วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2565

ยึกยักอดเลย! อาร์เซน่อล พลาดได้ วัลเวร์เด้ ทั้งที่โอกาสอยู่ในมือ


อาร์เซน่อล สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ พลาดคว้าตัว เฟเดริโก้ วัลเวร์เด้ กองกลางฟอร์มฮอต ไปอย่างน่าเหลือเชื่อทั้งๆ ที่โอกาสอยู่ในมือแล้ว แต่สุดท้ายดันยึกยักจนโดน เรอัล มาดริด ปาดหน้าเซ็นสัญญา


มิดฟิลด์ทีมชาติอุรุกวัย วัย 24 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะกำลังสำคัญของทัพ "ราชันชุดขาว" ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ

อย่างไรก็ตาม "อาส" สื่อดังในสเปน รายงานว่าจริงๆ แล้ว อาร์แซน เวนเกอร์ เกือบที่จะนำตัว วัลเวร์เด้ มาเล่นในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อยู่แล้ว โดยตอนนั้นนักเตะตกลงสัญญาด้วยวาจากับทัพ "เดอะ กันเนอร์ส" ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่เล่นกับเพนารอล

ตามรายงานระบุว่า ฟรานซิส คาจิเกา มือขวาของ เวนเกอร์ เดินทางไปไปยังทวีปอเมริกาใต้เนื่องจากในเวลานั้น อาร์เซน่อล ต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง

มือขวาคู่ใจของ เวนเกอร์ มีโอกาสได้เห็นฝีเท้าของ วัลเวร์เด้ หลายครั้ง และได้พูดจาหว่านล้อมนักเตะ, ครอบครัวรวมทั้งเอเจ้นต์ของเขา ว่าการย้ายมาเล่นกับ "ไอ้ปืนใหญ่" จะเป็นหนึ่งในโอกาสที่ดีที่สุดของเจ้าตัว

หลังจากนั้น วัลเวร์เด้ และเอเจ้นต์ของเขาได้เดินทางมายังกรุงลอนดอนเมื่อเดือนธันวาคม 2014 พร้อมกับพักอยู่ที่โรงแรมซอปเวลล์ เฮ้าส์ โฮเทล ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามซ้อมอาร์เซน่อล เป็นเวลา 6 วัน

ดาวเตะชาวอุรุกวัย ได้มีโอกาสร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ อาร์เซน่อล แต่ในเวลานั้นทีมดังแห่งนอร์ธ ลอนดอน ดันชะลอการยื่นข้อเสนอให้กับนักเตะ

การทำแบบนั้นเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมหันต์เพราะทำให้ วัลเวร์เด้ เปลี่ยนใจ หลังจากที่เขาลงเล่นให้บ้านเกิดในศึกฟุตบอลชิงแชมป์ทวีปอเมริกาใต้ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ปารากวัย ในอีก 2 เดือนถัดมา โดยเจ้าตัวซัดไป 7 ประตู และทำให้ เรอัล มาดริด อยากได้เจ้าตัวมาเสริมแกร่ง

เมื่อรู้ว่า "ราชันชุดขาว" สนใจ วัลเวร์เด้ งานนี้ อาร์เซน่อล ได้รีบยื่นข้อเสนอจำนวน 2.7 ล้านปอนด์ (ราว 118 ล้านบาท) เพื่อหวังจะได้นักเตะมาครอบครอง แต่สุดท้ายก็สายเกินไป เพราะ เรอัล มาดริด ไวกว่าและสามารถโน้มน้าวใจนักเตะย้ายมาร่วมทัพได้สำเร็จ

ทั้งนี้ วัลเวร์เด้ ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพราะเขาเป็นแข้งคีย์แมนของสโมสร โดยตะบันไป 10 ประตูจากการเล่น 157 เกมให้กับ "โลส บลังโก้" ในทุกรายการ และคว้าแชมป์ลา ลีกา 2 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย หลังย้ายจาก เพนารอล มาอยู่ในถิ่นทีมเมื่อปี 2016




ทุกอย่างเป็นไปได้! 9 สตาร์ที่ยังมีโอกาสได้ลุ้นย้ายทีม


ถ้าหากแฟนบอลคิดว่าหลายๆ สโมสรควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อตัวนักเตะมากมายในช่วงซัมเมอร์นี้แล้วพอถึงตลาดพ่อค้าแข้งเปิดรอบ 2 เดือนมกราคมปีหน้าจะเงียบ บอกเลยว่าคิดผิด เพราะเมื่อถึงเวลานั้นมีโอกาสที่ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกเนื่องจากมีสตาร์หลายคนที่พร้อมจะย้ายทีม


จากรายงานมีการเปิดเผยว่าสโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใช้เงินไปเกือบ 2 พันล้านปอนด์ (ราว 88,000 ล้านบาท) ในการเสริมทัพ โดยเฉพาะ เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสองทีมที่ควักกระเป๋าจ่ายเงินมากที่สุด

ในช่วงตลาดนักเตะฤดูหนาวซึ่งจะเปิดฉากขึ้นในอีกไม่กี่เดือนนี้ หรือหลังจบฤดูกาลนี้ บอกเลยว่ามีหลายทีมที่พร้อมที่จะทุ่มเงินอีกครั้ง เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ายังคงมีนักเตะชั้นนำบางคนที่พร้อมจะอำลาต้นสังกัด ว่ากันว่ามีสตาร์อย่างน้อย 9 รายที่ต้องการออกไปหาประสบการณ์ใหม่กับสโมสรอื่น !

โคดี้ กัคโป




สำหรับ โคดี้ กัคโป มีข่าวพัวพันกับการย้ายมาเล่นในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่จนแล้วจนรอดมันก็ยังไม่เกิดขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จับจ้องนักเตะรายนี้อย่างมาก เพราะหวังจะเอามาเป็นทางเลือกหากพลาดได้ตัว อันโตนี่ ขณะที่ อาร์เซน่อล, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ก็สนใจเจ้าตัวเช่นกัน สุดท้าย แข้งชาวดัตช์ ยังคงต้องอยู่เล่นกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ต่อไป แต่กระนั้นก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับ กัคโป เพราะทำให้เขายังคงได้เป็นตัวหลักของสโมสรและมีลุ้นติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ไปลุยศึกฟุตบอลโลก 2022 แต่กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงวาดหวังว่าจะได้ย้ายทีม ลองนึกภาพถ้า กัคโป เล่นได้ดีกับทีมชาติที่กาตาร์ แล้วไม่มีปัญหาบาดเจ็บ งานนี้มีความเป็นไปได้สูงที่นักเตะจะได้ย้ายทีมอีกครั้งในช่วงตลอดรอบ 2 เปิดตัว หรือหลังจบฤดูกาลนี้

คริสเตียน พูลิซิช



ชื่อของ พูลิซิช ถูกพูดถึงเยอะมากในช่วงตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ งานนี้ ดาวเตะชาวอเมริกัน มีข่าวว่าจะย้ายไปเล่นให้กับ ยูเวนตุส โดยเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในสัญญาแลกเปลี่ยนในการซื้อตัว มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ แต่สุดท้ายกองหลังชาวดัตช์เลือกย้ายไปเล่นให้ บาเยิร์น มิวนิค ส่งผลให้ พูลิซิช ต้องนั่งหน้าหงอยในซุ้มม้านั่งสำรองของ "สิงโตน้ำเงินคราม" ต่อไป อย่างไรก็ตาม อดีตสตาร์โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยังคงเป็นที่ต้องการของ "ม้าลาย" ซึ่งกำลังอยู่ในสถานการณ์วิกฤติเนื่องจากทีมทำผลงานได้ไม่ดีนักในช่วงต้นซีซั่นนี้ ขณะที่แข้งเลือดมะกันก็ต้องเจอกับความยากลำบากในการได้รับโอกาสลงสนามให้ต้นสังกัดตั้งแต่สมัยที่ โธมัส ทูเคิ่ล คุมทัพจนมาถึงยุคของ แกรม พ็อตเตอร์ ทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยเหตุนี้นักเตะจึงพร้อมเก็บเสื้อผ้าออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อมีโอกาสทันที

มิไคโล มูดริก



ปีกดาวรุ่งพุ่งแรงชาวยูเครนเป็นอีกหนึ่งแข้งที่ได้รับความสนใจจากหลายๆสโมสรชั้นนำในยุโรป โดยเขาเคยถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เนย์มาร์ มาแล้ว งานนี้ มูดริก มีข่าวกับ อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ซึ่งช่วงเดดไลน์ตลาดซัมเมอร์ทั้งสองสโมสรพยายามจะเซ็นสัญญากับเจ้าตัวให้ได้แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ สำหรับในเวลานั้นยอดแข้งวัย 21 ปีน่าจะมีค่าตัวเพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ที่เขาแสดงศักยภาพชั้นยอดออกมายามที่โลดแล่นในสีเสื้อของชัคห์ตาร์ โดเน็ตส์ค โดยเฉพาะในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 แมตช์ที่ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก และเสมอ กลาสโกว์ เซลติก ในซีซั่นนี้ ส่วนในเกมต่อไปที่ต้องพบกับ เรอัล มาดริด ถ้าหากเขาเล่นได้อย่างสุดยอดอีกครั้ง งานนี้บอกเลยว่าหัวบันไดบ้านไม่แพ้แน่ๆ

อารอน วาน-บิสซาก้า



ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแบ็กซ้ายที่แข็งแกร่งมากๆ เมื่อเซ็นสัญญากับ ไทเรลล์ มาลาเซีย กระนั้นในตำแหน่งแบ็กขวาพวกเขามีแค่ ดีโอโก้ ดาโลต์ เท่านั้น นั่นจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ วาน-บิสซาก้า ไม่ได้ย้ายทีมในช่วงโค้งสุดท้ายตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ ทั้งๆ ที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แสดงความสนใจอยากได้ตัว ต้องยอมรับว่านับตั้งแต่ที่นักเตะย้ายจาก คริสตัล พาเลซ มาเล่นกับ "ผีแดง" ด้วยค่าตัวถึง 50 ล้านปอนด์ (ราว 2,200 ล้านบาท) เมื่อปี 2019 เขาอาจจะได้เป็นตัวหลักในช่วงแรกๆ แต่ซีซั่นที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบัน เจ้าตัวเป็นเพียงยางอะไหล่ของ ดาโลต์ เท่านั้น แถมได้ลงสนามแค่เกมเดียวในฐานะตัวสำรองแมตช์ชนะ ลิเวอร์พูล ในส่วนอนาคตของนักเตะอาจต้องขึ้นอยู่กับแผนของ แมนฯ ยูฯ ถ้าหากพวกเขาได้แบ็กขวาตัวใหม่มาเสริมทัพ งานนี้ ดาวเตะวัย 24 ปี คงมีโอกาสได้ฟื้นฟูอาชีพนักเตะของเขากับทีมอื่นในอนาคต

อุสมาน เดมเบเล่




กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส มักจะมีข่าวกับทีมในพรีเมียร์ลีกอยู่บ่อยๆ โดย ดาวเตะบาร์เซโลน่า เคยได้รับความสนใจจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงที่ผ่านมา แต่สุดท้ายเขาก็อยู่ในถิ่นคัมป์ นู ต่อไปจนถึงปัจจุบัน กระนั้นอนาคตของเจ้าตัวก็ยังไม่แน่นอน งานนี้ เชลซี พร้อมที่จะฉก เดมเบเล่ มาร่วมทัพ ขณะที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต้นสังกัดเก่าก็อยากได้ตัวนักเตะกลับมาร่วมทัพอีกครั้ง ช่วงที่ผ่านมานับตั้งแต่ที่ ชาบี เอร์นานเดซ คุมทัพ "เจ้าบุญทุ่ม" นักเตะสามารถคืนฟอร์มเก่งได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลที่จะการันตีว่านักเตะจะเลือกฝากอนาคตการค้าแข้งของเขาเอาไว้กับ บาร์ซ่า

ยูริ ตีเลอมันส์



ช่วงเดดไลน์ตลาดซัมเมอร์นี้ ตีเลอมันส์ เกือบได้ย้ายทีมอยู่แล้ว โดยเขามีข่าวว่ากำลังเจรจากับ อาร์เซน่อล หรือทีมอื่นๆ ด้วย แถมค่าตัวนักเตะก็ไม่เเพงน่าจะราวๆ 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 880 ล้านบาท) เท่านั้น แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังต้องอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ สำหรับสัญญาปีสุดท้ายกับสโมสร ในเรื่องการขยายสัญญากับ "เดอะ ฟ็อกซ์" น่าจะมีโอกาสน้อยนิด นอกจากนี้เจ้าตัวก็เปิดใจพร้อมย้ายทีมอยู่เสมอ ต้องยอมรับว่า มิดฟิลด์ทีมชาติเบลเยียม เป็นแข้งที่เต็มไปด้วยศักยภาพ และเคยช่วย เลสเตอร์ มีลุ้นท็อปโฟร์ 2 ซีซั่นติดต่อกัน ฉะนั้นถ้าหากช่วงตลาดเดือนมกราคมนักเตะไม่ได้ย้ายทีม พอเข้าสู่ช่วงซัมเมอร์หน้าเขาจะได้สิทธิ์ไปเล่นกับทีมอื่นแบบไม่มีค่าตัว

ดั๊กลาส ลุยซ์



ดาวเตะทีมชาติบราซิล มีสถานะเดียวกับ ตีเลอมันส์ โดยสัญญาของเขากับแอสตัน วิลล่า จะสิ้นสุดในช่วงซัมเมอร์หน้า ก่อนหน้านี้ อาร์เซน่อล หวังจะคว้าตัวกองกลางชาวแซมบ้ามาเสริมทัพเมื่อช่วงซัมเมอร์ แต่สุดท้าย "เดอะ กันเนอร์ส" ก็จำต้องรับประทานแห้ว เหตุผลสำคัญที่กุนซือมิเกล อาร์เตต้า อยากได้ตัว ลุยซ์ เพราะเขาเคยร่วมงานกับนักเตะมาแล้วสมัยที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และหากได้ตัวแข้งบราซิเลียนรายนี้มาเสริมทัพ จะเป็นการเติบเต็มแดนกลางให้กับสโมสรอย่างแท้จริง งานนี้บอกได้เลยว่า "ไอ้ปืนใหญ่" อาจจะลงทุนยื่นข้อเสนออีกครั้งในช่วงเดือนมกราคมที่จะถึงนี้

มาร์โก อเซนซิโอ



เรอัล มาดริด มีการลงทุนเสริมทัพเพื่อให้ขุมกำลังแข็งแกร่งอีกครั้ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้โอกาสลงสนามของ อเซนซิโอ ลดน้อยลง โดยนักเตะวัย 26 ปี ได้ลงเล่นแค่ 4 เกมในซีซั่นนี้ แถมในฐานะตัวสำรอง และยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ดาวเตะทีมชาติสเปนอยู่กับ "โลส บลังโกส" ตั้งแต่ปี 2014 ได้ลงสนามมากกว่า 200 เกม แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันทำให้เขาพร้อมที่จะย้ายทีมและมีสโมสรในอังกฤษที่สนใจอยากใช้บริการนักเตะ แน่นอนว่าชื่อของ อาร์เซน่อล ยืนหนึ่งในการแสดงความสนใจแข้งชาวสแปนิช โดยพวกเขาหวังจะเซ็นสัญญากับนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้เลยทีเดียว

รูเบน เนเวส




ตอนที่จบซีซั่นที่ผ่านมา เนเวส ต้องการที่จะย้ายหนีวูล์ฟแฮม์ตัน วันเดอเรอร์ส โดยนักเตะอยู่เล่นให้กับ "หมาปา" มานานหลายปี และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กระนั้นเจ้าตัวอยากมีโอกาสได้ลงแข้งในแชมเปี้ยนส์ ลีก หลังจากที่เคยสัมผัสความยิ่งใหญ่ในรายการนี้สมัยที่เป็นดาวรุ่งของสโมสรปอร์โต้ บอกเลยว่าศักยภาพของเขาทำให้ทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ต้องการตัวอย่างมากเมื่อช่วงซัมเมอร์นี้แต่สุดท้ายเจ้าตัวยังต้องเล่นกับวูล์ฟส์เหมือนเดิม ส่วนในอนาคตบอกเลยว่าเขายังคงได้รับความสนใจเหมือนเดิม โดยเฉพาะ "หงส์แดง" ที่ต้องการมิดฟิลด์เชิงสูงมาร่วมทัพเพื่อแก้ปัญหาแดนกลางฟอร์มฝืดในช่วงเวลานี้




เอลเลียตต์ ฝีเท้ายังไม่ถึง!กูรูแนะ ลิเวอร์พูล ซิวมิดฟิลด์ใหม่เสริม

 
แฟร้งค์ แม็คอเวนนี่ อดีตกองหน้าทีม เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ออกโรงชี้ ลิเวอร์พูล ควรเซ็นสัญญาซื้อกองกลางคนใหม่แทนที่จะหวังพึ่งดาวรุ่งอย่าง ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ ซึ่งเขามองว่าฝีเท้ายังไม่ดีพอ


ลิเวอร์พูล ออกสตาร์ตซีซั่นนี้ได้อย่างกระท่อนกระแท่นเนื่องจากทีมประสบกับปัญหาขาดมิดฟิลด์ที่นัดกันล้มเจ็บหลายราย ร้อนจน เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาว เยอรมัน ต้องแก้ไขสถานการณ์ด้วยการยืม อาร์ตู เมโล่ มาจากทีม ยูเวนตุส

นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว เร้ด แมชีน มีแววเสียกองกลางที่จะหมดสัญญาในซีซั่นนี้หลายรายอีกต่างหากไม่ว่าจะเป็น เจมส์ มิลเนอร์ , นาบี้ เกอิต้า , อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และแม้กระทั่งจอมทัพอย่าง ติอาโก้ อันกันตาร่า ซึ่งส่งผลให้ แม็คอเวนนี่ ชี้ว่าทีมจาก แอนฟิลด์ ซึ่งตกเป็นข่าวกับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม สมควรคว้ากองกลางรายใหม่มาเสริมทัพแทนที่จะหวังใช้งานดาวรุ่งวัย 19 ปีซึ่งเขามองว่ายังไม่พร้อมสำหรับเกมในระดับ พรีเมียร์ลีก

"ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล แฮปปี้กับขุมกำลังที่พวกเขามีอยู่ เอลเลียตต์ เป็นนักเตะที่ดี แต่เขายังไม่พร้อมสำหรับ พรีเมียร์ลีก ในตอนนี้" อดีตสตาร์เลือดวิสกี้ซึ่งเคยค้าเกือกับ แอสตัน วิลล่า เช่นกันเอ่ยถึงกองกลางร่างเล็กซึ่งรับใช้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรไปแล้ว 29 นัด

"เขามีความสามารถที่มหัศจรรย์ แต่ ลิเวอร์พูล ต้องการนักเตะอย่าง ติอาโก้ มากกว่า เขาเป็นคนบงการเกม แต่เขาเจ็บบ่อย ผมอยากเห็น ติอาโก้ เล่นร่วมกับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม ในทีมเดียวกัน แต่แน่นอนว่าพวกเขาน่าจะต้องควักกระเป๋าจ่ายอย่างหนัก"




ตอนนี้ค่าตัวระดับ100ล้าน! ลิเวอร์พูล เกือบเซ็น เบลลิ่งแฮม ไม่ถึงหมื่นปอนด์


ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีโอกาสเซ็นสัญญากับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม มิดฟิลด์ดาวโรจน์ในราคาแค่ 9,000 ปอนด์ (ราว 396,000 บาท) เท่านั้น จากการรายงานของ "ดิ แอธเลติก" สื่อชั้นนำระดับโลก


"หงส์แดง" เป็นหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่วงการลูกหนังยุโรปที่มีข่าวพัวพันกับ เบลลิ่งแฮม ซึ่งเป็นนักเตะคีย์แมนของ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ นับตั้งแต่ย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อ 2 ปีก่อน

สำหรับตอนนี้สัญญาปัจจุบันของ เบลลิ่งแฮม กับ ดอร์ทมุนด์ จะเหลือเพียงแค่ 2 ปีหลังจากจบฤดูกาล 2022/2023 โดยมีรายงานว่าต้นสังกัดของนักเตะมีการตั้งค่าตัวของเขาสูงถึง 130 ล้านปอนด์ (ราว 5,720 ล้านบาท) เลยทีเดียว และหากทีมไหนกล้าจ่ายก็เอาตัวไปได้เลย

จากจำนวนตัวเลขดังกล่าวต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล พลาดมหันต์เพราะจริงๆ แล้วพวกเขามีโอกาสที่จะได้ตัว เบลลิ่งแฮม มาร่วมทัพในราคาถูกแสนถูกเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน

"ดิ แอธเลติก" รายงานว่า เบลลิ่งแฮม เดินทางมาพร้อมกับพ่อแม่ของเขาเพื่อทดสอบฝีเท้ากับ "เดอะ เร้ดส์" ที่เคิร์กบี้ (ศูนย์ฝึกเยาวชนของ ลิเวอร์พูล) เป็นเวลา 2 วันตอนที่เขายังเล่นให้กับ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ รุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี

ตอนนั้นทีมสตาฟฟ์ของลิเวอร์พูลประทับใจผลงานนักเตะมากๆ เนื่องจากเขาได้แสดงศักยภาพและการเล่นราวกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงในช่วงทดสอบฝีเท้า นอกจากนี้ เบลลิ่งแฮม กับครอบครัวยังมีโอกาสได้เข้าไปชมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในศูนย์เยาวชนของสโมสรด้วย

"หงส์แดง" คาดหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวใจพ่อแม่ของเบลลิ่งแฮมให้ย้ายมาอยู่ในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการขับรถมาจากเมืองเบอร์มิงแฮม และยังเลือกโรงเรียนเพื่อให้นักเตะได้เข้าเรียนด้วย

สำหรับตอนนั้นการเซ็นสัญญากับ เบลลิ่งแฮม ใช้เงินเพียงแค่ 9,000 ปอนด์เพื่อเป็นค่าชดเชยให้กับสโมสรเบอร์มิงแฮม ซิตี้ แต่สุดท้ายเรื่องทุกอย่างก็ไม่เกิดขึ้น และตอนนี้หาก ลิเวอร์พูล อยากได้นักเตะก็ต้องจ่ายเงินสูงเกือบ 15,000 เท่าเพื่อดึงเขามาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์

ทั้งนี้ เบลลิ่งแฮม ประสบความสำเร็จกับ ดอร์ทมุนด์ ในซีซั่นแรกที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยการคว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล จากนั้นก็เป็นตัวหลักของสโมสรโดยลงเล่นไปแล้ว 100 เกม ซัดไป 13 ประตูกับ 18 แอสซิสต์

นอกจากนี้เขายังเป็นหนึ่งในคีย์แมนสำคัญของทีมชาติอังกฤษ หลังจากลงเล่นเปิดตัวให้บ้านเกินในวัยเพียง 17 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 โดยปัจจุบันเจ้าตัวเล่นให้ทัพ "สิงโตคำราม" ไปแล้ว 15 เกม




พร้อมสู้ลิเวอร์พูล! เชลซี ล็อกเป้า เบนนาเซอร์ เสริมแกร่ง ม.ค.


เชลซี สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล็อกเป้า อิสมาแอล เบนนาเซอร์ กองกลางตัวเก่ง เอซี มิลาน โดยหวังจะเซ็นสัญญาในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะรอบ 2 เดือนมกราคมปีหน้า แต่งานนี้ต้องขับเคี่ยวกับ ลิเวอร์พูล ที่สนใจเช่นกัน


ทีมของกุนซือแกรม พ็อตเตอร์ มีกองกลางชั้นดีอยู่ในทีมหลายคน แต่กระนั้นพวกเขาอาจจะหาแข้งใหม่มาเสริมทัพเนื่องจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ จอร์จินโญ่ จะหมดสัญญาในปี 2023

แม้ "สิงโตน้ำเงินคราม" จะเซ็นสัญญากับ เดนิส ซากาเรีย เมื่อช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ ดาวเตะทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ก็ย้ายมาจาก "ม้าลาย" ยูเวนตุส แบบยืมตัวเท่านั้น ส่วนออปชั่นซื้อถาวร ก็ยังไม่ชัวร์ว่าสโมสรจะเลือกใช้หรือไม่

ด้วยเหตุนี้ "กัลโช่แมร์กาโต้" สื่อดังในประเทศอิตาลี รายงานว่า พ็อตเตอร์ แสดงความสนใจอยากเซ็นสัญญากับ เบนนาเซอร์ แม้ว่าจะต้องเปิดศึกนอกรอบกับ "หงส์แดง" ก็ตาม

จากรายงานระบุว่า มิลาน ไม่มีความคิดที่จะขาย กองกลางทีมชาติแอลจีเรีย วัย 24 ปี หากได้ค่าตัวน้อยกว่า 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,540 ล้านบาท) นอกจากนี้ "รอสโซเนรี่" ยังหวังว่านักเตะจะต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัด เนื่องจากสัญญาปัจจุบันของเขาจะหมดลงหลังจบซีซั่น 2023/2024

ทั้งนี้ เบนนาเซอร์ ทำผลงานได้โดดเด่นในถิ่นซาน ซีโร่ ด้วยการซัดไป 4 ประตูกับ 7 แอสซิสต์จากการเล่นให้กับต้นสังกัดจำนวน 114 เกมนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เอ็มโปลี เมื่อปี 2019 ที่สำคัญเขายังมีส่วนช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ครั้งแรกในรอบ 11 ปีเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา




วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565

หนักไหม?เปิดโปรแกรม ลิเวอร์พูล เตะ9นัดเดือนต.ค.


เปิดโปรแกรมลงเตะ 9 นัดของ ลิเวอร์พูล ในเดือนตุลาคมนี้ ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ พรีเมียร์ลีก ที่ต้องเจอ อาร์เซน่อล และ แมนฯ ซิตี้ ด้วย


ลิเวอร์พูล ได้หยุดพักเบรกยาว หลังเกม พรีเมียร์ลีก นัดออกไปเยือน เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ถูกเลื่อนออกไป โดยจะกลับมาเล่นนัดต่อไปด้วยการเปิดรัง แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคมนี้

ในเดือนต.ค.นี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะต้องพา "หงส์แดง" ลงเล่นถึง 9 นัด โดยแบ่งเป็น พรีเมียร์ลีก 6 เกม และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม อีก 3 เกม

โปรแกรม 9 นัดในเดือนต.ค. ของ ลิเวอร์พูล

1 ต.ค. พบ ไบรท์ตัน (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก

4 ต.ค. พบ เรนเจอร์ส (เหย้า) - แชมเปี้ยนส์ ลีก


9 ต.ค. พบ อาร์เซน่อล (เยือน) - พรีเมียร์ลีก

12 ต.ค. พบ เรนเจอร์ส (เยือน) - แชมเปี้ยนส์ ลีก


16 ต.ค. พบ แมนฯ ซิตี้ (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก

19 ต.ค. พบ เวสต์แฮม (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก

22 ต.ค. พบ ฟอเรสต์ (เยือน) - พรีเมียร์ลีก

26 ต.ค. พบ อาแจ็กซ์ (เยือน) - แชมเปี้ยนส์ ลีก

29 ต.ค. พบ ลีดส์ (เหย้า) - พรีเมียร์ลีก




เทียบผลงาน แมนยู เวลามี-ไม่มี แม็กไกวร์ ลงเล่น


เปรียบเทียบผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด เวลามีและไม่มี แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลงสนาม หลังหลุดเป็นตัวสำรองในสโมสรแต่ยังเป็นตัวจริงในทีมชาติอังกฤษ


แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังทีมชาติอังกฤษ ต้องหลุดเป็นตัวสำรองยาวของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2022/23 หลังจาก ลีซานโดร มาร์ตีเนซ เซนเตอร์แบ็กคนใหม่ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการยืนคู่กับ ราฟาเอล วาราน ดาวเตะชาวฝรั่งเศส

แม้ แม็กไกวร์ จะเป็นแค่ตัวสำรองของ "ปีศาจแดง" แต่ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมชาติอังกฤษ ยังให้ความเชื่อมั่น และเพิ่งส่งลงเป็นตัวจริงในเกม เนชั่นส์ ลีก ที่ "สิงโตคำราม" ออกไปแพ้ทีมชาติอิตาลี 0-1 เมื่อวันศุกร์ที่ 23 กันยายน ที่ผ่านมา

หากเปรียบเทียบผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในการลงเล่นทุกรายการตั้งแต่ออกสตาร์ตฤดูกาล 2020/21 เป็นต้นมา เวลาที่มีและไม่มี แม็กไกวร์ ลงสนามเป็นดังนี้

แม็กไกวร์ ลงเล่น

เกม: 87

ชนะ: 46

เสมอ: 17

แพ้: 27

ประตูได้: 160

ประตูได้เฉลี่ยต่อเกม:1.84

เสียประตู: 115

เสียประตูเฉลี่ยต่อเกม: 1.32

เก็บคะแนนเฉลี่ยต่อเกม: 1.78

เปอร์เซ็นต์ชนะ: 52.8%

เปอร์เซ็นต์แพ้: 31.0%

ไม่มี แม็กไกวร์ ลงเล่น

เกม: 29

ชนะ: 14

เสมอ: 10

แพ้: 5

ประตูได้: 41

ประตูได้เฉลี่ยต่อเกม: 1.41

เสียประตู: 25

เสียประตูเฉลี่ยต่อเกม: 0.86

เก็บคะแนนเฉลี่ยต่อเกม: 1.79

เปอร์เซ็นต์ชนะ: 48.3%

เปอร์เซ็นต์แพ้: 17.2%