วันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เสร็จหงส์!ลิเวอร์พูลปาดหน้าแมนยูซิวเด็กเซลต้า


 "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดน ลิเวอร์พูล ปาดหน้า เพราะล่าสุด "หงส์แดง" ปิดดีลคว้าตัว แข้งเด็กวัย 16 ปี จาก เซลต้า บีโก้ เรียบร้อย  

     
ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซ็นสัญญาคว้าตัว สเตฟาน บายเซติช กองหลังดาวรุ่งวัย 16 ปี มาจาก เซลต้า บีโก้ สโมสรดังในศึก ลา ลีกา สเปน เป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก สื่อชั้นนำเมืองผู้ดี

"หงส์แดง" สามารถปิดดีลนี้ได้สำเร็จ ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนกฎเรื่องย้ายทีมของบรรดาผู้เล่นดาวรุ่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 (ผลจากการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป หรือ อียู ของ สหราชอาณาจักร) ซึ่งสโมสรอังกฤษไม่สามารถเซ็นสัญญากับนักเตะจากลีกต่างแดนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี ได้






เดิมที บายเซติช ซึ่งอยู่กับ เซลต้า บีโก้ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ มีข่าวได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่สุดท้ายกลายเป็น ลิเวอร์พูล ที่ได้ตัว ปราการหลังอนาคตไกลวัย 16 ปี มาครอบครอง โดย ดิ แอธเลติก ระบุว่า อเล็กซ์ อิงเกิลธอร์ป ผู้อำนวยการอคาเดมี่ของ ลิเวอร์พูล, นิค มาร์เชลล์ ผู้ช่วยของเขา และ แบร์รี่ ลูตัส โค้ชทีมยู-23 ของ "หงส์แดง" ต่างช่วยกันโน้มน้าวใจ บายเซติช ให้เลือกย้ายมายังถิ่น แอนฟิลด์ เหนือทีมคู่ปรับตลอดกาล

ทั้งนี้ ตามรายงานจาก ดิ แอธเลติก ระบุว่า ค่าตัวของ บายเซติช อยู่ที่ราว 250,000 ยูโร (ประมาณ 9.25 ล้านบาท)




เศร้าส่งท้ายปี2020!อดีตกุนซือแมนยูลาโลก

 


วงการฟุตบอลเจอข่าวเศร้าส่งท้ายปี 2020 เมื่ออดีตกุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ ที่ป่วยมานาน สิ้นลมแล้ว 


ทอมมี่ ด็อคเคอร์ตี้ โค้ชชื่อดังชาวสกอตติช ที่เคยเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ทีมชาติสกอตแลนด์ เสียชีวิตลงแล้ว ในวัย 92 ปี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา หลังจากที่ล้มป่วยมาเป็นเวลานาน จากการยืนยันของสมาชิกในครอบครัว




สำหรับ ด็อคเคอร์ตี้ หรือที่หลายๆ คนเรียกว่า "เดอะ ด็อค" เคยคุมทัพ "ปีศาจแดง" ช่วงระหว่างปี 1972-1977 โดยพาทีมคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 2 เมื่อปี 1975 และ เอฟเอ คัพ ปี 1977 นอกจากนี้เจ้าตัวยังเคยคุมทัพ "ตาร์ตัน" ช่วงสั้นๆ ระหว่างปี 1971-1972 ด้วย

ทั้งนี้ สมัยเป็นนักฟุตบอล ด็อคเคอร์ตี้ เคยเล่นให้กับ เซลติก (1947-1949), เปรสตัน นอร์ธเอนด์ (1949-1958), อาร์เซน่อล (1958-1961) และ เชลซี (1961-1962) ซึ่งหลังจากเลิกเล่น เจ้าตัวก็เป็นกุนซือ "สิงห์บลูส์" จนถึงปี 1967 และสามารถพาทีมคว้าแชมป์ ลีก คัพ ปี 1965









ถล่มลิเวอร์พูล7-2เลยนะ! "โซลชา" อวยวิลล่าแกร่งจริง

 


โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซูฮก แอสตัน วิลล่า เป็นทีมที่แกร่งไม่ธรรมดา ก่อนที่ทั้งสองทีมจะฟาดแข้งกันคืนวันนี้ พร้อมฟันธงคงไม่มีใครลืมเกมที่ วิลล่า ไล่ยำ ลิเวอร์พูล จนหมดสภาพช่วงต้นซีซั่น 


โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า แอสตัน วิลล่า เป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีนักเตะคุณภาพสูงหลายคน ก่อนทัพ "ปีศาจแดง" จะเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ดวลกับ "สิงห์ผงาด" ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันศุกร์ที่ 1 มกราคมนี้

ถ้าหาก แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บชัยชนะได้ ก็จะมีคะแนนขึ้นมาเทียบเท่ากับ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง ที่ 33 แต้มทันที แต่ โซลชา มองว่า ไม่ใช่งานง่ายแน่นอน เนื่องจาก วิลล่า ก็มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน แถมช่วงต้นซีซั่นเมื่อเดือนตุลาคม สามารถเปิดบ้านไล่กระซวกทีมแชมป์เก่าอย่าง "หงส์แดง" 7-2 ด้วย ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ "ปีศาจแดง" แพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เละคาบ้าน 1-6

"พวกเขาเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมมากๆ และผมก็ต้องบอกเลยว่า ดีน สมิธ (กุนซือ วิลล่า) ทำงานได้เจ๋งจริงๆ เราเคยเล่นกับพวกเขาช่วงปรี-ซีซั่น และพวกเขาก็เอาชนะเรา (1-0) ได้ด้วย ดังนั้นเราจึงรู้ดีถึงความยากลำบากในเกมนี้"

"พวกเขามีนักเตะหลายคนที่มีสภาพร่างกายแข็งแกร่ง แถมเป็นหนึ่งในทีมที่มีเกมรับยอดเยี่ยมที่สุดในลีก และเมื่อคุณสามารถเอาชนะทีมอย่าง ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์ 7-2 ได้ พวกเขาคงไม่ใช่เก่งแค่เกมรับแน่ๆ พวกเขามีนักเตะคุณภาพสูง และเล่นเกมสวนกลับเร็วได้ดี บางทีนั่นอาจจะเป็นเกมที่ทุกๆ คนจดจำจากฤดูกาลนี้เลยทีเดียว" โซลชา กล่าว

ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับสอง ในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก โดยมี 30 แต้ม จากการลงแข่ง 15 นัด ส่วน วิลล่า อยู่ที่ห้า มี 26 แต้ม จาก 14 นัด




ทีมใหญ่แล้วไง!สมิธลั่นวิลล่าไม่กลัวแมนยู

 


ดีน สมิธ กุนซือ แอสตัน วิลล่า ยัน "สิงห์ผงาด" ไม่มีหวั่นในการดวลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คืนวันศุกร์นี้ พร้อมโวซีซั่นนี้ วิลล่า บุกไปโค่นทีมใหญ่มาแล้วหลายราย 

    
ดีน สมิธ ผู้จัดการทีม แอสตัน วิลล่า ยืนยันว่า ทีมตนพร้อมลุยและไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้แต่น้อย ก่อนที่ทัพ "สิงห์ผงาด" มีคิวบุกไปเยือน "ปีศาจแดง" ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันศุกร์ที่ 1 มกราคมนี้

วิลล่า กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม โดยไม่แพ้ใครในลีก 5 นัดหลังสุด (ชนะ 3, เสมอ 2) แถมเกมล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม สามารถบุกไปเสมอ เชลซี 1-1 ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วย ซึ่ง สมิธ มองว่า ทีมตนสามารถสู้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แน่นอน

"ฤดูกาลก่อนเรากลัวเกมที่้ต้องเจอกับทีมใหญ่ๆ แบบนี้ เพราะเราคือทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ลีก แต่ฤดูกาลนี้เรารู้แล้วว่า เราอยู่ตรงจุดไหน และเราก็ได้พิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว ด้วยการบุกไปเอาชนะทีมอย่าง อาร์เซน่อล (3-0), เลสเตอร์ ซิตี้ (1-0) และ วูล์ฟส์ (1-0) แถมล่าสุดก็เพิ่งบุกไปเก็บแต้มที่บ้านของ เชลซี ได้ด้วย ดังนั้นเราพร้อมแน่นอน สำหรับการสู้กับทีมใหญๆ ในลีก เราพร้อมแล้วที่จะเจอกับพวกเขา" กุนซือเลือดผู้ดีวัย 49 ปี กล่าว

ปัจจุบัน วิลล่า รั้งอันดับห้า ในตารางคะแน พรีเมียร์ลีก โดยมี 26 แต้ม จาก 14 นัด ส่วน แมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับสอง มี 30 แต้ม จาก 15 นัด




ไร้คาวานี่! คาดการณ์ 11 ตัวจริงแมนยูปะทะวิลล่ารับปีใหม่

 


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมประเดิมฟาดแข้งปี 2021 ด้วยการเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ แอสตัน วิลล่า ทีมที่ทำผลงานสุดเซอร์ไพรส์จนรั้งอันดับ 5 ในฤดูกาลนี้ นี่ถือเป็นเกมสำคัญของ "ปีศาจแดง" เนื่องจากสามแต้มจะทำให้ทีมขยับมีแต้มเท่ากับจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล ในทันทีพร้อมกับกดดัน "หงส์แดง" ที่จะลงเล่นในวันจันทร์นี้ แต่คงไม่ใช่งานง่ายนัก น่าสนใจว่า โซลชา จะมีการหมุนเวียนผู้เล่นอย่างไรเนื่องจากกรำศึกหนักใมาในช่วงบ็อกซิ่งเดย์อย่างต่อเนื่อง เรามาคาดเดา 11 ตัวจริงที่จะลงเล่นในคืนนี้กัน


แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู:
ดาบิด เด เคอา

เด เคอา น่าจะยังคงลงเฝ้าเสาต่อเนื่องในคืนนี้หลังโชว์ผลงาน “ช็อต-สต็อปเปอร์” จนทีมเก็บคลีนชีทในเกมพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นั่นทำให้ ดีน เฮนเดอร์สัน ต้องรอโอกาสที่ม้านั่งสำรองต่อไป



กองหลัง: อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ เซนเตอร์แบ็ก “ผีแดง” ยังคงมีอาการบาดเจ็บจากเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาทำให้ เอริก ไบยี่ จะลงทำหน้าที่เช่นเดิมพร้อมจับคู่เซนเตอร์แบ็กกับกัปตันทีม แฮร์รี่ แม็กไกวร์ โดยกองหลังชาวไอวอรี่ โคตสต์หวังจะสานต่อฟอร์มที่ดีจากเกมชนะ วูล์ฟแฮมป์ตัน

ก่อนหน้านี้ อารอน วาน-บิสซาก้า พลาดลงสนามในเกมพบ เลสเตอร์ ซิตี้ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บแต่เขากลับมาเก็บคลีนชีทได้ในเกมพบ วูล์ฟแฮมป์ตัน จึงคาดว่าน่าจะยังยึดแบ็กขวาเหมือนเดิม แต่ในแผงแบ็กโฟร์เชื่อว่าจะมีหมุนเวียนแค่ตำแหน่งเดียวนั่นคือแบ็กซ้าย โดย ลุค ชอว์ จะกลับมายึดตัวจริงหลังจาก อเล็กซ์ เตลลิส ได้โอกาสออกสตาร์ทตัวจริงในเกมที่แล้วแม้จะสัมผัสสนามแค่ 45 นาทีก็ตาม



กองกลาง: เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, แดเนี่ยล เจมส์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด

ในแดนกลางนั้น โซลชา เจอกันคู่มิดฟิลด์ที่ลงตัวแล้วโดยตอนนี้กุนซือ “ผีแดง” มีตัวเลือยเยอะจึงหมุนเวียนระหว่างคู่ ปอล ป็อกบา-เนมานย่า มาติช กับ เฟร็ด-แม็คโทมิเนย์ ซึ่งเกมกับ วูล์ฟส์ ใช้คู่แรกไปแล้ว ดังนั้นจะเป็นโอกาสของคู่หลังบ้าง

แน่นอนว่ากองกลางตัวรุกคนเหมาสัมปทานคือ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่ยิง 10 ประตูและแอสซิสต์ 7 ลูกจากการลงเล่น 15 นัดในฤดูกาลนี้ แม้ ฟาน เดอ เบ็ค จะสมควรได้รับโอกาสลงเล่นในช่วงโปรแกรมถี่แบบนี้บ้างแต่ยังไงการดร็อป บรูโน่ ที่ฟอร์มกำลังฮอตคงไม่ใช่เรื่องดีแถมเกมกับ วิลล่า คืนนี้คู่แข่งหินทีเดียวจึงน่าจะใช้ บรูโน่ ลงสนามต่อ

ขยับมาที่แนวรุกริมเส้น มาร์คัส แรชฟอร์ด คงไม่พลาดลงสนามยึดตัวจรืงฝั่งซ้ายหลังเจ้าตัวเพิ่งซัดประตูชัยแบบมีโชคในเกมกับ วูล์ฟส์ แต่สิ่งที่น่าสนใจคือผู้เล่นริมเส้นฝั่งขวาใครจะลงเล่น? เนื่องจากมีผู้เล่นหลายคนหมุนเวียนในตำแหน่งนี้แต่ยังไม่มีใครทำผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่

แมตช์ที่แล้ว เมสัน กรีนวู้ด โชว์ฟอร์มไม่ออกจนถูกเปลี่ยนตัวในครึ่งหลัง ขณะที่ แดเนี่ยล เจมส์ ทำผลงานไม่ดีนักในเกมกับ เลสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตามในรายของปีกชาวเวลส์มีความเป็นไปได้ว่าจะลงสนามมากกว่าเนื่องจากได้พักมาเต็มๆจากเกมกลางสัปดาห์



กองหน้า: อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะขาดกองหน้าวัยเก๋าอย่าง เอดินสัน คาวานี่ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 3 นัด โดยจะเริ่มบทลงโทษในเกมคืนนี้เป็นเกมแรก ซึ่ง คาวานี่ เองเพิ่งได้ลงเล่นตัวจริงเต็ม 90 นาทีจากเกมที่แล้ว

โซลชา คงใช้ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ยึดตัวจริงหลังจากนี้อีก 3 นัดเนื่องจากเป็นกองหน้าอาชีพคนเดียวในทีมที่เหลืออยู่ คงต้องรอดูต่อไปว่าศูนย์หน้าชาวฝรั่งเศสจะเค้นฟอร์มออกมาได้ดีแค่ไหนหลังจากผลงานยังขึ้นๆลงๆในฤดูกาลที่ผ่านมา






วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2563

อยากย้าย! "โฟซู-เมนซาห์" ปัดต่อสัญญาแมนยู


 เบื่อนั่งสำรอง... ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ปราการหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล็งที่จะอำลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะล่าสุดมีข่าวเจ้าตัวปัดข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่จากต้นสังกัดเรียบร้อย

              
ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ กองหลังชาวดัตช์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ปฏิเสธข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ 3 ปี จากต้นสังกัดเรียบร้อย ตามรายงานจาก สกาย สปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำเมืองผู้ดี เมื่อวันพุธที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา

สัญญาฉบับปัจจุบันของ โฟซู-เมนซาห์ กำลังจะหมดอายุลงหลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้เจ้าตัวสามารถเจรจากับสโมสรใดก็ได้ เมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนมกราคมที่กำลังจะมาถึง ทว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการเก็บเจ้าตัวไว้ใช้งานต่อ และได้ยื่นข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่ โดยหวังให้เจ้าตัวขยายสัญญาค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ออกไปจนถึงช่วงซัมเมอร์ปี 2024

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สกาย สปอร์ตส์ ระบุว่า ปราการหลังวัย 22 ปี ได้ปัดข้อเสนอดังกล่าวจากต้นสังกัดทิ้งเรียบร้อย เพราะต้องการเปิดโอกาสให้กับตัวเองในการย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรอื่น เพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น โดยเชื่อกันว่า โฟซู-เมนซาห์ กำลังได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก รวมถึงสโมสรจากลีกต่างแดง อาทิเช่น โอลิมปิก มาร์กเซย, อาแอส โมนาโก และ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน

ทั้งนี้ โฟซู-เมนซาห์ ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งสิ้น 30 นัด นับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2016 โดยฤดูกาลนี้เพิ่งได้ลงเล่นรวมทุกรายการแค่ 3 นัดเท่านั้น




คอนเฟิร์ม!บียาร์เรอัลคว้า "กาปู" จากวัตฟอร์ด


 "เรือดำน้ำสีเหลือง" บียาร์เรอัล เริ่มเสริมทัพกลางซีซั่นแล้ว โดยล่าสุดปิดดีลกระชากตัว เอเตียน กาปู อดีตมิดฟิลด์ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ มาจาก วัตฟอร์ด เรียบร้อย

              
บียาร์เรอัล สโมสรดังแห่งเวที ลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน เมื่อวันพุธที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมาว่า ได้ทำการคว้าตัว เอเตียน กาปู กองกลางร่างใหญ่ชาวฝรั่งเศส มาจาก วัตฟอร์ด สโมสรลูกหนังระดับ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ เป็นที่เรียบร้อย โดยเซ็นสัญญาร่วมงานกันเป็นเวลา 2 ปีครึ่ง

สำหรับเรื่องค่าตัวไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่เชื่อว่า น่าจะอยู่ที่ราว 2 ล้านปอนด์ (ประมาณ 80 ล้านบาท) โดยอดีตแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ วัย 32 ปี จะได้ร่วมงานกับ อูไน เอเมรี่ อดีตกุนซือ อาร์เซน่อล ในถิ่น เอสตาดิโอ เด ลา เซรามิก้า

ปัจจุบัน บียาร์เรอัล รั้งอันดับห้า ในตารางคะแนน ลา ลีกา โดยมี 26 แต้ม จากการลงแข่ง 16 นัด โดย กาปู จะยังลงเล่นให้ต้นสังกัดใหม่ไม่ได้ จนกว่าจะถึงวันที่ 4 มกราคม 2021 ซึ่งเป็นวันเปิดตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสองอย่างเป็นทางการของศึก ลา ลีกา




"ซิเมโอเน่" ทำสถิติคุมแอตมาดริดครบ500นัด

 


ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือดังเลือด "ฟ้า-ขาว" ทำสถิติคุมทีม แอตเลติโก มาดริด ครบ 500 นัด หลังนำทีมคว้าชัยเกมลีกเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

                
ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ เฮดโค้ชคนเก่งของ แอตเลติโก มาดริด ทำสถิติคุมทัพ "ตราหมี" ครบ 500 นัด หลังนำทีมเปิดบ้านพิชิต เคตาเฟ่ 1-0 ในศึก ลา ลีกา สเปน เมื่อวันพุธที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา

กุนซือชาวอาร์เจนไตน์วัย 50 กะรัต เข้ามาคุมทีม แอต. มาดริด เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ปี 2011 ซึ่งตลอด 500 เกมที่คุมทัพ "ตราหมี" นั้น เจ้าตัวมีสถิติพาทีมคว้าชัยชนะ 301, เสมอ 118, แพ้ 81 นัด พร้อมกับนำทีมประสบความสำเร็จอย่างมากมาย ด้วยตำแหน่งแชมป์ ลา ลีกา 1 สมัย, โกปา เดล เรย์ 1 สมัย, ยูฟ่า ยูโรปา ลีก 2 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย นอกจากนี้ยังเคยพา แอต. มาดริด เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง (ซีซั่น 2013/14 และ 2015/16) ด้วย

สำหรับชัยชนะในเกมดังกล่าวทำให้ แอต. มาดริด ที่รั้งตำแหน่งจ่าฝูง ลา ลีกา มีคะแนนเพิ่มเป็น 35 แต้ม จากการลงแข่ง 14 นัด นำ เรอัล มาดริด ทีมอันดับสอง ที่ลงเตะมากกว่า 1 นัด 3 แต้ม




อายุไม่สำคัญ! "โรนัลโด้" เล็งเล่นฟุตบอลต่ออีกหลายปี

 


ดูแล้วไม่น่ารีไทร์ในเร็วๆ นี้... คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยอดดาวยิงตัวเก๋า ยูเวนตุส ตั้งเป้าที่จะเล่นฟุตบอลต่อไปอีกหลายๆ ปี พร้อมเผยความฝันสูงสุดของตัวเองที่ยังไปไม่ถึง

            
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสของ ยูเวนตุส ยอดสโมสรลูกหนังในศึก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ยืนยันว่า ตนมีความตั้งใจที่จะเล่นฟุตบอลต่อไปอีกหลายๆ ปี ถึงแม้ปัจจุบันอายุ 35 ปีแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ โรนัลโด้ เพิ่งได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษในงาน โกลบ ซอคเกอร์ อวอร์ดส์ จากสมาคมกีฬาดูไบ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้เจ้าตัวยังเป็นเจ้าของรางวัล บัลลง ดอร์ 5 สมัย อีกด้วย

"อายุมันไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ใจ" โรนัลโด้ กล่าวกับ บีบีซี สปอร์ต สำนักข่าวชื่อดัง "มันไม่สำคัญด้วยว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มันเก่ง เพราะคุณไม่มีทางรู้ล่วงหน้าหรอกว่า วันพรุ่งนี้มันจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ผมใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างมันดี, ผมมีความสุข, รู้สึกว่าสภาพร่างกายพร้อม และกำลังอยู่ในช่วงที่ดีของชีวิต ผมหวังว่าผมจะได้เล่นฟุตบอลต่อไปอีกหลายๆ ปี แต่เรื่องแบบนี้คุณไม่มีทางรู้หรอก"

พร้อมกันนั้น โรนัลโด้ ยังเผยว่า ความฝันสูงสุดของตน คือการคว้าแชมป์โลกกับทีมชาติโปรตุเกส "ผมยังคงฝันที่จะได้แชมป์ เวิลด์ คัพ กับ โปรตุเกส มันเป็นไปได้นะ"




หนีแมนยูแค่3แต้ม! ลิเวอร์พูลสะดุด2นัดติดแค่บุกเจ๊านิวคาสเซิ่ลไร้สกอร์


 แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล สะดุดเป็นนัดที่สองติดต่อกันหลังทำได้แค่บุกมาแบ่งแต้มกับ นิวคาสเซิ่ล แบบไร้สกอร์ 0-0 นับเป็นเกมแรกที่ยิงประตูในเกมลีกไม่ได้ แถมเป็นการเสมอนอกบ้านเป็นนัดที่ 5 เข้าไปแล้ว ส่งผลให้ "หงส์แดง" ที่แข่งมากกว่าแม้จะนำเป็นจ่าฝูงต่อ แต่หนี แมนฯยูไนเต็ด แค่ 3 คะแนนเท่านั้น ส่วน "สาลิกาดง" ได้หนึ่งแต้มสำคัญขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14 มี 19 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา


สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ 30 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นการพบกันระหว่าง นิวคาสเซิ่ล อันดับ 15 ที่ล่าสุดบุกไปพ่าย แมนฯซิตี้ 0-2 เปิดรังรับมือ "จ่าฝูง" และแชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ที่เกมที่แล้วสะดุดในแอนฟิลด์เสมอกับ เวสต์บรอมวิช 1-1

สตีฟ บรูซ กุนซือเจ้าถิ่นส่ง คัลลั่ม วิลสัน ล่าตาข่ายร่วมกับ จาค็อบ เมอร์ฟี่ย์ และโชลินตอน ส่วนฝั่ง "หงส์แดง" ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ เปลี่ยนสองตำแหน่งจากเกมล่าสุดส่ง นาธาเนียล ฟิลลิปส์ ยืนเซ็นเตอร์คู่กับฟาบินโญ่ และเจมส์ มิลเนอร์ ขับเคลื่อนตรงกลาง โดยใช้ 3 แนวรุกเหมือนเดิมทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่

เปิดฉากครึ่งแรกมา นาทีที่ 3 "สาลิกาดง" ได้ลุ้นจากลูกเตะมุม แมตต์ ริตชี่ เปิดเตะมุมมาให้ โชลินตอน โหม่งแต่บอลหลุดกรอบออกไป อีก 3 นาทีต่อมา คัลลั่ม วิลสัน ได้โขกบ้างแต่บอลก็ยังไม่ตรงกรอบ

นาที 12 แนวรับของหงส์แดงเกือบทำพลาด หลัง คัลลัม วิลสัน เบียดเอาชนะ นาธาเนียล ฟิลลิปส์ หลุดเข้าไปซัดมุมแคบด้วยขวา แต่บอลไปแฉลบเท้า ฟาบินโญ่ ออกหลังหวุดหวิด

นาที 16 เจมส์ มิลเนอร์ เก็บบอลได้นอกกรอบก่อนจะตั้งป้อมซัดเลียดเข้าไปบอลพุ่งแต่ยังไม่ห่างมือ คาร์ล ดาร์โลว์ คว้าไว้ได้

"หงส์แดง" เริ่มครองเกมได้มากกว่า นาที 25 ได้เสียวจากจังหวะที่ เจมส์ มิลเนอร์ วางบอลให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ พยายามจ่ายเร็วให้ มาเน่ ในกรอบ แต่บอลลึกไปเข้ามือ คาร์ล ดาร์โลว์

นาที 34 ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นอีกหลัง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน วางบอลตัดแนวรับสาลิกาดงให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไป แต่จังหวะยิงด้วยซ้ายไปติดขา คาร์ล ดาร์โลว์ หลุดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 40 เจ้าบ้านได้ลุ้นหลัง เดอันเดร เยดลิน ผ่านบอลเข้ากลางมาให้ จาค็อบ เมอร์ฟี่ย์ ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบบอลพุ่งไปตรงตัว อลีสซง เบ็คเกอร์

ช่วงทดเจ็บ นาที 45+1 ซาดิโอ มาเน่ ครอสบอลไปเสาแรกให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ขึ้นโขกเน้นๆ บอลพุ่งจะเสียบตาข่ายอยู่แล้วแต่ คาร์ล ดาร์โลว์ ยังเร็วพุ่งปัดออกไปได้

จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล เสมอกับ ลิเวอร์พูล 0-0

ครึ่งหลัง นาที 55 เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดลูกเตะมุมมาเสาแรกให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งโฉบมาโขกบอลพุ่งถากเสาเข้าข้างตาข่ายแบบได้เสียว

นาที 66 "หงส์แดง" ทิ้งโอกาสขึ้นนำอีกหน บอลจาก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แทงขึ้นหน้าทะลุช่องให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเข้าไปก่อนยิงด้วยซ้ายหลุดกรอบออกไปอย่างน่าผิดหวัง อีกสองนาทีถัดมา บอลจากลูกเตะมุม เทรนท์ เปิดมาเสาไกลให้ ฟีร์มีโน่โขกหลุดเสาไปอีก

นาที 73 เจอร์เก้น คล็อปป์ ส่ง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บลงมาเล่นแทน เจมส์ มิลเนอร์

เจ้าบ้านตอบโต้บ้างและเกือบได้ลุ้นในนาที 79 หลัง แมตต์ ริตชี่ เปิดบอลมาให้ เคียแรน คล้าร์ก โขกแต่บอลยังโดน อลีสซง ปฎิเสธปัดออกไป

ถัดมาอีกนาทีเดียว "หงส์แดง" ชวดได้ประตูอีก เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้ามา คาร์ล ดาร์โลว์ พุ่งออกมาปัดไปโดน มาเน่ เกือบซ้ำเข้าประตู แต่ยังมี ฟาเบียน แชร์ แนวรับนิวคาสเซิ่ลตามมาเคลียร์บอลพ้นอันตรายไปได้ทัน

จบเกม ทำอะไรกันไม่ได้ นิวคาสเซิ่ล เสมอกับ ลิเวอร์พูล แบบไร้สกอร์ 0-0 แบ่งไปทีมละหนึ่งคะแนนมีเพิ่มเป็น 33 คะแนน แม้จะนำเป็นจ่าฝูง แต่หนี แมนฯยูไนเต็ด อันดับสองแค่ 3 คะแนน แถมแข่งมากกว่าหนึ่งเกม ส่วน นิวคาสเซิ่ล มีเพิ่มเป็น 19 คะแนน ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 14

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

นิวคาสเซิ่ล (5-4-1) : คาร์ล ดาร์โลว์ - เดอันเดร เยดลิน, เฟเดริโก้ แฟร์นานเดซ, ฟาเบียน แชร์, เคียแรน คล้าร์ก, แม็ตต์ ริตชี่ (จามาล ลูอิส น.86) - จาค็อบ เมอร์ฟี่ย์ (มิเกล อัลมิรอน น.67), ฌอน ลองสต๊าฟฟ์, อิซัค เฮย์เด้น, โชลินตอน - คัลลั่ม วิลสัน

ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ - เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, นาธาเนียล ฟิลลิปส์, ฟาบินโญ่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน - เคอร์ติส โจนส์ (จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม น.68), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์ (ติอาโก้ อัลกันตาร่า น.73)- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (เซอร์ดาน ชากิรี่ น.90+2), โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ผู้จัดการทีม :
เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้ตัดสิน : พอล เทียร์นี่ย์




วันอังคารที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"แรชฟอร์ด" ฮีโร่! แมนยูทำได้เบียดวูล์ฟส์ทดเจ็บขึ้นรองฝูงจี้ลิเวอร์พูล2แต้ม

 


"ปีศาจแดง" ของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำผลงานได้ตามเป้าหลังมาได้ประตูชัยช่วงทดเจ็บจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด พาทีมเชือด วูล์ฟส์ 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 30 คะแนนผงาดขึ้นรองจ่าฝูงจี้ "หงส์แดง" 2 แต้ม ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ผ่านมา


สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แมนฯ ยูไนเต็ด บุกไปเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-2 ในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้ ปีศาจแดง พลาดโอกาสในการขยับขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูง รวมทั้งเป็นการเสมอนอกบ้านนัดแรกของฤดูกาล ชวดทาบสถิติสูงสุดของพรีเมียร์ลีกของ เชลซี และ แมน ซิตี้ ที่ชนะเกมเยือน 11 นัดติดต่อกัน

ส่วนทาง วูล์ฟแฮมป์ตัน เปิดบ้านเสมอกับ สเปอร์ส 1-1 ในเกมลีกนัดล่าสุด ทำให้ทีมเยือนคว้าชัยได้เพียงแค่เกมเดียวเท่านั้นจาก 5 นัดหลังสุดที่ลงสนาม

5 นาทีผ่านเป็น "ปีศาจแดง" ทำได้ดีกว่าได้เสียวจากบอลทางซ้ายของ อเล็กซ์ เตลลิส สอดมาครอสเข้าเขตโทษเกือบถึง เอดินสัน คาวานี่ แต่ไปติด โรแม็ง ซาอิส เคลียร์ออกหลังไปได้ทัน

นาทีที่ 8 "หมาป่า" ทักทายบ้างจากความสามารถเฉพาะตัวของ อดาม่า ตราโอเร่ พาบอลลุยแหวกขึ้นมาก่อนแทงออกซ้ายให้ เปโดร เนโต้ แต่งหาช่องได้ลองซัดด้วยขวาแต่ไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา

2 นาทีต่อมา ปอล ป็อกบา ไปเสียหลักล้มโดน วิตินญ่า ฉกบอลกระชากขึ้นมาตะบันด้วยขวาผ่านบล็อคแนวรับ แมนยู บอลตกพื้นไปตรงตัว ดาบิด เด เคอา ตะปปก่อนตามไปรับเอาไว้ได้

นาทีที่ 13 วูล์ฟแฮมป์ตัน เร่งเครื่องคราวนี้ เปโดร เนโต้ ขยับมารับบอลทางฝั่งซ้ายก่อนจ่ายย้อนมาหน้าหัวกะโหลกให้ รูเบน เนเวส วิ่งมาอัดเต็มข้อพุ่งเป็นจรวดโชคดี ดาบิด เด เคอา ชกทิ้งได้ทัน

ต่อมานาทีที่ 23 จากลูกฟรีคิกทางขวาของ ชูเอา มูตินโญ่ ตักบอลเข้าเขตโทษมาตกใส่หัว โรแม็ง ซาอิส หันหลังขวิดบอลย้อยข้ามมือ ดาบิด เด เคอา ไปตกใส่คานบนเด้งออกหลัง

นาทีที่ 26 "ปีศาจแดง" พยายามตั้งเกมสู้ เนมานย่า มาติช ครอสยาวเข้ากรอบเขตโทษข้ามหัว โรแม็ง ซาอิส มาเข้าทาง เอดินสัน คาวานี่ โขกโดนบางๆบอลเลยหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

แฟนผีเกือบได้เฮ! นาทีที่ 34 โอกาสยิงตรงกรอบครั้งแรกเป็นบอลทางขวาของ เมสัน กรีนวู้ด สับขาหลอกได้ช่องตักไปเสาไกลถึง บรูโน่ แฟร์นันด์ส สอดมาโดดซัดจ่อๆแต่ไปตรงตัว รุย ปาตริซิโอ เซฟเอาไว้ได้

ก่อนหมดครี่งแรก 5 นาที "หมาป่า" พลาดโอกาสทองจากลูกสูตรฟรีคิกทางขวาวางมาเสาแรกให้ โรแม็ง ซาอิส โฉบตัดหน้า มาร์คัส แรชฟอร์ด ก่อนดีดด้วยซ้ายไปติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ผวาปัดออกมาหวุดหวิด

หมดครี่งเวลาแรก แมนฯ ยูไนเต็ด 0 วูล์ฟแฮมป์ตัน 0

ครึ่งหลังนาทีที่ 65 โอกาสทำประตูน้อย "ปีศาจแดง" ได้ลุ้นจากจังหวะโยนของ บรูโน่ แฟร์นันด์ส วางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด สอดเข้าเขตโทษขึ้นเอาชนะ คอเนอร์ เคาดี้ แต่โขกไม่ดีหลุดออกหลังเหมือนเดิม

4 นาทีต่อมา แมนยู พลาดโอกาสทองจากลูกเตะมุมทางขวา เอริก ไบยี่ โขกบอลแฉลบไปโดนมือ คอเนอร์ เคาดี้ เด้งมาเข้าทาง เอดินสัน คาวานี่ ส่งบอลซุกก้นตาข่ายเสียดายมีธงล้ำหน้ายกขึ้นมาก่อนแล้ว

แลกกันหมัดต่อหมัด ราย็อง ไอต์-นูริ ตวัดบอลเร็วเข้าเขตโทษให้ โรแม็ง ซาอิส ขึ้นโขกบอลเกือบเสียบใต้คานติดปลายมือ ดาบิด เด เคอา แต่ก็ไม่ยังไม่ผ่านกับดักล้ำหน้าเหมือนกัน

15 นาทีสุดท้ายคราวนี้ ปอล ป็อกบา ขอลองบ้างรับบอลจาก บรูโน่ แฟร์นันด์ส พิงแนวรับ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก่อนตะบันด้วยขวาหน้ากรอบ 18 หลาเกือบเบียดโคนเสาแต่ยังไม่ผ่าน รุย ปาตริซิโอ

นาทีที่ 82 "หมาป่า" เกือบได้เฮบ้าง ฟาบิโอ ซิลวา แทงบอลให้ ราย็อง ไอต์-นูริ สอดเข้ามาในเขตโทษแต่จังหวะยิงด้วยซ้ายมุมแคบติดเซฟ ดาบิด เด เคอา ช่วยเอาไว้ได้อีกครั้ง

แต่แล้วช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+3 เจ้าถิ่น มาได้ประตูชัย บรูโน่ แฟร์นันด์ส วางบอลยาวเข้าเขตโทษให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่งหาช่องก่อนตะบันด้วยซ้ายไปแฉลบ โรแม็ง ซาอิส เปลี่ยนทางตุงตาข่าย

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม แมนฯ ยูไนเต็ด 1 วูล์ฟแฮมป์ตัน 0

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง

แมนฯ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา - อารอน วาน-บิสซาก้า, เอริก ไบยี่, แฮร์รี่ แม็คไกวร์, อเล็กซ์ เตลลิส (ลุค ชอว์ น.46) - เนมานย่า มาติช, ปอล ป็อกบา - เมสัน กรีนวู้ด (อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล น.64), บรูโน่ แฟร์นันด์ส (สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ น.95), มาร์คัส แรชฟอร์ด - เอดินสัน คาวานี่

ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-5-2) : รุย ปาตริซิโอ - แม็กซ์ คิลแมน, คอเนอร์ เคาดี้, โรแม็ง ซาอิส - คี-ยานา ฮูเฟร์, รูเบน เนเวส, ชูเอา มูตินโญ่, วิตินญ่า (ดาเนียล โพเดนซ์ น.55), ราย็อง ไอต์-นูริ - อดาม่า ตราโอเร่, เปโดร เนโต้ (ฟาบิโอ ซิลวา น.68)

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้

ผู้ตัดสิน : โจนาธาน มอสส์




ผลงานไม่ดี!บาร์ซ่าสร้างสถิติเลวร้ายสุดในรอบ17ปี

 


การเจ๊ากับ เออิบาร์ ในนัดล่าสุดส่งผลให้มันเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2003 ที่ บาร์เซโลน่า เก็บชัยชนะในเกม ลา ลีกา สเปน ในช่วง 15 นัดแรกได้ไม่เกินครึ่งหนึ่ง พร้อมกับทำให้เปอร์เซ็นต์ชนะในลีกของ บาร์เซโลน่า เมื่อไม่มี ลิโอเนล เมสซี่ ลงช่วยทีมย่ำแย่ลงไปอีก

   
บาร์เซโลน่า ไม่สามารถเก็บชัยชนะในเกม ลา ลีกา สเปน ให้เกินครึ่งหนึ่งจากการลงเล่นช่วง 15 เกมแรกได้ เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี หลังจากล่าสุดทำได้เพียงเปิดรัง คัมป์ นู เสมอกับ เออิบาร์ 1-1 เมื่อวันอังคารที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา

"อาซูลกราน่า" ภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ คูมัน ทำผลงานในลีกได้ไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร โดยถึงแม้ตอนนี้พวกเขาจะไม่แพ้ใครในลีกมา 5 นัดติดต่อกัน แต่มันก็เป็นการเสมอ 2 เกม และผลการแข่งขันในนัดล่าสุดก็ทำให้ บาร์เซโลน่า เก็บเพิ่มเป็นเพียง 25 คะแนน ตามหลัง แอตเลติโก มาดริด ที่เป็นจ่าฝูงถึง 7 แต้ม โดยที่ "ตราหมี" ลงเล่นน้อยกว่า 2 เกมด้วย ซึ่งหลายคนมองว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้ บาร์เซโลน่า ทำได้เพียงเจ๊ากับ เออิบาร์ เป็นเพราะเกมนี้ ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ได้ลงเล่นให้เจ้าถิ่น หลังจาก บาร์เซโลน่า ตัดสินใจที่จะให้เขาได้พักฟื้นสภาพร่างกายบ้าง

ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน บาร์เซโลน่า เพิ่งชนะในลีกเพียงแค่ 7 นัดเท่านั้น โดยครั้งสุดท้ายที่ บาร์เซโลน่า เก็บชัยชนะในลีกได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งในช่วง 15 นัดแรกต้องย้อนไปถึงปี 2003 ซึ่งตอนนั้นกุนซือของพวกเขาคือ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด โดยตอนนั้นพวกเขาชนะในลีกแค่ 5 เกมในช่วง 15 นัดแรก ก่อนจะจบซีซั่นด้วยการเป็นอันดับ 2 ในลีก

ขณะเดียวกัน หากนับตั้งแต่ตอนที่ เมสซี่ ประเดิมสนามให้กับ บาร์เซโลน่า ในเดือนตุลาคม ปี 2004 แล้วนั้น ยอดทีมแห่งถิ่น คัมป์ นู ก็สามารถชนะในลีกได้แค่ 55.9 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเมื่อไม่มีดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ลงช่วยทีม ตรงกันข้าม บาร์เซโลน่า เก็บชัยชนะในลีกได้ถึง 73.7 เปอร์เซ็นต์เมื่อมี เมสซี่ ลงล่าตาข่าย




คล็อปป์ตอบเองติอาโก้ลงฉะนิวคาสเซิ่ลไหวหรือไม่


 เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ระบุ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลางชื่อก้องที่เพิ่งกลับมาซ้อมได้นั้น ยังไม่น่าจะลงเล่นเกมกับ นิวคาสเซิ่ล ไหว โดยเสริมว่ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแข้งวัย 29 ปีจะคืนสนามได้เมื่อไหร่

    
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า ติอาโก้ อัลกันตาร่า มิดฟิลด์คนดัง ไม่น่าจะได้ลงช่วยทีมในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "หงส์แดง" มีคิวไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สนาม เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันพุธที่ 30 ธันวาคมนี้

ติอาโก้ ได้รับบาดเจ็บตรงหัวเข่าอย่างรุนแรงในเกมที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนทำให้ต้องพักยาวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ส่งผลให้เขาเพิ่งได้ลงเล่นให้ทีมในลีกไปเพียง 2 เกมเท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้เขากลับมาซ้อมได้จนทำให้ "เดอะ ค็อป" หลายคนเชื่อว่าดาวเตะดีกรีทีมชาติสเปนใกล้ที่จะคืนสนามแล้ว

คล็อปป์ เผยว่า "ผมชอบดูเด็กๆ ของผมลงเล่น กรณีของ ติอาโก้ เขาได้ลงเล่นไปนิดหน่อยจนกระทั่งได้รับบาดเจ็บ แน่นอนว่าเราตั้งตารอให้เขากลับมาอยู่ แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เอาเป็นว่าผมบอกแล้วกันว่าตอนนี้เขาไม่น่าจะเดินทางไปกับเราได้ (สำหรับเกมกับ นิวคาสเซิ่ล)"

"เขายังต้องซ้อมอีกสักหน่อย เขาพักไปนานมากหลังจากโดนเล่นงานแบบรุนแรง มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เขาจะเจ็บหนักจากจังหวะแบบนั้น จริงอยู่ว่าเอ็นไม่ได้ขาดอะไร และมันก็ไม่มีอะไรหัก แต่มันก็ยังทำให้เขาต้องพักนานในระดับหนึ่ง และเขาก็ยังต้องใช้เวลาเรียกความฟิตอีก เราไม่สามารถเร่งในประเด็นนี้ได้ เราจะไม่ทำอย่างนั้น ดังนั้นผมเลยไม่รู้เหมือนกัน (ว่า ติอาโก้ จะกลับมาลงเล่นได้เมื่อไหร่)"

"ตลอดช่วงหลายวันก่อน ติอาโก้ ได้ซ้อมร่วมกับทีมนิดหน่อย แต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเขาได้ซ้อมร่วมกับทีมตลอดทั้งเซสชั่นการซ้อม ถึงกระนั้นมันก็เป็นเซสชั่นการซ้อมที่สั้นกว่าปกติ ดังนั้นถ้าจะพูดไปแล้วเราก็ยังไม่ได้ซ้อมกันแบบเต็มเซสชั่นน่ะนะ ที่ผ่านมาเขาทำได้เพียงซ้อมร่วมกับทีมแบบนิดๆ หน่อยๆ และใน พรีเมียร์ลีด การได้ซ้อมกับทีมแค่วันเดียวมันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะลงเล่นได้ทันที ตอนนี้สถานการณ์มันค่อนข้างดูดี แต่ผมก็ไม่สามารถพูดอะไรมากกว่านั้นได้ พูดกันตามตรงแล้วผมเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะกลับมาลงเล่นได้ตอนไหน"




มูรินโญ่รับเบลต้องพักอีกหลายสัปดาห์

 


โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ สเปอร์ส บอกเอง แกเร็ธ เบล ต้องพักอีกสักหลายสัปดาห์ หลังจากได้รับบาดเจ็บตรงน่อง แต่เสริมว่าอาการเดี้ยงของ เบล ไม่ได้รุนแรงอะไร

   
โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่า แกเร็ธ เบล ปีกชาวเวลส์ต้องพักรักษาตัวอีกหลายสัปดาห์ก่อนที่จะกลับมาช่วยทีมได้

เบล มีอาการบาดเจ็บบริเวณน่องจากเกม คาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่ สเปอร์ส ชนะ สโต๊ค ซิตี้ 3-1 เมื่อวันพุธที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา จนทำให้เขาไม่มีชื่ออยู่ในทีมนัดที่ "ไก่เดือยทอง" เสมอกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1 ในเกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา ตามไปด้วย โดยซีซั่นนี้แข้งวัย 31 ปี เพิ่งได้ลงเล่นให้ทีมในเกมลีกไปเพียง 4 นัดเท่านั้น

หลังโดนถามว่า เบล จะฟิตทันเกมกับ ฟูแล่ม ในวันพุธที่ 30 ธันวาคมนี้หรือไม่ มูรินโญ่ ก็ตอบว่า "ไม่ล่ะ ผมไม่คิดว่า แกเร็ธ จะฟิตทันเกมนี้ ผมคงไม่บอกว่าอาการบาดเจ็บของเขามันรุนแรงหรอกนะ แต่ผมก็คงต้องบอกว่าเขาต้องพักสักหลายสัปดาห์"




บิ๊กแซมช็อกลูกทีมฟอร์มต่างจากเกมเจ๊าลิเวอร์พูล


แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก้มหน้ารับ อึ้งสุดๆ ที่ลูกทีมเล่นกันได้แย่ในเกมแพ้ ลีดส์ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนเพิ่งโชว์ฟอร์มโหดจนเสมอกับ ลิเวอร์พูล ได้ โดยบอกว่าทีมก็แทบจะเป็นชุดเดียวกันแท้ๆ แต่ฟอร์มกลับแตกต่างกันแบบคนละโลก


แซม อัลลาร์ไดซ์ ผู้จัดการทีม เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ยอมรับว่าตนช็อกสุดๆ ที่ลูกทีมเล่นได้ต่างจากวันที่เสมอกับ ลิเวอร์พูล อย่างสิ้นเชิง หลังจากที่ "เดอะ แบ็กกี้ส์" แพ้ ลีดส์ ยูไนเต็ด 0-5 คารัง เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอังคารที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา

เจ้าถิ่นลงเล่นเกมนี้ด้วยความฮึกเหิมหลังจากที่เพิ่งเสมอกับจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม ที่ผ่านมา แต่กลับกลายเป็นว่าทีมเยือนนำห่างไปถึง 4 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ส่งผลให้ เวสต์บรอมฯ แพ้ในลีกด้วยสกอร์ที่ขาดลอยที่สุดของซีซั่นนี้ และยังมีเพียง 8 คะแนนจากการลงเล่น 16 นัด อยู่ในอันดับรองสุดท้ายของตารางคะแนนต่อไป

อัลลาร์ไดซ์ เผยว่า "มันทำให้ผมช็อกมากๆ ผมคงต้องหาคำตอบให้ได้โดยเร็วว่าทำไมตอนเกมกับ ลิเวอร์พูล ผมถึงได้เห็นฟอร์มที่ยอดเยี่ยม แต่พอมาเป็นเกมนี้ผมกลับต้องเจอกับฟอร์มการเล่นแบบนี้ทั้งที่นอกจาก คีแรน กิ๊บบ์ส แล้วนั้น ทีมที่ลงเล่นก็เป็นทีมชุดเดิมแท้ๆ ฟอร์มที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแบบนี้มันทำให้ผมงงนิดๆ เพราะผมเพิ่งมาอยู่กับทีมได้ไม่นาน และผมก็ไม่คาดคิดเลยว่าจะมาเจอฟอร์มแบบในค่ำคืนนี้"

"คุณต้องเล่นด้วยความกระตือรือร้นมากกว่านี้ คุณต้องสู้ให้จริงจังมากกว่านี้ คุณต้องทำให้ดีกว่านี้ในตอนที่ได้ครองบอล คุณต้องมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน, คุยกัน, ให้กำลังใจกันและกัน, ทำตัวเองให้พร้อมสู้, ทำให้มั่นใจว่าจะก้าวข้ามมันมาได้ และพยายามกลับมาสู่เกมให้ได้ น่าเสียดายที่วันนี้มันไม่เกิดเรื่องแบบนั้น"




วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ต้องชนะเพื่อยึดรองจ่าฝูง ! คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนยู ปะทะ วูล์ฟส์

 


โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบในแมตช์เปิดรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 29 ธันวาคมนี้ ซึ่งหากพวกเขาชนะจะกระโดดขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงทันที

    
สำหรับสถานการณ์ในการลุ้นแชมป์เวลานี้ค่อนข้างสูสีมากๆ หลังจากที่บรรดาทีมหัวตารางอย่าง ลิเวอร์พูล, เลสเตอร์ ซิตี้, สเปอร์ส, และ แมนฯ ยูฯ ต่างเข้าโครงการคนครึ่ง ที่เล่นเสมอกันในช่วง "บ็อกซิ่ง เดย์" โดย "ผีแดง" เริ่มเห็นโอกาสที่พวกเขาจะทำคะแนนเบียดกับแชมป์เก่าซึ่งยึดจ่าฝูงในเวลานี้ หากสามารถเก็บ 3 คะแนนในเกมนี้ และทำให้พวกเขาตามหลัง "หงส์แดง" แค่ 2 แต้ม (ลิเวอร์พูล แข่งวันพุธ)

แน่นอนว่า "น้าลูกอม" ต้องการจัดชุดใหญ่เพื่อหวังชัยชนะ แต่งานนี้ทุกอย่างอาจไม่เป็นดั่งใจหวัง เนื่องจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด ดูเหมือนจะมีปัญหาบาดเจ็บไหล่ จากเกมที่เสมอ เลสเตอร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และอาการอาจจะหนักหากขืนทู่ซี้ใช้งานนักเตะต่อไป

ด้วยเหตุนี้มีความเป็นไปได้สูงที่ โซลชา จะเลือกส่ง เอดินสัน คาวานี่ กองหน้ามากประสบการณ์ลงเล่นเป็น 11 ตัวจริง ซึ่งผลงานของ ดาวเตะชาวอุรุกวัย ก็ไม่ธรรมดาเพราะล่าสุดเขาเพิ่งจะแอสซิสต์ให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ซัดประตูใส่ "เดอะ ฟ็อกซ์" ในเกมที่เสมอกัน 2-2

ขณะที่แนวรุกงานนี้ต้องบอกเลยว่า นายใหญ่ชาวนอร์เวย์ ขอจัดหนักจัดเต็มด้วยการใส่ชื่อ ปอล ป็อกบา มากกว่าจะเลือก แดเนี่ยล เจมส์ ลงเล่น โดยงานนี้จะมี แฟร์นันด์ส ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์เหมือนเดิม ส่วนทางฝั่งขวาจะเป็นที่ประจำการของ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ในส่วนของกองหลังอาจจะต้องลุ้นว่า วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ จะลงสนามได้ไหมเนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บบริเวณหลังในเกมปะทะ "จิ้งจอกสยาม" และถ้าเล่นไม่ได้ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ เอริก ไบยี่ จับคู่เซนเตอร์แบ็กกับ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ สำหรับแบ็กขวา อั๊กเซล ตวนเซเบ้ น่าจะยังคงได้รับโอกาสลงเล่นต่อไป แม้ อารอน วาน บิสซาก้า จะหายเจ็บกลับมาฝึกซ้อมได้แล้วก็ตาม แต่คาดว่าเขาน่าจะกลับมาฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามในช่วงปีใหม่มากกว่า

อย่างไรก็ตาม โซลชา อาจจะมีแผนสำรองในตำแหน่งแบ็กขวา โดยอาจจะใช้งาน ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ขณะที่ทางฝั่งซ้ายอาจเลือกเปลี่ยน ลุค ชอว์ และใส่ชื่อ อเล็กซ์ เตลลิส ลงไปแทน ด้านกองกลางหาก สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เล่นไม่ไหวก็ยังมี เนมานย่า มาติช ที่พร้อมเสียบตำแหน่งแทน เช่นเดียวกับ เมสัน กรีนวู้ด อาจจะเป็นอีกทางเลือกที่ "น้าลูกอม" เลือกใช้งานในแนวรุกก็ได้

คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา

กองหลัง : ลุค ชอว์, แฮร์รี่ แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เอริก ไบยี่, อั๊กเซล ตวนเซเบ้

กองกลาง : สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด

แนวรุก : ปอล ป็อกบา, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, อ็องโตนี่ มาร์กยาล

กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่



คาดการณ์ 11 ตัวจริง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (แผนสำรอง)


ผู้รักษาประตู : ดาบิด เด เคอา
กองหลัง : อเล็กซ์ เตลลิส ,แฮร์รี่ แม็คไกวร์, เอริก ไบยี่, ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์

กองกลาง : เนมานย่า มาติช, เฟร็ด

แนวรุก : อ็องโตนี่ มาร์กซิยล, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, เมสัน กรีนวู้ด

กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่






ฟอร์มแรงพร้อมสังหารหมาป่า! เจาะ 5 ข้อก่อนเกม แมนยู รับมือ วูล์ฟส์

 


โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ของ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมที่จะนำลูกทีมรับมือ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอังคารที่ 29 ธันวาคมนี้ 


เกมนี้แนวรุกของ "ผีแดง" อาจจะต้องลุ้น มาร์คัส แรชฟอร์ด หัวหอกฟอร์มแรง ที่มีปัญหาเจ็บไหล่จากเกมเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่หากนักเตะไม่ฟิตจริงๆ โซลชา ก็มีแนวคิดสำรองเอาไว้แล้ว นั่นก็คือการใส่ เอดินสัน คาวานี่ ลงเล่นเป็นหน้าเป้า

สำหรับแมตช์นี้ โซลชา แอนด์โค. ต้องการชัยชนะอย่างมาก เพราะหากพวกเขาเก็บ 3 แต้มได้สำเร็จจะทะยานขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงทันที และกดดัน ลิเวอร์พูล ที่ต้องไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันพุธนี้ ซึ่งหาก "หงส์แดง" พลาด งานนี้เหล่าสาวก "เร้ด อาร์มี่" คงได้เริ่มฝันเห็นทีมรักขึ้นนำจ่าฝูงในอนาคตทันที

1. แนวรับมีปัญหา โซลชา ต้องแก้ไข
สำหรับแนวรับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลานี้กำลังโดนพิษโรคเดี้ยงเล่นงาน รายล่าสุดเป็นคิวของ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ที่ได้รับบาดเจ็บหลัง จากเกมเสมอ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้งานนี้ โซลชา จำเป็นต้องใช้งาน เอริก ไบยี่ คู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก ซึ่งทั้งคู่ก็ทำหน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่งเลยทีเดียว

ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กขวาแม้ตอนนี้ อารอน วาน-บิสซาก้า จะหายเจ็บกลับมาฝึกซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วก็ตาม แต่คาดว่า "น้าลูกอม" อาจจะไม่เสี่ยงใช้งานเขาในแมตช์นี้ และเลือกให้โอกาสกับ อั๊กเซล ตวนเซเบ้า ทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ต่อไปอีกเกม



แน่นอนว่าเกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องโดนทดสอบจากเกมรุกที่รวดเร็วและแข็งแกร่งของ วูล์ฟส์ โดยเฉพาะจาก อดาม่า ตราโอเร่ กับ เปโดร เนโต้ ที่เล่นได้อย่างโดดเด่นเหลือเกินในเกมเสมอ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

ดังนั้นนี่จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำหรับสำหรับ โซลชา ในการปรับหมากเกมรับให้เหมาะสม แม้ว่าจะต้องเจอกับวิกฤติกองหลังบาดเจ็บก็ตาม และหากเขาสามารถทำได้ ก็ต้องบอกว่าทัพ "ปีศาจแดง" คู่ควรอย่างยิ่งที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ลีกในฤดูกาลนี้

2. คาวานี่ ผู้กอบกู้เกมบุกแมนฯ ยูฯ
อีกปัญหาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าก็คืออาการบาดเจ็บบริเวณไหล่ของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ได้รับในแมตช์ปะทะกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งหากนักเตะไม่สามารถลงได้จริงๆ งานนี้ เอดินสัน คาวานี่ ต้องทำหน้าที่ไล่ล่าตาข่าย วูล์ฟส์ แทน

ในตอนแรกที่ คาวานี่ ย้ายมาเล่นกับทีมแบบฟรีเอเจนต์ หลายคนค่อนข้างค่อนขอดว่า แมนฯ ยูไนเต็ด หมดปัญญาที่จะหาซื้อนักเตะสตาร์ดังมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็เลยต้องคว้า หัวหอกจอมเก๋าชาวอุรุกวัย มาร่วมทีมในช่วงเส้นตายตลาดพ่อค้าแข้ง



สำหรับตอนนี้ทุกๆ คนโดยเฉพาะสาวก "เร้ด อาร์มี่" ได้เห็นประจักษ์ชัดเต็มสองตาแล้วว่า คาวานี่ เก่งฉกาจขนาดไหน แม้ว่าตอนนี้อายุเข้าหลักสามไปแล้ว แต่ฟอร์มการเล่นยังโดดเด่น และมีส่วนกับผลการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด หลายนัด โดยเฉพาะการช่วยทีมทะลุเข้ารอบตัดเชือก ศึกคาราบาว คัพ

ขณะที่เกมล่าสุด คาวานี่ ลงมาเป็นตัวสำรอง และแอสซิสต์ให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงประตูในเกมเสมอ เลสเตอร์ ซิตี้ ดังนั้นด้วยประสบการณ์และความสามารถของ หัวหอกวัย 33 ปี คงมีประโยชน์อย่างมากในการเจาะตาข่ายทีมของกุนซือนูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต

3. เล่นในบ้านเริ่มแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
สำหรับฤดูกาล 2020/2021 แมนฯ ยูไนเต็ด มีผลงานในรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ค่อยน่าอภิรมย์มากนักในช่วงต้นซีซั่น เมื่อพวกเขาแพ้ 3 เสมอ 1 ในการเล่นเกมลีกบ้านตัวเอง สวนทางกับฟอร์มการเล่นนอกบ้านที่เลิศเลอเพอร์เฟกต์ เก็บแต้มเป็นว่าเล่น



อย่างไรก็ตามในช่วง 3 เกมที่ผ่านมา ทัพ "ปีศาจแดง" เริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่า "โรงละครแห่งความฝัน" มีมนต์ขลังมากขนาดไหน โดยพวกเขาสะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นด้วยการเก็บชัยชนะ 2 แมตช์ และเสมอ 1 เกม ที่สำคัญตลอด 8 เกมที่ผ่านมาทั้งการเล่นในบ้าน-นอกบ้าน ทีมของ "กุนซือเบบี้เฟซ" ชนะถึง 6 เกมเสมอแค่ 2 แมตช์ ส่วนคำว่าแพ้ไม่รู้จัก

ฉะนั้นในแมตช์ที่จะต้องต้อนรับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส แน่นอนว่าบรรดาขุนพล "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมเต็มสูบที่จะปะทะกับทัพ "หมาป่า" เพราะตอนนี้ฟอร์มการเล่นในบ้านของพวกเขาไม่ได้แตกต่างไปจากผลงานการเล่นนอกบ้าน



ที่สำคัญเกมลีกล่าสุดที่ลงเล่นใน "เธียเตอร์ ออฟ ดรีม" พวกเขาก็เพิ่งจัดการกระซวก "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-2 แต่กระนั้นจุดที่น่าเป็นห่วงก็คือในเรื่องเกมรับเพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด เสีย 2 ประตูจากการเล่น 3 แมตช์ในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน ดังนั้น โซลชา ต้องเน้นย้ำแนวรับไม่ให้พลาดเสียประตูง่ายๆ เด็ดขาด

4. วูล์ฟส์ มีทีเด็ดช่วง 5 นาทีสุดท้าย
หนึ่งในสิ่งที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องระมัดระวังเอาไว้ให้ดีๆ ก็คือทีเด็ดของ วูล์ฟส์ ที่มักจะแผงฤทธิ์ยิงประตูในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเกม และพวกเขาก็แสดงให้เห็นมาแล้วจากการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 3 แมตช์หลังสุด ซึ่งงานนี้ต้องบอกเลยว่า "ผีแดง" ควรมีสมาธิให้ดีๆ



จริงๆ แล้ว "เร้ด เดวิลส์" ก็ได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มักจะยิงประตูช่วยท้ายเกมได้หลายแมตช์ ขณะที่ "หมาป่า" ก็ไม่ต่างกันเพราะในเกมกับ เชลซี พวกเขาได้ประตูชัยในนาทีที่ 90+5 ขณะที่เกมแพ้ เบิร์นลี่ย์ ได้ประตูตีไข่แตกนาทีที่ 89 และล่าสุดแมตช์เสมอ สเปอร์ส ทีมที่ได้ชื่อว่ามีเจ้าพ่อรถบัสอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กุมบังเหียน ก็โดนตีเสมอในนาทีที่ 86

ฉะนั้นในช่วง 5 นาที่สุดท้ายของการแข่งขัน โซลชา ต้องกำชับลูกทีมให้ระมัดระวังตัวเอาไว้ให้ดีๆ โดยเฉพาะ โรแม็ง ซาอิส ดาวเตะชาวโมร็อกโก ที่มักจะวิ่งขึ้นมาโหม่งทำประตูจากจังหวะเตะมุม ซึ่ง "ไก่เดือยทอง" รู้ซึ้งเป็นอย่างดีในเกมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

5. สามแต้มเพื่อทะยานสู่รองจ่าฝูง
แรงกระตุ้นสำคัญในแมตช์นี้ของบรรดานักเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือหากพวกเขาคว้าชัยชนะได้ นั่นหมายความว่าทีมจะเก็บได้ 30 คะแนน ขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูง โดยมีแต้มตามหลัง "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพียง 2 คะแนนเท่านั้น และทำให้แชมป์เก่า ต้องเกิดอาการกดดันเพราะต้องลงแข่ง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในวันพุธ

อย่าลืมว่าหาก "เดอะ เร้ดส์" พลาดท่าเก็บได้ 1 คะแนนหรือในกรณีนี้เลวร้ายที่สุดก็คือดันพ่ายแพ้นั่นหมายความว่า แมนฯ ยูไนเต็ด สามารถมองไปถึงการขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงทันที เพราะพวกเขายังมีข้อได้เปรียบจากการที่มีเกมอยู่ในมือ 1 แมตช์



ที่สำคัญเกมล่าสุด เลสเตอร์ กับ เชลซี ดันเข้าโครงการคนละครึ่ง !! เมื่อทำได้แค่เสมอกับคู่แข่ง ในขณะที่แมตช์ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน พบ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จำเป็นต้องเลื่อนโปรแกรม เนื่องจากทัพ "เรือใบสีฟ้า" มีปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในทีม ทำให้เกมนี้จึงเป็นโอกาสทองที่ แมนฯ ยูฯ จะขึ้นไปยึดอันดับ 2

ในขณะเดียวกัน "ผีแดง" ก็คงคาดหวังว่า สตีฟ บรูซ ตำนานกองหลังของสโมสร จะใช้ "แพสชั่น" ความเป็นเด็กผี นำ นิวคาสเซิ่ล หยุดความร้อนแรงของ "เดอะ เร้ดส์" ได้สำเร็จ