครั้ง หลังถูกปล่อยให้ แอสตัน วิลล่า ยืมใช้งานซีซั่นที่แล้ว หลังกระหน่ำไปแล้ว 13 ประตู และถึงแม้ช่วงหลังจะมีผลงานดร็อปลงไปจากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนจนยังผลิตสกอร์ไม่ได้นับตั้งแต่เดือนมกราคม แต่หากวัดผลงานโดยรวมคงไม่มีใครร้อนแรงๆปกว่าเขาอีกแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2563

ทำแบบนี้ได้ไง อุรุกวัย

โควิดเป็นเหตุ! สมาคมบอลอุรุกวัยเลิกจ้างกุนซือ ตาบาเรซ และ จนท.ร่วม ... 

รายงานสมาพันธ์ฟุตบอลอุรุกวัย (AUF) ประกาศเลิกจ้างพนักงานในสมาพันธ์ฟุตบอลรวมไปถึงการเลิกจ้างหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติอุรุกวัยทุกชุด หลังจากเจอวิกฤตไวรัสโควิด-19 เล่นงาน ลุกลามไปทั่วโลกในทุกๆพื้นที่ จนเกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในทุกวงการ การระบาดของไวรัสดังกล่าวทำให้สถานการณ์ของฟุตบอลประสบปัญหาเรื่องของรายได้ทั้งระดับทีมชาติและสโมสรรวมไปถึงผู้สนับสนุนเองก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นกัน

สำหรับการเลิกจ้างหัวหน้าผู้ฝึกสอนของสมาพันธ์ฟุตบอลอุรุกวัย(AUF) ประกอบไปด้วย ออสการ์ ตาบาเลซ กุนซือชุดใหญ่ วัย 73 ปี ผู้มากดีกรีและสร้างผลงานให้อุรุกวัยอย่างมากมายทำงานมาตั้งแต่ปี 2006 รวมเวลาถึงช่วงเลิกจ้าง 15 ปี นอกจากนั้นยังทำการเลิกจ้าง กุสตาโว เฟอร์ไรร่า กุนซือยู-20,ดีเอโก เดอมาโก กุนซือยู -17 ,เอเรียล ลองโก โค้ชฟุตบอลหญิง รวมไปถึงโค้ชชุดอื่นๆ และพนักงานที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมด รายงานดังกล่าวว่ามีการเลิกจ้างครั้งนี้เกือบถึง 400 ราย



คำแถลงของ AUF ยังคงดำเนินต่อไปเพื่อแสดงให้เห็นว่าการระบาดของไวรัสได้บังคับให้สมาพันธ์ฟุตบอลอุรุกวัยตัดสินใจอย่างหนักเพื่อปกป้องสมาพันธ์ แถลงการณ์ยังเสริมด้วยว่ามาตรการหลักคืออนุญาตให้พนักงานที่เลิกจ้างเก็บประกันการว่างงานไว้ใช้ในช่วงวิกฤต คณะกรรมการบริหารแจ้งว่าเนื่องจากวิกฤตด้านสุขภาพในปัจจุบันซึ่งทำให้กิจกรรมทั้งหมดหยุดชะงักจึงจำเป็นต้องตัดสินใจอย่างหนักเพื่อปกป้องการทำงานในอนาคตของสมาพันธ์ฟุตบอลอุรุกวัย(AUF)




ควรดึงใครกลับ? เช็กผลงาน9แข้งที่แมนยูปล่อยยืมตัวซีซั่นนี้

ครบรอบ 1 ปี! สถิติและเกร็ดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ โซลชา ได้คุม

ฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นอีกหนึ่งทีมที่มีนักเตะถูกส่งให้สโมสรอื่นยืมใช้งานหลายรายทั้งแข้งจากทีมชุดใหญ่ และ บรรดาแข้งเยาวชนที่ไม่สามารถสอดแทรกลงเล่นให้กับทีมได้

   
ฤดูกาลนี้ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำผลงานกลับเข้าฝั่งอีกครั้งในช่วงหลังก่อนที่ศึกพรีเมียร์ลีกจะต้องหยุดชะงักไปจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และหลังจบฤดูกาลนี้ "ปีศาจแดง" จะมีนักเตะที่ถูกปล่อยให้ทีมอื่นใช้งานกลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ส่วนจะมีใครอยู่ในข่ายบ้างนั้นไปดูกัน

คริส สมอลลิ่ง - โรม่า




ปราการหลังดีกรีทีมชาติอังกฤษถูก แมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยให้ โรม่า ยืมใช้งาน 1 ฤดูกาล หลังจากเจ้าตัวไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เนื่องจากการมาของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่ดึงมาจาก เลสเตอร์ ซิตี้

อย่างไรก็ตามดาวเตะวัย 30 ปี กลับย้ายไปทำผลงานได้น่าประทับใจจนเป็นกำลังสำคัญให้ขุนพล "หมาป่าเหลืองแดง" ในฤดูกาลนี้ จากผลงานยิง 2 ประตูจากกการลงเล่น 21 เกมในลีก จนถึงขั้นมีข่าวลืออยู่บ่อยๆว่า โรม่า สนใจที่จะซื้อขาดเขาเช่นกัน

ดีน เฮนเดอร์สัน - เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด



ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่ย้ายออกไปแล้วทำผลงานได้น่าประทับใจสุดๆ โดยถูก "ปีศาจแดง" ปล่อยให้ทีมอื่นใช้งานนับตั้งแต่ปี 2015 โดยไม่ได้รับโอกาสลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แม้แต่เกมเดียว ก่อนจะมาฉายแววเด่นได้กับ เฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ซีซั่นนี้ที่แล้วช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ

ฤดูกาลนี้ดาวเตะวัย 23 ปี มีผลงานพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นส่วนสำคัญพาทีม "ดาบคู่" มีลุ้นคว้าตั๋วไปลุยฟุตบอลยุโรปอย่างเต็มตัว ซึ่งจากผลงานดังกล่าวทำให้มีข่าวว่าดาวเตะทีมชาติอังกฤษอาจคัมแบ็กกลับมายึดมือ 1 ของทีมในฤดูกาลหน้าแทน ดาบิด เดเคอา ที่มีข้อผิดพลาดบ่อยครั้ง

อเล็กซิส ซานเชซ - อินเตอร์ มิลาน



หลังจากมีช่วงเวลาสุดยอดกับ อาร์เซน่อล สตาร์ชาวชิลีก็ตัดสินใจย้ายออกมาหาความท้าทายครั้งใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมได้รับการคาดหวังจากแฟนๆไว้สูงลิบในการเข้ามาเป็นสตาร์คนใหม่หมายเลข 7 ของทีม

อย่างไรก็ตามผลงานของดาวเตะวัย 31 ปี ดร็อปลงไปอย่างน่าใจหายทำได้เพียง 2 ประตูจากการลงเล่น 12 เกมในลีกช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง แถมฤดูกาลถัดมายิงได้เพียง 1 ประตูจาก 20 เกม

ก่อนจะถูกปล่อยให้ อินเตอร์ มิลาน ยืมใช้งานในซีซั่นนี้ ซึ่งเจ้าตัวก็ยังเรียกฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ รวมถึงยังโดนอาการบาดเจ็บตามเล่นงานมาแล้วด้วย โดยมีสถิติยิง 1 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่นทุกรายการให้กับทีม "งูใหญ่" และยังคงมีอนาคตที่ไม่ชัดเจนว่าเจ้าตัวจะได้กลับมาในโรงละครแห่งความฝันอีกครั้งหรือไม่

โจเอล เปเรยร่า - ฮาร์ท



แมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยนายทวารวัย 23 ปีให้ ฮาร์ทส์ สโมสรในลีกสกอตแลนด์ ยืมตัวใช้งานตลอดฤดูกาล 2019/20 โดยได้ลงเล่นไป 20 นัดในลีก

นี่ถือเป็นครั้งที่ 5 ที่นายทวารดีกรีทีมชาติโปรตุเกส รุ่นอายุต่ำกว่า 21 ปี ต้องโดนส่งไปให้ทีมอื่นยืมตัว หลังก่อนหน้านี้เคยไปอยู่กับ โรชเดล, เบเลเนนส์, วิคตอเรีย เซตูบัล และ คอร์ทริจค์ มาแล้ว และยังกลายเป็นนายวารรายที่ 4 ที่ "ปีศาจแดง" ส่งไปให้สโมสรอื่นยืมตัวต่อจาก อเล็กซ์ ฟอจ์ทิเซ็ค (สตราลีบริดจ์ เซลติก), ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) และ คีแรน โอฮาร่า (เบอร์ตัน อัลเบี้ยน)

คาเมร่อน บอร์ธวิค-แจ็คสัน - โอลด์แฮม



แบ็กซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ถูกเรียกตัวขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในฤดกาล 2015-16 และได้ลงเล่นไป 10 เกมในลีก ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่สามารถก้าวขึ้นมาเบียดตำแหน่งในทีมได้ถูกปล่อยให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน, ลีดส์ ยูไนเต็ด, สคันธอร์ป, ทรานเมียร์ โรเวอร์ และ โอลด์แฮม ตามลำดับ โดยมีสถิติทำ 2 แอสซิสต์จากการรับใช้สองสโมสรหลังสุดในฤดูกาลเดียวกัน

มาร์กอส โรโฮ - เอสตูเดียนเตส



ปราการหลังเลือด "ฟ้า-ขาว" วัย 29 ปี เซ็นสัญญากลับมาเล่นให้ เอสตูเดียนเตส แบบยืมตัวจนจบฤดูกาล เมื่อวันที่ 30 มกราคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ซีซั่นนี้กลายเป็นแข้งส่วนเกินของ "ปีศาจแดง" โดยที่ได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 9 นัดเท่านั้น

ส่วนผลงานกับอดีตต้นสังกัดเจ้าตัวได้ลงเล่นเพียง 1 นัดเท่านั้นในเกมลีก

อีธาน ฮัลมิลตัน - โบลตัน



ดาวรุ่งชาวสก็อตติชทำผลงานได้น่าประทับใจในการถูกปล่อยให้ โรชเดล และ เซาธ์เอนด์ ยืมใช้งานตามลำดับ โดยเวลานี้กำลังเล่นให้กับ โบลตัน โดยลงเล่นไป 12 นัดทำได้ 1 ประตู

คีแรน โอฮาร่า - เบอร์ตัน



ดาวเตะเลือดไอริชเข้าอะคาเดมี่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2012 แต่เขาก็ยังไม่เคยได้รับโอกาสให้ลงเล่นกับทีมชุดใหญ่เลย โดยที่ผ่านมาเขาตระเวนไปเล่นแบบยืมตัวกับหลายสโมสร และเขาก็ทำผลงานได้ดีในระดับหนึ่งจนได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ไปแล้ว 2 นัด โดยฤดูกาลนี้ลงเล่นให้ เบอร์ตัน 33 เกม

จอร์จ แทนเนอร์ - ซัลฟอร์ด



ปราการหลังชาวอังกฤษถูกปล่อยให้ มอร์แคมป์ และ ซัลฟอร์ด สองทีมจากลีกทูอังกฤษยืมใช้งานในฤดูกาลนี้ ซึ่งสัญญาของเจ้าตัวกำลังจะหมดลงในช่วงซัมเมอร์นี้แล้วด้วย และนั่นอาจทำให้เจ้าตัวอาจต้องเก็บข้าวของย้ายออกจากทีมไปแบบถาวร